เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 104 บริเวณกลางเขา

บทที่ 104 บริเวณกลางเขา

บทที่ 104 บริเวณกลางเขา


"หากเป็นเช่นนั้น..."

"สิ่งที่เรียกว่าสืบทอดของเซียนกระบี่ อย่าว่าแต่จะมีผู้ใดมีโอกาสได้รับมันไปเลย"

"กระทั่งการเข้าใกล้กระบี่ที่เซียนกระบี่ทิ้งเอาไว้ ก็ยังไม่เคยมีผู้ใดทำได้มาก่อนเลยหรือ?"

คำกล่าวของมือกระบี่เฒ่าเฉินสร้างความตื่นตระหนกให้แก่เฟิงอวี้เป็นอย่างยิ่ง

นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า สืบทอดที่ดำรงอยู่มานานกว่าร้อยปีนี้ จะยากเย็นแสนเข็ญถึงเพียงนี้...

เมื่อเห็นดังนั้น มือกระบี่เฒ่าเฉินจึงยิ้มขื่นพลางกล่าว "แม่นางเสี่ยวอวี้ เซียนกระบี่หลี่จื่อโจว ในสมญานามของเขามีคำว่า 'เซียน' รวมอยู่ด้วยนะ"

"ช่องว่างระหว่างมนุษย์และเซียนนั้น เรียกได้ว่าห่างชั้นกันราวฟ้ากับดิน"

"ทว่าหากมิเป็นเช่นนี้ แล้วเหตุใดจึงมีจอมยุทธ์มือกระบี่มากมายยอมอุทิศทั้งชีวิตเพื่อตามหาสืบทอดที่ยังไม่เคยมีผู้ใดมีความหวังว่าจะได้รับมันไปเล่า?"

เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ 'ริ้วรอยแห่งกาลเวลา' บนใบหน้าของมือกระบี่เฒ่าเฉินก็หดเกร็งลงเล็กน้อย "ข้าเอง ในวันวานก็เคยเหมือนกับพวกเจ้านั่นแหละ ที่เฝ้าตั้งตารอให้ตนเองกลายเป็นผู้โชคดีผู้นั้น"

"ปรารถนาว่าสักวันหนึ่งลิขิตสวรรค์จะร่วงหล่นลงมาบนศีรษะของข้าบ้าง"

"ทว่าความเป็นจริงเล่า?"

"ครั้งนี้คือการขึ้นสู่ภูเขาว่านหานเป็นครั้งที่สี่สิบสามของข้าแล้ว"

"และเกรงว่าคงจะเป็นครั้งสุดท้ายด้วย..."

"พูดไปก็ไม่กลัวพวกเจ้าจะหัวเราะเยาะหรอก เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน ตั้งแต่ตอนที่ข้าเดินทางขึ้นเขาแต่ละครั้ง แล้วพบว่ามันยากลำบากยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ ข้าก็ตระหนักได้แล้ว"

"ข้ามิใช่ผู้ที่สวรรค์ลิขิตมา"

"ข้าเป็นเพียงคนธรรมดาผู้หนึ่ง เป็นเพียงตัวตนเล็กๆ ที่ไม่สะดุดตาในหมู่สรรพสัตว์ทั้งหลายบนโลกหล้า"

"ทว่าที่ข้ายังคงดึงดันยืนหยัดมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นเพราะเหตุใดกัน?"

"นั่นก็เพราะว่า ในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่นี้ ข้าอยากจะเห็นกับตาว่า ท้ายที่สุดแล้วจะมีผู้ใดได้รับสืบทอดของเซียนกระบี่ไปหรือไม่"

"และเป็นเพราะข้ายังคงโอบกอดความหวังที่ว่า ความโชคดีเช่นนั้นอาจจะร่วงหล่นลงมาบนศีรษะของข้าอยู่"

"แม้ว่าความหวังนั้นจะริบหรี่เพียงใดก็ตาม..."

เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ ขอบตาของมือกระบี่เฒ่าเฉินก็เริ่มแดงก่ำ

บางทีอาจเป็นเพราะต้องการปกปิดความโศกเศร้าของตนเอง เขาจึงคว้าเอาสุราฤทธิ์แรงที่ต้มกลั่นด้วยตนเองขึ้นมากระดกดื่มลงไปอึกใหญ่!

สุราฤทธิ์แรงบาดคอจนทำให้เขาไอออกมาไม่หยุด

ทว่าการกระทำเช่นนี้ ในมุมมองของเขา ย่อมทำให้ผู้อื่นแยกไม่ออกว่า ที่เขาตาแดงก่ำอยู่นั้นเป็นเพราะความผิดหวัง หรือเพียงแค่สำลักสุรากันแน่

ซึ่งสำหรับเขานั้น มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก...

"ผู้อาวุโสเฉิน..."

เหล่าจอมยุทธ์มือกระบี่ที่นั่งอยู่ตรงนั้นต่างก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของมือกระบี่เฒ่าผู้นี้ จนอดไม่ได้ที่จะตาแดงก่ำไปตามๆ กัน

"ฮ่าๆๆ" มือกระบี่เฒ่าเฉินหัวเราะร่วนพลางกล่าว "เป็นอันใดไป! ข้าก็แค่อายุมากแล้ว เลยอดทอดถอนใจออกมาไม่ได้ก็เท่านั้น!"

"พวกเจ้าคงไม่ได้คิดว่าข้ากำลังจะร้องไห้หรอกนะ?"

"มาๆๆ!"

"ข้ายังมีสุราเหลืออยู่อีกหน่อย มาดื่มด้วยกันเถิด!"

ในระหว่างที่พูด มือกระบี่เฒ่าเฉินก็รินสุราให้แก่ทุกคนที่อยู่หน้ากองไฟจนเต็มจอก!

ผ่านไปครู่หนึ่ง ทุกคนก็พร้อมใจกันยกจอกขึ้นดื่ม

ในห้วงเวลานี้ ทุกคนต่างรู้สึกได้ว่ารสชาติความเผ็ดร้อนที่ไหลลงสู่ลำคอ ไม่ได้มีเพียงสุราเท่านั้น ทว่ายังรวมถึงชีวิตทั้งชีวิตของมือกระบี่เฒ่าผู้นี้ด้วย...

ยามราตรีล่วงเลยลึก พายุหิมะก็ยิ่งพัดกระหน่ำรุนแรงมากยิ่งขึ้น

จอมยุทธ์มือกระบี่ที่มีนามว่าเจิ้งเกามองไปรอบๆ ราวกับต้องการเปลี่ยนเรื่อง "พวกเจ้าดูสิ คนเหล่านั้นพอไม่มีผู้นำทาง ก็ไม่รู้จักก่อกองไฟ ซ้ำยังไม่รู้จักดื่มสุราฤทธิ์แรงเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายเสียอีก"

"นั่นสิ!" จอมยุทธ์มือกระบี่ผิวคล้ำเอ่ยสำทับ "การที่พวกเราได้มาพบกับผู้อาวุโสเฉิน นับเป็นวาสนาของพวกเราจริงๆ"

ในเวลานี้เอง ลั่วเฉินก็ยิ้มพลางกล่าวขึ้นมาว่า "นี่ก็คงเหมือนกับคำกล่าวแต่โบราณที่ว่า มีผู้เฒ่าอยู่ในบ้าน ก็เหมือนมีของล้ำค่าอยู่กระมัง"

"ไม่ผิด!"

ทุกคนต่างหัวเราะออกมาพร้อมกัน!

"มีผู้เฒ่าอยู่ในบ้าน ก็เหมือนมีของล้ำค่าอยู่ด้วยจริงๆ!"

"หากวันนี้ไม่มีผู้อาวุโสเฉิน พวกเราจะเดินทางมาถึงบริเวณกลางเขาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้หรือ?"

"หากวันนี้ไม่มีผู้อาวุโสเฉิน พวกเราอาจจะเดินทางไปได้ไม่ทันไร ก็คงถูกสายลมหนาวพัดตกลงเขาไปแล้ว!"

"หากวันนี้ไม่มีผู้อาวุโสเฉิน พวกเราจะไปหาสถานที่หลบพายุหิมะที่ดีเช่นนี้ได้จากที่ใดกัน?"

ทุกคนต่างผลัดกันเอ่ยชื่นชมคนละประโยคสองประโยค จนทำให้ใบหน้าของมือกระบี่เฒ่าเฉินแดงก่ำขึ้นมา เขาหัวเราะแห้งพลางกล่าว "นี่ก็มิใช่เรื่องใหญ่โตอันใด ผู้อาวุโสย่อมต้องคอยดูแลผู้เยาว์อยู่แล้ว..."

เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วเฉินจึงเป็นผู้นำกล่าวขึ้นว่า "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็สมควรจะดื่มคารวะผู้อาวุโสเฉินกันสักจอกแล้วล่ะ!"

"ใช่แล้ว!"

"ขอดื่มคารวะผู้อาวุโสเฉิน!"

ทุกคนต่างพร้อมใจกันยกจอกขึ้นดื่มอีกครั้ง!

"ฮ่าๆๆ" มือกระบี่เฒ่าเฉินระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ก่อนจะตะโกนลั่น "ช่างสะใจนัก!"

เมื่อทุกคนเห็นดังนั้นก็พากันร้องประสานเสียงตอบรับ "ช่างสะใจนัก!"

สายลมหนาวบนภูเขาพัดบาดลึกเสียดกระดูก หนาวเหน็บเสียจนผู้คนฟันกระทบกันดังกึกๆ การที่สามารถตะโกนคำว่า "ช่างสะใจนัก" ออกมาได้เหมือนดั่งเช่นพวกลั่วเฉิน ย่อมดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างได้อย่างแท้จริง

เหล่ามือกระบี่โดยรอบต่างก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง พวกเจ้าไม่หนาวกันเลยหรืออย่างไร?

ในสถานที่เช่นนี้ ยังอุตส่าห์ตะโกนคำว่าสะใจออกมาได้อีก?

ต้องรู้ก่อนว่า ในบรรดามือกระบี่ที่อยู่ละแวกเดียวกับพวกลั่วเฉินนั้น ก็มีไม่น้อยที่ก่อกองไฟ กินอาหาร และดื่มสุรา

ทว่ากลับไม่มีผู้ใดที่ยังคง 'คึกคักกระปรี้กระเปร่า' ได้เหมือนดั่งเช่นพวกเขาเลยแม้แต่น้อย!

ทุกคนต่างก็หนาวสั่นจนต้องห่อตัวแน่นด้วยเสื้อผ้าหนาเตอะ นั่งแนบชิดติดกับหน้าผาหินเพื่อหวังจะเอาชีวิตรอดผ่านค่ำคืนนี้ไปให้จงได้

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว สภาพของพวกลั่วเฉินก็ดูราวกับว่าพวกเขาเพียงแค่เปลี่ยนสถานที่มานั่งดื่มสุราเสเพลไปวันๆ เท่านั้น!

ทั้งๆ ที่อยู่บนภูเขาหิมะที่สายลมหนาวพัดบาดผิวราวกับคมมีดเหมือนกันแท้ๆ

เหตุใดพวกเจ้าถึงได้ดูสุขสบายเช่นนั้นเล่า?

เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ มือกระบี่ไม่น้อยต่างก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาลึกๆ และเมื่ออารมณ์พลุ่งพล่าน ร่างกายของพวกเขาก็กลับรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย...

"เอ๊ะ?"

"มีบางอย่างผิดปกติ!"

จู่ๆ มือกระบี่เฒ่าเฉินก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา

เหล่าจอมยุทธ์มือกระบี่ที่อยู่ด้านข้างต่างก็รู้สึกได้ว่าความมึนเมาที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้น ได้มลายหายไปในพริบตา

"เกิดอันใดขึ้น!"

เคร้ง!

จอมยุทธ์มือกระบี่ผิวคล้ำตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เขารีบชักกระบี่ออกจากฝักในชั่วพริบตา!

มือกระบี่เฒ่าเฉินรีบยกมือขึ้นกดห้ามเอาไว้พลางหัวเราะแห้งๆ "อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป! ข้ามิได้หมายถึงเรื่องผิดปกติเช่นนั้น"

"ข้าเพียงแค่รู้สึกว่า เหตุใดวันนี้สถานที่แห่งนี้ถึงไม่ค่อยหนาวเลยเล่า?"

บางทีอาจเป็นเพราะคำพูดของมือกระบี่เฒ่าเฉินค่อนข้างจะฟังดูแหม่งๆ หรืออาจจะเป็นเพราะทุกคนเพิ่งจะเคยเดินทางขึ้นสู่ภูเขาว่านหานเป็นครั้งแรก จึงไม่มีประสบการณ์เหมือนดั่งเช่นอีกฝ่าย

ทุกคนจึงไม่อาจเข้าใจความหมายในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อได้

"โธ่เอ๊ย"

"ความหมายของข้าก็คือ วันนี้การที่พวกเราได้มาก่อกองไฟและดื่มสุรากันที่นี่ มันช่างอบอุ่นกว่าเมื่อก่อนมากนัก"

"ต้องรู้ก่อนว่า เมื่อก่อนข้าก็ทำเช่นนี้ ทว่าแทบทุกครั้งข้าก็ยังคงหนาวจนมือเท้าแข็งทื่อไปหมด"

ในระหว่างที่พูด มือกระบี่เฒ่าเฉินก็ยื่นนิ้วมือทั้งสิบออกมาขยับไปมาอย่างคล่องแคล่ว "พวกเจ้าดูสิ ตามหลักเหตุผลแล้ว เมื่ออยู่บนภูเขาแห่งนี้ ข้าย่อมไม่มีทางขยับนิ้วมือได้อย่างคล่องแคล่วเช่นนี้แน่นอน..."

"หรือว่าภูเขาว่านหานจะไม่หนาวเหน็บเหมือนเมื่อก่อนแล้ว?"

"ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ..."

เมื่อได้ยินดังนั้น จอมยุทธ์มือกระบี่คนอื่นๆ นอกเหนือจากลั่วเฉิน ก็พากันยื่นมือออกมาขยับไปมาบ้าง

และเมื่อพวกเขาพบว่าการเคลื่อนไหวของข้อต่อต่างๆ ไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่หนาวเหน็บเลยแม้แต่น้อย พวกเขาจึงเข้าใจในสิ่งที่มือกระบี่เฒ่าเฉินต้องการจะสื่อ

ทันใดนั้น จอมยุทธ์มือกระบี่ผู้มีนามว่าหลิวเสียนก็ลุกขึ้นยืนพลางหัวเราะแห้งๆ "ข้าดื่มน้ำแกงกับสุราไปมากโข ขอตัวไปปลดทุกข์เบาสักครู่นะ"

มือกระบี่เฒ่าเฉินเอ่ยเตือน "ระวังตัวด้วยล่ะ" อีกฝ่ายจึงรีบวิ่งพรวดพราดออกไปในทันที

ไม่นานนัก มือกระบี่แซ่หลิวก็วิ่งกลับมา ใบหน้าของเขาซีดเผือด ฟันกระทบกันดังกึกๆ "มารดามันเถอะ! ข้างนอกบัดซบนั่นหนาวเกินไปแล้ว!"

"ทำเอาฉี่ข้าแทบแข็ง..."

"แค่กๆๆ"

ทุกคนพร้อมใจกันกระแอมไอออกมา หลิวเสียนจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าในกลุ่มผู้ร่วมเดินทางยังมีแม่นางน้อยผู้หนึ่งอยู่ด้วย

เขาจึงหัวเราะเจื่อนๆ "ข้างนอกนั่นกับที่นี่ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่คนละโลกเลย ข้างนอกมันหนาวจริงๆ หนาวเหน็บเสียดกระดูกเลยล่ะ..."

"มันจะเกินจริงไปหน่อยกระมัง?" จอมยุทธ์มือกระบี่ผิวคล้ำลุกขึ้นยืนบ้าง "ข้าเองก็จะไปปลดทุกข์เบาสักหน่อย"

"ข้าก็ไป ข้าก็ไปด้วย!"

นี่ไงล่ะ กฎเกณฑ์บน 'วงสุรา' ได้ปรากฏให้เห็นในเวลานี้แล้ว

หากมีผู้ใดผู้หนึ่งต้องการจะไปเข้าห้องน้ำ คนส่วนใหญ่ก็มักจะฉวยโอกาสไปปลดทุกข์พร้อมกันเสียเลย

ไม่นานนัก ทุกคนยกเว้นลั่วเฉิน ก็พากันวิ่งออกไปปลดทุกข์เบากันถ้วนหน้า

หลังจากที่กลับมา เมื่อทุกคนได้สัมผัสถึงความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างใต้หน้าผาหินกับในป่าแล้ว ต่างก็พากันทอดถอนใจ "ข้างนอกนั่นมันหนาวจริงๆ ด้วย!"

จอมยุทธ์มือกระบี่ทั้งสามทำได้เพียงคิดว่า เป็นเพราะผู้อาวุโสเฉินหาสถานที่ได้ดี แม้ว่าตำแหน่งที่พวกเขาอยู่จะเปิดโล่งถึงสามด้านก็ตามที...

ทว่าทางด้านเฟิงอวี้กลับมองไปยังผู้อาวุโสเฉินสลับกับลั่วเฉิน ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้ลั่วเฉินอีกเล็กน้อย

เมื่อนางสัมผัสได้ว่ายิ่งเข้าใกล้ท่านลั่วมากเท่าใดก็ยิ่งอบอุ่นมากเท่านั้น ในดวงตาของนางจึงปรากฏแววตาแห่งความสงสัยขึ้นมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้...

จบบทที่ บทที่ 104 บริเวณกลางเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว