- หน้าแรก
- แก้วตาดวงใจแห่งราชวงศ์
- บทที่ 21 ฐานะของต้วนต้วนถูกเปิดเผยเป็นครั้งแรก
บทที่ 21 ฐานะของต้วนต้วนถูกเปิดเผยเป็นครั้งแรก
บทที่ 21 ฐานะของต้วนต้วนถูกเปิดเผยเป็นครั้งแรก
ฮ่องเต้อวี้ทรงชื่นชมพระชายาสี่เป็นอย่างมาก เมื่อเห็นดังนั้น อวี้ต้วนต้วนจึงมีสีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อยบนใบหน้าจิ้มลิ้มอวบอูมของนาง
"ต้วนเป่า เป็นอะไรไป?" ฮ่องเต้อวี้ทรงสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของอวี้ต้วนต้วนอย่างฉับไว จึงตรัสถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ต้วนเป่าของเราไม่ชอบงานเลี้ยงอย่างนั้นหรือ?"
อวี้ต้วนต้วนส่ายหน้า งานเลี้ยงนั้นครึกครื้น ทั้งยังมีการแสดงให้ชมมากมาย อวี้ต้วนต้วนชอบงานเลี้ยง ทว่านางไม่ชอบบุคคลบางคนที่มาร่วมงานนี้เลย
อย่างเช่น พระชายาสี่ที่นอกใจเสด็จอาสี่ หรูกุ้ยเฟย รวมถึงท่านหญิงเจาหยางและเจาฮุยที่นิสัยเสียเอามากๆ
"เสด็จปู่ ต้วนเป่ามีสหายสนิทอยู่คนหนึ่ง ต้วนเป่าเชิญเขามาได้หรือไม่เพคะ?"
"ย่อมได้สิ" ฮ่องเต้อวี้ทรงตอบรับคำขอของอวี้ต้วนต้วนทั้งที่นางยังกล่าวไม่ทันจบ ในสายพระเนตรของฮ่องเต้อวี้ ต้วนเป่าน้อยของพระองค์ช่างรู้ความเหลือเกิน นับตั้งแต่กลับมาอยู่ที่วังหลวงจนถึงบัดนี้ แม่หนูน้อยไม่เคยเรียกร้องสิ่งใด ความว่านอนสอนง่ายของนางช่างทำให้พระองค์รู้สึกปวดร้าวพระทัยนัก
"ขอบพระทัยเพคะ เสด็จปู่" อวี้ต้วนต้วนยิ้มจนตาหยี แล้วประทับริมฝีปากจุมพิตเสด็จปู่ฟอดใหญ่
สองปู่หลานพูดคุยกันไปมา จนกระทั่งหัวข้อสนทนาวกเข้าสู่เรื่องแปลงดินที่อวี้ต้วนต้วนลงมือเพาะปลูกในวันนี้ ท้องฟ้าเบื้องนอกมืดสนิทแล้ว ทว่าอวี้ต้วนต้วนก็ยังอยากจะดึงดันพาเสด็จปู่ไปชมแปลงดินของนางให้ได้
"เสด็จปู่ ต้วนต้วนปลูกสมุนไพรเอาไว้เพคะ เมื่อสมุนไพรโตขึ้น เสด็จอาสี่ก็จะได้เสวย"
"ต้วนต้วนปลูกเผื่อท่านพ่อด้วยเพคะ"
ฮ่องเต้อวี้ทรงย่อพระวรกายลงริมแปลงดินของอวี้ต้วนต้วน แล้วตรัสถามด้วยรอยแย้มสรวล "เหตุใดต้วนเป่าจึงไม่ปลูกสมุนไพรเผื่อปู่บ้างเล่า?"
อวี้ต้วนต้วน "..."
อวี้ต้วนต้วนกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเล็กๆ ใสแจ๋วราวกับน้ำนมอย่างเนิบช้า "เสด็จปู่ไม่ได้ประชวรนี่เพคะ"
คนเราต้องป่วยก่อนถึงจะกินยาได้
ขณะที่ฮ่องเต้อวี้กำลังจะเผยอพระโอษฐ์ตรัสว่าพระองค์เองก็ประชวรได้เช่นกัน อวี้ต้วนต้วนกลับยื่นมือเล็กๆ อวบอูมออกมาปิดพระโอษฐ์ของพระองค์ไว้เสียก่อน
"เสด็จปู่ห้ามประชวรนะเพคะ!"
แม่หนูน้อยราวกับหยั่งรู้ล่วงหน้า ชิงตัดบทเสด็จปู่เสียก่อน
ฮ่องเต้อวี้มิได้ทรงกริ้วเลยแม้แต่น้อยที่ถูกหลานสาวตัวน้อยปิดพระโอษฐ์เช่นนี้ พระองค์ทรงพระสรวล ดึงตัวแม่หนูน้อยเข้ามากระทบหน้าผากของพระองค์เข้ากับหน้าผากของนาง สองปู่หลานนั่งยองๆ อยู่ริมแปลงเพาะปลูกด้วยกันครู่ใหญ่ ในระหว่างนั้น อวี้ต้วนต้วนก็รดน้ำเพิ่มเติมและใส่ปุ๋ยบำรุงดินไปอีกเล็กน้อย
"เอาล่ะๆ ลมเริ่มแรงแล้ว ต้วนเป่า พวกเรากลับกันเถิด"
ฮ่องเต้อวี้ทรงสัมผัสได้ถึงสายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านมา พระองค์ทรงใช้ฉลองพระองค์คลุมร่างแม่หนูน้อยไว้ แล้วอุ้มนางกลับเข้าตำหนัก
ฮ่องเต้อวี้กรำศึกบนหลังม้ามานานหลายปี ทั้งยังมีวรยุทธ์ล้ำเลิศไม่เป็นรองใคร พระพลานามัยของพระองค์จึงแข็งแรงสมบูรณ์มาโดยตลอด เพียงแต่ในช่วงสองปีมานี้ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรัชทายาททำให้พระองค์ต้องทนทุกข์ระทมแสนสาหัส
พระเกศาที่หงอกขาวไปกว่าครึ่งศีรษะนั้น ล้วนปรากฏขึ้นชั่วข้ามคืนในยามที่รัชทายาทตกอยู่ในอันตรายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด หลังจากพระเกศาเปลี่ยนสี พระพลานามัยของฮ่องเต้อวี้ก็ถดถอยลงกว่าแต่ก่อน อันเนื่องมาจากความโศกเศร้าที่คอยกัดกินพระทัย
ก่อนที่อวี้ต้วนต้วนจะกลับมายังวังหลวง อารมณ์ของฮ่องเต้อวี้แปรปรวนอย่างหนัก ทุกคราที่ถึงกำหนดสำนักหมอหลวงต้องถวายรายงานพระอาการของรัชทายาท ขุนนางทั้งราชสำนักและฝ่ายในต่างก็เงียบกริบราวกับจักจั่นในฤดูหนาว แม้แต่หรูกุ้ยเฟยก็ยังไม่กล้าเสนอหน้าไปให้ฮ่องเต้อวี้ทอดพระเนตรในยามนั้น
จนกระทั่งฮ่องเต้อวี้ทรงรับอวี้ต้วนต้วนกลับมา อารมณ์ของพระองค์จึงค่อยๆ ดีขึ้น รอยแย้มสรวลบนพระพักตร์ก็ปรากฏให้เห็นบ่อยครั้งกว่าเมื่อก่อนมากนัก
"เสด็จปู่อุ้มต้วนต้วน ต้วนต้วนตัวหนักหรือไม่เพคะ?"
อวี้ต้วนต้วนรักการกินเป็นชีวิตจิตใจ และกินอย่างไม่เหลือทิ้ง อาหารที่กินเข้าไปล้วนแปรเปลี่ยนเป็นเนื้อหนังมังสาอันอวบอ้วน ดังนั้นนางจึงรู้ตัวดีว่านางเป็นเด็กเจ้าเนื้อ นางเพียงแต่กลัวว่าจะทำให้เสด็จปู่ทรงเหนื่อยล้า
"ไม่หนักเลย" ฮ่องเต้อวี้แย้มสรวลพลางตรัสว่า "ต้วนเป่าของเราตัวเบาหวิวราวกับปุยนุ่น"
ฮ่องเต้อวี้มิได้ทรงรังเกียจความจ้ำม่ำของอวี้ต้วนต้วนเลยแม้แต่น้อย พระองค์ทรงโปรดปรานเด็กน้อยอ้วนท้วนสมบูรณ์ เพราะดูน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก
สองปู่หลานเพิ่งเสด็จกลับถึงตำหนักเฉียนชิง ข่าวคราวการเคลื่อนไหวของทั้งคู่ก็ล่วงรู้ไปถึงหูของหรูกุ้ยเฟย หรูกุ้ยเฟยอารมณ์ขุ่นมัวอย่างยิ่ง เล็บมือที่ทาสีด้วยดอกเทียนกิ่งเพิ่งจะหักไปเล็กน้อยจากการขว้างปาข้าวของระบายโทสะเมื่อครู่ หมิงตันตัวสั่นเทาขณะค่อยๆ ซ่อมแซมเล็บให้นางอย่างระมัดระวัง
"ทำสวนทำนาในวังงั้นหรือ? ช่างเป็นพวกบ้านนอกคอกนาที่นำพาออกงานไม่ได้เสียจริง" หรูกุ้ยเฟยแค่นเสียงหยัน "แต่ถึงกระนั้น ฝ่าบาทก็ยังทรงรักและทะนุถนอมนางราวกับแก้วตาดวงใจ"
หรูกุ้ยเฟยริษยาความโปรดปรานที่ฮ่องเต้อวี้มีต่ออวี้ต้วนต้วนจนใบหน้างดงามแทบจะบิดเบี้ยว
"ไป จับตาดูนางไว้ให้ดี"
"หากนางปลูกสิ่งใดขึ้นมาได้จริงๆ ก็จงทำลายสิ่งเหล่านั้นทิ้งเสียให้สิ้น"
"เพคะ พระสนม"
หรูกุ้ยเฟยยื่นมือข้างหนึ่งให้หมิงตันตกแต่งเล็บให้ ส่วนมืออีกข้างถือลูกกลิ้งนวดหน้าประดับหยกอันวิจิตร บรรจงนวดคลึงลงบนพวงแก้มเบาๆ
"องค์ชายสี่มันช่างไร้ประโยชน์เสียจริง"
หลังจากได้ระบายโทสะ หรูกุ้ยเฟยก็ค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลง นางวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันอย่างเยือกเย็น เพียงชั่วพริบตา นางก็คิดแผนการใหม่ขึ้นมาได้
"ในเมื่อองค์ชายสี่ปปกป้องนังเด็กมารหัวขนนั่นนัก ก็ให้พวกมันตายตกไปตามกันเสียเลยสิ"
"หากพวกมันตายไปพร้อมกัน ต่อให้ฝ่าบาททรงสืบสวน ก็สืบสาวมาไม่ถึงหัวเปิ่นกงหรอก"
"พระองค์คงจะไม่ระแวงสงสัยเปิ่นกงด้วยซ้ำ"
"ท้ายที่สุดแล้ว พระองค์สูญเสียหลานสาว ส่วนเปิ่นกงก็สูญเสียบุตรชายเช่นกัน"
หรูกุ้ยเฟยเอ่ยอย่างแผ่วเบา โดยไม่คิดแม้แต่จะละเว้นชีวิตบุตรชายในอุทรของตนเอง นางหมุนลูกกลิ้งในมือพลางหัวเราะเสียงต่ำ
"ถูกไฟคลอกตาย จมน้ำตาย ถูกยาพิษ..."
"มีวิธีตายตั้งมากมาย ข้าจะคัดสรรอย่างดีแล้วส่งพวกมันไปลงนรกเอง"
ขณะที่หรูกุ้ยเฟยกำลังเลือกเส้นทางมรณะให้อวี้ต้วนต้วนและอวี้เยี่ยน ทางด้านอวี้ต้วนต้วนผู้ตกเป็นเป้าหมายลอบสังหาร กลับซุกตัวอุ่นสบายอยู่ใต้ผ้าห่มเสียแล้ว แม่หนูน้อยกำลังเล่นจ๊ะเอ๋กับฮ่องเต้อวี้อย่างสนุกสนาน
นางซุกซ่อนใบหน้าเล็กๆ ไว้ใต้ผ้าห่ม ก่อนจะดึงออกเพื่อมองฮ่องเต้อวี้ ฮ่องเต้อวี้ก็ทรงให้ความร่วมมือด้วยการชะโงกพระพักตร์เข้าไปแย้มสรวลหยอกเย้าให้นางตกใจเล่นเมื่อนางเปิดผ้าห่มออก
หนึ่งผู้ใหญ่และหนึ่งเด็กน้อยเล่นสนุกกันด้วยการละเล่นไร้เดียงสาเช่นนี้อยู่พักใหญ่ก่อนจะยุติลง ฮ่องเต้อวี้ต้องเสด็จออกว่าราชการเช้าในวันรุ่งขึ้น จึงมิอาจอยู่เล่นกับแม่หนูน้อยจนดึกดื่นเกินไปนัก
"ต้วนเป่าเด็กดี หลับให้สบายนะ"
สองปู่หลานนอนเคียงข้างกัน เข้าสู่นิทรารมณ์อันแสนหวาน
ไม่กี่วันต่อมา
งานเทศกาลชมบุปผาในวังหลวงก็ถูกจัดขึ้นภายใต้การดูแลจัดการของหรูกุ้ยเฟยแต่เพียงผู้เดียว
อวี้ต้วนต้วนถูกอุ้มโดยฮ่องเต้อวี้และปรากฏตัวต่อหน้าฝูงชน เครื่องแต่งกายของแม่หนูน้อยในวันนี้ช่างดูราวกับเทพธิดาบุปผาองค์น้อยๆ คนเก่าคนแก่ในวังบางคนเมื่อได้เห็นเค้าโครงหน้าของแม่หนูน้อยต่างก็ตื่นตะลึงในใจ—
เค้าโครงหน้านี้ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับอดีตฮองเฮายิ่งนัก!
"ลุกขึ้นเถิด"
ฮ่องเต้อวี้ทอดพระเนตรฝูงชนที่กำลังคุกเข่าถวายบังคมพลางแย้มสรวล น้ำเสียงของพระองค์ราบเรียบเป็นกันเอง โดยมิได้ถือดีในยศศักดิ์
"วันนี้เป็นเพียงงานเลี้ยงในครอบครัว ไม่ต้องมากพิธีไปหรอก" ฮ่องเต้อวี้ตรัส ก่อนจะแนะนำเด็กน้อยในอ้อมพระกรให้ฝูงชนได้รู้จัก
"นี่คือต้วนต้วน สายเลือดของรัชทายาทที่พลัดพรากอยู่ภายนอก และบัดนี้ข้าได้ตามตัวนางกลับมาแล้ว"
"นางคือแก้วตาดวงใจของข้าเช่นกัน"
เพียงสองประโยค ฮ่องเต้อวี้ก็ทรงประกาศฐานะและสถานะของอวี้ต้วนต้วนให้เป็นที่กระจ่างแจ้ง หลังจากแนะนำตัวอวี้ต้วนต้วนแล้ว พระองค์ก็ทรงแนะนำบุคคลที่มาร่วมงานให้อวี้ต้วนต้วนรู้จัก
เนื่องจากอวี้ต้วนต้วนเคยเอ่ยถามถึงพระชายาสี่ ฮ่องเต้อวี้จึงทรงมีรับสั่งเรียกพระชายาสี่ให้ก้าวออกมายืนเบื้องหน้าเป็นพิเศษ
"ต้วนต้วน นี่คือพระชายาสี่ของเจ้านะ"
"สวัสดีจ้ะ ต้วนต้วน"
พระชายาสี่ยิ้มบางๆ และเป็นฝ่ายริเริ่มยื่นมือออกไปหาอวี้ต้วนต้วน อวี้ต้วนต้วนเอียงคอเล็กน้อย ก่อนจะจับมือของนางไว้เช่นกัน
ขณะที่มือของหนึ่งผู้ใหญ่และหนึ่งเด็กน้อยเกาะกุมกัน จู่ๆ ดวงตาของอวี้ต้วนต้วนก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
ในชั่วขณะที่นางจับมือกับพระชายาสี่ ภาพเหตุการณ์มากมายก็สว่างวาบขึ้นมาในหัวเล็กๆ ของนาง
นี่มัน...
อนาคตของพระชายาสี่