- หน้าแรก
- ท่านอาจารย์บรรลุเป็นเซียนอีกแล้ววววว
- บทที่ 30 นายอำเภอจอมดื้อรั้น
บทที่ 30 นายอำเภอจอมดื้อรั้น
บทที่ 30 นายอำเภอจอมดื้อรั้น
เมื่อคำถามนี้หลุดออกมา เหวินหลิงหลิงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขัดขึ้นทันที "นายอำเภอซุน นี่มันคำถามอะไรกัน!"
"ท่านต้องล้อเล่นอยู่เป็นแน่?"
"อายุของตนเองยังไม่รู้อีกหรือ ถึงขั้นต้องมาถามท่านลั่วโดยเฉพาะเชียวหรือ?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นายอำเภอซุนเพียงแย้มยิ้ม แล้วมองไปทางลั่วเฉินอีกครั้ง พลางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "ท่านลั่ว ข้าต้องการจะถามคำถามนี้ ได้หรือไม่?"
ลั่วเฉินพยักหน้า "ปีนี้นายอำเภอซุนอายุครบสี่สิบห้าปีบริบูรณ์"
"ดี ขอบคุณมาก" นายอำเภอซุนประสานมือคารวะ ยกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดจอก จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน "ข้าซุนมีงานราชการรัดตัว ขอตัวกลับที่ว่าการอำเภอก่อน พวกท่านค่อยๆ กินเถิด"
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินจากไปเช่นนี้ เหวินหลิงหลิงก็อ้าปากตั้งใจจะรั้งตัวไว้สักหน่อย ทว่าเมื่อสบเข้ากับแววตาที่มีความนัยลึกซึ้งของนายอำเภอซุน คำพูดที่มาถึงริมฝีปากก็ต้องกลืนกลับลงไป
ส่วนลั่วเฉินหลังจากกล่าวคำว่า "เดินทางปลอดภัย" แล้ว ก็ก้มหน้าก้มตาคีบอาหารกินต่อไปตามลำพัง
ครู่หนึ่ง เมื่อเขาเห็นเหวินหลิงหลิงขมวดคิ้วแน่น ก้มหน้าเขี่ยอาหารในชามแต่กลับไม่ยอมกิน จึงหัวเราะพลางกล่าวว่า "เอาล่ะ นายอำเภอซุนคงเดาการจัดเตรียมของผู้เฒ่าจ้าวออกตั้งนานแล้ว"
"ในเมื่อเขาตั้งใจเช่นนี้ ทั้งยังมีวิถีการเป็นขุนนางในแบบของตนเอง แล้วเหตุใดจะต้องบังคับให้เขามาถามข้าด้วยเล่าว่าจะต้องทำเช่นไร?"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เหวินหลิงหลิงก็ตกใจจนเบิกตากว้าง "ท่านลั่ว! ท่านดูออกหรือ?"
ลั่วเฉินหัวเราะ "อาหารมื้อนี้ในวันนี้ ช่างบังเอิญเกินไปแล้ว ลองคิดดูก็รู้ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเชิญงานศพที่เขียนด้วยลายมือของผู้เฒ่าจ้าว หรือหลานสาวอย่างเจ้า ล้วนทำไปเพื่อต้องการให้ข้ากับนายอำเภอซุนได้ผูกมิตรกันทั้งสิ้น"
"เฮ้อ~" เหวินหลิงหลิงถอนหายใจยาว "การที่ท่านลั่วดูออก ข้าไม่แปลกใจเลย แต่ไม่นึกว่านายอำเภอซุนก็จะดูออกด้วย..."
"เหตุใดกัน?" ลั่วเฉินเย้าแหย่ "หรือว่าในสายตาเจ้า คนที่สามารถเป็นถึงนายอำเภอได้ล้วนแต่โง่เขลางั้นหรือ?"
"นั่นก็ไม่ใช่..."
เหวินหลิงหลิงกล่าวอย่างจนใจ "เพียงแต่ไม่คิดว่านายอำเภอซุนจะดื้อดึงถึงเพียงนี้ ในเมื่อเขาเดาออกว่านี่คือบันไดที่ท่านปู่เล็กทอดมาให้ เขาเพียงแค่ก้าวลงตามน้ำ ถามคำถามที่มีสาระสักเรื่องก็สิ้นเรื่องแล้ว"
"กลับต้องจงใจเอาคำถามไปใช้กับเรื่องไร้สาระ..."
"แถมยังจากไปเช่นนี้ งานเลี้ยงศพของท่านปู่เล็กก็ยังกินไม่ทันจบด้วยซ้ำ"
"ช่างเห็นความหวังดีเป็นของไร้ค่าเสียจริง!"
"ก็ไม่ถึงขั้นต้องกล่าวเช่นนั้นหรอก" ลั่วเฉินหัวเราะ "ก่อนหน้านี้คนที่เข้ามารินสุราคารวะ ก็ไม่ได้ถูกเขาทำหน้าขรึมปฏิเสธกลับไปในคราวเดียวเสียหน่อย?"
"คิดว่านี่คงเป็นวิถีการปฏิบัติตัวของเขา ไม่ได้จงใจพุ่งเป้าไปที่ผู้ใด"
"ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เขาดูออก เขาก็ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ คิดว่าคงเห็นแก่หน้าผู้เฒ่าจ้าวแล้ว..."
"ที่ท่านพูดมาก็ถูก" เหวินหลิงหลิงพยักหน้า ก่อนจะกล่าวต่อ "ท่านลั่ว ท่านปู่เล็กบอกกับข้าไว้ว่า หากเรื่องนี้ไม่สำเร็จ ก็ให้ข้าบอกเล่าสาเหตุที่เขายึดติดกับการทำเช่นนี้ให้ท่านฟัง"
ลั่วเฉินพยักหน้า "เจ้าว่ามาเถิด"
"อืม!"
เหวินหลิงหลิงกระแอมไอเคลียร์คอ ก่อนจะใช้น้ำเสียงของผู้เฒ่าจ้าวเป็นตัวแทนในการถ่ายทอด
"ซุนโส่วเต๋อ เป็นพวกดื้อรั้นที่อ่านตำราจนโง่งมไปแล้ว!"
เมื่อกล่าวจบ เหวินหลิงหลิงก็มองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นว่านางกำลัง "ด่าทอ" นายอำเภอท่ามกลางสายตาผู้คน จึงได้กล่าวต่อว่า "คนผู้นี้สมองไม่เลว แต่เวลาทำเรื่องใดกลับยึดติดอยู่แต่กับกฎเกณฑ์ตายตัว เชื่อมั่นว่าทุกปัญหา ล้วนสามารถหาคำตอบได้จากในตำรา"
"จริงอยู่ที่ตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบันมีตำราของปราชญ์เมธีสืบทอดกันมาไม่น้อย แต่การเป็นขุนนางหาใช่การอ่านตำราไม่!"
"ยิ่งความทระนงตนโอหัง ยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรมี..."
คำพูดที่ผู้เฒ่าจ้าวให้หลานสาวถ่ายทอดมีอยู่ไม่น้อย
หลังจาก "ด่าทอ" นายอำเภอซุนไปสิบกว่าประโยค จึงค่อยเริ่มเข้าสู่เรื่องสำคัญ
ที่แท้ ตลอดสิบห้าปีที่นายอำเภอซุนดำรงตำแหน่งนายอำเภอแห่งอำเภอผิงเซียง เรียกได้ว่าหนทางมีแต่ "ความยากลำบาก!"
งานยากๆ ที่เบื้องบนจัดสรรลงมา ผู้อื่นไม่รับ เขารับ
เบื้องบนบอกว่ามีเรื่องดีๆ อย่างการละเว้นภาษีอากร นายอำเภอเมืองอื่นๆ พากันร้องห่มร้องไห้แย่งชิงกันแทบเป็นแทบตาย เขาไม่แย่งชิง ทึกทักเอาเองว่าผู้ว่าการรัฐจะต้องมองเห็นความเสียสละของตน แล้วรอให้อีกฝ่ายมอบผลประโยชน์นั้นแก่อำเภอผิงเซียงเอง
ผลลัพธ์ก็ไม่เหนือความคาดหมายของผู้เฒ่าจ้าว ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์คือเด็กที่รู้จักร้องไห้
ส่วน "ลาโง่จอมดื้อรั้น" อย่างเขา สิ่งที่ได้มามีเพียงงานที่ทำเท่าใดก็ไม่มีวันหมด...
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ อย่าว่าแต่จะต้องพาให้คนในที่ว่าการอำเภอผิงเซียงพลอยได้รับความลำบากเหน็ดเหนื่อยไปด้วยเลย แม้แต่ผลประโยชน์ก็ไม่ตกถึงมือ บางครั้งยังต้องรับเคราะห์เป็นแพะรับบาปอีก...
นอกจากนี้ อำเภอผิงเซียงที่ไร้ซึ่งผลประโยชน์อย่างการละเว้นภาษีอากร เมื่อถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ ก็ย่อมต้องซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่น้อยกว่าอำเภออื่นไปหนึ่งชุด กินซี่โครงหมูน้อยกว่าไปหนึ่งชิ้น!
หากมองในแง่ของครอบครัวเดียวอาจจะดูไม่มากนัก แต่หากมองในภาพรวมของทั้งอำเภอ นั่นก็ไม่ใช่จำนวนที่น้อยๆ เลย!
ด้วยเหตุนี้ ผู้เฒ่าจ้าวถึงได้พยายามคิดหาวิธีต่างๆ นานา เพื่อต้องการให้ลั่วเฉินช่วยชี้แนะเจ้าหมอนี่ ให้เขารู้จักพลิกแพลงเสียบ้าง
ผลปรากฏว่าเจ้าหมอนี่กลับทำตัวสูงส่งยิ่งนัก ทั้งที่รู้ดีว่าลั่วเฉินนั้นไม่ธรรมดา แต่กลับยังคงไม่ยอมไปสอบถามเมื่อต้องเผชิญกับเรื่องยุ่งยาก
ด้วยความจนใจ ผู้เฒ่าจ้าวถึงได้คิดหาวิธีนี้ขึ้นมา เพื่อให้ทั้งสองได้ผูกมิตรกัน...
ปัง!
เหวินหลิงหลิงตบโต๊ะฉาด "ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห ช่างหัวดื้อหัวรั้นบอกไม่ฟังเสียจริง!"
"ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะเย่อหยิ่งไปเพื่ออันใด ก็แค่เรียนหนังสือมากกว่าผู้อื่นไม่กี่ปี สอบได้ตำแหน่งขุนนาง ได้เป็นนายอำเภอไม่ใช่หรือ!"
"มีอันใดน่าวิเศษวิโสกัน!"
"แถมยังทำให้ข้าต้องเสียโอกาสในการถามเรื่องราวไปครั้งหนึ่งด้วย!"
เมื่อเห็นแม่นางน้อยผู้นี้ทำหน้าตาเคียดแค้นชิงชัง ลั่วเฉินก็อดหัวเราะไม่ได้ "เอาล่ะ ในเมื่อไม่ใช่การถามคำถามอย่างเป็นทางการ เช่นนั้นคำถามเมื่อครู่นี้ก็ไม่นับว่าเป็นของเจ้า"
"หากเจ้าคิดดีแล้ว ก็สามารถถามข้าได้อีกหนึ่งคำถาม"
"จริงหรือ!" เหวินหลิงหลิงมีสีหน้าประหลาดใจระคนยินดี
ลั่วเฉินตอบ "จริงสิ"
เหวินหลิงหลิงที่เกิดความสนใจขึ้นมา รีบกล่าวทันที "เช่นนั้นข้าจะถามเดี๋ยวนี้เลย!"
"ข้าอยากถามว่า ว่าที่สามีในอนาคตของข้าเป็นคนเช่นไร"
"อย่างเช่นรูปร่างหน้าตา นิสัยใจคอ อะไรทำนองนี้"
"แน่นอน รูปร่างหน้าตาไม่ต้องละเอียดมากนัก มิเช่นนั้นวันหน้าข้าจะไม่มีเรื่องให้ประหลาดใจแล้ว..."
ลั่วเฉินหัวเราะ "ซื่อสัตย์จริงใจ เป็นคนเจียมเนื้อเจียมตัว ค่อนข้างรักความสงบ ทำงานขยันขันแข็ง"
"เอ๋! ไม่มั้ง!"
เหวินหลิงหลิงอ้าปากค้าง ดูผิดหวังเล็กน้อย
ลั่วเฉินถามด้วยความสงสัย "ก็เป็นคนดีมากไม่ใช่หรือ? ไม่ชอบงั้นหรือ?"
เหวินหลิงหลิงส่ายหน้าพร้อมกล่าว "ข้าไม่ได้บอกว่าไม่ดี เพียงแต่ข้าค่อนข้างเป็นคนอยู่ไม่นิ่ง ข้ายังนึกว่าสามีในอนาคตของข้าจะมีนิสัยชอบเคลื่อนไหวและเปิดเผยเหมือนอย่างข้าเสียอีก"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลั่วเฉินก็พยักหน้า "คนเราย่อมเปลี่ยนแปรไป บางทีสิ่งที่เจ้าชอบกินมากในตอนเด็ก พอโตขึ้นอาจจะไม่ชอบกินแล้วก็ได้"
"กับคนรักก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน"
"ด้วยเหตุนี้ เรื่องราวในอนาคตจึงไม่มีผู้ใดสามารถกล่าวได้ว่าจะมองเห็นได้อย่างแม่นยำเต็มร้อย เพียงแต่สามารถมองเห็นความเป็นไปได้ที่มากที่สุดเท่านั้น"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เหวินหลิงหลิงก็กล่าวอย่างครุ่นคิด "หากกล่าวเช่นนี้ เรื่องที่ท่านลั่วทำนาย ก็ไม่แน่ว่าจะเกิดขึ้นจริงเสมอไปงั้นหรือ?"
ลั่วเฉินหัวเราะ "ข้าไม่เคยบอกว่ามันจะต้องเกิดขึ้นจริงเสมอไป สิ่งที่ข้าตั้งแผงก็เป็นเพียงแผงรับทำนายเท่านั้น"
"เมื่อแขกมาถาม ข้าก็ตอบ"
"หากว่าข้าสามารถทำนายถูกไปเสียทุกเรื่อง ทั้งเรื่องราวในอนาคตก็เป็นไปตามที่ข้ากล่าวไว้โดยไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปรไปเลยแม้แต่น้อย เช่นนั้นก็แสดงว่าสวรรค์และปฐพีนี้มีปัญหาแล้วล่ะ"
"ลึกซึ้งเกินไปแล้ว ข้าฟังไม่ค่อยเข้าใจเลย" เหวินหลิงหลิงส่ายหน้า กล่าวต่อว่า "คำพูดของท่านลั่วหมายความว่า ในอนาคตข้าอาจจะไม่แน่ว่าจะชอบคนรักความสงบ หรือไม่ก็สามีที่ข้าหามา พอนานวันเข้าเขาก็จะกลายเป็นคนอยู่ไม่นิ่งงั้นหรือ?"
ลั่วเฉินกล่าว "ก็ทำนองนั้นแหละ"
เหวินหลิงหลิงพยักหน้า "ขอบคุณท่านลั่ว ถึงเวลาข้าแต่งงาน จะเชิญท่านมากินสุรามงคล หากท่านว่างต้องมาให้ได้นะ"
"ถือโอกาสมาดูด้วยว่าสามีของข้าจะใช่คนที่ท่านทำนายไว้ในวันนี้หรือไม่"
ลั่วเฉินหัวเราะ "ตกลง"