เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 307 มีทั้งจำนวนเต็มและเศษย่อย

บทที่ 307 มีทั้งจำนวนเต็มและเศษย่อย

บทที่ 307 มีทั้งจำนวนเต็มและเศษย่อย


"สิบสองตำลึงสามเฉียนกับอีกยี่สิบห้าอีแปะ..."

เมื่อมองดูเงินในมือ เด็กหนุ่มเฉินโซ่วก็น้ำตาร่วงหล่นลงมาโดยไม่รู้ตัว

เพียงเพราะจำนวนเงินนี้ จะเป็นสิบสองตำลึงก็ได้ หรือจะเป็นสิบสองตำลึงสามเฉียนก็ได้!

ทว่ามันกลับมีเศษย่อยยี่สิบห้าอีแปะติดมาด้วยเสียนี่!

นั่นหมายความว่า เงินก้อนนี้คือเงินทั้งหมดที่เด็กสาวจางเฟินมีติดตัว!

นอกจากนี้ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ เมื่อครึ่งเดือนก่อน เด็กสาวจางเฟินยังพูดกับเขาอยู่เลยว่า "ข้าสานตะกร้าไม้ไผ่จนเก็บเงินได้สิบเอ็ดตำลึงห้าเฉียนกับอีกเจ็ดสิบห้าอีแปะแล้วนะ"

"รอให้เก็บหอมรอมริบอีกสักสองปี พอถึงตอนแต่งงาน ก็จะสามารถซื้อข้าวของได้ตั้งมากมายมาจัดเตรียมเรือนหอของพวกเราแล้วล่ะ~"

ในวันนั้น พวกเขายังคงวาดฝันกันอยู่เลยว่าหลังจากแต่งงานแล้วจะตกแต่งเรือนหอกันอย่างไร

ทว่า เพียงสองวันให้หลัง เด็กสาวจางเฟินกลับเอ่ยเรื่องถอนหมั้นขึ้นมากะทันหัน

"ตะกร้าไม้ไผ่หนึ่งใบราคาห้าอีแปะ ปกติน้องเฟินเคยบอกว่านางทำได้มากสุดห้าใบฟ้าก็มืดแล้ว"

"เวลาผ่านไปครึ่งเดือน เงินกลับเพิ่มขึ้นมามากขนาดนั้น อย่างน้อยๆ แต่ละวันนางก็ต้องทำถึงสิบใบ!"

"ทำตะกร้าห้าใบฟ้าก็มืดแล้ว หากเป็นสิบใบนางจะเอาเวลาที่ไหนไปนอน!"

"แต่ถ้านางไปพบพานครอบครัวเศรษฐีเข้าจริงๆ แล้วนางยังจะดิ้นรนหาเงินอย่างเอาเป็นเอาตายเช่นนี้ไปทำไมกัน?"

"ถ้านางรักเงินทองขนาดนั้น ทำไมถึงต้องเอาเงินทั้งหมดมาให้ข้าด้วยเล่า?"

"ไม่ถูก! ต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ!"

"ข้าต้องไปหานาง! ถามให้รู้เรื่อง!"

เมื่อรำพึงรำพันกับตัวเองมาถึงตรงนี้ เด็กหนุ่มเฉินโซ่วก็เก็บกวาดเงินเหล่านั้นเข้าด้วยกัน หลังจากกลับไปแจ้งเรื่องนี้ให้บิดามารดาทราบ เขาก็เริ่มออกตามหาเพื่อนเล่นวัยเยาว์ของตนทันที

ทว่า ไม่ว่าเขาจะเสาะหาสืบข่าวอย่างไร ก็ไม่ได้เบาะแสใดๆ เลยแม้แต่น้อย

หลังจากตามหาอยู่ถึงสามเดือน เขาผู้นอนหลับเพียงแค่วันละหนึ่งชั่วยามก็เหนื่อยล้าจนหมดสติล้มพับไปบนถนนหลวง

เมื่อฟื้นคืนสติกลับมา เขาก็พบว่าบริเวณโดยรอบมีหมอกลงจัด ท่ามกลางสายหมอกนั้นยังมีสิ่งปลูกสร้างหลังหนึ่งตั้งอยู่

เขาที่กำลังเผชิญกับความหิวโหยและหนาวเหน็บไม่สนใจสิ่งใดอีก เพียงคิดจะเข้าไปเอาเงินแลกของกินมาประทังชีวิต

และนั่น...ก็คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เฉินโซ่วได้พบเจอกับร้านสัญญา

หลังจากก้าวเข้าไปในร้าน เฉินโซ่วก็ได้ทำสัญญากับเถ้าแก่เยวี่ยฉบับหนึ่ง

เนื้อหาในสัญญาระบุไว้ว่า : ขอเพียงเฉินโซ่วสามารถจับคู่บุพเพสันนิวาสให้สมหวังได้สิบคู่ เถ้าแก่เยวี่ยก็จะพาเขาไปตามหาจางเฟินเพื่อนเล่นวัยเยาว์

หลังจากนั้น เด็กหนุ่มเฉินโซ่วก็กลับไปยังอำเภอจื่อหยาง ผันตัวมาทำหน้าที่เป็น "เฒ่าจันทรา" และใช้เวลาเพียงหนึ่งปีเก้าเดือน เขาก็สามารถจับคู่บุพเพให้สมหวังได้ถึงสิบคู่

ทว่า ในยามที่เขาคิดว่าอีกไม่นาน 'ท่านเซียน' ก็จะพาเขาไปตามหาเพื่อนเล่นวัยเยาว์นั้น 'ท่านเซียน' กลับไม่เคยปรากฏตัวออกมาเลย

เขาคิดไปเองว่าจำนวนคู่บุพเพที่เขาชักนำยังไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงทำหน้าที่ 'เฒ่าจันทรา' ไปพลางเฝ้ารอคอยไปพลาง

ทว่าใครจะคาดคิดเล่าว่า การรอคอยในครั้งนี้จะกินเวลายาวนานถึงหกสิบปี... และเขาก็ได้ทำหน้าที่ 'เฒ่าจันทรา' มานานถึงหกสิบปีเต็ม...

"เถ้าแก่ลั่ว!"

"ให้ท่านรอนานแล้ว!"

ชายชราผมขาววิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าลั่วเฉิน พลางหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่

ลั่วเฉินยิ้มบางๆ แล้วตอบกลับว่า "ผู้เฒ่าเฉินบอกว่าจะไปแต่งตัวเสียหน่อยมิใช่หรือ มวยผมก็เกล้าได้ดูดีอยู่หรอก แต่เหตุใดถึงเปลี่ยนมาใส่ชุดเก่าเช่นนี้เล่า?"

"แหะๆ~" ชายชราผมขาวหัวเราะแห้งๆ "เปลี่ยนชุดใหม่ไปตั้งหลายชุดแล้ว แต่ข้าก็ยังรู้สึกว่ามันทะแม่งๆ อยู่ดี"

"ข้าก็เลยงัดเอาชุดยาวสมัยหนุ่มๆ ออกมาสวมเสียเลย"

"ยังดีที่ข้ายังใส่ได้อยู่"

ลั่วเฉินพยักหน้า "ก็ไม่เลว ดูหนุ่มขึ้นมากทีเดียว"

"ใช่ไหมล่ะ เช่นนั้นก็ดีแล้ว!" ชายชราผมขาวยิ้มจนมุมปากยกขึ้น รอยเหี่ยวย่นบนพวงแก้มก็เบียดกันเป็นก้อน

ลั่วเฉินเอ่ย "ไปกันเถอะ"

ชายชราผมขาวรีบตอบรับ "ได้!"

...

"เถ้าแก่ลั่ว ท่านแน่ใจนะว่าเป็นหมู่บ้านนี้?"

เมื่อมองดูป่าเขาที่โอบล้อมอยู่รอบด้าน ชายชราผมขาวก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้น

ลั่วเฉินตอบ "ก็คือที่นี่แหละ มีอันใดไม่ถูกต้องหรือ?"

"จะว่าไม่ถูกต้องก็คงไม่ใช่หรอก" ชายชราผมขาวหัวเราะเจื่อนๆ "เพียงแต่ข้าคาดไม่ถึงว่านางจะมาอาศัยอยู่ในสถานที่ห่างไกลความเจริญเช่นนี้..."

ลั่วเฉินกล่าว "เข้าไปดูเสียหน่อยเถิด"

"ได้" ชายชราผมขาวพยักหน้า ก่อนจะเดินเคียงคู่ไปกับลั่วเฉินเพื่อเข้าสู่หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาอันเงียบสงบเบื้องหน้า

ที่ทางเข้าหมู่บ้าน มีชายชราหลายคนกำลังนั่งล้อมวงดื่มชาผิงแดดกันอยู่

เมื่อเห็นคนแปลกหน้าเดินเข้ามาในหมู่บ้าน พวกเขาก็พากันหันขวับไปมองผู้มาเยือนทั้งสองเป็นตาเดียว

เพียงปราดตามอง ชายชราผมขาวก็หยุดฝีเท้าลงกะทันหัน เขาหันไปพินิจพิจารณากลุ่มคนชราเหล่านั้นอยู่ครู่หนึ่ง

"เถ้าแก่ลั่ว ท่านรอข้าประเดี๋ยวหนึ่งนะ"

"ได้"

วินาทีต่อมา ชายชราผมขาวก็เดินจ้ำอ้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้ากลุ่มคนชราที่หน้าหมู่บ้าน

"นางเป็นอันใดกับเจ้า?"

ชายชราผมขาวหันไปเอ่ยถามชายชราร่างผอมแห้งผู้หนึ่ง โดยนิ้วมือชี้ตรงไปยังยายเฒ่าที่นั่งอยู่ข้างกายของอีกฝ่าย

"นางเป็นภรรยาข้า"

"ข้าเป็นภรรยาเขา"

คนชราทั้งสองตอบกลับมาพร้อมกัน ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นพร้อมเพรียงว่า "แล้วเจ้าเป็นใครกัน?"

ทว่า สิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ ชายชราแปลกหน้าผู้นี้กลับกระชากชายชราร่างผอมแห้งให้ลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้อย่างรุนแรง!

"เจ้าทำบ้าอันใด!"

"ตาเฒ่าบ้า! ปล่อยนะ!"

"ใครก็ได้ช่วยด้วย~ มีคนมาก่อกวนในหมู่บ้าน!"

เหตุการณ์ที่พลิกผันอย่างกะทันหันทำเอาบรรดาคนชราตกใจจนหน้าถอดสี

ขณะที่พวกเขากำลังร้องเอะอะโวยวาย ลั่วเฉินก็เดินเข้ามาพอดี "ผู้เฒ่าเฉิน ปล่อยเขาก่อนเถอะ มีอันใดก็ค่อยๆ พูดจากันดีกว่า"

เมื่อได้ยินเสียงของลั่วเฉิน ชายชราผมขาวที่มีดวงตาแดงก่ำจึงยอมปล่อยมือจากคอเสื้อของชายชราร่างผอมแห้ง

ในขณะเดียวกัน ชาวบ้านที่ได้ยินความวุ่นวายที่หน้าหมู่บ้านก็พากันวิ่งกรูกันออกมา

ชายฉกรรจ์หลายคนในมือถืออาวุธมาด้วย พวกเขาตรงเข้าล้อมกรอบพวกของลั่วเฉินเอาไว้อย่างดุดัน

"ใช่พวกมันไหม!"

"ใช่! ก็ตาเฒ่าบ้าผู้นี้นี่แหละ พอเดินเข้ามาก็กระชากคอเสื้อตาเฒ่าบ้านข้าเฉยเลย!" เมื่อได้ยินดังนั้น บรรดาชาวบ้านก็พากันตวาดถามคนทั้งสองว่ามาทำอันใดที่นี่

"ข้าถามเจ้า!"

"นางเป็นภรรยาของเจ้างั้นรึ!"

"แล้วจางเฟินเล่า เป็นอันใดกับเจ้า!"

เสียงคำรามก้องของชายชราผมขาวสยบเสียงอึกทึกครึกโครมรอบด้านให้เงียบกริบลงไปในทันที!

เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นต่างก็ชะงักงันไปชั่วขณะ ก่อนจะตระหนักได้ว่าเรื่องนี้มีตื้นลึกหนาบางซ่อนอยู่แน่!

"จางเฟิน..."

ชายชราร่างผอมแห้งกับยายเฒ่าหันไปสบตากันแวบหนึ่ง

จากนั้นชายชราร่างผอมแห้งก็ขยี้ตา ก่อนจะเพ่งพินิจชายชราผมขาวอย่างละเอียดอีกครั้ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เจ้า...เจ้าคือเฉินโซ่ว!"

"ดี! ดี! ดี!" ชายชราผมขาวแค่นหัวเราะเยาะ "เจ้าก็ยังอุตส่าห์จำชื่อของข้าได้นี่!"

"บอกมา!"

"น้องเฟินอยู่ที่ใด!"

"เหตุใดคนที่แต่งงานกับเจ้าถึงเป็นนาง! ไม่ใช่น้องเฟิน!"

เมื่อวาจานี้หลุดออกไป บรรดาชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่ต่างก็มีสีหน้าพิลึกพิลั่น

ดูจากบทสนทนาของคนทั้งสองแล้ว ดูเหมือนว่าเรื่องราวในครั้งนี้ คนที่ผิดน่าจะเป็นผู้อาวุโสในหมู่บ้านของพวกเขาเสียเอง

ชายฉกรรจ์หลายคนที่ถืออาวุธติดมือมาต่างก็ลอบทิ้งอาวุธลงข้างกายอย่างเงียบเชียบ

"เฉินโซ่ว"

"หกสิบปีแล้ว นี่เจ้าคงจะยังไม่ได้ออกเรือนหรอกกระมัง?"

ชายชราร่างผอมแห้งมีสีหน้าสลับซับซ้อน ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ

"กงการอันใดของเจ้า!"

"ข้ากำลังถามเรื่องของน้องเฟินอยู่!"

ชายชราผมขาวตวาดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "บอกมา! น้องเฟินอยู่ที่ใด!"

เมื่อได้ยินดังนั้น ชายชราร่างผอมแห้งก็ยิ้มขื่น "ข้าขอแนะนำตัวเองก่อน ข้าแซ่จาง มีชื่อพยางค์เดียวว่า อี่"

"เป็นญาติผู้น้องของจางเฟิน..."

"ญาติ...ญาติผู้น้อง!" ชายชราผมขาวราวกับถูกอสนีบาตฟาดฟัน เขาอดไม่ได้ที่จะหันขวับไปมองลั่วเฉิน

เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับ ชายชราผมขาวจึงตระหนักได้ว่าชายชราร่างผอมแห้งเบื้องหน้าผู้นี้มิได้โป้ปดหลอกลวงตน!

ญาติผู้น้อง!

ญาติร่วมสายโลหิต!

จะแต่งงานกันได้อย่างไรเล่า!

ในชั่วพริบตานั้น ชายชราผมขาวที่นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก็รีบร้อนเอ่ยถามทันที "บอกข้ามา! เมื่อตอนนั้นมันเกิดอันใดขึ้นกันแน่!"

"แล้วตอนนี้น้องเฟินอยู่ที่ใด!"

จบบทที่ บทที่ 307 มีทั้งจำนวนเต็มและเศษย่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว