- หน้าแรก
- ท่านอาจารย์บรรลุเป็นเซียนอีกแล้ววววว
- บทที่ 203 "แสร้งวางมาด"
บทที่ 203 "แสร้งวางมาด"
บทที่ 203 "แสร้งวางมาด"
"คุณชาย ชาเย็นหมดแล้ว ข้าจะให้คนมาเปลี่ยนให้ท่านใหม่ขอรับ"
เมื่อเห็นบุรุษผู้สูงศักดิ์ยกจอกชาขึ้นดื่ม หลิวต้าก็รีบตะโกนสุดเสียงทันที "เสี่ยวเอ้อร์! ชงชา!"
ทว่า การตะโกนของเขาในครั้งนี้ กลับไม่มีผู้ใดตอบรับ
"เฮอะ?" หลิวต้าขมวดคิ้ว "นี่มันกลางวันแสกๆ ไฉนในโรงเตี๊ยมถึงไม่มีคนทำงานเลยสักคน?"
"คนไปไหนหมด! โรงเตี๊ยมยังจะเปิดอยู่หรือไม่!"
"พอแล้ว เลิกตะโกนเถอะ" บุรุษผู้สูงศักดิ์วางจอกชาลง กล่าวเสียงเรียบ "พวกเขาถูกข้าจับฝังดินไปหมดแล้ว"
พรึ่บ!
หลิวต้าและคังเต๋อหันขวับกลับมาด้วยความตกตะลึง จ้องมองคุณชายของพวกตนตาค้าง
วินาทีต่อมา คังเต๋อก็รีบก้าวไปข้างหน้า ย่อตัวลง และกดเสียงต่ำ "คุณชาย ท่านไปก่อน ข้าจะรับผิดแทนท่านเอง!"
ในเวลาเดียวกัน หลิวต้าก็คว้าแขนของบุรุษผู้สูงศักดิ์ หมายจะดึงเขาให้ลุกขึ้น "คุณชาย พวกเราหนีกันเถอะขอรับ ให้อาเต๋ออยู่รับผิดแทน ก็ถือเสียว่าเขาไม่ได้กินข้าวของสกุลอี้มาหลายปีโดยเปล่าประโยชน์!"
"เดี๋ยวก่อน!" บุรุษผู้สูงศักดิ์ขมวดคิ้ว "พวกเจ้าคิดว่าข้าฆ่าคนงั้นหรือ?"
"โดนฝังดินไปหมดแล้ว ยังจะรอดอยู่อีกหรือขอรับ?"
"นั่นสิขอรับ!"
"พวกเจ้านี่นะ..." บุรุษผู้สูงศักดิ์เบ้ปาก "พวกเจ้าเคยเห็นคุณชายอย่างข้าฆ่าคนตั้งแต่เมื่อใด?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวต้ากับคังเต๋อก็มองหน้ากัน แล้วเริ่มขยับริมฝีปากแบบไร้เสียง
[อาเต๋อ เจ้าเคยเห็นหรือไม่?]
[ไม่เคย แล้วเจ้าเคยเห็นหรือ?]
เมื่อเห็นดังนั้น บุรุษผู้สูงศักดิ์ก็หัวเราะอย่างจนใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น "หลงจู๊กับพวกเด็กรับใช้ในโรงเตี๊ยมเห็นข้าแต่งตัวซอมซ่อ ทั้งยังสั่งแค่ชาป้านเดียว จึงหัวเราะเยาะว่าข้ายากจนแต่แสร้งวางมาด (จวงซ่วน)"
"ข้า อี้หรูเทียน ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ ไม่เคยมีผู้ใดด่าว่าข้ายากจนมาก่อน"
"ดังนั้น ข้าจึงโยนตั๋วเงินสามพันตำลึงไปให้ แล้วให้พวกเขาไป 'ทำตัวเป็นต้นกระเทียม (จวงซ่วน)' ที่แปลงผักสวนหลังบ้านด้วยตัวเอง"
"วันนี้ในโรงเตี๊ยมคงไม่มีเด็กรับใช้แล้วล่ะ"
สิ้นคำพูดนี้ หลิวต้าและคังเต๋อก็พากันวิ่งตรงไปยังสวนหลังบ้านโดยไม่ได้นัดหมาย
เมื่อพวกเขามาถึงสวนหลังบ้าน ก็เห็นหลงจู๊และเหล่าเด็กรับใช้ในโรงเตี๊ยมกำลัง "ปัก" ตัวเองอยู่ในดิน และอาบแดดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"ไอ้พวกตาไม่มีแวว!"
"รับเงินไปแล้วก็ 'ทำตัวเป็นต้นกระเทียม' ให้มันดีๆ! อย่ามาทำเป็นยิ้มระรื่น!"
หลงจู๊โรงเตี๊ยมและพวกพ้องจำหลิวต้ากับคังเต๋อได้ รู้ว่าทั้งสองมากับคุณชายที่ใช้จ่ายเงินอย่างมือเติบโตผู้นั้น
ดังนั้น เมื่อเห็นทั้งสองเดินเข้ามาวางอำนาจบาตรใหญ่ พวกเขาไม่เพียงแต่ไม่โกรธ กลับยังเอ่ยเออออห่อหมก พร่ำบอกว่าพวกตน "ตาไม่มีแวว" "ตาบอดแท้ๆ" อะไรทำนองนั้น
เมื่อเห็นท่าทีของทุกคนไม่เลว หลิวต้าและคังเต๋อก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจและเตรียมจะจากไป
ทว่ายังไม่ทันที่พวกเขาจะหันหลังกลับ ก็เห็นหลงจู๊ที่ถูก "ปลูก" อยู่ตรงกลางเอ่ยถามขึ้น "ท่านทั้งสอง! ช่วยพวกเราถามคุณชายอี้ทีเถอะ ว่าให้พวกเราทำตัวเป็นต้นกระเทียมแค่วันเดียวพอแล้วหรือไม่?"
"ขอทำต่ออีกสักสองสามวันได้หรือไม่?"
"ฝันไปเถอะ!"
หลิวต้าและคังเต๋อถ่มน้ำลายพร้อมกันดังก๊าก และถลึงตาใส่อีกฝ่าย ก่อนจะก้าวเท้าออกไปพร้อมกัน
ก้าวนี้ ทั้งสองต่างมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน
จนทำให้พวกเขาชนกันเอง
จากนั้น ท่ามกลางสายตาอันประหลาดใจของเหล่า "คนกระเทียม" ชายฉกรรจ์วัยสามสิบกว่าทั้งสองคนนี้ก็เบียดเสียดกันเดินราวกับเด็กๆ ที่กำลังแย่งทางกัน
หลังจากพวกเขาก้าวออกจากสวนหลังบ้าน เสี่ยวเอ้อร์คนหนึ่งก็เอ่ยปาก "หลงจู๊"
หลงจู๊เอ่ย "ว่าอย่างไร?"
เสี่ยวเอ้อร์ถอนหายใจ "คนมีเงินนี่ไม่เหมือนใครจริงๆ..."
......
เมื่อกลับมาที่ห้องโถงใหญ่
คังเต๋อที่อาศัยข้อได้เปรียบเรื่องความยาวของช่วงขาจนเดินมาถึงก่อนก้าวหนึ่ง เห็นคุณชายของตนกำลังกินผลไม้ป่า จึงรีบเข้าไปใกล้และหัวเราะพลางเอ่ย "คุณชาย ผลไม้ป่าเหล่านี้ข้าเป็นคนซื้อมา รสชาติเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?"
บุรุษผู้สูงศักดิ์หัวเราะ "ไม่เลวเลย แม้จะหวานไม่พอ แต่กลับกินแล้วสดชื่นกว่าผลไม้ที่บ้านเสียอีก"
"หึๆ~"
"อร่อยก็พอแล้วขอรับ"
เมื่อชำเลืองมองหลิวต้าที่กำลัง "หน้าดำคร่ำเครียด" รอยยิ้มบนมุมปากของคังเต๋อก็กว้างขึ้น "ไม่เสียแรงที่ข้าเดินวนอยู่ในเมืองตั้งรอบใหญ่กว่าจะซื้อผลไม้สองชั่งนี้กลับมาได้"
"จริงสิขอรับคุณชาย เจ้าของแผงขายผลไม้นี้ เข้าข่ายเคล็ดวิชา 'สามทรัพย์รวมคุณธรรม' ที่ท่านคิดค้นขึ้นมาเองด้วยนะขอรับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น บุรุษผู้สูงศักดิ์ก็หัวเราะพลางถาม "ว่าอย่างไร?"
"เคล็ดวิชาสามทรัพย์รวมคุณธรรม กระจายทรัพย์ขับไล่ความยากจน ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ และบรรเทาภัยพิบัติ"
"นี่คือยากจนแท้ ทุกข์ยากแท้ และภัยพิบัติแท้"
คังเต๋อกล่าวราวกับว่าคุ้นเคยเป็นอย่างดี "ข้าคิดว่าเจ้าของแผงขายผลไม้ น่าจะเข้าข่ายสองข้อแรก"
"อีกทั้ง ฐานะของเจ้าของแผงผู้นี้ยังพิเศษยิ่งนัก"
"คุณชายลองทายดูสิขอรับ ว่าเจ้าของแผงเป็น..."
"คุณชาย! เจ้าของแผงเป็นจิ้งจอกขาวตัวน้อยขอรับ!"
หลิวต้าไม่ยอมเปิดโอกาสให้คังเต๋อได้อวดอ้าง จึงรีบพูดแทรกขึ้นมาทันที
"จิ้งจอกขาวน้อยงั้นหรือ?"
บุรุษผู้สูงศักดิ์หยิบผลไม้สีเขียวอมแดงขึ้นมาลูกหนึ่ง สีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย
"ถูกต้องขอรับ!"
"เรื่องเป็นเช่นนี้ จิ้งจอกขาวน้อยนั่นตั้งแผงอยู่ที่ตลาด ด้านหน้าแผงมีป้ายวางไว้ บนนั้นเขียนว่า..."
เพื่อให้ได้พูดเรื่องนี้ก่อนเป็นคนแรก หลิวต้าจึงพูดด้วยความเร็วสูง อีกทั้งยังใช้ร่างกายอันใหญ่โตของตนบดบังพื้นที่ตรงหน้าบุรุษผู้สูงศักดิ์เอาไว้ ทำให้คังเต๋อไม่มีโอกาสได้ขัดจังหวะ
"อาต้าผู้ต่ำช้า!"
หลังจากด่าทอไปหนึ่งประโยค คังเต๋อก็หมายจะดึงตัวหลิวต้าออกไป
แต่เนื่องจากความแตกต่างของรูปร่าง เขาจึงต้องหาตำแหน่งที่เหมาะสมเสียก่อน
ทว่า ในขณะที่เขากำลังเลือกตำแหน่งนั้นเอง จู่ๆ เขาก็พบว่าหลิวต้าที่กำลังพูดจ้อไม่หยุด "ฉอดๆๆ~ฉอดๆๆ" กำลัง "โจมตี" คุณชายของตนด้วยน้ำลายที่กระเด็นกระดอนออกมา
เมื่อเห็นดังนั้น คังเต๋อก็ยิ้มออกมา
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องโถงใหญ่ แล้ววิ่งเหยาะๆ ตรงไปยังห้องครัว
"คุณชาย! เรื่องก็เป็นเช่นนี้แหละขอรับ!"
"อาเต๋อเจ้านี่ ช่างไร้ฝีมือสิ้นดี! มันฉวยโอกาสที่ข้ากำลังจดจ่ออยู่กับคุณชาย หลอกล่อให้ข้าหันกลับไปมอง"
"จากนั้น มันก็แย่งวาสนาของข้าไปไม่พอ ยังหลอกลวงจิ้งจอกขาวน้อยตัวนั้นอีก!"
"ทั้งที่ตกลงกันไว้ว่าจะให้หนึ่งร้อยตำลึง แต่กลับทิ้งไว้ให้ผู้อื่นเพียงห้าสิบตำลึง!"
"หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เจ้านี่หน้าหนาไม่สนใจก็ช่างเถอะ แต่คุณชายจะเสียหน้าเอานะขอรับ!"
"คุณชาย! ข้าขอเสนอให้ส่งอาเต๋อเจ้านี่กลับบ้านไปล้างส้วม อย่าปล่อยให้เขาอยู่ข้างนอกสร้างความอับอายขายหน้าให้ท่านอีกเลยขอรับ!"
ฟู่~
บุรุษผู้สูงศักดิ์ที่หลับตาอยู่พ่นลมหายใจยาวออกมา "พูดจบหรือยัง?"
หลิวต้าชะงักไป "พูดจบแล้วกระมังขอรับ"
"พูดจบแล้วก็หลีกไป ข้าจะไปล้างหน้า"
บุรุษผู้สูงศักดิ์ผลักหลิวต้าออก พอทำท่าจะลุกขึ้น ก็เห็นอ่างทองแดงที่มีไอร้อนระอุถูกยกมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้า
"คุณชาย น้ำสะอาดอุ่นๆ เตรียมไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้วขอรับ"
"ผ้าเช็ดหน้าสะอาดๆ ข้าก็หยิบมาให้แล้ว"
"ท่านก็ล้างมันตรงนี้เสียเถิดขอรับ"
"ก็ดีเหมือนกัน" บุรุษผู้สูงศักดิ์พยักหน้า แล้วก้มลงล้างหน้า
ส่วนคังเต๋อก็ชำเลืองมองหลิวต้าแวบหนึ่ง ด้วยแววตาเยาะเย้ยอย่างเต็มเปี่ยม
[บัดซบ!]
[อาเต๋อผู้ไม่ได้เรื่อง เจ้าช่างไม่ได้เรื่องจริงๆ!]
[ถึงกับเล่นลูกไม้เช่นนี้เชียว!]
[บอกมา! พ่อเจ้าสอนมาใช่หรือไม่?]
คังเต๋อแค่นหัวเราะ: [พ่อข้าสอนข้า ตอนนี้ข้าสอนเจ้า เจ้าควรเรียกข้าว่าอะไร?]
หลิวต้าเล่นลิ้น ถามกลับว่า: [เรียกเจ้าว่าอะไร?]
คังเต๋อขยับริมฝีปาก: [ข้าคือพ่อเจ้า!]
[บัดซบ!]
เล่นลิ้นไม่สำเร็จ หลิวต้าจึงด่ากลับทันที: [ข้าต่างหากพ่อของเจ้า!]
คังเต๋อพูดต่อ: [พวกเราใครเป็นพ่อของใคร?]
[ข้าเป็นพ่อของเจ้า!] หลิวต้าชะงักไปครู่หนึ่ง: [พวกเราใครเป็นลูกของใคร?]
[เจ้าเป็นลูกของข้า!] คังเต๋อ: [เราสองคนใครเรียกใครว่าพ่อ?]
[เจ้าเรียกข้าว่าพ่อ!] หลิวต้า: [พวกเราใครเป็นพ่อของใคร?]
คังเต๋อ: [ข้าเป็นพ่อของเจ้า...]