- หน้าแรก
- ท่านอาจารย์บรรลุเป็นเซียนอีกแล้ววววว
- บทที่ 409 ความวุ่นวายในจินเจียถัง
บทที่ 409 ความวุ่นวายในจินเจียถัง
บทที่ 409 ความวุ่นวายในจินเจียถัง
ยามดึกสงัด คณะงิ้วจินเจียถังยังคงสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ
กลุ่มสมาชิกคณะงิ้วในชุดเสื้อกุยเฮงและเสื้อกล้ามต่างพากันถือคบเพลิงเดินเข้าเดินออกผ่านประตูใหญ่ที่เปิดกว้างอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุที่คณะงิ้วซึ่งสมควรจะได้พักผ่อนแล้ว กลับยังคง 'ยุ่งวุ่นวายกันอย่างหนัก' ในเวลานี้...
ล้วนเป็นเพราะคณะงิ้วได้ 'ทำหาย' ศิษย์น้องเล็กชายและศิษย์น้องเล็กหญิงไปอย่างละคน...
ภายในห้องโถงใหญ่ ชายชรารูปร่างผอมบางนั่งอยู่ข้างโต๊ะหนังสือ มือข้างหนึ่งวางพาดบนโต๊ะ ส่วนมืออีกข้างถือกล้องยาสูบสูบไม่หยุดหย่อน
ควันสีขาวขุ่นพวยพุ่งออกจากปากและจมูกของเขา ลอยคลุ้งไปทั่วทุกมุมของห้องโถง
เบื้องหลังของเขามีชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่ ดูจากอายุแล้วน่าจะราวๆ สามสิบปี
ฝ่ายชายรูปร่างสูงใหญ่กำยำ บ่ากว้างหลังหนา มองเพียงแวบเดียวก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของนักแสดงงิ้วบทบู๊ที่แผ่ซ่านออกมา
ฝ่ายหญิงรูปร่างเพรียวบางสมส่วน ผิวพรรณที่เผยให้เห็นเป็นสีข้าวสาลี ดูเผินๆ ก็รู้ว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์เช่นกัน
ชายหญิงคู่นี้ก็คือศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่หญิงใหญ่แห่งจินเจียถัง... จางเจิ้งขุยและเซี่ยอวี้
ผู้ที่นำคณะงิ้วฝึกซ้อมในวันนี้ก็คือเซี่ยอวี้
ดังนั้น เมื่อศิษย์น้องเล็กชายและศิษย์น้องเล็กหญิงหายตัวไป นางจึงต้องรับผิดชอบเป็นคนแรก
นางที่เพิ่งถูกชายชราร่างผอมบางอบรมสั่งสอนไปหมาดๆ ได้แต่ก้มหน้าต่ำ เมื่อเห็นประกายไฟแลบออกมาจากเตายาสูบของอาจารย์ตน
นางก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเกลี้ยกล่อม "ท่านอาจารย์ สูบช้าลงหน่อยเถิดเจ้าค่ะ เสียสุขภาพหมด..."
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ริมฝีปากที่กำลังขยับสูบยาของชายชราร่างผอมบางก็ชะงักไป ก่อนจะตวัดสายตาเย็นชาหันไปมองเซี่ยอวี้
เมื่อถูกอาจารย์ของตนถลึงตาใส่เช่นนี้ เซี่ยอวี้ก็หมดความห้าวหาญไปในทันที นางก้มหน้าหดหัวราวกับนกกระทา
"ฮึ!" ควันสองสายพวยพุ่งออกจากจมูกของชายชราร่างผอมบาง "เจิ้งขุย ลองไปที่ศาลแขวงย่อยอีกรอบ ไปดูว่าสามารถแจ้งความคนหายได้แล้วหรือยัง"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายฉกรรจ์ร่างกำยำก็รู้สึกหัวร่อไม่ออกร่ำไห้ไม่ลงในทันที "ท่านอาจารย์ ข้าวิ่งไปที่ศาลแขวงย่อยมาสามรอบแล้ว วิธีการต่างๆ ก็ลองคิดดูแล้ว แต่พวกเขาก็เอาแต่พูดประโยคเดียวว่า... คนหายต้องรอให้ครบสองวันถึงจะแจ้งความได้ขอรับ..."
"เวลานี้ก็ดึกมากแล้ว ไม่สู้ท่านอาจารย์ไปนอนพักผ่อนก่อนเถิด ทางนี้ข้ากับเซี่ยอวี้จะคอยเฝ้าให้เอง"
เซี่ยอวี้เอ่ยสนับสนุน "ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านอาจารย์ ท่านไปพักผ่อนก่อนเถิด"
"นอนหรือ?" ชายชราร่างผอมบางยิ้มแต่ตาไม่ยิ้ม "มีศิษย์ที่สร้างแต่เรื่องปวดหัวเช่นพวกเจ้า ตาเฒ่าอย่างข้าจะข่มตานอนลงได้อย่างไร?"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ สองศิษย์เอกต่างก็พูดไม่ออก
พวกเขารู้จักนิสัยใจคอของอาจารย์ดีที่สุด ย่อมรู้ดีว่าในเวลานี้ไม่สมควรต่อล้อต่อเถียง หากเอ่ยปากตอบโต้ก็เท่ากับหาเรื่องให้โดนด่า...
จนกระทั่งล่วงเลยเข้าสู่ยามโฉ่ว
จู่ๆ นอกห้องโถงก็มีเสียงตะโกนอย่างเร่งรีบดังขึ้น "กลับมาแล้ว~ เสี่ยวซื่อจื่อกับเสี่ยวจ่าวจื่อ ทั้งสองคนกลับมาแล้ว!"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ชายชราร่างผอมบางก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนในฉับพลัน เขาคว้าแขนของศิษย์พี่ใหญ่เอาไว้แน่น พลางเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า "เจิ้งขุย! เร็วเข้า! เร็วเข้า!"
อาจารย์ช่างรักใคร่เอ็นดูศิษย์น้องเล็กทั้งสองเสียจริง... จางเจิ้งขุยยิ้มเอ่ย "รีบออกไปต้อนรับพวกเขาเข้ามาหรือขอรับ?"
ชายชราร่างผอมบางเอ่ยอย่างตื่นเต้น "รีบไปเอาหวายชั้นดีมาให้ข้าสักสองสามเส้น เอาแบบที่หนาเท่าหัวแม่มือเลยนะโว้ย!"
จางเจิ้งขุย: ...
เมื่อมองดูท่าทางตื่นเต้นของอาจารย์ตนเอง ขณะที่จางเจิ้งขุยกำลัง 'ไว้อาลัย' ให้กับศิษย์น้องของตน เขาก็เอ่ยเกลี้ยกล่อมไปด้วยว่า "เสี่ยวซื่อจื่อกับเสี่ยวจ่าวจื่ออาจจะไปทำธุระสำคัญมาก็ได้นะขอรับ"
"ไม่สู้พวกเราฟังพวกเขาอธิบายสักหน่อยดีหรือไม่?"
ชายชราร่างผอมบางพยักหน้ารัวๆ "ใช่ๆๆ!"
"ท่านอาจารย์ช่างมีเหตุผลเสียจริง!"
จางเจิ้งขุยเพิ่งจะเอ่ยชมจบ ก็ได้ยินชายชราร่างผอมบางที่กำลังหอบหายใจหนักๆ เอ่ยต่อไปว่า "เจ้าพูดถูก! จะใช้แค่ไม้หวายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเตรียมน้ำเกลือมาอีกสักชามด้วย พอเฆี่ยนจนหนังเปิดแล้ว แผลจะได้ไม่เน่าเปื่อยง่ายๆ!"
"เจิ้งขุย ยังคงเป็นเจ้าที่คิดรอบคอบ!"
