เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - ความขัดแย้ง

บทที่ 7 - ความขัดแย้ง

บทที่ 7 - ความขัดแย้ง


[แพลตฟอร์ม: เหม่ยถวน]

[ร้านค้า: หยุนติ่งชิงปา (สาขาแฟลกชิปสโตร์ ย่าน CBD)]

[รายการสินค้า: ม็อกเทลสูตรพิเศษ "ตื่นรู้" x 1]

[สถานที่จัดส่ง: ม้านั่งพักผ่อนฝั่งน้ำพุ หน้าตึก "โม๋เทียนต้าซ่า" (ตึกระฟ้า) แลนด์มาร์กของย่านธุรกิจใจกลางเมือง (CBD)]

[ลูกค้า: คุณผู้หญิงเสิ่นชิง]

[หมายเหตุ: มาถึงแล้วโทรหาฉัน เดี๋ยวฉันจะลงไปเอาเอง]

[รางวัลจากออเดอร์: ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานระดับปรมาจารย์]

[ระดับความยาก: 2 ดาว]

ตาของหลินฉีลุกวาว

มาแล้ว!

สายตาเขาไปสะดุดอยู่ที่ "ม็อกเทลสูตรพิเศษ 'ตื่นรู้'" ก่อนเป็นอันดับแรก

จากนั้นก็เลื่อนไปดูสถานที่จัดส่ง

โม๋เทียนต้าซ่า นั่นมันแลนด์มาร์กสุดหรูใจกลางย่านเศรษฐกิจของเจียงเฉิงเลยนะ ค่าเช่าแค่ชั้นเดียวก็น่าจะพอให้เขาวิ่งส่งอาหารไปได้ตั้งหลายเดือนแล้ว

คนที่ทำงานในที่แบบนั้นได้ ฐานะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน

และสุดท้าย รางวัลจากออเดอร์... [ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานระดับปรมาจารย์]!

เล่นเอาหลินฉีตาโตเป็นไข่ห่าน

ร่างกายเขาผ่านการอัปเกรดมาสองรอบแล้ว ทั้งพละกำลัง ความเร็ว ความอึด พุ่งปรี๊ดชนิดก้าวกระโดด แต่ก็มีแค่แรงบ้า ไม่มีศิลปะการต่อสู้เลยสักนิด

มันก็เหมือนเด็กอนุบาลถือค้อนปอนด์นั่นแหละ ดูเหมือนจะน่ากลัว แต่เอาเข้าจริงก็มีแต่ช่องโหว่เต็มไปหมด

ถ้าได้ศิลปะการต่อสู้จากระบบมาครอบครอง คราวนี้แหละถึงจะเรียกว่ามีพลังป้องกันตัว หรือแม้กระทั่งพลังบดขยี้คู่ต่อสู้ของจริง!

เขาไม่ลังเลเลย กด "รับออเดอร์" ทันที

......

ย่านธุรกิจใจกลางเมืองคือหัวใจเศรษฐกิจของเจียงเฉิง ตึกระฟ้าผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แสงไฟสว่างไสวเจิดจ้า

แม้จะเป็นช่วงกลางคืน แต่ที่นี่ก็ยังคลาคล่ำไปด้วยรถรา หนุ่มสาวชาวออฟฟิศที่แต่งตัวเนี้ยบกริบเดินสวนกันขวักไขว่ บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเงินตราและเวลาที่เร่งรีบ

หลินฉีบิดรถมาถึงเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

ตึกโม๋เทียนต้าซ่า โซน B ตึกสูงปรี๊ดทะลุสามร้อยเมตร หุ้มด้วยกระจกสีน้ำเงินทั้งตึก ดูอลังการงานสร้างสุดๆ

เขาเดินไปที่จุดรับออเดอร์ของร้านหยุนติ่งชิงปา บอกเลขที่ออเดอร์ไป

พนักงานสาวสวยเหลือบมองบิลแวบหนึ่ง แล้วยิ้มหวานส่งถุงกระดาษสุดหรูมาให้

ข้างในมีแก้วใสบรรจุม็อกเทลสีฟ้าอ่อน ประดับด้วยเลมอนฝานและใบมินต์ แค่เห็นก็รู้สึกสดชื่นแล้ว

ตัวแก้วถูกห่อด้วยถุงเก็บอุณหภูมิอีกชั้น เพื่อให้ความเย็นยังคงอยู่ครบถ้วน

หลินฉีหิ้วม็อกเทลเดินมาที่ลานน้ำพุหน้าตึก

ผู้คนพลุกพล่าน พนักงานออฟฟิศหลายคนมานั่งพักผ่อนหลังเลิกงาน บางคนก็มารอเพื่อน บางคนก็มานั่งผ่อนคลายอารมณ์

เขามองหาม้านั่งตามที่ลูกค้าโน้ตไว้ แล้วกดโทรออกหาคุณผู้หญิงเสิ่น

รอสายแค่สองตื๊ด อีกฝ่ายก็รับสาย น้ำเสียงผู้หญิงที่ฟังดูเย็นชาและเจือความเหนื่อยล้าดังขึ้น "ฮัลโหล ของมาส่งแล้วใช่ไหม?"

"ครับ คุณผู้หญิงเสิ่น ผมรออยู่ที่ม้านั่งตรงลานน้ำพุหน้าตึกโม๋เทียนต้าซ่าครับ" หลินฉีตอบสั้นๆ ได้ใจความ

"โอเค เดี๋ยวฉันลงไป"

ผ่านไปประมาณสามนาที

ร่างหนึ่งก็เดินฝ่าผู้คนออกมาจากประตูตึก มุ่งตรงมาที่หลินฉี

เธอสวมชุดสูททำงานสีเทาเข้มตัดเย็บเนี๊ยบกริบ ด้านในเป็นเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาว ขับเน้นรูปร่างอรชรให้ดูโดดเด่น

ผมสีดำขลับรวบตึงเป็นมวยสวยสง่า ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางบางๆ เครื่องหน้าคมชัด ดูสวยเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยออร่าทรงพลัง

ใต้ดวงตาของเธอมีร่องรอยความเหนื่อยล้าที่ปิดไม่มิด แต่ถึงอย่างนั้น มันก็บดบังความสวยและบารมีของเธอไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

เสิ่นชิง... ดูเข้ากับบุคลิกดีแฮะ

หลินฉีพึมพำชื่อลูกค้าในออเดอร์อยู่ในใจ

เดี๋ยวนี้ยังมีคนเอาชื่อจริงนามสกุลจริงมาตั้งเป็นชื่อในแอปด้วยเหรอเนี่ย

"สวัสดีค่ะ อาหารของฉันใช่ไหมคะ?" เธอเดินมาหยุดตรงหน้าหลินฉี น้ำเสียงยังคงเย็นชาเหมือนเดิม

หลินฉียื่นแก้วม็อกเทลให้ "นี่เครื่องดื่มของคุณครับ"

เสิ่นชิงรับถุงไป ปลายนิ้วของเธอเผลอไปสัมผัสกับปลายนิ้วของหลินฉีเบาๆ สัมผัสนั้นเย็นเฉียบแต่นุ่มละมุน พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่โชยมาแตะจมูก

เธอเหลือบมองเครื่องดื่มในมือ แววตาฉายแววพอใจอย่างเห็นได้ชัด

"ขอบคุณค่ะ" เสิ่นชิงพยักหน้าให้ น้ำเสียงเรียบเฉย พูดจบก็เตรียมจะหมุนตัวเดินกลับ

แต่ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะหันหลังกลับนั้นเอง!

ร่างอวบอ้วนของใครบางคนก็พุ่งพรวดออกมาจากฝูงชน!

เข้ามายืนขวางหน้าเธอไว้เต็มๆ!

"คุณเสิ่น! เสิ่นชิง! คุณจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!"

ผู้ชายวัยสี่สิบกว่าๆ คนหนึ่งยืนหอบแฮก

ชุดสูทของเขายับยู่ยี่ เนกไทเบี้ยวไปคนละทิศละทาง ผมเผ้ายุ่งเหยิง เบ้าตาลึกโหล นัยน์ตาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด ร่างกายแผ่รังสีความสิ้นหวังและพ่ายแพ้ออกมาอย่างรุนแรง

เขากางแขนออกกว้าง ขวางทางเสิ่นชิงไว้แน่น ตะคอกใส่ด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน:

"ให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะ! ขอร้องล่ะ ขอโอกาสครั้งสุดท้าย! เงินลงทุนก้อนนั้น... คุณจะถอนทุนคืนไม่ได้เด็ดขาดนะ!"

