เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 155 ยินดีกราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่?

บทที่ 155 ยินดีกราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่?

บทที่ 155 ยินดีกราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่?


เจ้าตัวเล็กนี่ คงไม่ได้บำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นปีศาจไปแล้วกระมัง!

เมื่อคิดเช่นนี้ในใจ นักพรตอู๋จึงรวบรวมพลังเวทส่งไปที่ดวงตาทั้งสองข้าง แล้วพิจารณาจิ้งจอกน้อยสีขาวอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ทว่าไม่ว่าเขาจะมองอย่างไร จิ้งจอกน้อยที่กำลังนอนอย่างเกียจคร้านอยู่บนเบาะรองนั่งหญ้าตรงหน้านี้ ก็เป็นเพียงสัตว์ป่าธรรมดาทั่วไปนี่นา!

แม้โดยทั่วไปจิ้งจอกจะเฉลียวฉลาด แต่มีสิทธิ์อันใดไปเรียกใช้สัตว์ป่ามากมายถึงเพียงนั้นได้?

กระรอกก็แล้วไปเถอะ แต่ระดับความฉลาดของลิงขนทองก็ไม่น่าจะด้อยไปกว่าจิ้งจอกเลยนะ!

คล้ายกับรับรู้ได้ถึงสายตาของนักพรตอู๋ จิ้งจอกน้อยสีขาวจึงพลิกตัวหันกลับไปมอง พลางยกกรงเล็บข้างขวาขึ้น "จี๊ดๆ ~"

แม้นักพรตอู๋จะไม่อยากเข้าใจความหมาย ทว่าเขากลับดูออก!

เจ้าตัวเล็กนี่กำลังบอกให้เขาอย่ามัวแต่นั่งอึ้ง รีบๆ กินเข้าไปเถอะ!

"จิ้งจอกน้อย ช่างแสนรู้จริงๆ !" นักพรตอู๋หัวเราะแห้งๆ ออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะเริ่มกินดื่มของกำนัลที่ได้จากจิ้งจอกน้อยและฝูงสัตว์ป่า......

วอลนัตกรุบกรอบเมื่อเข้าปาก ทานคู่กับน้ำผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน ช่างเข้ากันได้อย่างพอดิบพอดี

แต่นักพรตอู๋กลับยิ่งกินก็ยิ่งรู้สึกจืดชืดไร้รสชาติ

เพราะถึงอย่างไรเมื่อครู่เขาก็เพิ่งจะถูกจิ้งจอกน้อยตัวนี้ตบหน้าเข้าอย่างจัง

ตอนนี้พอหวนนึกถึงตอนที่ตนเองเอ่ยถามลั่วเฉินด้วยคำว่า 'เป็นอย่างไรบ้าง' เขาก็รู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มราวกับถูกไฟลามเลีย!

ตามแผนการเดิมของเขา หลังจากที่เขาแสดงความสามารถ 'ควบคุมสัตว์' ออกมา ลั่วเฉินจะต้องตกตะลึงพรึงเพริด จากนั้นก็ขอฝากตัวเป็นศิษย์กับเขา

หลังจากนั้นเขาก็จะแสร้งทำเป็นครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะตกลงรับศิษย์ที่มีจิตใจดีเลิศผู้นี้เอาไว้

ผลปรากฏว่าตอนนี้แผนการพังทลายไม่เป็นท่า เขาเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำสิ่งใดต่อไปดี

จึงทำได้เพียงก้มหน้าก้มตากินของกินตาม 'การจัดแจง' ของจิ้งจอกน้อยไปเงียบๆ พร้อมกับขบคิดหาวิธี 'กู้หน้ากลับคืนมา!'

ผ่านไปเนิ่นนาน วอลนัตก็กินหมดแล้ว น้ำผลไม้ในกระบอกไม้ไผ่ก็ดื่มจนเกลี้ยง แต่นักพรตอู๋ก็ยังคงคิดหาวิธีกู้หน้าไม่ได้อยู่ดี

ช่างเถอะ ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน!

