- หน้าแรก
- ท่านอาจารย์บรรลุเป็นเซียนอีกแล้ววววว
- บทที่ 357 "แขกที่ไม่ได้รับเชิญ"
บทที่ 357 "แขกที่ไม่ได้รับเชิญ"
บทที่ 357 "แขกที่ไม่ได้รับเชิญ"
"ตอนที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ช่วงเทศกาลปีใหม่ อาหารมื้อส่งท้ายปีเก่าของที่บ้านมักจะมีหม้อไฟหงสี่เสมอ"
"มันเป็นอาหารเพียงอย่างเดียวของที่บ้านข้าที่สามารถกินได้ตั้งแต่เริ่มจนจบมื้อ... เพราะมันไม่มีทางเย็นชืดลง"
"ขอเพียงอยากกิน ก็สามารถจุดไฟได้ทุกเมื่อ พอหม้อเดือดก็อุ่นกับข้าวได้แล้ว"
ระหว่างที่พูด ซูเหลียนเยวี่ยก็ลวกผ้าขี้ริ้ววัวสีดำชิ้นหนึ่งกินเอง
หลังจากกลืนลงไป มุมปากของนางก็ยกยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ "จะว่าไป ข้าก็ไม่ได้ฉลองปีใหม่มานานมากแล้ว..."
ลั่วเฉินกล่าว "ข้าเองก็เช่นกัน"
อาชื่อกล่าว "ข้าไม่เคยฉลองปีใหม่เลย"
เสี่ยวไป๋หูพยักหน้าสนับสนุน "จี๊ด!"
"อะไรนะ!" ซูเหลียนเยวี่ยหันไปมองเสี่ยวไป๋หู แล้วกล่าว "อาจารย์ลั่วไม่เคยพาเจ้าฉลองปีใหม่เลยหรือ"
เสี่ยวไป๋หูมองไปทางลั่วเฉิน พยักหน้าเบาๆ "จี๊ด!"
"อาจารย์ลั่ว..."
"หากไม่มีสหายอยู่ด้วย"
"ข้าเองก็ไม่มีธรรมเนียมการฉลองปีใหม่หรอก..." ลั่วเฉินยิ้มพลางยกจอกสุราขึ้น "ในเมื่อพวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่ไม่เคยฉลองปีใหม่ ก็ไม่ได้ฉลองปีใหม่มาเนิ่นนาน เช่นนั้นพวกเราควรยกจอกขึ้นดื่มพร้อมกัน และกล่าวคำว่าสวัสดีปีใหม่เถิด"
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูเหลียนเยวี่ยและอาชื่อก็ยกจอกขึ้นเป็นคนแรก
มีเพียงเสี่ยวไป๋หูที่ขยับตัวช้ากว่าเล็กน้อย
เห็นเพียงมันใช้สองอุ้งเท้าโอบจอกสุรา ยื่นออกไปตรงหน้าจอกอีกสามใบ แล้วชนเบาๆ
กริ๊ง~
จอกสุราทั้งสี่ใบแยกออกจากกัน!
ทุกคนดื่มสุราในจอกพร้อมกัน
"สวัสดีปีใหม่~"
"จี๊ดๆๆ~"
"ฮ่าๆๆๆ~~~"
"เสี่ยวไป๋หู เมื่อใดเจ้าจึงจะจำแลงกายได้เล่า~"
"จี๊ดๆ~"
เสี่ยวไป๋หูกางอุ้งเท้าออก ไม่รู้ว่าต้องการจะสื่อว่ายังไม่ได้ หรือไม่รู้ว่าตนเองจะจำแลงกายได้เมื่อใดกันแน่
ทุกคนสบตากันแล้วยิ้ม จากนั้นก็กินดื่มกันอย่างเต็มที่
หลังจากดื่มกินกันจนได้ที่
ลั่วเฉินหยิบอั่งเปาสามซองออกมาจากแขนเสื้อ ส่งให้ทั้งสามคนตามลำดับ "เงินแต๊ะเอีย"
ข้าเองก็มีด้วยหรือ
อาจารย์ลั่วผู้นี้ช่างน่าสนใจจริงๆ
ซูเหลียนเยวี่ยบีบซองอั่งเปาเล็กๆ ไว้ หลังจากเก็บแล้ว นางก็กล่าวขอบคุณลั่วเฉินพร้อมกับพวกอาชื่อ...
