- หน้าแรก
- ท่านอาจารย์บรรลุเป็นเซียนอีกแล้ววววว
- บทที่ 205 เงินทอน
บทที่ 205 เงินทอน
บทที่ 205 เงินทอน
"ดังคำกล่าวที่ว่า หากเช้าได้สดับฟังมรรคา แม้นเย็นต้องตกตายก็ไร้ซึ่งความเสียดาย!"
"คุณชาย!"
"วันนี้เมื่อได้ฟังคำพูดของท่าน อาเต๋อก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องเสียใจภายหลังแล้วขอรับ!"
คังเต๋อลุกขึ้นประสานมือ ท่าทางน้ำตาคลอเบ้าของเขา ทำให้บุรุษผู้สูงศักดิ์มองแล้วรู้สึกว่าการ "ประจบประแจง" นี้ออกจะเกินพอดีไปสักหน่อย...
"อาเต๋อ รับสิ่งนี้ไป" หลิวต้าถือขวดหยกใบหนึ่ง ยัดใส่มือของคังเต๋อ
อีกฝ่ายมองแวบหนึ่ง เอ่ยถามด้วยความสงสัย "นี่คือสิ่งใด?"
"พิษกระเรียนแดงชั้นยอด"
"เจ้าบอกว่าแม้นเย็นต้องตกตายก็ไร้ซึ่งความเสียดายมิใช่หรือ?"
"กินเจ้านี่แล้วจากไปเถิด จะได้เหลือศพที่สมบูรณ์"
หลิวต้ากล่าวพลางยกถ้วยน้ำขึ้นมา "มา น้ำนี่ข้าก็รินไว้ให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว"
"อย่าเคี้ยว กลืนรวดเดียวลงไปเลย แป๊บเดียวก็เสร็จ"
"มารดามันเถอะ!" คังเต๋อยัดขวดหยกกลับใส่มือหลิวต้า "เจ้าเก็บไว้กินเองเถิด!"
หลิวต้าทำเสียง 'ชิ' พลางเก็บขวดหยก "เจ้าดูสิ! เจ้าเป็นคนพูดเองว่าตกตายก็ไร้ซึ่งความเสียดาย แต่กลับไม่ยอมตาย"
"เห็นได้ชัดว่าเจ้ามันน่าสมเพชเพียงใด!"
คังเต๋อกัดฟันกรอด "อาต้า! เจ้าอย่าให้มันรังแกกันเกินไปนักนะ!"
"อาเต๋อ!"
"เมื่อครู่ตอนแย่งผลไม้ของข้า ทำไมเจ้าถึงไม่คิดบ้างล่ะว่าตัวเองก็รังแกคนอื่นเกินไปเหมือนกัน!"
"เจ้าผายลม! ผลไม้นั่นกลายเป็นของเจ้าตั้งแต่เมื่อใด?"
"ข้ามาถึงก่อน! เท้าซ้ายของข้าก้าวไปถึงก่อน!"
"ผายลม! เท้าขวาของข้าก้าวไปถึงก่อนต่างหาก!"
"เจ้าสิผายลม!"
เมื่อเห็นว่าทั้งสองสงบลงได้ไม่ทันไรก็กลับมาทะเลาะกันอีก บุรุษผู้สูงศักดิ์จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม "พวกเจ้าสองคนทะเลาะกันด้วยเรื่องอันใดกันแน่?"
สิ้นคำกล่าวนั้น ทั้งสองคนที่กำลัง "พัวพัน" ทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ก็ชะงักงัน
"เงินทองและฐานะ ความจริงแล้วพวกเจ้าก็มีพร้อมทุกสิ่ง"
"การที่พวกเจ้ามาทะเลาะแย่งชิงความแพ้ชนะต่อหน้าข้า ดูเหมือนจะไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย"
"ดังนั้น พวกเจ้าทะเลาะกันไปเพื่ออะไรล่ะ?"
เมื่อบุรุษผู้สูงศักดิ์กล่าวจบ พ่อบ้านทั้งสองก็ปล่อยมือจากคอเสื้อของอีกฝ่าย และต่างถอยหลังไปคนละก้าว
"คิดตกแล้วหรือ?" บุรุษผู้สูงศักดิ์ยิ้ม "ตอนที่ออกมาครานี้ ข้าก็คิดเอาไว้แล้วว่าตั้งใจจะเดินทางเพียงลำพัง"
"ทว่าพวกเจ้ากลับดึงดันจะตามมาให้ได้"
"พวกเจ้าอย่าได้คิดเชียวว่า หากไม่ติดตามข้าแล้ว ฐานะพ่อบ้านใหญ่และพ่อบ้านรองของพวกเจ้าจะมลายหายไป"
"บิดาของพวกเจ้าทั้งสอง แม้จะเป็นพ่อบ้านของสกุลอี้ แต่เมื่อข้าพบหน้า ก็ยังต้องเรียกขานพวกเขาว่าท่านอา"
"เพราะฉะนั้น ฐานะของพวกเจ้าทั้งสอง แทบจะเรียกได้ว่าถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิดแล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดนักกับการมาคอยเอาอกเอาใจข้าหรอก"
"นอกจากนี้ หากพวกเจ้ากลัวว่าข้าจะริบฐานะของพวกเจ้า จึงได้เอาแต่ทะเลาะกันอยู่เช่นนี้ ก็ยิ่งไม่จำเป็นเลย เพียงแค่พวกเราสามคนเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ข้าก็ไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่นอน"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สอง "คู่ป่วน" ก็พากันก้มหน้าลง
ครู่ต่อมา คังเต๋อก็มองไปยังหลิวต้าพลางเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง "อาต้า คำพูดจากใจจริงของคุณชาย เจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่?"
หลิวต้าเงยหน้าตอบ "ได้ยินแล้ว"
คังเต๋อพยักหน้าด้วยความปลื้มใจ "เช่นนั้นวันข้างหน้า ก็อย่าทำตัวน่ารังเกียจเช่นนั้นอีกจะได้หรือไม่?"
"ได้... กับผีน่ะสิ!" หลิวต้าด่าทอ "อาเต๋อผู้น่าสมเพช! เจ้าช่วยฟังสิ่งที่ตัวเองเพิ่งพูดออกมาหน่อยได้หรือไม่!"
"บอกว่าเจ้าอย่าทำตัวน่ารังเกียจ มันมีปัญหาตรงไหน?"
"ไสหัวไปเลย! เจ้านั่นแหละที่อย่าทำตัวน่าสมเพช!"
และแล้ว สองคนที่เพิ่งสงบลงไปได้เพียงครู่เดียวก็เริ่ม "ฟาดฟัน" กันอีกครั้ง
ที่หน้าโต๊ะ บุรุษผู้สูงศักดิ์ส่ายหน้าอย่างจนใจ และอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
เขารู้อยู่แล้วว่าสองคนนี้ดวงชงกันตั้งแต่เกิด พูดเกลี้ยกล่อมแค่ไม่กี่ประโยคไม่มีทางเอาอยู่
แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างไรเสียเขาก็คุ้นชินกับการทะเลาะเบาะแว้งของทั้งสองคนมานานแล้ว
ลองคิดดูให้ดี หากเสียงทะเลาะเบาะแว้งเช่นนี้หายไป เขาเองอาจจะรู้สึกไม่ชินเสียด้วยซ้ำ...
เมื่อคิดได้เช่นนี้ บุรุษผู้สูงศักดิ์ก็ยิ้มพลางจิบน้ำชา
ทว่า ในตอนที่เขากำลังวางถ้วยชาลง หางตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของจิ้งจอกขาวตัวน้อยปรากฏขึ้น
ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปาก จิ้งจอกขาวตัวน้อยนั้นก็กระโดดเบาๆ ขึ้นไปบนเก้าอี้ด้วยความปราดเปรียวอย่างยิ่ง ก่อนจะอาศัยเก้าอี้กระโดดขึ้นไปบนโต๊ะ
ขณะนี้เหล่า "คู่ป่วน" กำลังทะเลาะกันอย่างดุเดือดอยู่ด้านข้าง จึงย่อมไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีจิ้งจอกน้อยตัวหนึ่งขึ้นมาบนโต๊ะ
ทางด้านบุรุษผู้สูงศักดิ์ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เอ่ยถามจิ้งจอกขาวตัวน้อย "ผลไม้พวกนี้ เจ้าเป็นคนขายใช่หรือไม่?"
จิ้งจอกขาวตัวน้อยนั่งยองๆ อยู่บนโต๊ะ พยักหน้าพลางร้อง "จิ๊ด" ออกมาหนึ่งเสียง
ช่างเป็นจิ้งจอกน้อยที่แสนรู้เสียนี่กระไร!
"ผลไม้อร่อยมาก" บุรุษผู้สูงศักดิ์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ "เจ้ามาทวงเงินห้าสิบตำลึงที่เหลืออย่างนั้นหรือ?"
"ข้าจะให้เจ้าเดี๋ยวนี้แหละ"
กล่าวจบ บุรุษผู้สูงศักดิ์ก็เริ่มล้วงหาถุงเงินที่เอว
ทว่า ยังไม่ทันที่เขาจะหยิบเงินออกมา จิ้งจอกขาวตัวน้อยก็สะบัดถุงผ้าใบเล็กที่ดูหนักอึ้งตรงหน้าอก
กราว~
กองเงินร่วงหล่นลงมาบนโต๊ะ!
เงินตำลึงก้อนเล็กสี่ก้อน เศษเงินอีกสองสามก้อน และเหรียญทองแดงอีกหนึ่งกอง
บุรุษผู้สูงศักดิ์เติบโตมาในกองเงินกองทองตั้งแต่เด็ก เพียงแค่หรี่ตามองก็สามารถกะประมาณได้คร่าวๆ ว่าเงินเหล่านี้มีจำนวนใกล้เคียงกับห้าสิบตำลึง
"จิ๊ดๆ!"
จิ้งจอกขาวตัวน้อยชี้ไปทาง "อาเต๋อ" ก่อน ต่อมาก็ใช้กรงเล็บดันเงินตรงหน้า แล้วสุดท้ายก็หันไปมองบุรุษผู้สูงศักดิ์
เกือบห้าสิบตำลึง
ผลไม้ป่าสองชั่งยี่สิบอีแปะ
อาเต๋อ
ข้อมูลสองสามอย่างเชื่อมโยงกันในหัวอย่างรวดเร็ว บุรุษผู้สูงศักดิ์อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง "นี่คือเงินทอนที่เจ้าเอามาให้หรือ?"
จิ้งจอกขาวตัวน้อยพยักหน้า "จิ๊ด!"
"ความจริงไม่ต้องทอนหรอก"
"เดิมทีก็ตกลงกันไว้แล้วว่าจะให้เจ้า"
"เขายังจ่ายให้เจ้าขาดไปอีกห้าสิบตำลึงด้วยซ้ำ"
กล่าวจบ บุรุษผู้สูงศักดิ์ก็เกรงว่าจิ้งจอกขาวตัวน้อยจะฟังไม่เข้าใจ จึงจงใจเลียนแบบท่าทางของอีกฝ่ายเมื่อครู่ ด้วยการดันกองเงินกลับไป
"จิ๊ด~"
ร้องออกมาหนึ่งเสียง จิ้งจอกขาวตัวน้อยก็อาศัยเก้าอี้กระโดดลงจากโต๊ะไป
เพียงชั่วพริบตา ก็วิ่งออกไปจากโรงเตี๊ยม
"อ๊ะ!"
บุรุษผู้สูงศักดิ์หันไปมองแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองเงินบนโต๊ะ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาจึงลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งตามออกไปทันที
เมื่อออกมาบนถนน บุรุษผู้สูงศักดิ์ก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ในที่สุดก็พบร่างของจิ้งจอกขาวตัวน้อยอยู่ตรงร้านขายถังหูลู่
ทว่าเมื่อเขาวิ่งเหยาะๆ ไปทางจิ้งจอกขาวตัวน้อยได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็พลันชะงักฝีเท้าอยู่กับที่
นั่นเป็นเพราะ เขาเห็นบัณฑิตชุดเขียวท่านหนึ่ง!
ชั่วขณะนั้น ขนทั่วร่างของเขาก็ลุกซู่จนอดไม่ได้ที่จะสั่นเทาเล็กน้อย!
สูดลมหายใจเข้าลึกๆ อยู่หลายครั้ง บุรุษผู้สูงศักดิ์ฝืนข่มความตื่นเต้นในใจ แล้วพุ่งตัวไปในทิศทางที่ลั่วเฉินยืนอยู่!
ในเวลานี้ พ่อค้าขายถังหูลู่เพิ่งจะยื่นถังหูลู่ไม้หนึ่งให้กับลั่วเฉินและตั้งใจจะจากไปพอดี
เมื่อเห็นชายผู้หนึ่งพุ่งเข้ามา เขาก็นึกว่าอีกฝ่ายกำลังรีบร้อนจะมาซื้อถังหูลู่ จึงเอ่ยถามขึ้นว่า "น้องชาย จะซื้อถังหูลู่หรือ?"
เมื่อเห็นบุรุษผู้สูงศักดิ์โบกมือปฏิเสธ พ่อค้าขายถังหูลู่จึงหันหลังเดินจากไป
"ท่านลั่ว!"
บุรุษผู้สูงศักดิ์ประสานมือคารวะลั่วเฉิน
ลั่วเฉินยิ้มพลางพยักหน้ารับ "คุณชายอี้"
"ท่าน!" อี้หรูเทียนเงยหน้าขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "ท่านจำข้าได้!"
"เมื่อหลายปีก่อน บนภูเขาว่านหาน คุณชายอี้โดดเด่นสะดุดตาที่สุด ย่อมต้องจำได้อย่างแน่นอน"
ระหว่างที่พูด ลั่วเฉินก็ยื่นถังหูลู่ในมือให้กับจิ้งจอกขาวตัวน้อย
อีกฝ่ายร้อง "จิ๊ด" ออกมาหนึ่งเสียง แล้วใช้สองตีนหน้าประคองปลายไม้ไผ่ทั้งสองด้านเอาไว้แล้วเริ่มกิน
ที่แท้จิ้งจอกขาวตัวน้อยนี้ท่านก็เป็นคนเลี้ยงนี่เอง มิน่าเล่าถึงได้แสนรู้นัก!
ความคิดแล่นผ่านเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว อี้หรูเทียนประสานมือคารวะอีกครั้ง "ท่านลั่ว ปีนั้นข้าเพียงแต่สงสัยจริงๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงได้แอบมองท่าน หวังว่าท่านจะโปรดให้อภัย..."