เรื่องดีย่อมมีอุปสรรค!

ข้าไม่เชื่อหรอก ว่าจะรับศิษย์คนนี้ไม่ได้!

เมื่อคิดได้ดังนั้น นักพรตอู๋ก็ลุกขึ้นยืน หลังจากกล่าวขอบคุณจิ้งจอกน้อยสีขาวสำหรับการต้อนรับแล้ว เขาก็หันไปกล่าวกับลั่วเฉินว่า "สหายตัวน้อยลั่ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน"

ลั่วเฉินพยักหน้า "นักพรตอู๋ เดินทางปลอดภัย"

"ไม่ต้องไปส่งหรอก"

หลังจากนักพรตอู๋กล่าวประโยคนี้จบ ถึงเพิ่งจะพบว่าลั่วเฉินเพียงแค่ลุกขึ้นประสานมือคารวะ แล้วก็นั่งลงไปอีกครั้ง......

ไร้เหตุผลสิ้นดี!

ที่แท้ก็ไม่ได้คิดจะไปส่งอยู่แล้วนี่นา!

ข้าเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตคืนสู่สามัญเชียวนะ!

อีกเพียงก้าวเดียวก็จะบรรลุเป็นเซียนอยู่แล้ว!

ฟู่~

เมื่อพ่นลมหายใจยาวออกมาคำหนึ่ง นักพรตอู๋ก็เดินเงียบๆ ไปยังริมแม่น้ำ หยิบคันเบ็ดขึ้นมา แล้วเหยียบลงบนผิวน้ำ

ผิวน้ำใสกระจ่างดุจกระจกเงา ทุกครั้งที่นักพรตอู๋ก้าวเดินไปหนึ่งก้าว บนผิวน้ำก็จะเกิดระลอกคลื่นโค้งกระจายตัวออกไป

ขณะที่เดินไป นักพรตอู๋ไม่ได้หันขวับกลับมามอง เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองกำลังจะไปที่ใด

เพียงแต่รู้สึกว่าในยามที่ถือคันเบ็ดอยู่เช่นนี้ หากจะเหาะเหินเดินอากาศก็ดูจะจงใจเกินไปหน่อย

สู้เดินบนผิวน้ำให้มีกลิ่นอายแบบเซียนมิได้!

ดังนั้นเขาจึงจงใจเดินให้ช้ามากๆ โดยหวังว่าศิษย์ที่ตนหมายตาไว้จะถูกดึงดูดด้วยภาพอันแสนจะเรียบง่ายและดูเหนือโลกียวิสัยฉากนี้

ทว่าเดินออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ตัวเขาเองก็เริ่มอดทนไม่ไหวจนอยากจะหันหน้ากลับไปดูสถานการณ์เสียเอง

แต่หากหันกลับไปตอนนี้ จะไม่ดูจงใจเกินไปหน่อยหรือ?

ดังนั้น เขาจึงยกมือขึ้นกำเข้าหากันทางผิวน้ำ ควบแน่นเป็นกระจกวารีบานหนึ่งลอยอยู่ตรงหน้า

ฉากหน้า เขาทำทีเป็นส่องกระจกเพื่อจัดระเบียบเสื้อคลุมนักพรต

แต่แท้จริงแล้ว เขากำลังสังเกตสถานการณ์ด้านหลังผ่านกระจกวารี

ทว่า ไม่ดูก็แล้วไปเถอะ แต่พอดูแล้วเขาก็แทบจะกระอักเลือดตายด้วยความโมโห!

เขาอุตส่าห์ 'วางมาด' มาตั้งนานสองนาน แต่ลั่วเฉินกลับไม่ได้มองเลยแม้แต่นิดเดียว!

"แค่กๆ ! แค่กๆ !"

นักพรตอู๋แสร้งไอติดต่อกันหลายครั้ง ลั่วเฉินก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมา

เขาที่กำลังหอบหายใจหนักๆ จึงตัดสินใจเอ่ยปากขึ้นมาเสียเลย "สหายตัวน้อยลั่ว!"

"หืม?" ลั่วเฉินมองตามเสียงไป ก็เห็นนักพรตอู๋ยืนอยู่บนผิวน้ำ แถมตรงหน้ายังมีกระจกวารีอีกบาน จึงยิ้มรับพลางเอ่ยถาม "นักพรตอู๋ มีธุระอันใดหรือ?"

"ไม่มีอันใดหรอก!"

นักพรตอู๋เบ้ปาก "ข้าเพียงแค่อยากจะถามเจ้าว่า เจ้าคิดว่าปลาทางต้นน้ำหรือปลาทางปลายน้ำมีมากกว่ากัน?"

"แน่นอน หากเจ้าไม่รู้......"

ลั่วเฉินตอบกลับ "ต้นน้ำมีมากกว่า"

"เอ่อ......"

นักพรตอู๋อึ้งไปครู่หนึ่ง ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะให้คำตอบที่หนักแน่นเช่นนี้

เขาที่ไม่รู้ว่าควรจะกล่าวสิ่งใดดี จึงทำได้เพียงยิ้มแห้งๆ พลางพยักหน้า "ขอบใจนะ"

"ไม่เป็นไร" ลั่วเฉินโบกมือยิ้มแย้ม "ทว่า แม้ปลาทางต้นน้ำจะมีมาก แต่ก็ขอให้นักพรตอู๋จับปลาเพียงไม่กี่ตัวตามที่ต้องการก็พอนะ"

"ขอน้อมรับ......แค่กๆๆ !"

นักพรตอู๋ไอกระแอมอย่างรุนแรงหลายครั้ง กดข่มคำพูดที่เกือบจะหลุดปากออกไปตามสัญชาตญาณลงคอไป!

น้ำเสียงและท่าทางที่ลั่วเฉินใช้พูดกับเขาเมื่อครู่ แทบจะทำให้เขาหลงคิดไปว่าอาจารย์ของตนที่บรรลุเป็นเซียนไปแล้วกำลังสั่งสอนตนเองอยู่!

"รู้แล้วน่า......"

รับคำอย่างเก้อเขินเล็กน้อย นักพรตอู๋ก็หันหลังเดินจากไป กระจกวารีตรงหน้าของเขาก็ละลายหายไปและกลืนเข้ากับน้ำในแม่น้ำอย่างเงียบเชียบ

การเดินทางในครั้งนี้ ฝีเท้าของเขารวดเร็วยิ่งนัก

หลังจากเดินออกไปได้หลายลี้ เขาถึงเพิ่งจะหยุดฝีเท้าลง แล้ววาดมือร่ายเวทสกัดกั้นเสียงอย่างลวกๆ พลางขมวดคิ้วพึมพำกับตนเอง "การจะรับศิษย์สักคนมันยากเย็นถึงเพียงนี้เลยเลยหรือ?"

"ตอนนั้นท่านอาจารย์ของข้าแค่แสดงฝีมือแบบขอไปทีสักสองกระบวนท่า ข้าก็คิดว่าได้พบเจอเทพเซียนจนก้มหัวคำนับฝากตัวเป็นศิษย์ไปแล้วนะ!"

"ต่อให้ลั่วเฉินผู้นี้จะมีจิตใจดีเลิศปานใด ก็ไม่น่าจะทนดูข้าแสดงอิทธิฤทธิ์มากมายถึงเพียงนั้น แล้วไม่มีปฏิกิริยาอันใดเลยกระมัง?"

"ไม่ถูก!"

น้ำเสียงของนักพรตอู๋สั่นเทา สีหน้าพลันเคร่งเครียด "หรือว่าเจ้าเด็กนี่จะถูกผู้อื่นรับไปเป็นศิษย์แล้ว!"

"เป็นเพราะเขาเคยเห็นมาแล้ว ก็เลยไม่รู้สึกแปลกใจ!"

"ก็ไม่ถูกอีก..." นักพรตอู๋ลูบเครา "หากไปฝึกฝนกับผู้อื่นแล้ว จะเป็นไปได้อย่างไรที่ในตัวจะไม่มีพลังเวทเลยแม้แต่น้อย?"

