เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 202 "สุนัขบ้า"?

บทที่ 202 "สุนัขบ้า"?

บทที่ 202 "สุนัขบ้า"?


หลังจากทราบว่าจิ้งจอกน้อยที่ลั่วเฉินเลี้ยงไว้สามารถตั้งแผงขายของหาเงินเองได้ พ่อค้าเร่ก็หันไปมองสุนัขตัวใหญ่สีเหลืองที่ตนเลี้ยงไว้ แล้วเอ่ยถามว่า "อาหวง เมื่อใดเจ้าถึงจะหาเงินไปซื้อกระดูกท่อนโตมากินเองได้บ้าง?"

ทว่า สุนัขตัวใหญ่สีเหลืองที่กำลังแทะกระดูกอย่างเมามันไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจเรื่องนี้

แต่ด้วยความเคารพต่อเจ้านาย มันจึงกระดิกหางตอบสนองไปเล็กน้อย

"เฮ้อ~" พ่อค้าเร่หัวเราะเบาๆ ขณะกำลังจะเอ่ยสิ่งใด ก็เห็นจิ้งจอกขาวตัวน้อยวิ่งพรวดพราดมาจากถนนสายยาว มาหยุดอยู่ที่แทบเท้าของลั่วเฉิน

"จี๊!"

เสียงร้องของจิ้งจอกขาวน้อยทำให้สุนัขตัวใหญ่สีเหลืองเงยหน้าขึ้นมองมัน จนลืมแทะกระดูกไปชั่วขณะ

"ขายผลไม้หมดแล้วหรือ?"

"จี๊!"

"เช่นนั้นก็ไปซื้อถังหูลู่กินเองเถอะ ในเมืองมีขายอยู่"

"จี๊ๆๆ!"

จิ้งจอกขาวน้อยส่ายหน้า ก่อนจะนั่งยองๆ แล้วล้วงเอาเงินหนึ่งก้อนออกมาจากกระเป๋าผ้าใบเล็กบริเวณหน้าท้อง วางลงบนพื้น

"บัดซบ!"

พ่อค้าเร่ถูกก้อนเงินสะท้อนเข้าตาจนต้องลุกพรวดขึ้นมา ทำเอาสุนัขตัวใหญ่สีเหลืองที่อยู่ข้างๆ สะดุ้งโหยง มันคาบกระดูกไปหมอบอยู่อีกด้าน พลางมองเจ้านายด้วยความระแวดระวัง

เมื่อตระหนักได้ว่าตนเองเสียกิริยา พ่อค้าเร่ก็หัวเราะแห้งๆ แล้วนั่งลงอย่างเงียบๆ

ลั่วเฉินเห็นจิ้งจอกขาวน้อยนำก้อนเงินขนาดเท่ากำปั้นกลับมา ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกัน "ไปได้มาอย่างไร?"

เมื่อได้ยินดังนั้น จิ้งจอกขาวน้อยก็เริ่มทำท่าทางอธิบายอยู่กับที่

มันกระโดดไปซ้ายทีขวาที แสดงเป็น "คนประหลาด" สองคนที่เพิ่งพบเจอเมื่อครู่

หลังจากมองดูอยู่ครู่หนึ่ง ลั่วเฉินก็เอ่ยขึ้น "เจ้าหมายความว่า เจ้าพบคนสองคน แล้วพวกเขาก็แย่งผลไม้ป่าของเจ้าอย่างนั้นหรือ?"

"จี๊!"

จิ้งจอกขาวน้อยพยักหน้า ก่อนจะทำท่าทางต่อไป โดยแสร้งทำเป็นว่ากำลังด่าทอฉอดๆ

"แล้วสองคนนั้นก็ทะเลาะกันเพราะผลไม้ป่าของเจ้า จนปั่นราคาให้สูงขึ้นใช่หรือไม่?"

"จี๊!"

จิ้งจอกขาวน้อยส่งเสียงตอบรับ แล้วทำท่าทางต่อไป!

"หลังจากนั้น หนึ่งในสองคนนั้นก็เล่นตุกติกแย่งผลไม้ไป แล้วโยนเงินห้าสิบตำลึงให้เจ้าใช่ไหม?"

"จี๊!"

เมื่อได้เห็นหนึ่งคนหนึ่งจิ้งจอกสื่อสารกันได้อย่างราบรื่น พ่อค้าเร่ก็ถึงกับเบิกตาค้าง

พูดตามตรง เขาดูไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว แต่พอมีลั่วเฉินเป็นคน "แปล" เขากลับรู้สึกว่าจิ้งจอกขาวน้อย "แสดง" ได้สมจริงเป็นอย่างมาก!

"จี๊ๆ~"

จิ้งจอกขาวน้อยส่งเสียงร้องอีกครั้ง จากนั้นก็ล้วงเอาเงินหนึ่งเหวินออกมาจากกระเป๋าใบเล็กด้านหลังอย่างยากลำบาก แล้วทำท่าทางเป็นเลขสิบ ก่อนจะเอียงคอหันไปมองลั่วเฉิน

"ผลไม้ขายไม่ออกมาตลอดทั้งเช้า ตอนนี้ถูกแย่งไปแล้ว ก็ถือเสียว่าคนที่แย่งไปเป็นคนซื้อก็แล้วกัน"

"แต่เจ้าไม่มีเงินทอนสำหรับเงินห้าสิบตำลึงนี้"

"ดังนั้นเจ้าจึงตั้งใจจะให้ข้าไปแลกเงินที่ร้านแลกเงินให้ แล้วค่อยนำเงินส่วนเกินไปคืนคนที่แย่งผลไม้ไปใช่หรือไม่?"

ทันทีที่ลั่วเฉินพูดจบ พ่อค้าเร่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที เขาเดินไปข้างสุนัขสีเหลืองของตน แย่งกระดูกออกจากปากของมัน แล้วชี้ไปที่จิ้งจอกขาวน้อย "เลิกกินได้แล้ว ดูไว้ให้ดี และเรียนรู้เอาไว้ซะ!"

สุนัขตัวใหญ่สีเหลือง: ???

เมื่อเห็นภาพดังกล่าว ลั่วเฉินก็ดื่มน้ำชาในจอกจนหมด ลุกขึ้นยืนพลางหัวเราะเบาๆ "ข้าต้องไปแลกเงินให้จิ้งจอกน้อยตัวนี้แล้ว ขอตัวล่วงหน้าไปก่อน"

"เดินทางโดยสวัสดิภาพขอรับนายท่าน!"

พ่อค้าเร่รีบประสานมือคารวะตอบกลับ

หลังจากทักทายกับพ่อค้าเร่อีกสองสามคำ ลั่วเฉินก็เรียกจิ้งจอกขาวน้อยให้จากไป

ก่อนไป จิ้งจอกขาวน้อยยังโบกมือให้พ่อค้าเร่ด้วยตัวเอง พร้อมกับร้อง "จี๊" สองครั้ง

ประโยคนี้พ่อค้าเร่ดูออก

จิ้งจอกน้อยกำลังบอก "ไว้พบกันใหม่" กับเขา! ดังนั้น เขาจึงตอบกลับอย่างกระตือรือร้นว่า "ไว้พบกันใหม่" มือขวาที่ไม่ได้ถือกะดูกท่อนโตโบกไปมาไม่หยุด

ขณะที่สายตามองส่งหนึ่งคนหนึ่งจิ้งจอกเดินจากไป พ่อค้าเร่ก็พลันรู้สึกว่านิ้วมือของตนเปียกชื้น

เขาก้มหน้าลงไปมอง ก็เห็นว่าสุนัขตัวใหญ่สีเหลืองกำลังพยายามแทะกระดูกที่อยู่ในมือของเขา

เมื่อเห็นเช่นนั้น เขาก็ชูมือซ้ายขึ้นอย่างฉุนเฉียว "กิน กิน กิน! เจ้าก็รู้แต่เรื่องกิน!"

"เจ้าดูจิ้งจอกน้อยของท่านลั่วสิ ยังสามารถตั้งแผงขายของได้ พอตั้งปุ๊บก็หาเงินมาให้เขาได้ตั้งห้าสิบตำลึง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะต้องการเงินหรือไม่ก็ตาม แต่ความสามารถนี้พูดออกไปก็เชิดหน้าชูตาได้แล้ว!"

เมื่อพูดถึงตรงนี้ พ่อค้าเร่ก็ใช้กระดูกชี้ไปที่สุนัขตัวใหญ่สีเหลือง พลางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "ส่วนเจ้า!"

"เมื่อใดถึงจะหาเงินก้อนใหญ่ขนาดนั้นกลับมาให้ข้าได้บ้าง?"

สุนัขตัวใหญ่สีเหลือง: ???

......

โรงเตี๊ยมฟู๋ไหล

ในยามที่เป็นเวลาอาหาร ห้องโถงใหญ่โตกลับมีบุรุษเพียงผู้เดียวนั่งอยู่

แม้คนผู้นี้จะสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อหยาบ แต่ก็มิอาจบดบัง "ความสูงศักดิ์" ที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเขาได้เลย

ทั้งที่เป็นเพียงเสื้อผ้าราคาถูก แต่เมื่อสวมใส่อยู่บนร่างของเขา กลับให้ความรู้สึกราวกับว่าเป็นเสื้อผ้าราคาแพงหูฉี่

บุรุษผู้นั้นหลับตานั่งตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะแปดเซียน น้ำชาบนโต๊ะไม่มีควันลอยกรุ่นอีกต่อไปแล้ว ไม่รู้ว่าชงทิ้งไว้นานเพียงใด

ไม่นานนัก เสียง "ชู่ว" แผ่วเบาก็ดังมาจากบริเวณหน้าประตูโรงเตี๊ยม

"หุบปาก... คุณชายหลับอยู่!"

คังเต๋อที่หอบผลไม้ป่าไว้ในอ้อมแขนเอ่ยขึ้นประโยคหนึ่ง ก่อนจะเดินย่องด้วยความระมัดระวังเข้าไปในห้องโถงใหญ่

ด้านหลังของเขา หลิวต้ากลอกตาบน พลางย่องเท้าก้าวเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายบุรุษผู้สูงศักดิ์เช่นเดียวกัน

โดยมีบุรุษผู้สูงศักดิ์คั่นกลาง หลิวต้าขยับริมฝีปากแบบไร้เสียง [พ่อบ้านรองผู้ไม่ได้เรื่อง!]

[คุณชายกำลังหลับอยู่! แน่จริงเราออกไปดวลกันตัวต่อตัว!]

เมื่ออ่านริมฝีปากของอีกฝ่ายออก คังเต๋อก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย [พ่อบ้านใหญ่ผู้ต่ำช้า แน่จริงเจ้าก็ลงมือตอนนี้เลยสิ!]

[พ่อบ้านรอง เจ้าช่างหน้าไม่อายจริงๆ! เอาแต่หลบอยู่หลังคุณชาย!]

[พ่อบ้านใหญ่ หากพูดเรื่องความหน้าไม่อาย ข้าจะไปเทียบกับเจ้าได้อย่างไร?]

[เจ้ามันไม่ได้เรื่อง!]

[เจ้ามันต่ำช้า!]

......

[พ่อเจ้าสิไม่ได้เรื่อง!]

[พ่อเจ้าสิต่ำช้า!]

แม้จะไม่ได้เปล่งเสียงออกมา แต่คู่กัดคู่นี้ก็สามารถรับรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไรผ่านการอ่านริมฝีปาก

ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองจึงเปิดฉากด่าทอกันโดยมีคุณชายของพวกตนคั่นกลาง

ขณะที่ทั้งสองกำลัง "ด่า" กันอย่างเมามัน บุรุษผู้สูงศักดิ์ก็พ่นลมหายใจยาวออกมา แล้วเอ่ยเสียงขรึม "อาต้า อาเต๋อ"

"คุณชาย! ข้าอยู่นี่ขอรับ!"

ทั้งสองขานรับพร้อมกัน ก่อนจะหันไปมองหน้ากันและถลึงตาใส่อีกฝ่ายทันที

"คราวหน้าหากจะด่ากันแบบไม่มีเสียง ก็จำไว้ว่าให้อยู่ห่างจากข้าสักหน่อย"

"น้ำลายของพวกเจ้ากระเด็นยังกับฝนตก"

พูดจบ บุรุษผู้สูงศักดิ์ก็ใช้แขนเสื้อเช็ดใบหน้า

"อาต้า!"

"อาเต๋อ!"

"ดูเรื่องดีๆ ที่เจ้าทำสิ!"

ระหว่างที่ "โยนความผิด" ท่าทางและพฤติกรรมของพ่อบ้านทั้งสองช่างเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน

"เจ้าต่างหากที่พ่นน้ำลาย!"

"ผายลม!"

"เจ้าชอบแทะเมล็ดแตงโมจนฟันห่าง! เจ้าต่างหากที่พ่น!"

"เจ้าเกิดมาก็ฟันห่างแล้ว! ที่พ่อเจ้าตั้งชื่อให้ว่าต้า ก็เพราะฟันเจ้าห่างเกินไปอย่างไรเล่า!"

"มารดาเจ้าสิผายลม!"

ปัง!

บุรุษผู้สูงศักดิ์ตบโต๊ะหนึ่งที ทั้งสองก็เงียบกริบลงทันควัน

เขาเดาะลิ้นลุกขึ้น เปลี่ยนที่นั่งไปอยู่ฝั่งตรงข้ามของทั้งสอง เช็ดหน้าอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยถาม "พวกเจ้าสองคน เป็นสุนัขบ้ามาเกิดหรืออย่างไร?"

"คุณชาย ข้าไม่ใช่นะขอรับ ส่วนอาเต๋อจะเป็นหรือไม่ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน"

หลิวต้าเพิ่งจะพูดจบ คังเต๋อก็รีบขยับเข้าไปใกล้บุรุษผู้สูงศักดิ์ โค้งคำนับพลางกล่าว "คุณชาย ชาติที่แล้วข้าต้องเป็นสุนัขผู้ภักดีที่ท่านเลี้ยงไว้แน่ๆ ขอรับ!"

บุรุษผู้สูงศักดิ์: ......

หลิวต้า: ไม่ได้เรื่อง! ไม่ได้เรื่องเสียจริงๆ!

จบบทที่ บทที่ 202 "สุนัขบ้า"?

คัดลอกลิงก์แล้ว