- หน้าแรก
- ท่านอาจารย์บรรลุเป็นเซียนอีกแล้ววววว
- บทที่ 153 ไฉนเลยจะไม่เข้าเป็นศิษย์สำนักข้าเล่า?
บทที่ 153 ไฉนเลยจะไม่เข้าเป็นศิษย์สำนักข้าเล่า?
บทที่ 153 ไฉนเลยจะไม่เข้าเป็นศิษย์สำนักข้าเล่า?
"สหายลั่ว ในบรรยากาศเช่นนี้ ข้านักพรตรู้สึกว่าขาดเสียงพิณไปสักหน่อย"
"ไม่ทราบว่าสหายตัวน้อยสามารถฟังเสียงพิณระหว่างประลองหมากได้หรือไม่?"
นักพรตอู๋กล่าวจบ ลั่วเฉินก็ยิ้มตอบ "ย่อมได้อยู่แล้ว"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นักพรตอู๋ก็ลูบเครายิ้มแย้ม มือขวาวางหมาก มือซ้ายเคาะโต๊ะหินเบาๆ จนเกิดเสียง "ก๊อกๆ" สองครั้ง
วินาทีต่อมา ข้างโต๊ะหินก็พลันปรากฏกู่ฉินที่ตั้งอยู่บนชั้นวางพิณเพิ่มขึ้นมาหนึ่งตัว
กู่ฉินไร้ผู้ดีดบรรเลง ทว่าสายพิณกลับขยับได้เอง
เสียงเพลงอันไพเราะแผ่วเบาคลอเคล้าไปกับเสียงสายลม ค่อยๆ แผ่ซ่านออกไปอย่างช้าๆ
สายตาของนักพรตอู๋ปรายตามองกู่ฉินอย่างไม่ใส่ใจในคราแรก ก่อนจะตกลงบนร่างของลั่วเฉินในเวลาต่อมา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจดจ่ออยู่กับกระดานหมาก
เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง "เสียงพิณเป็นอย่างไรบ้าง?"
ลั่วเฉินวางหมากลงไปหนึ่งเม็ด ยิ้มกล่าว "ดีมาก"
ดีมาก เจ้าก็เงยหน้าขึ้นมามองพิณบ้างสิ!
ไม่มีคนดีดนะ!
ไม่มีคนดีดแต่มันขยับเองได้นะ!
ในขณะที่กรีดร้องอยู่ในใจ นักพรตอู๋ก็หยุดวางหมากชั่วคราว ชี้ไปยังกู่ฉิน "สหายลั่ว เจ้าช่วยข้าดูหน่อยสิว่า รูปลักษณ์ของพิณตัวนี้เป็นอย่างไร?"
ลั่วเฉินเงยหน้าขึ้นมอง ยิ้มกล่าว "ดีมาก"
ดีมาก?
คนปกติเห็นพิณขยับเองได้ เวลาเช่นนี้ก็ควรจะตกใจกลัวแล้วไม่ใช่หรือ?
เหตุใดเจ้าถึงไม่มีปฏิกิริยาอันใดเลยเล่า?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ นักพรตอู๋ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "แค่ดีมากเท่านั้นหรือ?"
"เอ้อ......" ลั่วเฉินชะงักไปเล็กน้อย "ดีมากๆ "
นักพรตอู๋ : ......
แปะ!
ในขณะที่พูดไม่ออก นักพรตอู๋ก็วางหมากลงไปหนึ่งเม็ด
"ท่านนักพรตอู๋ ท่านแพ้แล้ว"
เมื่อสิ้นเสียงของลั่วเฉิน นักพรตอู๋ก็รีบก้มหน้าลงมองทันที
"แพ้เข้าจริงๆ ด้วย"
"สหายลั่ว ยากนักที่จะได้พบพาน อยู่เดินหมากเป็นเพื่อนข้าอีกสักกระดานเถิด เป็นอย่างไร?"
ลั่วเฉินพยักหน้ายิ้มๆ "ย่อมได้อยู่แล้ว"
การประลองหมากกระดานที่สองเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว
ระหว่างการเดินหมาก นักพรตอู๋มักจะพยายามชักนำให้ลั่วเฉินหันไปมองกู่ฉินที่บรรเลงได้เองตัวนั้นอยู่เป็นระยะ
แต่ทำอย่างไรได้ แม้ลั่วเฉินจะหันไปมองทุกครั้ง และยังพูดคุยตามหัวข้อของอีกฝ่ายอยู่สองสามประโยค ทว่ากลับไม่เคยพูดเข้าถึง 'กลางใจ' ของนักพรตอู๋เลยแม้แต่น้อย!
ทั้งที่การที่พิณตัวนี้บรรเลงได้เองโดยไร้ผู้ดีดต่างหาก คือสิ่งที่สมควรกล่าวถึงมากที่สุด!
แต่ลั่วเฉินกลับไม่ยอมพูดถึงเรื่องนี้เลย!
"สหายลั่ว!"
"ท่านนักพรตว่ามาเถิด"
"พิณตัวนี้มอบให้เจ้า เจ้าจะเอาหรือไม่?"
"ขอบคุณท่านนักพรต ข้าน้อยไม่สันทัดเรื่องท่วงทำนองดนตรี คงไม่รับไว้จะดีกว่า"
"เช่นนั้น เจ้าลองดูพิณตัวนี้อีกทีสิ?"
"ดูแล้ว"
"มีอะไรอยากจะกล่าวหรือไม่?"
"ดีมาก"
นักพรตอู๋ : ......
ดีมากๆ เจ้าจะไม่ถามหน่อยหรือ ว่าเหตุใดพิณตัวนี้ถึงบรรเลงได้เองโดยไร้คนดีด?
เจ้าถามสักประโยคสิ!
ขอแค่ประโยคเดียว ข้าก็จะอธิบายให้เจ้าฟังแล้วนะ!
นักพรตอู๋มีสีหน้าราบเรียบ แต่ในใจกลับกรีดร้องคำรามไม่หยุด
แปะ!
ตัวหมากวางลงบนกระดานอย่างฉับไวเด็ดขาด!
ลั่วเฉินกล่าว "ท่านนักพรตอู๋ ท่านแพ้อีกแล้ว"
"หา?" นักพรตอู๋ก้มหน้าลง มองดูรูปหมากบนกระดานแล้วอึ้งไปครู่ใหญ่ "แพ้เข้าจริงๆ ด้วย......"
นักพรตอู๋ที่รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง เมื่อเห็นลั่วเฉินทำท่าจะลุกขึ้น จึงรีบชิงกล่าวขึ้นมาก่อน "สหายลั่ว เดินหมากเป็นเพื่อนข้าอีกสักกระดานเถิด ได้หรือไม่?"
ลั่วเฉินชะงักไปเล็กน้อย ยิ้มกล่าว "ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็เดินหมากกันอีกสักกระดานเถิด ทว่าขอให้ท่านนักพรตอู๋ตั้งใจสักหน่อย อย่าได้สนใจพิณตัวนั้นอีกเลย"
เจ้าหนุ่มนี่!
หากนักพรตอย่างข้าไม่ได้พยายามดึงดูดความสนใจของเจ้า มีหรือจะพ่ายแพ้ติดต่อกันถึงสองกระดาน?
นักพรตอู๋หรี่ตาลง ยิ้มกล่าว "ตกลง! กระดานนี้ ข้าจะต้องรวบรวมสมาธิอย่างเต็มที่แน่นอน!"
"สหายตัวน้อย เจ้าเตรียมตัวให้พร้อมเถิด"
"อืม" ลั่วเฉินพยักหน้า "ท่านนักพรตอู๋ต้องการให้หมากดำเดินก่อนหรือไม่?"
"ไม่จำเป็น!" นักพรตอู๋กำหมากขาวขึ้นมาหนึ่งกำมือ กล่าวเสียงเรียบ "เจ้าก็ลงหมากมาได้เลย!"
แปะ!
ลั่วเฉินไม่รอช้า วางหมากลงไปทันที
ฝ่ายนักพรตอู๋ก็ไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป รีบวางหมากตามไปติดๆ !
เสียงวางหมากอันดุเดือดดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย!
นักพรตอู๋ยิ่งเดินหมากก็ยิ่งรวดเร็ว!
แทบจะทันทีที่ลั่วเฉินวางหมากลงไป เขาก็จะวางหมากตามไปทันที!
เดิมทีนักพรตอู๋คิดจะใช้ความเร็วในการวางหมากที่ว่องไวเป็นอย่างยิ่ง เพื่อบอกลั่วเฉินว่า ที่เขาแพ้ไปสองกระดานก่อนหน้านี้ เป็นเพียงเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจเท่านั้น
ทว่านึกไม่ถึงเลยว่า เขาลงหมากได้เร็วแค่ไหน ลั่วเฉินก็สามารถลงหมากได้เร็วแค่นั้น!
จนกระทั่งเพื่อแข่งขันประชันความเร็ว ในเวลาต่อมาเขาก็ลืมเลือนไปเสียสนิทว่า จุดประสงค์เดิมของตนคือสิ่งใดกันแน่
แปะ!
"ตาเจ้าแล้ว!"
นักพรตอู๋วางหมากลงไป เห็นลั่วเฉินไม่มีการเคลื่อนไหว จึงเอ่ยเตือนขึ้นมาหนึ่งประโยค
ทว่า ลั่วเฉินกลับเพียงแค่ยิ้มๆ ไม่ได้กล่าวสิ่งใด
"เป็นอันใดไป?"
"ข้าลงหมากเร็วเกินไปใช่หรือไม่?"
"สหายตัวน้อยตามไม่ทันแล้วงั้นหรือ?"
"ไม่เป็นไร ข้าเดินหมากให้ช้าลงหน่อยก็ได้ หรือจะให้เจ้าขอถอนหมากสักสองสาม......"
เสียงของนักพรตอู๋เบาลงเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดชะงักไปอย่างกะทันหัน
เป็นเพราะว่า ในตอนที่เขาก้มลงมองกระดานหมาก ก็พบว่าตนเองแพ้อีกแล้ว......
นักพรตอู๋รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าจะกล่าวสิ่งใดไปชั่วขณะ
"ท่านนักพรตอู๋ กระดานสุดท้ายก็เดินจบแล้ว"
"เช่นนั้นลั่วผู้นี้ขอตัวลาก่อน"
คำพูดของลั่วเฉิน ราวกับกำลังขุดหลุมให้นักพรตอู๋ที่กำลังมองหา 'รู' มุดหนีลงไป
คนหลังรีบเงยหน้าขึ้นมาพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม "ไป ไปเถอะ!"
"วันนี้ได้เดินหมากแล้วสนุกจริงๆ !"
"วันหน้าหากมีโอกาส พวกเราค่อยมาเดินหมากกันใหม่"
ลั่วเฉินพยักหน้า "แล้วพบกันใหม่ ท่านนักพรตอู๋"
"แล้วพบกันใหม่!"
นักพรตอู๋ฝืนยิ้มแหยพลางโบกมือ ก้มมองกระดานหมาก ใบหน้าก็พลันเผยให้เห็นถึงความขมขื่นอย่างเหลือคณา "ไฉนถึงแพ้ได้กันนะ......"
ภายนอกศาลาแปดเหลี่ยม ลั่วเฉินยืนมองหาอยู่บนทางเดินเล็กๆ ในป่าพลางร้องเรียก "เสี่ยวไป๋?"
ฟุ่บ~
ใต้กองใบเฟิงสีแดง จิ้งจอกน้อยสีขาวที่เล่นสนุกจนเนื้อตัวมอมแมมโผล่หัวออกมา
บนหัวของมัน ยังมีผีเสื้อหลากสีตัวหนึ่งเกาะอยู่
"จี๊ดๆ ~"
ลั่วเฉินเอ่ยถาม "รอนานหรือไม่?"
จิ้งจอกน้อยสีขาวส่ายหัว ยื่นอุ้งเท้าข้างหนึ่งออกมาชี้ไปยังผีเสื้อหลากสีที่อยู่บนหัว
ท่าทางนั้นราวกับกำลังจะบอกว่า: รอไม่นานนักหรอก เพิ่งจะเล่นกับเจ้าผีเสื้อน้อยตัวนี้เสร็จแล้วเดินมานี่แหละ
ลั่วเฉินยิ้มๆ "ไปกันเถอะ"
"จี๊ดๆ ~"
จิ้งจอกน้อยสีขาวส่งเสียงร้องหนึ่งครา ก่อนจะวิ่งตรงเข้าไปหาลั่วเฉิน
และในจังหวะที่มันออกตัววิ่ง ผีเสื้อหลากสีที่อยู่บนหัวก็บินโฉบขึ้นไปตามกัน
ภาพฉากนี้ ทำเอานักพรตอู๋ถึงกับมองดูจนเหม่อลอยไปเลยทีเดียว!
หลังจากที่มองส่งหนึ่งคนหนึ่งจิ้งจอกเดินจากไปจนลับสายตา เขาก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมาว่า "ท่านอาจารย์เคยกล่าวไว้ว่า: หนทางแห่งการบำเพ็ญเพียร เดิมทีก็ล้วนเต็มไปด้วยความยากลำบาก ทุกสรรพสิ่งจำเป็นต้องละทิ้งความใจร้อนวู่วาม ถึงจะบรรลุผลในบั้นปลาย!"
"นักพรตอย่างข้ายากนักกว่าจะมีโอกาสได้ออกจากอาราม และยากนักกว่าจะได้พบกับชายหนุ่มที่มีสภาพจิตใจยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้"
"ไฉนเลยจะยอมล้มเลิกเพียงเพราะได้รับความยากลำบากและความพ่ายแพ้เพียงเล็กน้อยแค่นี้เล่า?"
เมื่อรำพึงรำพันกับตนเองมาถึงตรงนี้ นักพรตอู๋ก็หลับตาลง ในห้วงคำนึงหวนนึกถึงภาพเงาร่างของลั่วเฉินขึ้นมาอีกครั้ง "กิริยาท่าทางเช่นนี้!"
"สภาพจิตใจเช่นนี้!"
"ฝีมือการเดินหมากเช่นนี้!"
"ไฉนเลยจะไม่เข้าเป็นศิษย์สำนักข้าเล่า?"