"หรือว่ายังไม่ได้เริ่มเรียน?"

"ยิ่งไปกว่านั้นอาจเป็นไปได้ว่าเจ้าเด็กนี่กำลังเดินทางไปฝากตัวกับสำนักอาจารย์?"

"ไอ้หยา~"

"ข้าเพิ่งจะจากมาครู่เดียว เขาจะไปบังเอิญพบเจอผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่น แล้วถูกรับไปเป็นศิษย์หรือไม่นะ?"

เมื่อพึมพำมาถึงตรงนี้ นักพรตอู๋ก็ตบมือฉาดใหญ่และกระทืบเท้า "ไม่ได้การ ข้าต้องกลับไป!"

"หากเวลาเช่นนี้เขาถูกผู้อื่นแย่งตัวไป แล้วข้าจะไปหาศิษย์ที่ดีเช่นนี้ได้จากที่ใดกันเล่า?"

ซ่า~

แปะ แปะ!

ปลาแม่น้ำตัวหนึ่งกระโดดขึ้นเหนือน้ำ ร่วงหล่นลงมาบนตลิ่ง พลางดิ้นรนสะบัดตัวไปมาอย่างต่อเนื่อง

นักพรตอู๋มองไปที่ผิวน้ำตามสัญชาตญาณ แล้วก็พบว่าข้างใต้น้ำมีปลาแม่น้ำมารวมตัวกันอยู่ไม่น้อย พวกมันกำลังแหวกว่ายไปมา

"ต้นน้ำมีปลาเยอะจริงๆ ด้วยแฮะ?"

ขณะที่พูด นักพรตอู๋ก็เก็บปลาที่กระโดดขึ้นมาบนฝั่งส่งกลับลงไปในน้ำ จากนั้นก็ทะยานร่างกระโดดขึ้นไปเหยียบย่ำบนผิวน้ำ พุ่งทะยานกลับไปยังเส้นทางเดิมที่จากมาอย่างรวดเร็ว!

เร่งรุดหน้ากลับมาด้วยความร้อนรนตลอดทาง เมื่อนักพรตอู๋เห็นลั่วเฉินและพวกยังคงอยู่ที่เดิม ก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

เวลานั้น ลั่วเฉินก็สังเกตเห็นอีกฝ่ายเช่นกัน จึงยิ้มถาม "นักพรตอู๋ ตกปลาเสร็จเร็วถึงเพียงนี้เลยหรือ?"

"เฮ้อ~" นักพรตอู๋เดินจากผิวน้ำมาหยุดอยู่ตรงหน้าของลั่วเฉิน พลางยิ้มกล่าว "ไม่ตกปลาแล้ว ตกปลาจะไปสู้ตกศิษ..."

"แค่กๆๆ !"

"สหายตัวน้อยลั่ว ข้าขอถามเจ้าสักเรื่องหนึ่ง"

ลั่วเฉินมองนักพรตอู๋ที่มีท่าทีแปลกประหลาดไปเล็กน้อย ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วกล่าว "ท่านว่ามาเถิด"

"เจ้ามีอาจารย์หรือไม่?"

เมื่อเอ่ยถามประโยคนี้ออกไป นักพรตอู๋ก็มองลั่วเฉินด้วยสีหน้าตึงเครียด ในใจพร่ำภาวนาไม่หยุด: ไม่มีอาจารย์! ไม่มีอาจารย์!

"ไม่มี"

"ประเสริฐ!"

นักพรตอู๋ตะโกนออกมาคำหนึ่งอย่างลืมตัว

ลั่วเฉินถาม "มีอันใดหรือ?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น นักพรตอู๋ก็กระแอมไอเล็กน้อย ยืนเอามือไพล่หลัง แล้วกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "สหายตัวน้อย ยินดีกราบข้าเป็นอาจารย์ เข้าเป็นศิษย์ในสำนักของข้าหรือไม่?"

จบบทที่ บทที่ 155 ยินดีกราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่?

คัดลอกลิงก์แล้ว