- หน้าแรก
- แก้วตาดวงใจแห่งราชวงศ์
- บทที่ 22 เป็นเขานี่เอง ชายผู้สวมเขาให้เสด็จอาสี่!
บทที่ 22 เป็นเขานี่เอง ชายผู้สวมเขาให้เสด็จอาสี่!
บทที่ 22 เป็นเขานี่เอง ชายผู้สวมเขาให้เสด็จอาสี่!
ในนิมิตอนาคตของพระชายาสี่ นางกำลังอิงแอบแนบชิดไหล่ต่อไหล่กับบุรุษอีกผู้หนึ่งพลางแย้มยิ้มอย่างหวานซึ้ง
"เจาฮุยของเราได้ขึ้นครองราชย์แล้ว บัดนี้พวกเราควรจะใช้เวลาที่เหลืออยู่เสวยสุขกันให้เต็มที่เสียที"
พระชายาสี่เอ่ยออดอ้อนบุรุษข้างกายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
ชายผู้นั้นบีบมือนาง แววตาฉายความรู้สึกจนใจอยู่บ้าง "จือเอ๋อร์ ข้าเองก็อยากจะอยู่เคียงข้างเจ้าและใช้เวลาร่วมกัน ทว่าเจาฮุยเพิ่งจะแต่งตั้งข้าเป็นกั๋วกง เขาไม่ยอมให้ข้าจากไปไหนเลย"
พระชายาสี่ หรือซูจือ เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มเอ่ยตัดพ้อด้วยความน้อยใจ
"เจาฮุยทำเช่นนี้ได้อย่างไร? ข้าเห็นว่าในใจเขามีเพียงท่านซึ่งเป็นบิดาบังเกิดเกล้าเพียงผู้เดียว เอาแต่คอยแสดงความกตัญญูต่อท่านที่เป็นบิดาแท้ๆ โดยไม่สนใจข้าที่เป็นมารดาผู้ให้กำเนิดเลยสักนิด"
"จือเอ๋อร์ อย่าได้โกรธเคืองไปเลย เจาฮุยเองก็กตัญญูต่อเจ้าเช่นกัน"
"เขาก็แค่ร้อนใจอยากจะยอมรับบรรพบุรุษและกลับคืนสู่ตระกูลเดิมโดยเร็ว เขาต้องการให้ป้ายวิญญาณบรรพชนตระกูลเฉินของเราเข้าไปอยู่ในศาลบรรพกษัตริย์และรับเครื่องเซ่นไหว้ ลูกชายของเราไม่ได้ลืมรากเหง้า พวกเราควรจะเข้าใจเขานะ"
ทั้งสองพลอดรักกันด้วยถ้อยคำหวานล้ำ
ทว่าวินาทีต่อมา ภาพเหตุการณ์ก็แปรเปลี่ยนไป
อวี้ต้วนต้วนมองเห็นศาลบรรพกษัตริย์ของราชวงศ์ต้าอวี้ถูกเพลิงไหม้จนราบเป็นหน้ากลอง เจาฮุยที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์ บังคับเปลี่ยนชื่อราชวงศ์ต้าอวี้เป็นราชวงศ์เฉิน
นางยังเห็นอีกว่า... หลุมศพของเสด็จอาสี่!
เจาฮุยสั่งประหารชีวิตเชื้อพระวงศ์ต้าอวี้ทีละคนๆ
ภาพเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวนั้นทำเอาอวี้ต้วนต้วนตกใจกลัวจนใบหน้าเล็กๆ ซีดเผือด
"ไม่นะ ไม่"
สัญชาตญาณทำให้อวี้ต้วนต้วนสะบัดมือของซูจือออกทันที
นางหมุนตัววับ ซุกใบหน้ากลมป้อมเข้ากับพระศอของฮ่องเต้อวี้
ฮ่องเต้อวี้ "?"
ฮ่องเต้อวี้ทรงชะงักงัน "ต้วนเป่า เป็นอะไรไป? หรือว่าท่านอาสี่จับมือเจ้าแรงไปจนเจ็บงั้นหรือ?"