หลังจากกินต่อไปอีกครู่หนึ่ง ลั่วเฉินก็กล่าวขึ้น "ได้เวลาพอสมควรแล้ว ควรออกไปจุดประทัดได้แล้ว"
ฟุ่บ!
เสี่ยวไป๋หูวิ่งนำหน้าเป็นตัวแรก พุ่งพรวดออกไปจากร้านสัญญา
คนอื่นๆ เดินตามออกไปติดๆ...
แสงจันทร์สาดส่องสว่างไสว ประกอบกับแสงไฟจากร้านสัญญา ทำให้ถนนสายยาวด้านนอกร้านดูสว่างเป็นพิเศษ
หลังจากอาชื่อนำประทัดหมื่นนัดและประทัดเกาเซิงเก้าอันที่ซื้อมาเมื่อหลายวันก่อนมาจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เขาก็ส่งคบเพลิงในมือให้ลั่วเฉิน
ลั่วเฉินรับคบเพลิงมา แล้วกล่าว "พวกเรามีสี่คน ประทัดหมื่นนัดจุดได้เพียงครั้งเดียว"
"ข้าจุดประทัด ส่วนพวกเจ้าจุดประทัดเกาเซิงคนละสามอัน ดีหรือไม่"
"ตกลง!"
"จี๊ด!"
ไม่นาน ลั่วเฉินก็จุดประทัด เสียงประทัดเป๊าะแป๊ะดังสนั่น พร้อมกับแสงไฟที่ส่องสว่างไปทั่วทั้งถนน
เมื่อเขายื่นคบเพลิงในมือให้ซูเหลียนเยวี่ย นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยังคงรับคบเพลิงมา และจุดประทัดเกาเซิงตามลำดับ...
รอจนประทัดไหม้หมด ประทัดเกาเซิงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกัน ลั่วเฉินมองไปที่ทุกคน แล้วยิ้มกล่าว "เสียงประทัดส่งท้ายปีเก่า ลมวสันต์พัดพากลิ่นสุราถูซูอันอบอุ่น"
"ขอให้ทุกท่าน แคล้วคลาดปลอดภัยในทุกๆ ปี"
เมื่อได้ยินบทกวีที่ออกจากปากลั่วเฉิน ดวงตางดงามของซูเหลียนเยวี่ยก็ทอประกายวาบ ก่อนจะกล่าวต่อว่า "เสียงประทัดปลุกค่ำคืนเหน็บหนาวที่ยังไม่สิ้นสุด ลมวสันต์พัดพาความเมามายลงสู่จอกสุราพริกไทย"
"ขอให้ทุกท่าน สุขภาพแข็งแรงอายุยืนยาวในทุกๆ ปี"
"ตาข้าแล้วใช่ไหม" อาชื่อยกมืออวบอ้วนขึ้นชี้ที่ตนเอง อึกอักอยู่นานกว่าจะกล่าวออกมาได้ "สวัสดีปีใหม่ทุกคน ขอให้สมหวังในทุกสิ่ง คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนา!"
"จี๊ดๆ~ จี๊ดๆๆ~ จี๊ดๆ!" เสี่ยวไป๋หูส่งเสียงร้องพลางวิ่งวนไปมาตรงหน้าทุกคนจนกลายเป็นภาพติดตา
ในภาพติดตานั้น พอมองเห็นเป็นคำสี่คำว่า 'สวัสดีปีใหม่' ลางๆ...
......
วันหนึ่งที่มีฝนตกพรำๆ ลั่วเฉินและอาชื่อออกไปข้างนอก
ส่วนซูเหลียนเยวี่ยอยู่เฝ้าร้านเป็นเพื่อนเสี่ยวไป๋หู
อันที่จริง จะว่าไปแล้ว ร้านสัญญาก็ไม่จำเป็นต้องมีคนเฝ้าหรอก แต่เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คนที่มาทำสัญญาต้องมาเสียเที่ยว ลั่วเฉินจึงขอให้ซูเหลียนเยวี่ยช่วยดูแลให้สักหน่อย...
ยามเที่ยงวัน ซูเหลียนเยวี่ยที่กำลังสางขนให้เสี่ยวไป๋หูอยู่ก็เงยหน้าขึ้นอย่างกะทันหัน มองออกไปนอกประตู
ถนนซานอินที่เดิมทีมีผู้คนพลุกพล่านและเสียงดังเซ็งแซ่กลับหายไปแล้ว!
สิ่งที่มาแทนที่คือเส้นทางสายเก่าที่เต็มไปด้วยโคลนตม
เมื่อตระหนักได้ว่าสถานการณ์ผิดปกติ ซูเหลียนเยวี่ยก็วางเสี่ยวไป๋หูลงบนพื้น แล้วเดินจ้ำอ้าวไปที่หน้าร้าน
ทว่า ยังไม่ทันที่นางจะเดินไปถึงประตูร้าน ก็เห็นหญิงสาวรูปร่างหน้าตางดงามผู้หนึ่งสวมกระโปรงยาวสีชมพูอ่อนก้าวข้ามธรณีประตู ปรากฏตัวขึ้นภายในร้านอย่างกะทันหัน
หญิงสาวชุดชมพูมีดวงตากลมโตดั่งผลซิ่ง เมื่อเห็นใบหน้าของซูเหลียนเยวี่ยชัดเจน นางก็อดไม่ได้ที่จะลอบทอดถอนใจ: ช่างเป็นแม่นางที่งดงามยิ่งนัก
ทว่า ประโยคที่เย็นชาของซูเหลียนเยวี่ย กลับทำให้นางขมวดคิ้วแน่นในทันที
"เหตุใดเจ้าจึงต้องลอบเข้ามาลับๆ ล่อๆ ด้วย"
"ข้าหรือ" หญิงสาวชุดชมพูชะงักไป นางหันกลับไปมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่รอบๆ จึงหันกลับมาตอบว่า "ข้าเดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผย ลับๆ ล่อๆ ตรงไหนกัน"
"แม่นางอย่างเจ้านี่นะ หน้าตาก็งดงามดีอยู่หรอก แต่กลับพูดจาไม่ค่อยเข้าหูคนเอาเสียเลย"
ซูเหลียนเยวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ในกลิ่นอายไอปีศาจที่เข้มข้น มีกลิ่นคาวเลือดที่ไม่อาจสลัดทิ้งซุกซ่อนอยู่"
"เจ้าคิดว่าข้าควรจะพูดกับเจ้าอย่างไร"
"หากรู้ความก็รีบไสหัวไปเสีย ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ให้เจ้ามาสร้างความวุ่นวาย"
เมื่อได้ยินดังนั้น รอบกายของหญิงสาวชุดชมพูก็รวมตัวกันเป็นแสงเรืองรองอันแปลกประหลาด นัยน์ตาสีดำขลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน "ก่อนหน้านี้ข้ากลับดูไม่ออก ที่แท้ก็เป็นวิญญาณอาฆาต..."
"เจ้ามาเปิดร้านอยู่ในป่าเขาลำเนาไพรที่ห่างไกลผู้คนเช่นนี้ คิดจะหลอกลวงผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาเพื่อสูบกลืนไอพลังชีวิตของพวกเขาอย่างนั้นหรือ"
"ป่าเขาลำเนาไพรที่ห่างไกลผู้คนอย่างนั้นหรือ" ซูเหลียนเยวี่ยขมวดคิ้วเรียวงาม นางไม่เข้าใจว่านางปีศาจตรงหน้ากำลังพูดเรื่องอะไร
แต่นางรู้ดีว่า การที่คนผู้นี้มาเยือนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ย่อมต้องเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญแน่
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็สมควรลงมือปราบปรามก่อนแล้วค่อยว่ากัน!
ตู้ม!
ปราณหยินที่เหนียวหนืดราวกับหมึกสีดำแผ่ซ่านออกจากรอบกายซูเหลียนเยวี่ย พุ่งเข้าหาหญิงสาวชุดชมพูราวกับคลื่นยักษ์!
"ข้าพูดแทงใจดำเข้าล่ะสิ!" แสงเรืองรองรอบกายหญิงสาวชุดชมพูสั่นสะเทือน กลายสภาพเป็นดอกบัวสีชมพูอันลี้ลับทีละดอก!
ชั่วพริบตา คลื่นยักษ์หมอกดำก็ปะทะเข้ากับทะเลดอกบัวสีชมพู!
ทั้งสองฝ่ายต่างกัดกร่อนซึ่งกันและกัน ตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดชั่วขณะ!
"เจี่ยเสวียน!"
"หวงลี่!"
"ที่นี่มีวิญญาณอาฆาตที่มีระดับขอบเขตอย่างน้อยก็เซียนซือเจี่ย! รีบมาช่วยเร็วเข้า!"
หญิงสาวชุดชมพูตะโกนลั่น สีหน้าเคร่งเครียด
เดิมทีนางคิดว่าที่ตนเองมองอีกฝ่ายไม่ออก เป็นเพราะระดับขอบเขตใกล้เคียงกันจึงประมาทเลินเล่อไปชั่วขณะ
แต่เมื่อพลังเวทของทั้งสองฝ่ายปะทะกัน นางจึงพบว่า อีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าตนเองไม่รู้กี่ขุมอย่างเห็นได้ชัด!
หากยังขืนต่อต้านต่อไป ตนเองต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน!
แต่ยังดี ที่นางมีผู้ช่วย!
"ทั้งสองท่าน นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันแล้ว"
น้ำเสียงอ่อนโยนของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังหญิงสาวชุดชมพู พลังสองสายที่กำลังปะทะกันอย่างดุเดือดภายในร้านพลันสลายหายไปจนหมดสิ้นในพริบตา
สัญญาณเตือนภัยในใจของหญิงสาวชุดชมพูดังลั่น นางกลายร่างเป็นลำแสงพุ่งถอยร่นไปด้านหลัง
ส่วนซูเหลียนเยวี่ยนั้นกลับมีแววตาประหลาดใจ นางมองไปยังลั่วเฉินอย่างไม่อยากจะเชื่อ
นางไม่เข้าใจว่า ลั่วเฉินทำได้อย่างไร เพียงแค่คำพูดประโยคเดียว ก็ทำให้ปราณหยินอาฆาตของนางสลายหายไปจนหมดสิ้นได้
อีกฝ่ายอยู่ขอบเขตคืนสู่สามัญไม่ใช่หรือ
เมื่อเห็นหญิงสาวชุดชมพูจากไป ลั่วเฉินก็ไม่ได้ตามไป เพียงแค่ยิ้มแล้วเดินเข้าไปในร้าน "แม่นางซู นั่งลงเถิด อีกเดี๋ยวนางก็จะกลับมา"
ซูเหลียนเยวี่ยกล่าว "นางคือผู้ใดหรือ ท่านรู้จักหรือ"
ลั่วเฉินกล่าว "ไม่รู้จักหรอก เป็นลูกค้าที่เข้ามาในร้านสัญญาน่ะ..."
"ไม่ถูกต้อง..." ซูเหลียนเยวี่ยส่ายหน้ากล่าว "ตอนที่นางปรากฏตัวขึ้น ถนนซานอินด้านนอกก็หายไปหมดแล้ว อีกทั้งนางยังปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า"
"ตอนนี้ด้านนอกกลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว"
"คิดว่านางคงใช้วิธีการประเภทภาพลวงตาอะไรบางอย่าง..."
ลั่วเฉินยิ้ม เพิ่งจะอธิบาย ก็เห็นลำแสงสายหนึ่งพุ่งเข้ามาในร้าน กลายร่างกลับมาเป็นหญิงสาวชุดชมพูอีกครั้ง "พวกเจ้าเอาสหายทั้งสองของข้าไปไว้ที่ใด!"