- หน้าแรก
- ท่านอาจารย์บรรลุเป็นเซียนอีกแล้ววววว
- บทที่ 155 ยินดีกราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่?
บทที่ 155 ยินดีกราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่?
บทที่ 155 ยินดีกราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่?
เจ้าตัวเล็กนี่ คงไม่ได้บำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นปีศาจไปแล้วกระมัง!
เมื่อคิดเช่นนี้ในใจ นักพรตอู๋จึงรวบรวมพลังเวทส่งไปที่ดวงตาทั้งสองข้าง แล้วพิจารณาจิ้งจอกน้อยสีขาวอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ทว่าไม่ว่าเขาจะมองอย่างไร จิ้งจอกน้อยที่กำลังนอนอย่างเกียจคร้านอยู่บนเบาะรองนั่งหญ้าตรงหน้านี้ ก็เป็นเพียงสัตว์ป่าธรรมดาทั่วไปนี่นา!
แม้โดยทั่วไปจิ้งจอกจะเฉลียวฉลาด แต่มีสิทธิ์อันใดไปเรียกใช้สัตว์ป่ามากมายถึงเพียงนั้นได้?
กระรอกก็แล้วไปเถอะ แต่ระดับความฉลาดของลิงขนทองก็ไม่น่าจะด้อยไปกว่าจิ้งจอกเลยนะ!
คล้ายกับรับรู้ได้ถึงสายตาของนักพรตอู๋ จิ้งจอกน้อยสีขาวจึงพลิกตัวหันกลับไปมอง พลางยกกรงเล็บข้างขวาขึ้น "จี๊ดๆ ~"
แม้นักพรตอู๋จะไม่อยากเข้าใจความหมาย ทว่าเขากลับดูออก!
เจ้าตัวเล็กนี่กำลังบอกให้เขาอย่ามัวแต่นั่งอึ้ง รีบๆ กินเข้าไปเถอะ!
"จิ้งจอกน้อย ช่างแสนรู้จริงๆ !" นักพรตอู๋หัวเราะแห้งๆ ออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะเริ่มกินดื่มของกำนัลที่ได้จากจิ้งจอกน้อยและฝูงสัตว์ป่า......
วอลนัตกรุบกรอบเมื่อเข้าปาก ทานคู่กับน้ำผลไม้รสเปรี้ยวอมหวาน ช่างเข้ากันได้อย่างพอดิบพอดี
แต่นักพรตอู๋กลับยิ่งกินก็ยิ่งรู้สึกจืดชืดไร้รสชาติ
เพราะถึงอย่างไรเมื่อครู่เขาก็เพิ่งจะถูกจิ้งจอกน้อยตัวนี้ตบหน้าเข้าอย่างจัง
ตอนนี้พอหวนนึกถึงตอนที่ตนเองเอ่ยถามลั่วเฉินด้วยคำว่า 'เป็นอย่างไรบ้าง' เขาก็รู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มราวกับถูกไฟลามเลีย!
ตามแผนการเดิมของเขา หลังจากที่เขาแสดงความสามารถ 'ควบคุมสัตว์' ออกมา ลั่วเฉินจะต้องตกตะลึงพรึงเพริด จากนั้นก็ขอฝากตัวเป็นศิษย์กับเขา
หลังจากนั้นเขาก็จะแสร้งทำเป็นครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะตกลงรับศิษย์ที่มีจิตใจดีเลิศผู้นี้เอาไว้
ผลปรากฏว่าตอนนี้แผนการพังทลายไม่เป็นท่า เขาเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำสิ่งใดต่อไปดี
จึงทำได้เพียงก้มหน้าก้มตากินของกินตาม 'การจัดแจง' ของจิ้งจอกน้อยไปเงียบๆ พร้อมกับขบคิดหาวิธี 'กู้หน้ากลับคืนมา!'
ผ่านไปเนิ่นนาน วอลนัตก็กินหมดแล้ว น้ำผลไม้ในกระบอกไม้ไผ่ก็ดื่มจนเกลี้ยง แต่นักพรตอู๋ก็ยังคงคิดหาวิธีกู้หน้าไม่ได้อยู่ดี
ช่างเถอะ ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน!