ซูจือ "..."
แววตาของซูจือฉายความพูดไม่ออกขึ้นมาวูบหนึ่ง
เมื่อครู่นี้นางไม่ได้ออกแรงบีบมืออวี้ต้วนต้วนเลยสักนิด!
อวี้ต้วนต้วนไม่ได้ทำมาจากสำลีเสียหน่อย แค่แตะเบาๆ จะไปเจ็บได้อย่างไร!
ซูจือได้แต่เงียบงันอยู่ในใจ ทว่านางก็ไม่อาจเอ่ยปากอธิบายได้ นางจ้องมองอวี้ต้วนต้วนตาไม่กะพริบ หวังจะให้อีกฝ่ายเป็นคนอธิบายความจริง
แต่ใครจะคาดคิดว่า อวี้ต้วนต้วนกลับทำตัวราวกับคนใบ้ เอาแต่กอดพระศอของฮ่องเต้อวี้แน่น ไม่ยอมเอื้อนเอ่ยสิ่งใด และไม่ยอมหันกลับมามองหน้านางเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นเช่นนั้น ฮ่องเต้อวี้ก็ทรงขมวดพระขนง
"เอาล่ะๆ แก้วตาดวงใจของปู่ อย่ากลัวไปเลย ท่านอาสี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เจ้าเจ็บหรอกนะ"
ขณะที่กำลังปลอบโยนอวี้ต้วนต้วน ฮ่องเต้อวี้ก็ปรายพระเนตรมองซูจือ
สายตาที่มองมาทำเอาซูจือรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงสันหลัง
ฮ่องเต้อวี้ทรงไม่พอพระทัยนางเสียแล้ว
"ฝ่าบาท..."
"เจ้าถอยไปก่อนเถิด"
ฮ่องเต้อวี้ตรัสขัดซูจือ และรับสั่งให้นางล่าถอยไปก่อน
หลังจากซูจือจากไป อวี้ต้วนต้วนที่เอาแต่ซุกใบหน้าจิ้มลิ้มอยู่ในอ้อมพระกรของฮ่องเต้อวี้มาตลอด ในที่สุดก็ยอมเงยหน้าขึ้น
เมื่อเห็นว่านางยอมเผยใบหน้าเล็กๆ ออกมา ฮ่องเต้อวี้ก็ทรงถอนหายใจด้วยความโล่งพระทัยอย่างแท้จริง
"มาเถอะ สุดที่รักของปู่ เรามากินอะไรกันก่อนดีกว่า"
เมื่อมีกรณีของพระชายาสี่เป็นตัวอย่างที่ทำให้อวี้ต้วนต้วนขวัญเสีย ฮ่องเต้อวี้จึงไม่ทรงแนะนำผู้ใดให้นางรู้จักอีกเลย
ต้วนต้วนคือของล้ำค่าของพระองค์
ของล้ำค่าของพระองค์ไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายไปทำความรู้จักกับใครก่อน เพราะเดี๋ยวทุกคนก็จะแห่แหนกันเข้ามาทำความรู้จักและประจบประแจงของล้ำค่าของพระองค์เอง
ฮ่องเต้อวี้ทรงนำของว่างมาล่อหลอกเพื่อปลอบโยนอวี้ต้วนต้วน
พระองค์ทรงหยิบขนมอบรสเค็มขึ้นมาเป็นอันดับแรก ทว่าเมื่ออวี้ต้วนต้วนกัดเข้าไปคำหนึ่ง นางกลับไม่ชอบ
"เสด็จปู่ กินเจ้าค่ะ"
อวี้ต้วนต้วนไม่ชอบกิน แต่นางก็ไม่อยากกินทิ้งกินขว้าง
นางจึงกะพริบตาปริบๆ แล้วป้อนขนมชิ้นที่นางไม่ชอบนั้นให้ฮ่องเต้อวี้เสวย
ฮ่องเต้อวี้มิได้ทรงเรื่องมากเรื่องอาหารการกิน
เมื่ออวี้ต้วนต้วนป้อนให้ พระองค์ก็เสวยเข้าไปอย่างไม่ถือสา
เมื่อเห็นเสด็จปู่จัดการขนมชิ้นนั้นหมดภายในสองคำ อวี้ต้วนต้วนก็หัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี
หลังจากหัวเราะเสร็จ นางก็ไม่ลืมที่จะบอกความจริงกับเสด็จปู่
"ขนมชิ้นนี้ ต้วนต้วนไม่ชอบกินเลยเจ้าค่ะ"
ฮ่องเต้อวี้ "..."
ฮ่องเต้อวี้ทรงนึกขบขันเช่นกัน "เอาขนมที่ตัวเองไม่ชอบมากินมาให้ปู่ ต้วนเป่าของเรากลายเป็นเด็กดื้อไปตั้งแต่เมื่อใดกัน?"
เมื่อถูกเสด็จปู่เรียกว่าเด็กดื้อ อวี้ต้วนต้วนก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน
"ต้วนต้วนไม่ใช่เด็กดื้อนะเจ้าคะ"
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างปู่หลานตกอยู่ในสายตาของผู้คนรอบข้าง
สีหน้าของหรูกุ้ยเฟยยังคงเป็นปกติ ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ใดๆ ได้
ส่วนคนอื่นๆ โดยเฉพาะขุนนางใกล้ชิดของฮ่องเต้บางคน ล้วนกระจ่างแจ้งแก่ใจดีว่า—
ในภายภาคหน้า ฐานะของสายเลือดองค์รัชทายาทผู้นี้คงมิได้แตกต่างไปจากองค์รัชทายาทเลยแม้แต่น้อย
ไม่สิ เมื่อดูจากท่าทีของฮ่องเต้อวี้แล้ว ความโปรดปรานที่พระองค์มีต่อก้อนแป้งน้อยผู้นี้ น่าจะมากกว่าที่มีต่อองค์รัชทายาทเสียด้วยซ้ำ!
กลุ่มคนต่างตระหนักถึงสถานะของอวี้ต้วนต้วนอย่างชัดเจน
ซูจือที่นั่งอยู่ข้างกายหรูกุ้ยเฟยจิกผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น
นางยังคงจ้องมองอวี้ต้วนต้วนอยู่
และสายตาของนางก็กำลังกล่าวหาอย่างชัดเจนว่า อวี้ต้วนต้วนคือสตรีมารยาตัวน้อย
"ท่านป้า"
ซูจือสนิทสนมกับหรูกุ้ยเฟยมาโดยตลอด นางหันหน้าไป ลดเสียงลง แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "ต้วนต้วนผู้นี้เจ้าเล่ห์มารยาเกินไปแล้วเพคะ"
นางยังไม่ได้ล่วงเกินแม่หนูน้อยคนนี้เลยแท้ๆ
ทว่าเพียงแค่เจอกันครั้งแรก แม่หนูน้อยผู้นี้ก็ทำให้นางเป็นที่ขัดพระทัยของฮ่องเต้อวี้เสียแล้ว
"ความเจ้าเล่ห์ของนาง ข้าย่อมรู้ดีที่สุด" หรูกุ้ยเฟยเอ่ยเสียงเย็น
"ตั้งแต่ที่นางกลับมาที่วัง เจาหยางกับเจาฮุยก็ถูกนางทำร้ายจนแทบแย่"
ในสายตาของหรูกุ้ยเฟยและซูจือ อวี้ต้วนต้วนได้กลายเป็นนางร้ายตัวน้อยจอมมารยาไปเสียแล้ว!
และในเวลานี้ นางร้ายตัวน้อยที่กำลังกำขนมชิ้นโปรดไว้ในมือป้อมๆ ก็กำลังสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ งาน
นางกำลังมองหาเซี่ยอวิ๋นฉือ
ฐานะเบื้องหน้าของเซี่ยอวิ๋นฉือคือบุตรบุญธรรมขององค์หญิงรอง
ทว่าไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงภูมิหลังที่แน่ชัดของเขาเลย
อวี้ต้วนต้วนมองกวาดไปรอบๆ ทว่าก่อนที่นางจะทันเห็นว่าเซี่ยอวิ๋นฉืออยู่ที่ใด บุรุษรูปงามในชุดสีแดงก็เดินเข้ามาหาเสียก่อน
"ฝ่าบาท วันนี้คือเทศกาลชมบุปผา ทอดพระเนตรสิพ่ะย่ะค่ะว่าจื่อเชียนนำสิ่งใดมาถวายพระองค์"
ท่าทีที่สง่างามผึ่งผายของชายหนุ่ม ประกอบกับกิริยาการพูดคุยกับฮ่องเต้อวี้ที่เป็นธรรมชาติและไร้ซึ่งความประหม่า เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้อวี้มากเพียงใด
และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อฮ่องเต้อวี้ทอดพระเนตรเห็นเขา พระองค์ก็ทรงพระสรวลอย่างเบิกบานพระทัย "จื่อเชียน มาให้ข้าดูหน่อยสิว่าเจ้านำของเล่นแปลกตาอันใดมาให้ข้าอีก"
เฉินจื่อเชียนยิ้มและเบี่ยงตัวหลบ เผยให้เห็นกรงที่อยู่ด้านหลัง
ภายในกรงนั้น มีนกยูงเขียวแสนสวยคู่หนึ่งถูกขังเอาไว้
"เดิมทีจื่อเชียนตั้งใจจะเสาะหาบุปผาที่งดงามที่สุดในใต้หล้ามาถวายฝ่าบาท ทว่าหลังจากค้นหา จื่อเชียนก็ค้นพบว่ายามที่นกยูงเขียวเหล่านี้รำแพนหาง พวกมันกลับงดงามยิ่งกว่าบุปผาที่กำลังเบ่งบานเสียอีกพ่ะย่ะค่ะ"
"ดังนั้น จื่อเชียนจึงนำพวกมันมาที่นี่เพื่อให้ฝ่าบาทได้ทอดพระเนตร"
"จื่อเชียน เจ้านี่ช่างใส่ใจจริงๆ"
ฮ่องเต้อวี้เอ่ยชมเฉินจื่อเชียนอยู่หลายคำ
หลังจากเอ่ยชมเฉินจื่อเชียนแล้ว พระองค์ก็ทรงก้มพระเศียรลงแล้วตรัสกับแม่หนูน้อยที่กำลังจ้องมองตาค้าง "ต้วนเป่า นี่คือเฉินจื่อเชียน เขาเติบโตมาพร้อมกับบิดาของเจ้าและเสด็จอาสี่"
"พวกเขาล้วนเป็นสหายกัน"
ฮ่องเต้อวี้ทรงแนะนำฐานะของเฉินจื่อเชียน และขณะที่ฮ่องเต้อวี้กำลังแนะนำอยู่นั้น ขนมที่กำอยู่ในมือป้อมๆ ของอวี้ต้วนต้วนก็ร่วงหล่นลงมาด้วยความตกใจ
เฉินจื่อเชียนผู้นี้ ก็คือชายที่อยู่ในนิมิตอนาคตของท่านอาสี่ บุรุษผู้อิงแอบแนบชิดไหล่ต่อไหล่กับท่านอาสี่คนนั้น!
คนผู้นี้ยังเป็นบิดาบังเกิดเกล้าของเจาฮุยและองค์หญิงเจาหยางอีกด้วย!
เขาไม่ใช่สหายของท่านพ่อและเสด็จอาสี่เสียหน่อย
สหายที่ไหนเขาทำเรื่องพรรค์นั้นกัน!
หลังจากที่อวี้ต้วนต้วนตระหนักถึงเรื่องนี้ได้ อันดับแรกนางก็ก้มลงเก็บขนมที่ร่วงหล่นขึ้นมา
จากนั้นนางก็กำขนมไว้แน่น พองแก้มยุ้ยๆ และเริ่มโมโหจนตัวกลมป๊อก