- หน้าแรก
- ให้ไปเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร ไหงกลายเป็นปรมาจารย์ครอบจักรวาลไปได้ล่ะเนี่ย
- บทที่ 9 - จัดการขั้นเด็ดขาด
บทที่ 9 - จัดการขั้นเด็ดขาด
บทที่ 9 - จัดการขั้นเด็ดขาด
"กรี๊ด—! มีด! มีคนจะฆ่ากัน!"
วินาทีที่ประธานหวังชักคัตเตอร์ออกมา ผู้หญิงที่อยู่ใกล้ๆ ก็กรีดร้องเสียงหลง ความแตกตื่นลุกลามไปทั่วบริเวณราวกับคลื่นน้ำ
พร้อมกันนั้น ใบมีดคัตเตอร์ที่สะท้อนแสงไฟยามค่ำคืนจนเห็นเป็นประกายเย็นเยียบและอันตรายถึงชีวิต ก็พุ่งตรงดิ่งหมายจะกรีดแขนหลินฉี!
ใบหน้าบิดเบี้ยวของประธานหวังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในม่านตาของหลินฉี
เวลาในเสี้ยววินาทีนี้ ราวกับถูกกดปุ่มสโลว์โมชัน
สมองของหลินฉีขาวโพลนไปหมด สัญชาตญาณดิบสั่งให้ร่างกายถอยหนีและหลบหลีกการโจมตีถึงตายที่พุ่งเข้ามาอย่างกะทันหันนี้
แต่ทว่า ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง!
เสียงแจ้งเตือนระบบที่เย็นชาดุจน้ำแข็งก็ดังก้องขึ้นในหัวราวกับเสียงสวรรค์มาโปรด!
[ติ๊ง! กำลังประเมินระดับความสำเร็จของออเดอร์...]
[ยืนยันว่าลูกค้า 'เสิ่นชิง' อยู่ในสถานะปลอดภัย โฮสต์สามารถยับยั้งการคุกคามจากบุคคลที่สามได้สำเร็จ ออเดอร์เสร็จสิ้น]
[ส่งมอบรางวัลจากออเดอร์ ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (ระดับปรมาจารย์) กำลังหลอมรวมเข้ากับโฮสต์!]
สิ้นเสียงระบบ กระแสข้อมูลอันมหาศาลเกินกว่าจะจินตนาการได้ ก็ไหลบ่าเข้าสู่สมองของหลินฉีราวกับเขื่อนแตก!
ทักษะการล็อกคอบนพื้นของบราซิลเลียนยิวยิตสู การตีศอกแทงเข่าของมวยไทย สเตปเท้าโยกหลบของมวยสากล การโจมตีจุดตายแบบนัดเดียวจอดของคราฟมากา ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดของกองทัพจีน...
แก่นแท้ของศิลปะการต่อสู้สมัยใหม่นับไม่ถ้วน ผนวกกับประสบการณ์การต่อสู้จริงนับหมื่นนับแสนครั้ง
ได้หลอมรวมกลายเป็นความทรงจำของกล้ามเนื้อและสัญชาตญาณนักรบอันบริสุทธิ์ ผสานเข้ากับเส้นประสาท กล้ามเนื้อ และกระดูกของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ!
เมื่อวินาทีก่อน เขายังเป็นแค่มือใหม่ที่มีแต่พละกำลังมหาศาล
แต่วินาทีนี้ เขาได้กลายเป็นปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ที่ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชนแล้ว!
โลกภายนอกผ่านไปเพียงเสี้ยวพริบตา แต่แววตาของหลินฉีกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความตื่นตระหนกที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยความเยือกเย็นถึงขีดสุดราวกับบ่อน้ำไร้ระลอกคลื่น
เมื่อเผชิญหน้ากับคมมีดที่กำลังพุ่งเข้าใส่แขน ร่างกายของเขาไม่ได้ถอยหนีด้วยซ้ำ เขาเพียงแค่ทิ้งไหล่ซ้ายลงในองศาที่เล็กน้อยมากจนคนทั่วไปยากจะทำได้
แค่การเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนง่ายๆ นี้ กลับทำให้แขนของเขาหลบพ้นคมมีดไปได้อย่างฉิวเฉียดชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด!
ฉัวะ—
คมมีดกรีดแหวกอากาศ บังเกิดเสียงลมบาดหูเบาๆ
การโจมตีที่หมายมั่นปั้นมือของประธานหวังพลาดเป้า แววตาของเขาฉายความตกตะลึงวูบหนึ่ง
เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว มือข้างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาประดุจภูตผี ล็อกเข้าที่ข้อมือข้างที่ถือมีดของเขาในมุมที่โคตรจะยาก อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
หลินฉีนั่นเอง!
นิ้วมือของหลินฉีที่ล็อกข้อมือเขาอยู่ออกแรงบีบกระทันหัน นิ้วทั้งห้าแข็งแกร่งดั่งตะปูเหล็ก จิกแน่นเข้าที่เส้นเอ็นจุดตายบนข้อมือประธานหวัง
"อ๊าก!"
ความเจ็บปวดร้าวลึกแล่นแปล๊บขึ้นมาจากข้อมือ ประธานหวังรู้สึกชาไปครึ่งซีก ร้องโหยหวนออกมาคำหนึ่ง มือไม้อ่อนแรงจนคัตเตอร์ร่วงหลุดมือดังกริ๊ง กระทบพื้น
แย่งมีดด้วยมือเปล่า!
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว เร็วเสียจนคนส่วนใหญ่แถวนั้นมองแทบไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้น!
ทว่า นี่ยังไม่จบ!
การเคลื่อนไหวของหลินฉีลื่นไหลต่อเนื่อง ไม่มีสะดุดเลยแม้แต่น้อย
ในขณะที่ปลดอาวุธประธานหวังได้ มือที่ล็อกข้อมืออยู่ก็อาศัยจังหวะนั้นบิดแล้วกระชากลงล่าง!
ท่าล็อกข้อต่อสุดเนี้ยบเฉียบขาด!
ประธานหวังรู้สึกเหมือนโดนแรงมหาศาลที่ไม่อาจต้านทานได้ดึงกระชาก แขนทั้งท่อนเหมือนจะโดนบิดจนหักคามือ ศูนย์ถ่วงร่างกายพังทลายลงในพริบตา
ร่างน้ำหนักร้อยหกสิบกว่าชั่ง (ประมาณ 80 กิโลกรัม) ของเขา เมื่ออยู่ต่อหน้าหลินฉี ก็กลายเป็นแค่กระสอบทรายเก่าๆ ไร้ทางสู้ ถูกเหวี่ยงล้มลงไปอย่างง่ายดาย
ส่งผลให้ทั้งร่างล้มตึง หน้าคะมำกระแทกพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบดัง "ปึก!" ทันที!
"ตึง!"
เสียงกระแทกทึบๆ ทำเอาหัวใจทุกคนหล่นวูบตามไปด้วย
ไม่รอให้ประธานหวังดิ้นรน หัวเข่าของหลินฉีก็กดทับลงตรงจุดตายกลางหลังของเขาอย่างหนักหน่วง
พร้อมกับล็อกแขนทั้งสองข้างไพล่หลังไว้ กดร่างเขาแนบสนิทกับพื้นจนขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย
ตั้งแต่ประธานหวังชักมีด จนถึงตอนที่โดนจัดการจนอยู่หมัด ทั้งหมดนี่ใช้เวลาไม่ถึงสามวินาที!
กระบวนท่าเดียว!
แค่กระบวนท่าเดียวเท่านั้น!
สถานที่เกิดเหตุตกอยู่ในความเงียบสงัดอย่างน่าประหลาด
จากที่เมื่อกี้ยังกรีดร้องตกใจกันอยู่เลย วินาทีต่อมา ทุกคนก็เหมือนโดนกดปุ่มหยุดสต็อป ยืนเบิกตาโพลงอ้าปากค้างกับฉากสุดระทึกที่เพิ่งเกิดขึ้นตรงหน้า
ชายหนุ่มในชุดไรเดอร์เหม่ยถวน นั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง กดทับร่างชายร่างใหญ่ที่ถือมีดไว้กับพื้นอย่างใจเย็น
ถึงรูปร่างเขาจะไม่ได้ล่ำบึกอะไรมาก แต่ในวินาทีนี้ เขากลับดูน่าเกรงขามดุจขุนเขาที่ไม่อาจสั่นคลอนได้
บนพื้น ใบมีดคัตเตอร์ยังคงสะท้อนแสงไฟเป็นประกายวาววับ ตอกย้ำให้ทุกคนรู้ว่าสิ่งที่เพิ่งผ่านไปเมื่อครู่นั้นมันอันตรายถึงตายแค่ไหน
"เอื๊อก"
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
เสียงเบาๆ นั้นราวกับเป็นสัญญาณจุดชนวนให้สถานที่เกิดเหตุกลับมาระเบิดเสียงเซ็งแซ่อีกครั้ง
"ฉ... เชี่ย! ถ่ายไว้ทันไหม? ช็อตเมื่อกี้มีใครถ่ายไว้ทันไหม?!"
"ถ... ถ่ายทัน! ตอนแรกกะจะถ่ายคลิปประจานไอ้โง่หวังไห่ลงกรุ๊ปซะหน่อย ไม่คิดเลยว่าจะได้ช็อตเด็ดขนาดนี้! ไรเดอร์คนนี้โคตรเทพเลยว่ะ!"
"เร็วจนมองไม่ทันเลยว่ะ! แค่กะพริบตาทีเดียว ไหงหมอนั่นลงไปกองกับพื้นแล้ววะ!"
"น... นี่มันวิทยายุทธ์อะไรเนี่ย? ระยะประชิดขนาดนั้นยังแย่งมีดด้วยมือเปล่าได้อีก! ในหนังยังไม่กล้าเล่นเบอร์นี้เลยนะ!"
"ไรเดอร์คนนั้นใครวะ? โคตรดุเลย!"
หลายคนหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปและกดชัตเตอร์รัวๆ ไปที่กลางวงโดยอัตโนมัติ
แสงแฟลชสว่างวาบๆ บันทึกภาพใบหน้าด้านข้างอันเยือกเย็นของหลินฉีและสภาพดิ้นรนทุรนทุรายของประธานหวังไว้ได้อย่างชัดเจน
เสิ่นชิงยืนนิ่งอยู่กับที่ เธอเป็นคนที่อยู่ใกล้ที่สุด และเห็นทุกอย่างชัดเจนที่สุด
เธอเห็นกับตาเลยว่า ในเสี้ยววินาทีที่คมมีดกำลังจะถึงตัว ใบหน้าของหลินฉีเยือกเย็นแค่ไหน การหลบหลีกของเขาแม่นยำขั้นสุด และท่าทางการล็อกตัวที่ดุดันรวดเร็วและมีประสิทธิภาพราวกับหลุดออกมาจากตำรา
นั่นมันไม่ใช่แค่คนทั่วไปต่อยตีกันแล้วล่ะ
แต่มันคือทักษะการต่อสู้ที่ผ่านการเคี่ยวกรำมาอย่างหนักหน่วงจนฝังลึกเข้าไปในกระดูกดำ!
เธอมองแผ่นหลังของหลินฉีด้วยความตื่นตะลึง ภาพจำที่เคยคิดว่าเขาเป็นแค่ไรเดอร์ที่ "ดูมีอะไรนิดหน่อย" ถูกลบหายไปจนหมดสิ้น กลายเป็นความทึ่งสุดขีดและรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก
"หยุดนะ! ทำอะไรกันน่ะ!"
ในที่สุด รปภ. สองคนที่หอบแฮกๆ ก็วิ่งพรวดพราดออกมาจากตัวตึก
พวกเขาถือกระบองยางไว้ในมือ พอเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็ชะงักไปนิดนึง ก่อนจะตะโกนเสียงเครียด "ห้ามขยับนะโว้ย!"
รปภ. หนุ่มคนหนึ่งเห็นประธานหวังโดนกดอยู่กับพื้น แถมมีคัตเตอร์ตกอยู่ข้างๆ ก็เดาสถานการณ์ออกทันที รีบวิทยุแจ้งศูนย์ "หน้าตึก B! หน้าตึก B มีเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย! ผู้ต้องสงสัยถูก... ถูกไรเดอร์ควบคุมตัวไว้ได้แล้ว! ขอกำลังเสริมด่วน! รีบแจ้งตำรวจ!"
หลินฉีไม่ได้สนใจความวุ่นวายรอบข้าง เขาแค่เอียงคอหันไปมองเสิ่นชิงที่ยังคงยืนอึ้งอยู่ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอปลอดภัยดี ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ:
"คุณไม่เป็นไรนะ?"