เรื่องดีย่อมมีอุปสรรค!
ข้าไม่เชื่อหรอก ว่าจะรับศิษย์คนนี้ไม่ได้!
เมื่อคิดได้ดังนั้น นักพรตอู๋ก็ลุกขึ้นยืน หลังจากกล่าวขอบคุณจิ้งจอกน้อยสีขาวสำหรับการต้อนรับแล้ว เขาก็หันไปกล่าวกับลั่วเฉินว่า "สหายตัวน้อยลั่ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน"
ลั่วเฉินพยักหน้า "นักพรตอู๋ เดินทางปลอดภัย"
"ไม่ต้องไปส่งหรอก"
หลังจากนักพรตอู๋กล่าวประโยคนี้จบ ถึงเพิ่งจะพบว่าลั่วเฉินเพียงแค่ลุกขึ้นประสานมือคารวะ แล้วก็นั่งลงไปอีกครั้ง......
ไร้เหตุผลสิ้นดี!
ที่แท้ก็ไม่ได้คิดจะไปส่งอยู่แล้วนี่นา!
ข้าเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตคืนสู่สามัญเชียวนะ!
อีกเพียงก้าวเดียวก็จะบรรลุเป็นเซียนอยู่แล้ว!
ฟู่~
เมื่อพ่นลมหายใจยาวออกมาคำหนึ่ง นักพรตอู๋ก็เดินเงียบๆ ไปยังริมแม่น้ำ หยิบคันเบ็ดขึ้นมา แล้วเหยียบลงบนผิวน้ำ
ผิวน้ำใสกระจ่างดุจกระจกเงา ทุกครั้งที่นักพรตอู๋ก้าวเดินไปหนึ่งก้าว บนผิวน้ำก็จะเกิดระลอกคลื่นโค้งกระจายตัวออกไป
ขณะที่เดินไป นักพรตอู๋ไม่ได้หันขวับกลับมามอง เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองกำลังจะไปที่ใด
เพียงแต่รู้สึกว่าในยามที่ถือคันเบ็ดอยู่เช่นนี้ หากจะเหาะเหินเดินอากาศก็ดูจะจงใจเกินไปหน่อย
สู้เดินบนผิวน้ำให้มีกลิ่นอายแบบเซียนมิได้!
ดังนั้นเขาจึงจงใจเดินให้ช้ามากๆ โดยหวังว่าศิษย์ที่ตนหมายตาไว้จะถูกดึงดูดด้วยภาพอันแสนจะเรียบง่ายและดูเหนือโลกียวิสัยฉากนี้
ทว่าเดินออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ตัวเขาเองก็เริ่มอดทนไม่ไหวจนอยากจะหันหน้ากลับไปดูสถานการณ์เสียเอง
แต่หากหันกลับไปตอนนี้ จะไม่ดูจงใจเกินไปหน่อยหรือ?
ดังนั้น เขาจึงยกมือขึ้นกำเข้าหากันทางผิวน้ำ ควบแน่นเป็นกระจกวารีบานหนึ่งลอยอยู่ตรงหน้า
ฉากหน้า เขาทำทีเป็นส่องกระจกเพื่อจัดระเบียบเสื้อคลุมนักพรต
แต่แท้จริงแล้ว เขากำลังสังเกตสถานการณ์ด้านหลังผ่านกระจกวารี
ทว่า ไม่ดูก็แล้วไปเถอะ แต่พอดูแล้วเขาก็แทบจะกระอักเลือดตายด้วยความโมโห!
เขาอุตส่าห์ 'วางมาด' มาตั้งนานสองนาน แต่ลั่วเฉินกลับไม่ได้มองเลยแม้แต่นิดเดียว!
"แค่กๆ ! แค่กๆ !"
นักพรตอู๋แสร้งไอติดต่อกันหลายครั้ง ลั่วเฉินก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมา
เขาที่กำลังหอบหายใจหนักๆ จึงตัดสินใจเอ่ยปากขึ้นมาเสียเลย "สหายตัวน้อยลั่ว!"
