- หน้าแรก
- ท่านอาจารย์บรรลุเป็นเซียนอีกแล้ววววว
- บทที่ 405 ปรมาจารย์เฟ่ย
บทที่ 405 ปรมาจารย์เฟ่ย
บทที่ 405 ปรมาจารย์เฟ่ย
"ฟังดูอย่างไรก็เหมือนกำลังจะถูกประหารชีวิตเสียมากกว่า..."
ท่ามกลางฝูงชน มีคนผู้หนึ่งพึมพำเสียงเบา ทว่าผู้คนจำนวนไม่น้อยกลับหันไปมองตามเสียงนั้นด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรนัก
ผู้ที่ถูกจ้องมองเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เขารีบก้มหน้าลง ยกมือขึ้นปิดปาก แสดงท่าทีราวกับสำนึกผิดว่า 'รู้ตัวว่าทำผิดไปแล้ว'
โชคดีที่พิธีกรรมบนเวทีได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนพิธี เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มก้มหน้าเงียบไม่พูดจา ทุกคนจึงไม่ได้เอาความใดๆ และหันกลับไปสนใจบนเวทีอีกครั้ง
บนเวที ชายชราในชุดคลุมยาวสีเทาจุดธูปแดงสามดอก มือถือกระดิ่งทองแดง ปากพึมพำถ้อยคำที่ฟังดูแปลกประหลาด คล้ายกับเอาคำแสลงมาร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างไม่ปะติดปะต่อ
หลังจากท่อง 'คาถา' ไปได้ครู่หนึ่ง ชายชราชุดเทาก็หันหลังเดินไปยังโอ่งน้ำที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก
เห็นเพียงเขามือหนึ่งสั่นกระดิ่งทองแดง อีกมือหนึ่งยื่นไปเหนือโอ่งน้ำ แขนเสื้อที่กว้างใหญ่ถึงกับจุ่มลงไปในน้ำเล็กน้อยทว่าเขาก็ไม่ได้สนใจ
ฉับพลันนั้น!
น้ำในโอ่งก็เริ่มเดือดปุดๆ ส่งเสียง 'ซี่ๆ' ดังขึ้น ราวกับน้ำที่ต้มจนเดือดพล่าน!
เมื่อเกิดนิมิตประหลาดขึ้น ชายชราชุดเทาก็ทำ 'พิธี' แบบเดียวกันกับโอ่งน้ำอีกสามใบที่เหลือ
เวลาผ่านไปไม่นาน โอ่งน้ำทั้งสี่ใบก็มีควันสีเขียวลอยกรุ่น น้ำเดือดพล่านกระเซ็นไปทั่ว!
ร่างของชายชราชุดเทาถูกบดบังอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นมา!
ปัง!
ทุกคนพอมองเห็นเลือนรางว่าชายชราชุดเทากระแทกกระดิ่งลงบนโต๊ะสี่เหลี่ยมอย่างแรง จากนั้นก็เอี้ยวตัวไปดึงกระบี่ไม้ท้อจากด้านหลังขึ้นมาตั้งตรงไว้เบื้องหน้า "ฟ้าดินไร้ขอบเขต ตัวข้าไร้เทียมทาน ช่วยเหลือสรรพสัตว์ กำจัดปีศาจปราบมาร..."
หลังจากพ่น 'เคล็ดวิชา' ที่ฟังดูร้ายกาจทว่าแท้จริงแล้วกลับสะเปะสะปะออกมา ชายชราชุดเทาก็ใช้มือซ้ายลูบไปตามตัวกระบี่ พร้อมกับตวาดลั่น "ไฟจงมา!"
พรึ่บ~
ตัวกระบี่ไม้ท้อพลันลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง!
"ปีศาจแล้งชั่วช้า!"
"เจ้าทำให้ผืนดินแห้งแล้งนับพันลี้ ราษฎรเดือดร้อนทุกข์เข็ญ!"
"วันนี้ ข้าจะบั่นคอเจ้าเสีย!"
ระหว่างที่คำราม ชายชราชุดเทาก็ตวัดกระบี่ฟันออกไป ทุกคนมองไม่เห็นว่าเขากำลังฟันสิ่งใด ทว่าหลังจากที่เขาตวัดกระบี่ ร่างของเขาก็เร้นกายเข้าไปในกลุ่มหมอกขาว
ทุกคนเห็นเพียงเงาร่างของเขาที่กำลังกวัดแกว่งกระบี่ฟันขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง และได้ยินเพียงเสียงของเขาที่ตะโกนว่า "ปีศาจชั่วช้าจะหนีไปไหน" อะไรทำนองนั้นดังมาไม่ขาดสาย...
เวลาผ่านไปพักใหญ่ หมอกขาวก็จางหายไป!
น้ำในโอ่งหยุดเดือดพล่านแล้ว!
ชายชราชุดเทาที่กำลังหอบหายใจอย่างหนักถือกระบี่ไม้ท้อที่ไหม้เกรียมสีดำสนิทเอาไว้ พลางประกาศเสียงดังลั่น "พี่น้องชาวบ้านทุกท่าน! ปีศาจแล้งตายแล้ว!"
"ทว่าความแค้นของมันยังไม่สูญสลาย!"
"หากไม่กำจัดความแค้นของมันทิ้งไป วันหน้ามันจะต้องหวนกลับมาอีกเป็นแน่!"
"ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงต้องทำสองสิ่ง!"
"เรื่องแรก ผู้ที่มาร่วมพิธีทุกท่าน ไปจนถึงผู้ที่บริจาคเงินปราบปีศาจแล้ง จะต้องกลับถึงบ้านก่อนฟ้ามืด กินเจเป็นเวลาสามวัน และห้ามออกจากบ้านตลอดสามวันนี้เด็ดขาด!"
"เรื่องที่สอง ข้าจะต้องรีบตามล่าความแค้นที่กำลังจะแตกซ่านของปีศาจแล้งไปในทันที!"
"เพื่อทำลายความแค้นของมันให้สิ้นซาก!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้คนด้านล่างเวทีต่างชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพากันเอ่ยปากถามขึ้นมาทีละคน
"ปรมาจารย์เฟ่ย! ขอถามหน่อยว่าอีกสามวันฝนจะตกลงมา แล้วภัยแล้งจะหายไปใช่หรือไม่?"
"ท่านปรมาจารย์! การกินเจสามวันนี้มีข้อห้ามเรื่องผักชนิดใดหรือไม่!"
"ท่านปรมาจารย์! พวกเราขอตามท่านไปด้วยได้หรือไม่ จะได้ใช้พลังปราณมนุษย์กำจัดปีศาจแล้งบัดซบตนนี้ให้สิ้นซาก!"
คำถามของผู้คนวุ่นวายสับสน ชายชราชุดเทายกมือขึ้นกดลงเป็นเชิงปรามพร้อมกับตอบว่า "เอาเป็นว่า! พวกท่านทำตามที่ข้าบอกก็พอแล้ว!"
"ความแค้นของปีศาจแล้งไม่ใช่สิ่งที่พวกท่านจะรับมือได้! ข้าไปจัดการเองก็พอ!"
"ช่วงสามวันนี้พวกท่านจงจำไว้ให้ดีว่าต้องกินเจ และห้ามออกจากบ้านเด็ดขาด! มิเช่นนั้นหากเกิดข้อผิดพลาดใดขึ้นมา ปีศาจแล้งหวนกลับมาอีกครั้งแถมยังแข็งแกร่งกว่าเดิม เมื่อถึงตอนนั้นผู้ใดก็แก้ไขไม่ได้แล้ว!"
"ไม่ต้องพูดให้มากความแล้ว ข้าต้องรีบตามไปกำจัดความแค้นของมันก่อน!"
พูดจบ ชายชราชุดเทาก็หันหลังเตรียมจะพุ่งตัววิ่งหนีไปทางด้านหลังเวที!
ทว่า เขากลับเพิ่งจะหันตัวไป ก็เห็นชายหนุ่มชุดเขียวผู้หนึ่งยืนขวางทางเอาไว้
"ปรมาจารย์เฟ่ยใช่หรือไม่?" ลั่วเฉินยิ้มน้อยๆ "รบกวนท่านรั้งอยู่ก่อนสักครู่เถิด"
ชายชราชุดเทาขมวดคิ้ว "เจ้ามีธุระอันใด รีบว่ามา! หากชักช้าจนเสียการใหญ่ในการกำจัดความแค้นของปีศาจแล้ง เจ้าคงรับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะ!"
ด้านล่างเวที นักแสดงเด็กทั้งสองมองหน้ากันไปมา ก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นพร้อมกันว่า "อาจารย์ลั่วขึ้นไปบนเวทีตั้งแต่เมื่อใดกัน?"
"ไม่รู้สิ!"
"เฮ้อ~ รอดูไปก่อนเถอะ!"
บนเวที ลั่วเฉินยิ้มพลางกล่าวว่า "ปรมาจารย์เฟ่ยอย่าเพิ่งใจร้อน ข้าแค่อยากจะถามว่า เงินที่ใช้ปราบปีศาจแล้งนั่น หายไปที่ใดแล้ว?"
ไอ้หนุ่มนี่ ที่แท้ก็ตั้งใจมาก่อกวนสินะ... ชายชราชุดเทากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เงินเหล่านั้นแปรเปลี่ยนเป็นพลังเวทผสานเข้ากับกระบี่ของข้าเพื่อสังหารปีศาจแล้งไปแล้ว ตอนนี้มันได้สูญสลายไปจนหมดสิ้นแล้ว"
"เช่นนั้นหรือ?" ลั่วเฉินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลางชี้ไปที่บริเวณเอวของอีกฝ่าย "แล้วเหตุใดข้าถึงเห็นว่าท่านมีตั๋วเงินอยู่ที่นี่เล่า?"
"ตราประทับบนนั้น ยังเป็นตราประทับทางการของที่ว่าการเมืองชวีหนานอีกด้วย?"
สิ้นคำกล่าวนั้น ผู้คนทั่วทั้งบริเวณต่างก็ตกตะลึง!
"สามหาว!" ชายชราชุดเทาล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อบริเวณเอว หยิบตั๋วเงินปึกหนึ่งออกมา "นี่มันเงินของข้าเอง!"
"เหตุใดข้าถึงจะมีตั๋วเงินที่ประทับตราทางการของชวีหนานไม่ได้กัน?"
ลั่วเฉินยิ้มพลางหันไปมองด้านล่างเวที "เงินพวกนี้ ผู้ใดเป็นคนนำไปแลกเป็นตั๋วเงินหรือ?"
"พวกเราเอง!" กลุ่มชายชราพากันยกมือขึ้นเพื่อแสดงตัว
"เงินมันเยอะมาก ล้วนเป็นเงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง เป็นเงินต่อชีวิตของทุกครอบครัว!"
"พวกเราถูกเลือกให้เป็นตัวแทนไปแลกเงิน และเป็นคนมอบเงินเหล่านั้นให้กับมือของปรมาจารย์เฟ่ยเอง!"
"ดี!" ลั่วเฉินยิ้ม "ตั๋วเงินแต่ละใบล้วนมีหมายเลขกำกับอยู่ ซึ่งไม่มีทางซ้ำกันแน่นอน ใบเสร็จตอนที่พวกท่านนำไปแลกเงินเล่า ยังอยู่หรือไม่?"
"ใบเสร็จก็มอบให้ปรมาจารย์เฟ่ยไปแล้ว!"
"ปรมาจารย์เฟ่ยบอกว่าใบเสร็จก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของเงินปราบปีศาจแล้ง ขาดไปไม่ได้เด็ดขาด!"
ปัง!
ชายชราชุดเทาตบโต๊ะด้วยความเกรี้ยวกราด "ไร้เหตุผลสิ้นดี! พวกเจ้ามัวแต่ตอบคำถามของไอ้หนุ่มเมื่อวานซืนนี่ หรือว่าพวกเจ้าเองก็คิดว่าข้ายักยอกเงินของพวกเจ้าไป!"
"หากพวกเจ้าทำเช่นนี้ ความแค้นที่แตกซ่านเหล่านั้นข้าก็จะไม่สนใจแล้วนะ!"
"ถึงตอนที่ปีศาจแล้งปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง พวกเจ้าก็เตรียมตัวอพยพหนีตายกันเอาเองเถิด!"
เมื่อเห็นว่าชายชราชุดเทาพุ่งเป้ามาที่พวกตน กลุ่มชายชราก็พากันประสานมือคารวะขอโทษขนานใหญ่
ส่วนชายชราชุดเทากลับใช้สายตาเหยียดหยามมองไปทางลั่วเฉิน เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ขอโทษข้าเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นแล้ว เรื่องหลังจากนี้ข้าก็จะไม่สนใจอีกต่อไป!"
"โอย! ปรมาจารย์เฟ่ย ท่านจะทอดทิ้งพวกเราไม่ได้นะ!"
"น้องชาย! เร็วเข้า! รีบก้มหัวขอโทษท่านปรมาจารย์เถิด!"
"ใช่ๆๆ! เรื่องปีศาจแล้งสำคัญที่สุดนะ!"
ในชั่วขณะนั้น ชาวบ้านที่ยังคงหลงเชื่อเรื่องปีศาจแล้งอย่างฝังหัวต่างก็พากันเอ่ยปากเกลี้ยกล่อม
ลั่วเฉินยกมือกดลงเป็นเชิงปราม ก่อนจะเอ่ยต่อ "ปรมาจารย์เฟ่ย ตั๋วเงินของท่านเอง มีใบเสร็จหรือไม่?"
ชายชราชุดเทาแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "ข้าฉีกทิ้งแล้วเผาไปตั้งนานแล้ว"
"เผาไปก็ดีแล้ว" ลั่วเฉินหยิบใบเสร็จแผ่นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ พลางกล่าวว่า "เมื่อครู่ก่อนที่ข้าจะขึ้นมาบนเวที ข้าบังเอิญเก็บใบเสร็จได้แผ่นหนึ่ง ดูจากจำนวนเงินบนนี้แล้วไม่ใช่น้อยๆ เลย มีตั้งสี่พันห้าร้อยตำลึง"
"หากหมายเลขตั๋วเงินที่บันทึกไว้ในใบเสร็จของข้าตรงกับในมือของปรมาจารย์เฟ่ย นั่นก็หมายความว่าเงินในมือของท่านเป็นของชาวบ้านชวีหนานใช่หรือไม่?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น บรรยากาศทั่วทั้งบริเวณก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเงียบงันปนเคลือบแคลงใจขึ้นมาทันที
หากหมายเลขตั๋วเงินตรงกัน นั่นก็เป็นการพิสูจน์แล้วว่าผู้ที่อ้างตนว่าเป็นยอดคนเหนือโลกผู้นี้แท้จริงแล้วก็คือสิบแปดมงกุฎดีๆ นี่เอง!
ไอ้หนุ่มนี่ ใบเสร็จของจริงโดนข้าเผาทิ้งไปตั้งนานแล้ว นี่ยังคิดจะเอาใบเสร็จอื่นมาหลอกข้าอีกหรือ?
ชายชราชุดเทาวางตั๋วเงินในมือลงบนโต๊ะสี่เหลี่ยมอย่างไม่ใส่ใจ "มา! ตรวจสอบดูเลย!"
ลั่วเฉินหันไปมองกลุ่มชายชราที่เป็นคนนำเงินไปแลก พลางกล่าวว่า "ผู้อาวุโสทุกท่าน รบกวนขึ้นมาตรวจสอบบนเวทีด้วยเถิด"
ตอนแรกกลุ่มชายชรายังคงรู้สึกลังเล เกรงว่าจะไปล่วงเกินลั่วเฉินเข้า ทว่าเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของลั่วเฉินที่ว่า "อย่าปล่อยให้ชาวบ้านชวีหนานต้องสูญเสียเงินต่อชีวิตไปโดยเปล่าประโยชน์ แถมยังไม่อาจแก้ไขภัยแล้งได้อีก" พวกเขาก็ตัดสินใจก้าวขึ้นไปบนเวทีในที่สุด
พูดกันตามตรงแล้ว พวกเขาเองก็อยากจะได้ความกระจ่างเพื่อความสบายใจเช่นกัน!
เวลาผ่านไปไม่นาน ท่ามกลางสายตาของฝูงชน กลุ่มชายชราที่ขึ้นไปบนเวทีก็ชูตั๋วเงินและใบเสร็จขึ้นมา พร้อมกับขานหมายเลขตั๋วเงินที่ไม่ซ้ำกันบนนั้นทีละใบ...