- หน้าแรก
- แก้วตาดวงใจแห่งราชวงศ์
- บทที่ 25 ทุกผู้คนล้วนประจักษ์ฉากคบชู้!
บทที่ 25 ทุกผู้คนล้วนประจักษ์ฉากคบชู้!
บทที่ 25 ทุกผู้คนล้วนประจักษ์ฉากคบชู้!
อวี้ต้วนต้วนสะดุ้งตกใจ
นางหันใบหน้ากลมป้อมไปมอง และเมื่อเห็นว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังคือเซี่ยอวิ๋นฉือ นัยน์ตาของนางก็ทอประกายวาบวับขึ้นมาในทันที
"พี่ชาย"
อวี้ต้วนต้วนร้องเรียกเสียงเบา
เซี่ยอวิ๋นฉือลูบศีรษะเล็กๆ ของนางพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ไปเรียกคนอื่นๆ มาเถอะ"
อวี้ต้วนต้วนรับคำ "อื้อ!"
อวี้ต้วนต้วนวิ่งกลับไปเรียกคนอื่นๆ ขณะที่เซี่ยอวิ๋นฉือยังคงรั้งอยู่กับที่ เขายืนเฝ้าอยู่หน้าประตู
เมื่อวิ่งกลับมาถึง อวี้ต้วนต้วนก็ไม่รู้ว่าจะเรียกขานเหล่าผู้ใหญ่ที่นางไม่คุ้นหน้าค่าตาอย่างไรดี
ดังนั้น นางจึงเขย่งปลายเท้าอวบอ้วนขึ้น และกระซิบกระซาบเล่าสถานการณ์ที่ตำหนักเย็นให้อวี้เยี่ยนฟัง
เมื่อได้ฟังเรื่องราว มือของอวี้เยี่ยนที่วางอยู่บนที่วางแขนของรถเข็นก็กำแน่นขึ้นมาทันที
แววตาของเขาดำมืด สีหน้าทะมึนตึง
ไม่ไกลออกไป เสียนเฟยบังเอิญเห็นสองอาหลานกำลังกระซิบกระซาบกันพอดี นางสัมผัสได้อย่างเฉียบแหลมว่ามีบางอย่างผิดปกติ
"หมิงฉาน เจ้าจงไปที่ตำหนักอี้คุน..."
เสียนเฟยกระซิบสั่งการนางกำนัลคนสนิทสองสามประโยค นางกำนัลรับคำแล้วรีบจ้ำอ้าวออกไปทันที
ในขณะเดียวกัน อวี้เยี่ยนที่ยังคงรั้งอยู่ตรงนั้น ก็เข็นรถเข็นตรงดิ่งเข้าไปหาองค์หญิงรอง
"เสด็จพี่หญิงรอง ให้ข้าอยู่เป็นเพื่อนร่วมชมบุปผากับท่านดีหรือไม่?"
องค์หญิงรองที่จู่ๆ ก็ถูกถาม : "?"
องค์หญิงรองเต็มไปด้วยความฉงนสนเท่ห์ หากมิใช่เพราะมีบุคคลภายนอกอยู่ด้วย นางคงยื่นมือออกไปตบหน้าอวี้เยี่ยนเพื่อพิสูจน์แล้วว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นตัวจริงหรือตัวปลอมกันแน่
เรื่องนี้ช่างพิลึกพิลั่นเกินไปแล้ว!
เสด็จน้องสี่ของนางขึ้นชื่อเรื่องการเก็บตัวและเกลียดชังการสุงสิงกับผู้อื่นจะตายไป
วันนี้ดวงตะวันคงขึ้นทางทิศตะวันตกเป็นแน่ เขาถึงได้เป็นฝ่ายออกปากชวนนางชมดอกไม้ก่อนเช่นนี้
องค์หญิงรองเลิกคิ้วขึ้น เมื่อเผชิญกับการแสดงไมตรีจิตที่หาได้ยากยิ่งของเสด็จน้องสี่ นางก็คร้านที่จะหักหน้าเขา
ทว่าขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ สายตาก็เหลือบไปเห็นก้อนแป้งอ้วนกลมที่อยู่ข้างกายอวี้เยี่ยนเข้าเสียก่อน
เด็กน้อยเงยหน้าเล็กๆ ที่งดงามราวกับสลักเสลาขึ้นมา นัยน์ตากลมโตฉ่ำวาวราวกับลูกกวางน้อย
เมื่อถูกจ้องมองด้วยดวงตาคู่ที่เต็มไปด้วยท่าทางน่าเวทนาเช่นนั้น องค์หญิงรองก็หรี่ตาลง และกลืนคำปฏิเสธที่จ่ออยู่ตรงริมฝีปากกลับลงคอไป
"ก็ได้"
องค์หญิงรองตกลงที่จะร่วมชมบุปผาไปด้วยกัน
รอบกายขององค์หญิงรองห้อมล้อมไปด้วยบรรดาฮูหยินตราตั้งและพระสนมในวังไม่น้อย
คนเหล่านี้เดิมทีตั้งใจจะล่าถอยออกไป ทว่าองค์หญิงรองกลับตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ไปพร้อมกันให้หมดนี่แหละ"
องค์หญิงรองไม่มีถ้อยคำสนิทสนมใดจะกล่าวกับน้องชายผู้นี้อยู่แล้ว
นางคร้านที่จะใช้เวลาอยู่กับเขาตามลำพัง จึงเรียกบรรดาฮูหยิน คุณหนู และพระสนมทั้งหลายให้ไปเดินชมดอกไม้ด้วยกันเสียเลย จะได้ครึกครื้น
บุปผาที่นำมาจัดแสดงในวังหลวงวันนี้มีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งยังแข่งกันเบ่งบานอย่างงดงาม
อวี้เยี่ยนอยู่เคียงข้างองค์หญิงรอง คอยชี้นำเส้นทางของพวกเขาราวกับตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็สุดจะรู้
เมื่อเดินมาได้ครึ่งทาง องค์หญิงรองเห็นว่าเส้นทางสายนี้จะต้องเดินผ่านตำหนักเย็น นางจึงหันขวับไปมองอวี้เยี่ยน
อวี้ต้วนต้วนกำลังหอบแฮ่กๆ ขณะออกแรงเข็นรถเข็นของอวี้เยี่ยน
รถเข็นของอวี้เยี่ยนสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง แต่มันต้องใช้กำลังแขนไม่น้อย
เมื่อเห็นว่าอวี้เยี่ยนไม่ได้เรียกใครมาช่วยเข็นรถ อวี้ต้วนต้วนจึงวิ่งเตาะแตะมายืนซ้อนอยู่ด้านหลังและรับหน้าที่เข็นด้วยตัวเอง
"ต้วนต้วน"
องค์หญิงรองร้องเรียกอวี้ต้วนต้วนอย่างไม่ใส่ใจนักขณะที่พวกเขาก้าวเดิน "เจ้าคิดว่าดอกไม้ที่นี่สวยหรือไม่?"
เส้นทางนี้ค่อนข้างเปลี่ยวร้าง และมีกระถางต้นไม้จัดวางไว้ไม่มากนัก
อวี้ต้วนต้วนเงยหน้ากลมป้อมขึ้น กะพริบตาตาปริบๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเล็กๆ ใสแจ๋วราวกับน้ำนม "สวยเพคะ"
องค์หญิงรองจ้องมองใบหน้ายุ้ยๆ ของนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอออกมาเบาๆ
ขบวนเสด็จยังคงมุ่งหน้าต่อไป ไม่นานนัก พวกเขาก็เดินผ่านตำหนักเย็นที่ทั้งทรุดโทรมและเปลี่ยวร้าง
ตำหนักเย็นที่ไร้ผู้คนอาศัย มักจะถูกคล้องแม่กุญแจล็อคไว้จากด้านนอก
ทว่าแม่กุญแจบนบานประตูตำหนักเย็นแห่งนี้ กลับห้อยล็อคอยู่จากด้านใน
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ โดยปกติแล้วย่อมไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น
แต่เหตุบังเอิญก็เกิดขึ้น เมื่อรถเข็นของอวี้เยี่ยนจู่ๆ ก็คล้ายกับสูญเสียการควบคุม และพุ่งชนเข้ากับบานประตูอย่างจัง!
องค์หญิงรอง : "!"
เปลือกตาของนางกระตุกอย่างรุนแรง นางคว้าจับรถเข็นของอวี้เยี่ยนไว้แน่น พลางเอ่ยถามเสียงต่ำ "เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?"
อวี้เยี่ยนส่ายหน้า "ข้าไม่เป็นไร"
หลังจากตอบว่าไม่เป็นไร สายตาของเขาก็ทอดมองไปยังบานประตูเบื้องหน้า
องค์หญิงรองสังเกตเห็นประตูบานนั้นเช่นกัน นางขมวดคิ้วมุ่น
"ตำหนักเย็นแห่งนี้ไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ แล้วเหตุใดจึงถูกล็อคจากด้านในเล่า?"
ขณะที่องค์หญิงรองกำลังเอ่ยปาก ขันทีผู้รับใช้นางคนหนึ่งก็ปีนกำแพงข้ามมาจากลานด้านข้างเรียบร้อยแล้ว
เพียงไม่กี่อึดใจ ประตูตำหนักที่ถูกล็อคเอาไว้ก็ถูกเปิดออกต่อหน้าองค์หญิงรอง
องค์หญิงรองเป็นสตรีใจกล้า
นางยกเท้าก้าวเข้าไปด้านใน "ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้ใดแอบมาซ่อนตัวใช้สถานที่แห่งนี้"
เพื่อไม่ให้เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น ทุกคนในกลุ่มจึงพากันเบาฝีเท้าลงอย่างรู้หน้าที่
หลังจากเดินผ่านลานกว้างของตำหนักเย็น ทันทีที่พวกเขาเข้าใกล้เรือนชั้นใน เสียงน้ำแตกกระเซ็นก็ดังแว่วออกมาจากด้านใน
เสียงนี้ทำเอาเหล่าฮูหยินผู้เจนโลกถึงกับหน้าแดงซ่านในทันที!
ใบหน้าขององค์หญิงรองก็เขียวคล้ำขึ้นมาทันควัน
บรรดาคุณหนูในห้องหอที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างไม่ประสีประสา พวกนางเพียงเห็นว่ามารดาของตนและองค์หญิงรองล้วนมีสีหน้าเปลี่ยนไป
ดวงตาของพวกนางเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทว่ากลับไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากถาม
"เป็นอย่างไรบ้าง? รู้สึกดีหรือไม่เล่า?"
เสียงหยอกเย้าของบุรุษดังขึ้น ถ้อยคำนั้นทวีความหยาบโลนและน่าสะอิดสะเอียนขึ้นเรื่อยๆ
คุณหนูผู้ใสซื่อคนหนึ่งหลุดปากออกมา "นั่นไม่ใช่เสียงของซื่อจื่อเฉินหรอกหรือเจ้าคะ? ซื่อจื่อเฉินเข้าไปทำอะไรในนั้น แล้วเขากำลังพูดอะไร—"
ก่อนที่คุณหนูผู้ไร้เดียงสาจะทันได้พูดจบ มารดาของนางก็กระตุกแขนอย่างแรง และส่งสายตาดุดันเป็นเชิงห้ามปรามให้เงียบเสียง
สีหน้าขององค์หญิงรองเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ที่นี่คือเขตพระราชฐาน กล้ากระทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงกลางวันแสกๆ เช่นนี้! นี่มันเหยียบย่ำหน้าตาราชวงศ์ของเราให้จมดินชัดๆ!"
องค์หญิงรองโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างยิ่ง
เหล่าฮูหยินที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างดึงตัวบุตรสาวของตนให้ถอยร่นออกมา
พวกฮูหยินไม่อยากให้เสียงจากด้านในทำให้หูของบุตรสาวต้องแปดเปื้อนจริงๆ
ทว่าพวกนางเพียงแค่ถอยฉากออกไป มิได้จากไปไหน
นั่นเป็นเพราะบุคคลที่อยู่ด้านใน พวกนางเพิ่งจะได้ยินเพียงเสียงของบุรุษเท่านั้น ส่วนสตรีที่กำลังหอบหายใจกระเส่านั้น—พวกนางคุ้นหูนัก แต่ยังนึกไม่ออกว่าเป็นผู้ใดกันแน่!
ทุกคนล้วนรอคอยชมเรื่องอื้อฉาวนี้
ฮูหยินผู้ชื่นชอบการซุบซิบนินทาบางคนถึงกับชะเง้อคอมองสำรวจไปรอบๆ ลานตำหนัก
พวกนางสงสัยเรื่องหนึ่ง
มาลักลอบทำเรื่องพรรค์นี้ในตำหนักเย็น เหตุใดพวกมันถึงไม่ส่งคนมาดูต้นทางไว้ล่วงหน้าเล่า?
ความสงสัยของเหล่าฮูหยิน แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่คนด้านในได้ไตร่ตรองไว้ก่อนแล้ว
พวกเขาส่งคนมาดูต้นทางไว้จริงๆ
น่าเสียดายที่คนพวกนั้นล้วนถูกคนของเซี่ยอวิ๋นฉือหลอกล่อให้ออกไปเสียหมดด้วยสารพัดข้ออ้าง
ท่ามกลางความเดือดดาล องค์หญิงรองก็ยังไม่ลืมว่ามีก้อนแป้งน้อยอยู่ในเหตุการณ์ด้วย
นางก้มหน้าลง อุ้มเด็กน้อยขึ้นมา แล้วส่งตัวให้นางกำนัลคนสนิทของตน
"พาต้วนต้วนออกไป"
อวี้ต้วนต้วน : "!"
อวี้ต้วนต้วน : "ไม่ไป ไม่ไปเพคะ"
อวี้ต้วนต้วนก็เป็นก้อนแป้งอ้วนกลมที่อยากสอดรู้สอดเห็นเรื่องสนุกเช่นกัน
นางก็อยากเห็นเหมือนกันว่าคนเลวสองคนข้างในกำลังทำอะไรกันอยู่
อวี้ต้วนต้วนไม่เต็มใจจะจากไป แต่นางกำนัลก็ยังคงรวบตัวนางไว้แน่น และเริ่มอุ้มเดินออกไป
ขณะที่อวี้ต้วนต้วนกำลังดิ้นรนงอแง เสียงใสแจ๋วราวกับน้ำนมของนางก็ร้องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ "เสด็จปู่!"
สุ้มเสียงเล็กๆ ของอวี้ต้วนต้วนค่อนข้างแหลมสูง
คนสองคนในห้องที่เดิมทีจมดิ่งอยู่ในห้วงกามารมณ์ ในที่สุดก็ได้ยินความเคลื่อนไหวที่หน้าประตู
ซูจือเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตูอย่างตื่นตระหนก ด้วยความตกใจกลัว ร่างกายของนางจึงเกร็งสะท้านไปทั้งร่าง
ในขณะเดียวกัน เฉินจื่อเชียนก็หลุดเสียงครางฮึมฮำในลำคอ และได้สติกลับคืนมาเช่นกัน
"คน"
"มีคนอยู่หน้าประตู"
ซูจือเอ่ยกับเฉินจื่อเชียนด้วยเสียงกระซิบที่ทั้งหอบสั่นและหวาดกลัวจับใจ