เสิ่นชิงขมวดคิ้วมุ่น เธอถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อทิ้งระยะห่าง น้ำเสียงที่ตอบกลับไปยังคงเย็นชา ไร้เยื่อใย:

"ประธานหวัง พวกเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะคะ

โปรเจกต์ของคุณทำยอดไม่เข้าเป้ามาสามไตรมาสติด แถมยังฉีกออกนอกลู่นอกทางไปจากแผนธุรกิจเดิมซะไกลลิบ

ตามสัญญาการลงทุน พวกเรามีสิทธิ์ถอนทุนและสั่งให้คุณชำระบัญชีได้ทุกเมื่อค่ะ"

"มันไม่เหมือนกันสิ!" ผู้ชายที่ถูกเรียกว่าประธานหวังแทบจะคำราม

"ผมยอมรับว่าสามไตรมาสแรกมันมีปัญหา แต่ตอนนี้ผมเจอทางออกใหม่แล้ว!

แผนใหม่ที่ผมส่งไปให้ คุณได้อ่านหรือยัง? ขอเวลาให้ผมอีกแค่สามล้าน... ไม่สิ! สองล้าน! ผมรับรองเลยว่าไตรมาสหน้าพลิกกลับมากำไรแน่นอน!"

ยิ่งพูดยิ่งหน้ามืดตามัว ถึงขั้นจะถลันเข้าไปจับแขนเสิ่นชิงด้วยซ้ำ

เสิ่นชิงถอยกรูดอีกรอบ สายตามีแววรังเกียจพาดผ่าน "ประธานหวัง กรุณาให้เกียรติกันด้วยค่ะ

แผนใหม่ของคุณฉันอ่านแล้ว ก็อีหรอบเดิม ขายฝัน ปั่นราคาตลาด แต่ไม่มีข้อมูลอ้างอิงหรือแผนงานที่จับต้องได้เลยสักนิด

ธุรกิจร่วมลงทุน (Venture Capital) ไม่ใช่มูลนิธิการกุศลนะคะ พวกเราไม่มีทางเอาเงินไปละลายแม่น้ำกับจินตนาการของคุณหรอกค่ะ"

คำพูดของเธอเหมือนมีดปลายแหลม แทงจึกเข้ากลางใจดำของประธานหวังทุกดอก

หลินฉียืนมองอยู่เงียบๆ กะว่าจะไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่ง เพราะไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว

แต่ทว่า วินาทีต่อมา ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของหลินฉีก็จับสังเกตเห็นแววตาคลุ้มคลั่งและเคียดแค้นที่แวบขึ้นมาในดวงตาของประธานหวังได้

เขาใจคอไม่ดี สัญชาตญาณสั่งให้ยืนนิ่งอยู่กับที่ คอยดูสถานการณ์เงียบๆ

และแน่นอน... แอบเผือกไปด้วยในตัว

พอได้ยินคำพูดของเสิ่นชิง ประธานหวังก็เซถลาเหมือนโดนสูบวิญญาณ

แต่ความสิ้นหวังในใจก็ถูกกลืนกินด้วยความเคียดแค้นที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาแทนที่อย่างรวดเร็ว

เขาไม่เข้าใจเลย ตัวเขาเป็นถึงหัวกะทิ จบมหา'ลัยดัง ช่วงเริ่มก่อตั้งบริษัทก็เจริญรุ่งเรืองสุดๆ

แล้วทำไมชีวิตถึงตกต่ำลงมาจนถึงจุดนี้ได้?

ก็เพราะนังผู้หญิงคนนี้ไง!

ตอนแรกก็มาทำเป็นบอกว่าสนใจโปรเจกต์ของเขา ให้ความหวังเขาซะดิบดี

แล้วตอนนี้ก็มาดับฝันเขากับมือ!

เขาลืมไปซะสนิทว่า ตอนที่ "ฟงฮว๋าแคปปิตอล" ของเสิ่นชิงมาลงทุนให้ เคยกำชับนักหนาว่าให้ทำธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป ก้าวเดินให้มั่นคง

แต่พอเห็นเงินเข้าหน่อย เขาก็หน้ามืดตามัว เอาเงินลงทุนไปขยายกิจการแบบไม่ลืมหูลืมตา แถมยังเอาเงินไปถลุงกับเรื่องที่ตัวเองไม่รู้เรื่องเลยสักนิด หวังจะรวยทางลัดลูกเดียว

พอเสิ่นชิงเตือนในที่ประชุมเรื่องความเสี่ยงหลายต่อหลายครั้ง สั่งให้เขากลับมาโฟกัสธุรกิจหลัก

เขาก็ทำหูทวนลม คิดเอาเองว่าผู้หญิงอย่างเธอจะไปรู้อะไร มีแต่จะคอยขัดแข้งขัดขาเขาไม่ให้ "โชว์ของ"

จนกระทั่งสายป่านขาดผึง โปรเจกต์เตรียมล้มละลาย

ถึงเพิ่งซมซานกลับมาอ้อนวอน "ผู้หญิง" ที่ตัวเองเคยดูถูกเหยียดหยาม

และตอนนี้ คำพูดเย็นชาแต่มีเหตุผลของเสิ่นชิง ก็พังทลายฟางเส้นสุดท้ายในใจเขาจนย่อยยับ จุดชนวนความแค้นที่สุมอกมานานให้ระเบิดออก

"ขายฝัน? คุณหาว่าผมขายฝันงั้นเหรอ?" ประธานหวังหัวเราะร่วนราวกับคนเสียสติ เสียงแหบพร่าฟังสยดสยอง

"เสิ่นชิง อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะ! ที่คุณทำแบบนี้ ก็เพราะหมู่นี้ผมไม่ได้เอาของขวัญไปประเคน ไม่ได้ไปเลียแข้งเลียขาคุณใช่ไหมล่ะ!

พวกทำธุรกิจลงทุนน่ะ ใจดำยิ่งกว่าอีกาซะอีก!

ตอนแรกล่ะแทบจะคลานเข่าเอาเงินมาให้ผม พอเห็นว่าผมหมดประโยชน์ ก็กะจะเตะส่งงั้นสิ?"

ตรรกะในหัวเขาพังทลายไปหมดแล้ว เริ่มสาดโคลนด่าทอแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม

หน้าเสิ่นชิงตึงเปรี๊ยะ "ประธานหวัง ดูท่าคุณจะยังไม่สร่างงั้นสินะ ถ้าเป็นแบบนี้ เราคงไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว"

พูดจบ เธอก็ทำท่าจะเดินเลี่ยงประธานหวังออกไป

"หยุดนะ!"

ประธานหวังตะเบ็งเสียงลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและความแค้น ฉีกหน้ากากจอมปลอมทิ้งจนหมดสิ้น

เขากระโจนพรวดเดียวเข้าไปขวางหน้าเสิ่นชิงอีกครั้ง ตาสีเลือดจ้องเธอเขม็ง เค้นเสียงลอดไรฟันว่า:

"บอกไว้เลยนะ เสิ่นชิง! วันนี้ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง ถ้าคุณไม่ยอมเซ็นอนุมัติเงินลงทุนให้ผม คุณก็อย่าหวังว่าจะได้เดินออกไปจากที่นี่เลย!"

"ในเมื่อผมพัง คุณก็ต้องพังไปด้วยกันนี่แหละ!"

เขาพุ่งมือออกไป หมายจะตะปบไหล่เสิ่นชิงให้ได้!

มือใหญ่อย่างกับใบลานที่พุ่งเข้ามาด้วยความบ้าคลั่ง ถ้าคว้าโดนไหล่เสิ่นชิงที่บอบบางขนาดนั้นล่ะก็ มีหวังไหล่หลุดแน่!

ดวงตาเสิ่นชิงเบิกกว้างด้วยความตกใจ แต่ประสบการณ์ในวงการธุรกิจที่ผ่านมาโชกโชน ทำให้เธอยังคุมสติไว้ได้ เธอแผดเสียงลั่น "รปภ.!"

แต่ตรงนี้มันเป็นลานกว้างหน้าตึก กว่ารปภ. ที่ป้อมยามหน้าประตูจะวิ่งมาถึงก็คงไม่ทันการแน่!

และในเสี้ยววินาทีที่มือของประธานหวังกำลังจะตะปบโดนไหล่เสิ่นชิงนั้นเอง

มือข้างหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากด้านข้าง คีบหมับเข้าที่ข้อมือของเขาอย่างแม่นยำและทรงพลัง ราวกับคีมเหล็กกล้า!

จบบทที่ บทที่ 7 - ความขัดแย้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว