- หน้าแรก
- ท่านอาจารย์บรรลุเป็นเซียนอีกแล้ววววว
- บทที่ 204 ไม่เคลื่อนไหว
บทที่ 204 ไม่เคลื่อนไหว
บทที่ 204 ไม่เคลื่อนไหว
สงครามแย่งชิง "ลำดับอาวุโส" อันไร้เสียง สิ้นสุดลงด้วยคำว่า "ผ้าเช็ดหน้า" ของบุรุษผู้สูงศักดิ์
หลิวต้าที่รู้สึกว่าก่อนหน้านี้ตนเองทำผลงานได้ไม่ดีนักจึงเอ่ยปากขึ้น "คุณชาย ท่านหิวแล้วใช่หรือไม่ขอรับ? ข้าจะไปทำกับข้าวให้"
บุรุษผู้สูงศักดิ์วางผ้าเช็ดหน้าลงในอ่าง ส่ายหน้าพลางกล่าว "พวกเจ้ากินเถิด ข้าไม่กินแล้ว"
"ก่อนหน้านี้ตอนที่พวกเจ้ายังไม่กลับมา ข้าเห็นพ่อค้าขายแผ่นแป้งเดินผ่านหน้าประตู จึงซื้อมากินสองแผ่น"
"อะไรนะ!"
พ่อบ้านทั้งสองต่างมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
เพียงเพราะพวกเขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าคุณชายของตนจะกินของที่พ่อค้าริมทางขาย...
"ข้าเคยบอกแล้วว่า การเดินทางในครั้งนี้ ต้องทำตัวให้ไม่สะดุดตาที่สุด"
"อีกอย่าง รสชาติของแผ่นแป้งก็ไม่เลวเลยทีเดียว"
บุรุษผู้สูงศักดิ์กล่าวพลางมองไปยังทั้งสอง "พวกเจ้ายังไม่ได้กินอะไรใช่หรือไม่ ไปหาอะไรกินกันเองเถิด"
เงียบไปครู่หนึ่ง หลิวต้าก็ทิ้งตัวนั่งลงข้างกายบุรุษผู้สูงศักดิ์ "คุณชาย!"
บุรุษผู้สูงศักดิ์กดมือลงเป็นเชิงห้าม "นั่งให้ห่างหน่อย ข้าคร้านจะล้างหน้าอีกรอบ"
"ได้ขอรับ" หลิวต้าขยับก้นถอยออกไป กล่าวต่อว่า "มีคำพูดจากใจประโยคหนึ่ง หากพูดออกไปแล้วอาจจะทำให้คุณชายไม่พอใจ"
"แต่ในฐานะพ่อบ้านใหญ่ของสกุลอี้"
"คำพูดนี้ข้าจำเป็นต้องพูด!"
ฝั่งตรงข้าม เมื่อได้ยินคำพูดนี้ คังเต๋อก็ขยับริมฝีปากแบบไร้เสียง: [โง่...]
บุรุษผู้สูงศักดิ์มองท่าทางจริงจังของอาต้าแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ "เจ้าก็พูดมาเถิด"
หลิวต้าพยักหน้ารับ "คุณชาย นับรวมปีนี้ด้วย ก็เป็นปีที่สิบสองแล้วที่คุณชายออกตามหาวิถีเซียน"
"คนเราเกิดมาชาตินี้จะมีสิบสองปีสักกี่ครั้งกัน?"
"แปดปีก่อนท่านเข้ารับช่วงต่อหอการค้าจินอวิ๋นแล้ว แต่ตลอดแปดปีมานี้ท่านกลับแทบไม่ได้ดูแลกิจการของหอการค้าเลย"
"วงการค้าขายพลิกผันได้ในพริบตา พวกเราจะมัวแต่นอนกินบุญเก่าไม่ได้นะขอรับ~"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ คังเต๋อก็เก็บอาการเหยียดหยาม แล้วนั่งลงอีกด้านหนึ่งของคุณชายตน เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง "ในที่สุดอาต้าก็พูดในสิ่งที่พ่อบ้านใหญ่ควรจะพูดเสียที"
"ข้าจะไม่พูดถึงเรื่องวงการค้าขายก็แล้วกัน"
"ขอพูดแค่เรื่องอายุของท่าน"
"ปีนี้ท่านอายุสามสิบแล้ว เป็นวัยที่ควรจะตั้งตัวและสร้างครอบครัวได้แล้ว"
"หากท่านยังเอาแต่ตามหาต่อไปเช่นนี้ และไม่ยอมสร้างครอบครัว ไม่ต้องพูดถึงว่าจะตามหาเซียนพบหรือไม่ ถึงตอนนั้นหากท่านไม่มีทายาทสืบสกุล ผู้ใดจะมารับสืบทอดหอการค้าจินอวิ๋นล่ะขอรับ?"
เมื่อเห็นทั้งสองร่วมมือเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเช่นนี้ บุรุษผู้สูงศักดิ์ก็อดหัวเราะไม่ได้ "นี่ ขนาดท่านพ่อยังไม่เร่งรัดข้า แล้วพวกเจ้ามาเร่งรัดข้าหรือ?"
คังเต๋อถอนหายใจ "นายท่านน่ะรักและหวงแหนบุตรชายของตนเองอย่างไรล่ะขอรับ"
หลิวต้าพูดสนับสนุน "พูดตามตรง นายท่านค่อนข้างจะตามใจคุณชายมากเกินไปหน่อยนะขอรับ"
"อาต้า!"
"เจ้าสามหาว!"
หลังจากตะคอกใส่หลิวต้า คังเต๋อก็หันไปมองคุณชายของตน น้ำเสียงอ่อนลง "แต่ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ แหละขอรับ..."
มองดูทั้งสองอ้างเหตุผลกันอย่างจริงจัง บุรุษผู้สูงศักดิ์ก็ยิ้มพลางส่ายหน้า เอ่ยถามขึ้น "อาต้า อาเต๋อ ข้าขอถามพวกเจ้าสักคำถามหนึ่ง"
"คุณชาย ท่านว่ามาเลยขอรับ!"
"พวกเจ้าคิดว่า หอการค้าจินอวิ๋นหากขาดผู้ใดไป แล้วจะล่มสลาย?"
"ย่อมต้องเป็นคุณชายแน่นอนขอรับ!"
"ผิด!"
"เช่นนั้นก็คือนายท่านหรือขอรับ?"
"ก็ผิดอีก!" บุรุษผู้สูงศักดิ์หัวเราะ "ความจริงก็คือ หอการค้าจินอวิ๋นไม่ว่าจะขาดใครไปสักคน ก็ไม่มีทางล่มสลาย"
"จะเป็นไปได้อย่างไร!"
พ่อบ้านทั้งสองประสานเสียงกัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ?" บุรุษผู้สูงศักดิ์ถามกลับ "หอการค้าจินอวิ๋นหยั่งรากลึกอยู่ในต้าฮุย"
"ตอนนี้ต้าฮุยกำลังรุ่งเรืองเข้มแข็ง และหอการค้าจินอวิ๋นก็แผ่ขยายกิจการไปแทบทุกตารางนิ้วของดินแดนต้าฮุย"
"ขอเพียงหอการค้าจินอวิ๋นไม่คิดก่อกบฏ ต่อให้ข้าจะผลาญสมบัติสักแค่ไหน จะทอดทิ้งไม่ไยดีสักเพียงใด เงินทองเหล่านั้นก็ราวกับตกลงมาจากฟากฟ้า ใช้เท่าไรก็ไม่มีวันหมด"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ พ่อบ้านทั้งสองก็ตกอยู่ในห้วงความคิด พวกเขาไม่อาจเข้าใจถึงเหตุผลที่แฝงอยู่ได้
"พวกเจ้ารู้หรือไม่ ว่าเพราะเหตุใด?"
"เพราะเหตุใดหรือขอรับ?"
บุรุษผู้สูงศักดิ์ตอบ "เพราะหอการค้าจินอวิ๋นยิ่งใหญ่จนถึงจุดที่คนมากมายไม่อาจจินตนาการได้แล้ว"
"ไม่ถูกนะขอรับ!" หลิวต้ารีบเอ่ย "คุณชาย ในบรรดาสิบหอการค้าใหญ่ของต้าฮุย หอการค้าจินอวิ๋นของพวกเราอยู่เพียงอันดับที่สิบเท่านั้นนะขอรับ!"
บุรุษผู้สูงศักดิ์ถามกลับ "แล้วอย่างไรล่ะ?"
คังเต๋อพูดต่อ "คุณชาย ข้าคิดว่าสิ่งที่อาต้าอยากจะบอกคือ แม้จินอวิ๋นของพวกเราจะใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่ใหญ่ที่สุดขอรับ"
"อีกอย่าง ไม่ทราบว่าคุณชายยังจำได้หรือไม่"
"เมื่อหลายปีก่อน หอการค้าเทียนสิงที่ยึดครองอันดับหนึ่งมาหลายปี กลับล่มสลายลงในชั่วข้ามคืน"
"นี่ยังไม่ใช่แค่กรณีเดียวนะขอรับ หอการค้าจวินผิ่นที่ครองอันดับสี่มาหลายปีก็มีจุดจบไม่ต่างกัน"
"สองหอการค้านั้นมีกำลังแข็งแกร่งกว่าพวกเรามาก แต่ก็ยังล่มสลายไป..."
"ดังนั้นหอการค้าจินอวิ๋นควรจะนำพวกเขามาเป็นบทเรียน ไม่ควรหลงคิดไปเองว่าจะไม่มีวันล่มสลายนะขอรับ..."
"ฮ่าๆ~" บุรุษผู้สูงศักดิ์หัวเราะร่วน "ตัวอย่างที่พวกเจ้ายกมา กับความหมายที่ข้าต้องการสื่อ มันคนละเรื่องกันเลย"
"เริ่มจากอดีตหอการค้าอันดับหนึ่งของต้าฮุยอย่างเทียนสิงก่อน พวกเขาก็แค่เบื่อชีวิตแล้วรนหาที่ตายเองแท้ๆ"
"คิดว่าตนเองร่ำรวยมหาศาลเทียบเท่ากับประเทศชาติ จึงริอาจสอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในราชสำนัก"
"อำนาจกับทรัพย์สิน สิ่งแรกย่อมต้องมาก่อน และไม่อาจนำมาเทียบเคียงกันได้"
"ทรัพย์สินกับอำนาจสามารถเกื้อกูลกันได้ แต่หากคิดจะใช้ทรัพย์สินมาอยู่เหนืออำนาจ นั่นก็คือการฝันเฟื่อง!"
"อย่าว่าแต่ต้าฮุยที่แข็งแกร่งเลย ต่อให้วันหนึ่งต้าฮุยจะเสื่อมอำนาจลง ก็ไม่ใช่สิ่งที่พ่อค้าจะสามารถต่อกรได้..."
"พูดถึงหอการค้าจวินผิ่นบ้าง"
พูดมาถึงตรงนี้ บุรุษผู้สูงศักดิ์ก็จิบชาอึกหนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อ "คนตระกูลนั้นให้กำเนิดทายาทมากเกินไปจริงๆ ลูกหลานแต่ละคนต่างก็หอบเงินของตระกูลออกไปตั้งตัว หวังจะบุกเบิกกิจการใหม่ของตนเอง"
"พวกคนโง่เขลาที่ทะเยอทะยานจนเกินตัวแต่ละคน คิดว่าในเมื่อบรรพบุรุษสร้างรากฐานขึ้นมาได้ พวกเขาก็สามารถทำได้เช่นกัน"
"เพราะฉะนั้น การที่หอการค้าจวินผิ่นไม่ล่มสลายต่างหาก ถึงจะเรียกว่าผิดปกติ"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ พ่อบ้านทั้งสองก็พากันนิ่งเงียบ พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณชายของตนถึงคิดว่าสองเรื่องก่อนหน้านี้ ถึงไม่ใช่เรื่องเดียวกับที่พวกเขากล่าว
ทั้งที่สองเรื่องนี้ ต่างก็สามารถสรุปได้ว่าเป็นจุดจบของการไม่ตั้งใจบริหารหอการค้าไม่ใช่หรือ?
"คุณชาย การค้าขายก็เหมือนพายเรือทวนน้ำ หากไม่ก้าวหน้าก็มีแต่จะถอยหลังนะขอรับ"
"หากหอการค้าจินอวิ๋นไม่คิดจะก้าวหน้า เกรงว่าคงยากที่จะรักษาตำแหน่งหนึ่งในสิบของต้าฮุยไว้ได้ และก็คงยากที่จะรับประกันว่าจะไม่ล่มสลายใช่หรือไม่ขอรับ?"
หลิวต้าพูดจบ ก็รู้สึกว่าคำพูดของตนดูไม่ค่อยเป็นมงคลนัก จึงหันไปด้านข้างแล้วทำเสียง 'ถุย' สามครั้ง
"ยากหรือ?" บุรุษผู้สูงศักดิ์หัวเราะร่วน "หลายปีมานี้ มีหอการค้าก้าวขึ้นไป และก็มีหอการค้าร่วงหล่นลงมา"
"พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลย แต่กลับยังคงรั้งอยู่ในตำแหน่งที่สิบเช่นเดิม"
"ท่านพ่อของข้า ท่านปู่ของข้า ท่านทวดของข้า พวกท่านล้วนแต่ใช้วิธีการคล้ายคลึงกับข้าทั้งสิ้น"
"นั่นคือพวกเราล้วนมองเห็นตรงกันว่า การอยู่นิ่งๆ ในตำแหน่งนี้ สำหรับหอการค้าจินอวิ๋นแล้ว ถึงจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด"
"ไม่ทำตัวโดดเด่น จะได้ไม่ดึงดูดความหวาดระแวงจากราชสำนัก และก็ไม่ทำตัวต้อยต่ำจนเกินไป ยังคงปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าผู้คนเสมอ เพื่อให้ป้ายชื่อของหอการค้าจินอวิ๋นสลักลึกอยู่ในใจของชาวบ้านรุ่นแล้วรุ่นเล่า"
"เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน วงการค้าขายก็เป็นเช่นนี้"
"ก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว การพังพินาศเป็นจุลก็เกิดขึ้นได้ในชั่วพริบตา"
"เพราะฉะนั้น เมื่อมาถึงจุดนี้ การไม่เคลื่อนไหวก็คือการเคลื่อนไหว นั่นคือทางเลือกที่ดีที่สุดในการรักษาความมั่นคงยาวนาน..."