- หน้าแรก
- ให้ไปเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร ไหงกลายเป็นปรมาจารย์ครอบจักรวาลไปได้ล่ะเนี่ย
- บทที่ 8 - ฟางเส้นสุดท้าย
บทที่ 8 - ฟางเส้นสุดท้าย
บทที่ 8 - ฟางเส้นสุดท้าย
มือของหลินฉีราวกับคีมเหล็กที่ถูกเผาจนร้อนแดง ล็อกข้อมือของประธานหวังเอาไว้แน่นหนา
ประธานหวังร้องโอดโอย พยายามจะสะบัดมือออกตามสัญชาตญาณ แต่ก็ต้องพบว่าแขนของอีกฝ่ายนิ่งสนิทไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด เรี่ยวแรงมหาศาลเกินกว่าจะจินตนาการได้ เหมือนกับข้อมือของเขาถูกเครื่องอัดไฮดรอลิกหนีบเอาไว้ก็ไม่ปาน
"แก... แกเป็นใครวะ? ปล่อยสิว้อย!" ประธานหวังหันขวับมาแยกเขี้ยวใส่หลินฉี
หลินฉีทำหน้านิ่ง สายตาเรียบเฉยมองกลับไป เอ่ยเสียงเรียบ "มีอะไรก็ค่อยๆ พูดกันสิ รังแกผู้หญิงมันเก่งนักหรือไง?"
เสียงเขาไม่ได้ดังเลย แต่มันแฝงไปด้วยความเยือกเย็นที่ทำให้คนฟังไม่กล้าหือ
หลังจากร่างกายถูกอัปเกรดมาสองครั้ง พละกำลังของเขาก็พุ่งทะยานไปไกลลิบแล้ว
ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้จากระบบ แต่แค่พละกำลังดิบๆ ของเขา ก็จัดการกับมนุษย์ลุงที่ร่างกายกลวงโบ๋เพราะสุรานารีคนนี้ได้สบายๆ
ว่าแต่ทำไมรางวัลจากระบบยังไม่ส่งมาอีกล่ะ?
ออเดอร์ก็ส่งเสร็จแล้วนี่นา หรือว่ามีเงื่อนไขอะไรซ่อนอยู่อีก?
จะว่าไป ออเดอร์ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ให้รางวัลทันทีที่ส่งของเสร็จเหมือนกันแฮะ
ในขณะเดียวกัน เสิ่นชิงก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้เหมือนกัน
เธอมองชายหนุ่มในชุดไรเดอร์สีเหลืองตรงหน้าด้วยความอึ้ง ไม่คิดเลยว่าเขาจะยื่นมือเข้ามาช่วย
ใบหน้าด้านข้างของหลินฉีคมคาย แววตาสงบนิ่ง ไม่เหมือนไรเดอร์ส่งอาหารธรรมดาๆ เลยสักนิด
เหตุการณ์วุ่นวายตรงนี้ ดึงดูดความสนใจของคนที่เดินผ่านไปมาได้อย่างรวดเร็ว
ย่าน CBD น่ะ ไม่เคยขาดแคลนคนชอบเผือกหรอก
แค่แป๊บเดียว พวกมนุษย์เงินเดือนชนชั้นอีลิตที่จับกลุ่มกันอยู่ก็เริ่มเดินเข้ามามุง ชี้ชวนกันดูเหตุการณ์ตรงกลางวง
"อ้าว นั่นมันคุณเสิ่นชิงแห่งฟงฮว๋าแคปปิตอลนี่นา? เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?" ผู้ชายใส่แว่นตากรอบทองคนหนึ่ง จำเสิ่นชิงได้ทันที
ผู้หญิงที่มาด้วยกันเอามือป้องปาก อุทานด้วยความตกใจ "คุณเสิ่นจริงๆ ด้วย!"
"แล้ว... ผู้ชายที่ยื้อยุดฉุดกระชากกับเธออยู่นั่นใครกัน? ดูสภาพทุเรศทุรังจัง"
"ผู้ชายคนนั้น... ฉันเหมือนจะคุ้นๆ หน้านะ" ชายหนุ่มท่าทางเหมือนพวกทำงานสายไอทีในกลุ่มคนมุงขมวดคิ้วใช้ความคิด จู่ๆ ก็ตบเข่าฉาด "นึกออกแล้ว! เขาชื่อหวังไห่ เป็นเจ้าของ 'ซิงถูเทคโนโลยี'! บริษัทเราอยู่ชั้นบนบริษัทหมอนี่พอดี!"
"ซิงถูเทคโนโลยี? ไม่เห็นเคยได้ยินชื่อเลย"
"โธ่ ก็แค่บริษัทห้องแถว ทำพวกโซเชียล VR กะโหลกกะลาอะไรสักอย่างนั่นแหละ สองปีก่อนบังเอิญเกาะกระแสได้เงินระดมทุนมา ก็ผลาญเงินเล่นซะสนุกสนาน สุดท้ายก็ทำโปรดักต์ออกมาได้ห่วยแตกหมาไม่แดก ไม่เห็นจะมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย" หนุ่มไอทีพูดด้วยสีหน้าเหยียดหยาม
"ฉันยังได้ยินมาอีกนะ ว่าประธานหวังคนนี้สันดานไม่ค่อยดี เบี้ยวค่าจ้างพนักงานมาหลายเดือนแล้ว รปภ. ตึกเรายังเคยบุกไปทวงถามความรับผิดชอบกับหมอนี่ตั้งหลายรอบเลย!"
"เฮ้ย จริงดิ? เบี้ยวค่าจ้างเนี่ยนะ? โคตรเลวเลยว่ะ!"
ผู้ชายวัยกลางคนอีกคนที่ดูเหมือนจะรู้เรื่องวงในก็เสริมขึ้นมาลอยๆ "ฉันได้ยินมาว่า ฟงฮว๋าแคปปิตอลนี่แหละที่เป็นคนลงทุนให้บริษัทหมอนั่น สงสัยโปรเจกต์จะเจ๊ง คุณเสิ่นเลยจะถอนทุน หมอนี่ก็เลยสติแตกมั้ง"
"สมน้ำหน้า! ไร้น้ำยาบริหารเอง ผลาญเงินนักลงทุนจนหมดเกลี้ยง ยังมีหน้ามาโวยวายอีกเหรอ?"
"นั่นสิ ดูคุณเสิ่นสิ เธอยืนนิ่งสงบมาก ดูมืออาชีพสุดๆ
คนแบบนี้ ไม่มีทางถอนทุนโดยไม่มีเหตุผลหรอก! เป็นเพราะอีตาประธานหวังนี่ทำตัวเองชัดๆ!"
เสียงซุบซิบนินทาไม่ได้ดังมาก แต่ก็ลอยเข้าหูทั้งสามคนที่อยู่กลางวงจนครบทุกคำ
สีหน้าของเสิ่นชิงยังคงเรียบเฉย แต่แววตาลึกๆ แฝงความโล่งใจอยู่บางเบา
เสียงซุบซิบของคนรอบข้าง คือเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่าการตัดสินใจของเธอนั้นถูกต้องแล้ว
ส่วนสีหน้าของประธานหวังนั้น เปลี่ยนจากแดงก่ำเป็นสีแดงอมม่วง แล้วก็กลายเป็นสีเทาซีดเผือดเหมือนศพอย่างรวดเร็ว
หน้าตาและศักดิ์ศรีที่เขาหวงแหนนักหนา ถูกคำวิจารณ์ของคนรอบข้างฉีกกระชากจนไม่เหลือชิ้นดี แล้วยังโดนเหยียบย่ำซ้ำเติมจนแบนติดดิน
ที่แท้ในสายตาคนอื่น เขาก็เป็นแค่ตัวตลกที่ไร้น้ำยาแถมยังนิสัยทรามอีกต่างหาก!
โดยเฉพาะตอนที่ได้ยินคำว่า "เบี้ยวค่าจ้าง" ร่างกายของเขาก็สะดุ้งเฮือกอย่างเห็นได้ชัด
และแน่นอน นั่นยังไม่ใช่จุดที่คอขาดบาดตายที่สุด
เขายังไปกู้เงินนอกระบบมาด้วย
ใช่แล้ว!
ช่วงที่ผ่านมา เงินทุนบริษัทหดหาย ธนาคารไหนก็ไม่ยอมปล่อยกู้ให้ ซ้ำร้ายเสิ่นชิงก็จะมาถอนทุนอีก
เขาแทบจะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าออฟฟิศอยู่แล้ว
ในยามที่ร้อนรนและมืดแปดด้าน เขาเลยไปติดต่อแก๊งเงินกู้นอกระบบผ่านช่องทางสายดาร์ก
แล้วช่วงนี้ เขาก็เริ่มได้รับโทรศัพท์ "เตือนความจำ" ด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก แถมยังมีพวกหน้าตาหน้าสงสัยมาป้วนเปี้ยนแถวๆ หมู่บ้านเขาด้วย
สัญญาณเตือนพวกนี้ เหมือนเชือกที่ค่อยๆ รัดคอเขาให้แน่นขึ้นเรื่อยๆ ทำเอาเขากินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว
ทำให้เขาตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะต้องหยุดเสิ่นชิงไม่ให้ถอนทุนให้ได้!
แต่โชคยังดี ที่ยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้!
เขาทำไปแบบลับๆ
ตราบใดที่ข่าวเรื่องกู้เงินนอกระบบยังไม่หลุดออกไป เขาก็ยังมีโอกาสพลิกเกมได้!
แต่ทว่า ในตอนนั้นเอง ผู้หญิงแต่งตัวจัดจ้านคนหนึ่งในกลุ่มคนมุง ซึ่งดูเหมือนจะหูไวตาไวกับเรื่องซุบซิบในแวดวงธุรกิจ จู่ๆ ก็เหมือนจับต้นชนปลายอะไรบางอย่างได้ เธอรีบลดเสียงกระซิบกับเพื่อนว่า:
"เดี๋ยวนะ... ซิงถูเทคโนโลยีเหรอ? ฉันนึกออกแล้ว! บริษัทเพื่อนฉันอยู่ข้างๆ บริษัทซิงถูนี่แหละ
นางบอกว่าเมื่อหลายวันก่อน เห็นผู้ชายหน้าตาท่าทางไม่น่าไว้ใจหลายคนไปป้วนเปี้ยนอยู่ชั้นนั้น ปากก็พ่นคำหยาบคาย พูดถึง 'เถ้าแก่หวัง' 'กำหนดจ่าย' 'ดอกเบี้ย' อะไรทำนองนี้แหละ
ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอมาลองคิดดูตอนนี้ โอ้มายก๊อด! หรือว่าตาหมอนี่จะไปกู้เงินนอกระบบ แล้วโดนเจ้าหนี้ตามมาทวงถึงที่แล้ว?"
ถึงจะไม่มีหลักฐานชี้ชัด แต่ในสถานการณ์แบบนี้ มันยิ่งทำให้คนเชื่อมากกว่าหลักฐานจริงๆ ซะอีก
"อะไรนะ? เงินกู้นอกระบบ?!"
พอคำนี้หลุดออกมา รอบด้านก็ฮือฮากันใหญ่
สายตาทุกคู่ที่มองมาเปลี่ยนไปทันที จากที่เคยมองด้วยความรังเกียจ หรือมองแบบสนุกๆ กลายเป็นสายตาที่เย็นชาและเหินห่าง ราวกับมองคนที่หมดทางเยียวยาแล้ว
ในวงการธุรกิจ การทำธุรกิจเจ๊งอาจจะยังพอเรียกคะแนนสงสารได้บ้าง
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เอาตัวไปพัวพันกับ "เงินกู้นอกระบบ" ก็แปลว่าคนคนนั้นได้สูญเสียทั้งจิตสำนึกและเหตุผลไปจนหมดสิ้น แล้วยังเอาตัวเองไปลงนรกขุมที่ลึกที่สุดแล้วด้วย
"มิน่าล่ะ! มิน่าถึงได้ตามกัดคุณเสิ่นไม่ปล่อยเหมือนหมาบ้าแบบนี้ ที่แท้ก็หลังชนฝา หวังจะเกาะฟางเส้นสุดท้ายนี่เอง!"
"ถ้าฟงฮว๋าแคปปิตอลถอนเงินก้อนนี้ออกไปล่ะก็ พวกแก๊งทวงหนี้นอกระบบต้องแห่กันมาเหมือนฉลามได้กลิ่นเลือดแน่ๆ! หมอนี่ไม่ได้แค่จะล้มละลายนะ แต่บ้านแตกสาแหรกขาดแน่นอน!"
"จึ๊ๆ รู้อย่างนี้แต่แรก ก็ไม่น่าทำเลยนะเนี่ย? ไม่เจียมกะลาหัวตัวเองเลยหรือไง? กล้าดีไปยุ่งกับเงินกู้นอกระบบ..."
ถ้าเสียงซุบซิบก่อนหน้านี้คือการฉีกหน้าประธานหวัง
งั้นเรื่องเงินกู้นอกระบบที่โดนแหกออกมา ก็เหมือนเหล็กแหลมเผาไฟ ที่แทงทะลุป้อมปราการในใจเขาโดยตรง ลากเอาความหวาดกลัวและความสิ้นหวังที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ ออกมาประจานให้ทุกคนเห็นแบบจะๆ
เขาจบเห่แล้ว
เขารู้ตัวดีว่าเขาจบเห่แล้วจริงๆ
เชือกทวงหนี้ที่มองไม่เห็นเส้นนั้น บัดนี้ได้ถูกคำพูดของผู้คนเสกให้กลายเป็นของจริง รัดคอเขาแน่นจนแทบจะขาดใจ
บริษัทเจ๊ง เงินหมด ตอนนี้แม้แต่หน้าตาและศักดิ์ศรีหยดสุดท้ายก็ไม่เหลือ
ความสิ้นหวังและความคลุ้มคลั่งถึงขีดสุด ปะทุออกมาจากก้นบึ้งหัวใจราวกับภูเขาไฟระเบิด
ทำไมล่ะ?
ทำไมฉันต้องมาตกต่ำแบบนี้ ในขณะที่เธอ เสิ่นชิง ยังยืนเชิดหน้าชูตา มีแต่คนยกย่อง?
เพราะเธอ! เพราะเธอจะถอนทุนนั่นแหละ!
เธอเป็นคนทำลายทุกอย่างของฉัน!
"อ๊ากกก—!"
ประธานหวังแผดเสียงร้องคำรามลั่นเหมือนสัตว์ป่าบ้าคลั่ง
ดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดดูน่ากลัว มืออีกข้างที่ไม่ได้โดนจับไว้ ล้วงเอามีดคัตเตอร์คมกริบออกมาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วตวัดฟาดเข้าที่แขนของหลินฉีอย่างแรง!
"ฉันจะฆ่าแก!"
เขาสติแตกไปแล้วจริงๆ!