"หืม?" ลั่วเฉินมองตามเสียงไป ก็เห็นนักพรตอู๋ยืนอยู่บนผิวน้ำ แถมตรงหน้ายังมีกระจกวารีอีกบาน จึงยิ้มรับพลางเอ่ยถาม "นักพรตอู๋ มีธุระอันใดหรือ?"
"ไม่มีอันใดหรอก!"
นักพรตอู๋เบ้ปาก "ข้าเพียงแค่อยากจะถามเจ้าว่า เจ้าคิดว่าปลาทางต้นน้ำหรือปลาทางปลายน้ำมีมากกว่ากัน?"
"แน่นอน หากเจ้าไม่รู้......"
ลั่วเฉินตอบกลับ "ต้นน้ำมีมากกว่า"
"เอ่อ......"
นักพรตอู๋อึ้งไปครู่หนึ่ง ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะให้คำตอบที่หนักแน่นเช่นนี้
เขาที่ไม่รู้ว่าควรจะกล่าวสิ่งใดดี จึงทำได้เพียงยิ้มแห้งๆ พลางพยักหน้า "ขอบใจนะ"
"ไม่เป็นไร" ลั่วเฉินโบกมือยิ้มแย้ม "ทว่า แม้ปลาทางต้นน้ำจะมีมาก แต่ก็ขอให้นักพรตอู๋จับปลาเพียงไม่กี่ตัวตามที่ต้องการก็พอนะ"
"ขอน้อมรับ......แค่กๆๆ !"
นักพรตอู๋ไอกระแอมอย่างรุนแรงหลายครั้ง กดข่มคำพูดที่เกือบจะหลุดปากออกไปตามสัญชาตญาณลงคอไป!
น้ำเสียงและท่าทางที่ลั่วเฉินใช้พูดกับเขาเมื่อครู่ แทบจะทำให้เขาหลงคิดไปว่าอาจารย์ของตนที่บรรลุเป็นเซียนไปแล้วกำลังสั่งสอนตนเองอยู่!
"รู้แล้วน่า......"
รับคำอย่างเก้อเขินเล็กน้อย นักพรตอู๋ก็หันหลังเดินจากไป กระจกวารีตรงหน้าของเขาก็ละลายหายไปและกลืนเข้ากับน้ำในแม่น้ำอย่างเงียบเชียบ
การเดินทางในครั้งนี้ ฝีเท้าของเขารวดเร็วยิ่งนัก
หลังจากเดินออกไปได้หลายลี้ เขาถึงเพิ่งจะหยุดฝีเท้าลง แล้ววาดมือร่ายเวทสกัดกั้นเสียงอย่างลวกๆ พลางขมวดคิ้วพึมพำกับตนเอง "การจะรับศิษย์สักคนมันยากเย็นถึงเพียงนี้เลยเลยหรือ?"
"ตอนนั้นท่านอาจารย์ของข้าแค่แสดงฝีมือแบบขอไปทีสักสองกระบวนท่า ข้าก็คิดว่าได้พบเจอเทพเซียนจนก้มหัวคำนับฝากตัวเป็นศิษย์ไปแล้วนะ!"
"ต่อให้ลั่วเฉินผู้นี้จะมีจิตใจดีเลิศปานใด ก็ไม่น่าจะทนดูข้าแสดงอิทธิฤทธิ์มากมายถึงเพียงนั้น แล้วไม่มีปฏิกิริยาอันใดเลยกระมัง?"
"ไม่ถูก!"
น้ำเสียงของนักพรตอู๋สั่นเทา สีหน้าพลันเคร่งเครียด "หรือว่าเจ้าเด็กนี่จะถูกผู้อื่นรับไปเป็นศิษย์แล้ว!"
"เป็นเพราะเขาเคยเห็นมาแล้ว ก็เลยไม่รู้สึกแปลกใจ!"
"ก็ไม่ถูกอีก..." นักพรตอู๋ลูบเครา "หากไปฝึกฝนกับผู้อื่นแล้ว จะเป็นไปได้อย่างไรที่ในตัวจะไม่มีพลังเวทเลยแม้แต่น้อย?"
"หรือว่ายังไม่ได้เริ่มเรียน?"
"ยิ่งไปกว่านั้นอาจเป็นไปได้ว่าเจ้าเด็กนี่กำลังเดินทางไปฝากตัวกับสำนักอาจารย์?"
"ไอ้หยา~"
"ข้าเพิ่งจะจากมาครู่เดียว เขาจะไปบังเอิญพบเจอผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่น แล้วถูกรับไปเป็นศิษย์หรือไม่นะ?"
เมื่อพึมพำมาถึงตรงนี้ นักพรตอู๋ก็ตบมือฉาดใหญ่และกระทืบเท้า "ไม่ได้การ ข้าต้องกลับไป!"
"หากเวลาเช่นนี้เขาถูกผู้อื่นแย่งตัวไป แล้วข้าจะไปหาศิษย์ที่ดีเช่นนี้ได้จากที่ใดกันเล่า?"
ซ่า~
แปะ แปะ!
ปลาแม่น้ำตัวหนึ่งกระโดดขึ้นเหนือน้ำ ร่วงหล่นลงมาบนตลิ่ง พลางดิ้นรนสะบัดตัวไปมาอย่างต่อเนื่อง
นักพรตอู๋มองไปที่ผิวน้ำตามสัญชาตญาณ แล้วก็พบว่าข้างใต้น้ำมีปลาแม่น้ำมารวมตัวกันอยู่ไม่น้อย พวกมันกำลังแหวกว่ายไปมา
"ต้นน้ำมีปลาเยอะจริงๆ ด้วยแฮะ?"
ขณะที่พูด นักพรตอู๋ก็เก็บปลาที่กระโดดขึ้นมาบนฝั่งส่งกลับลงไปในน้ำ จากนั้นก็ทะยานร่างกระโดดขึ้นไปเหยียบย่ำบนผิวน้ำ พุ่งทะยานกลับไปยังเส้นทางเดิมที่จากมาอย่างรวดเร็ว!
เร่งรุดหน้ากลับมาด้วยความร้อนรนตลอดทาง เมื่อนักพรตอู๋เห็นลั่วเฉินและพวกยังคงอยู่ที่เดิม ก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
เวลานั้น ลั่วเฉินก็สังเกตเห็นอีกฝ่ายเช่นกัน จึงยิ้มถาม "นักพรตอู๋ ตกปลาเสร็จเร็วถึงเพียงนี้เลยหรือ?"
"เฮ้อ~" นักพรตอู๋เดินจากผิวน้ำมาหยุดอยู่ตรงหน้าของลั่วเฉิน พลางยิ้มกล่าว "ไม่ตกปลาแล้ว ตกปลาจะไปสู้ตกศิษ..."
"แค่กๆๆ !"
"สหายตัวน้อยลั่ว ข้าขอถามเจ้าสักเรื่องหนึ่ง"
ลั่วเฉินมองนักพรตอู๋ที่มีท่าทีแปลกประหลาดไปเล็กน้อย ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วกล่าว "ท่านว่ามาเถิด"
"เจ้ามีอาจารย์หรือไม่?"
เมื่อเอ่ยถามประโยคนี้ออกไป นักพรตอู๋ก็มองลั่วเฉินด้วยสีหน้าตึงเครียด ในใจพร่ำภาวนาไม่หยุด: ไม่มีอาจารย์! ไม่มีอาจารย์!
"ไม่มี"
"ประเสริฐ!"
นักพรตอู๋ตะโกนออกมาคำหนึ่งอย่างลืมตัว
ลั่วเฉินถาม "มีอันใดหรือ?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นักพรตอู๋ก็กระแอมไอเล็กน้อย ยืนเอามือไพล่หลัง แล้วกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "สหายตัวน้อย ยินดีกราบข้าเป็นอาจารย์ เข้าเป็นศิษย์ในสำนักของข้าหรือไม่?"