จางเจิ้งขุย: นี่คือสิ่งที่ข้าคิดหรือ???
ขณะที่จางเจิ้งขุยกำลังงุนงงสับสนอยู่นั้น นักแสดงเด็กทั้งสองคนก็เดินเข้ามาในห้องโถง ท่ามกลางสายตาของเหล่าศิษย์พี่ชายหญิงที่จับจ้องมองมา
"ท่านอาจารย์! พวกเรากลับมาแล้ว!"
นักแสดงเด็กทั้งสองคนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะประสานมือคารวะพร้อมกัน
"ดี! กลับมาได้ดี!" ชายชราร่างผอมบางผลักศิษย์คนโตออกไป ก่อนจะคว้ากล้องยาสูบพุ่งทะยานเข้าหานักแสดงเด็กทั้งสองทันที!
เมื่อเห็นเช่นนั้น นักแสดงเด็กทั้งสองที่สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างก็รีบวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ปากก็ร้องตะโกนไปพลาง "ท่านอาจารย์! ฟังพวกเราอธิบายก่อนเถิด!"
"อธิบายผายลมอะไร! กินกล้องยาสูบของอาจารย์ไปก่อนเถอะ!"
ชายชราร่างผอมบางฟาดกล้องยาสูบลงบนท่อนแขนของนักแสดงเด็กชาย แต่งอีกฝ่ายกลับเอี้ยวตัวหลบไปได้อย่างฉิวเฉียด
ชายชราร่างผอมบางที่เบรกไม่ทันจึงพุ่งถลากระแทกเข้ากับโต๊ะ ถ้วยชาบนโต๊ะสั่นคลอนส่งเสียง 'เคร้งคร้าง' ทำท่าจะกลิ้งตกลงไปบนพื้น!
ในตอนนั้นเอง เซี่ยอวี้ผู้มีสายตาแหลมคมมือไวก็รีบพุ่งตัวออกไป ประคองถ้วยชาที่กำลังจะแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด
"ท่านอาจารย์! พวกเราไปทำธุระสำคัญมานะขอรับ!"
"ใช่แล้ว! พวกเราไปร้องงิ้วขอฝนที่ชวีหนานมาเจ้าค่ะ!"
ฟวับ!
กล้องยาสูบถูกตวัดฟาดจนเกิดภาพติดตา ประกายไฟจากเศษยาสูบสาดกระเซ็นออกมา
เมื่อเห็นดังนั้น จางเจิ้งขุยก็รีบพุ่งเข้าไปกระทืบประกายไฟให้ดับลง
ส่วนนักแสดงเด็กทั้งสองก็อาศัยท่วงท่าอันปราดเปรียวหลบการโจมตีไปได้อีกครั้ง
ด้วยเหตุนี้ ชายชราร่างผอมบางจึงวิ่งไล่จับกับลูกศิษย์ตัวน้อยทั้งสองคนอยู่ภายในห้อง ท่ามกลางสายตาของเหล่าศิษย์ที่หลบอยู่ตรงประตูซึ่งมองดูด้วยความอกสั่นขวัญแขวน
"ข้าจะตีเจ้า!"
ชายชราร่างผอมบางตวาดลั่น ทว่าการโจมตีกลับพลาดเป้าไปอีกครา
เขาหอบหายใจหนักราวกับวัวหอบ พลางหันไปมองจางเจิ้งขุยแล้วสบถด่า "ยืนดูงิ้วอยู่หรือไง! ยังไม่รีบมาช่วยข้าจับเจ้าเด็กเหลือขอสองคนนี้อีก!"
เดิมทีจางเจิ้งขุยคิดจะแสร้งทำเป็นโง่งม แต่เมื่อได้ยินอาจารย์ของตนเอ่ยว่า 'หากเจ้าจับพวกเขาไม่ได้ ข้าจะตีเจ้าแทน' เขาก็เริ่มลงมือทันที!
จางเจิ้งขุยในฐานะนักแสดงงิ้วบทบู๊ย่อมมีฝีมือล้ำเลิศ ไม่ใช่นักแสดงเด็กทั้งสองคนที่เพิ่งฝึกฝนมาไม่กี่ปีจะเทียบชั้นได้
ดังนั้น เพียงชั่วอึดใจ เขาก็จับตัวทั้งสองคนเอาไว้ได้ โดยใช้มือหิ้วปีกขึ้นมาคนละข้าง แล้วพามาอยู่ตรงหน้าอาจารย์ของตน
"หนีสิ! หนีอีกสิ!" ชายชราร่างผอมบางสบถด่าอย่างเกรี้ยวกราด พลางเงื้อกล้องยาสูบขึ้นสูง
เมื่อเห็นเช่นนั้น นักแสดงเด็กทั้งสองต่างก็หลับตาปี๋และกัดฟันกรอด พวกเขารู้ดีว่าไม่อาจหลบหลีกการโบยตีในครั้งนี้พ้น จึงทำได้เพียงเลือกที่จะฝืนทนรับมันเอาไว้
ทว่าผ่านไปเนิ่นนาน พวกเขากลับไม่ได้ยินเสียงกล้องยาสูบฟาดลงบนเนื้อหนังของตน จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นพร้อมกัน
กลับเห็นเพียงชายชราร่างผอมบางที่เคยเงื้อกล้องยาสูบขึ้นสูง ได้ลดมือลงตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้
"ท่านอาจารย์ ท่านช่างใจดีเสียจริง!"
"ท่านอาจารย์! ท่านฟังพวกเราอธิบายก่อนเถิด!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายชราร่างผอมบางก็แค่นเสียงเย็นชา "ข้ากลัวว่าจะฟาดจนกล้องยาสูบของข้าพังต่างหากล่ะโว้ย!"
"เซี่ยอวี้ ไปหาไม้หวายมา"
"เจิ้งขุย ปล่อยพวกเขาลง ให้พวกเขาอธิบายมาก่อน"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สองศิษย์พี่ใหญ่ย่อมเข้าใจดีว่าอาจารย์ของตนใจอ่อนลงแล้ว และตั้งใจจะรับฟังคำอธิบาย
ด้วยเหตุนี้ จางเจิ้งขุยจึงปล่อยคนลง ส่วนเซี่ยอวี้ก็ตอบรับว่า "เข้าใจแล้ว" ทว่าร่างกายกลับไม่ขยับเขยื้อน
"พวกเจ้า! เข้ามาให้หมด!"
ชายชราร่างผอมบางตะโกนเรียกเหล่าศิษย์ที่หลบซ่อนตัวแอบดูอยู่หน้าประตู
เมื่อศิษย์นับสิบคนได้ยินเช่นนั้น ต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะเดินยิ้มเจื่อนๆ เข้ามาในห้องโถงใหญ่
"เสิ่นซื่ออัน เสิ่นจ่าวหนิง!"
"พวกเจ้าทั้งสองเบิกตาดูให้ดี ศิษย์พี่ชายหญิงของพวกเจ้าต้องฝึกซ้อมมาทั้งวันเพื่อตามหาพวกเจ้า จนป่านนี้ยังไม่ได้พักผ่อนเลย!"
"หากพวกเจ้าไม่อาจอธิบายเรื่องราวอย่างสมเหตุสมผลได้ วันนี้พวกเจ้าก็หนีไม่พ้นความเจ็บปวดทางกายแน่"
"เข้าใจหรือไม่?"
เมื่อได้ยินดังนั้น นักแสดงเด็กทั้งสองก็ประสานเสียงตอบว่า "เข้าใจขอรับ/เจ้าค่ะ!"
ชายชราร่างผอมบางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ "พูดมาเถอะ"
เสิ่นซื่ออันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า "ท่านอาจารย์ ศิษย์พี่ทั้งหลาย เรื่องราวเป็นเช่นนี้..."