เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 พริบตาเดียวผ่านไปสามสิบปี

บทที่ 17 พริบตาเดียวผ่านไปสามสิบปี

บทที่ 17 พริบตาเดียวผ่านไปสามสิบปี


ละอองฝนวสันตฤดูโปรยปราย สายฝนเม็ดเล็กละเอียดดั่งขนโคปลิวว่อนร่วงหล่นลงมา ในตลาดของอำเภอผิงเซียง บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างกางเต็นท์กันฝน ผู้คนสัญจรไปมาพากันกางร่มกระดาษน้ำมัน ทำให้ถนนที่เคยกว้างขวางดูเนืองแน่นขึ้นมาถนัดตา

บุรุษร่างกำยำในชุดเสื้อแขนกุด สวมหมวกสานบนศีรษะ ยืนเหม่อลอยอยู่เบื้องหน้าแผงรับถามไถ่

"ข้าก็ว่าอยู่ว่าเป็นผู้ใดมายืนอยู่หน้าแผงของข้าแต่เช้าตรู่ ที่แท้ก็คือเสี่ยวตงนี่เอง"

น้ำเสียงของลั่วเฉินเรียกให้บุรุษร่างกำยำหลุดออกจากภวังค์

"ท่านลั่ว!"

"ไม่พบกันเสียนาน!"

บุรุษร่างกำยำประสานมือคารวะลั่วเฉิน

ลั่วเฉินพยักหน้ารับ "ก็นานเอาเรื่องอยู่ ห่างจากครั้งก่อนที่เราพบกันก็ยี่สิบห้าปีแล้ว"

"วันนี้มาถามเรื่องราวใช่หรือไม่?"

"ขอรับ" บุรุษร่างกำยำพยักหน้า "ท่านลั่ว ยี่สิบห้าปีมานี้ ข้ารอคอยคำถามที่สองนี้มาโดยตลอด"

ลั่วเฉินผายมือเชิญ "นั่งลงแล้วค่อยพูดเถิด"

"พื้นมันเปียก..." เสียงของบุรุษร่างกำยำขาดหายไปในทันที ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองไปรอบๆ

เมื่อครู่นี้ พื้นรอบๆ แผงรับถามไถ่ยังเปียกแฉะและมีแอ่งน้ำขังอยู่บ้าง ทว่าเพียงพริบตาเดียว พื้นกลับแห้งสนิท! ที่สำคัญคือ บนท้องฟ้ายังคงมีสายฝนโปรยปรายลงมา ทว่ากลับไม่ตกลงมายังเบื้องหน้าแผงรับถามไถ่แห่งนี้เลย!

"เสี่ยวตง? เหตุใดถึงได้ยืนอึ้งอยู่เล่า?"

สรรพนามที่ลั่วเฉินใช้เรียกขานทำให้บุรุษร่างกำยำเหม่อลอยไปเล็กน้อย เขาทรุดตัวลงนั่งตามสัญชาตญาณ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสลดใจ "ท่านลั่ว ในเสี้ยววินาทีเมื่อครู่นี้ ข้าคิดว่าเป็นเมื่อสามสิบปีก่อนเสียอีก"

"เป็นวันที่ข้าทนฟังคำบ่นของท่านพ่อท่านแม่ไม่ไหว จนต้องแอบหนีออกมาเที่ยวเล่น"

"สามสิบปีผ่านไป ท่านไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย"

ลั่วเฉินยิ้มกล่าว "ผู้บำเพ็ญเพียร รูปลักษณ์ภายนอกย่อมเปลี่ยนแปลงน้อยกว่าคนทั่วไปอยู่บ้าง"

"เฮ้อ..." บุรุษร่างกำยำทอดถอนใจ "ท่านลั่ว ตอนนั้นข้ายังเด็ก ไม่ประสีประสา ไม่รู้จักหวงแหนพวกเขาเอาไว้ให้ดี ซ้ำยังวิ่งมาโทษท่านอีก"

"ต้องขออภัยจริงๆ..."

"ข้าไม่ได้ใส่ใจเลย แล้วเจ้าจะมัวเก็บมาใส่ใจทำไมเล่า" ลั่วเฉินส่ายหน้ายิ้ม "มาเถิด บอกมาสิว่าวันนี้อยากถามเรื่องอันใด?"

บุรุษร่างกำยำชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความระมัดระวัง "ท่านลั่ว ท่านพ่อท่านแม่ของข้าจากไปตั้งนานแล้ว พวกเขาได้ไปเกิดใหม่เป็นคนหรือไม่?"

ลั่วเฉินพยักหน้ารับ "ไปเกิดแล้ว และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่เลวเลยทีเดียว"

"ขอบคุณท่านลั่ว!" บุรุษร่างกำยำประสานมือยิ้ม "เมื่อสามสิบปีก่อนท่านช่วยเตือนสติข้า สามสิบปีต่อมา ยังแถมคำถามให้ข้าเพิ่มอีกหนึ่งข้อ..."

"ช้าก่อน" ลั่วเฉินพูดแทรก "นี่ไม่นับว่าเป็นคำถาม ข้าเพียงแค่เอ่ยขึ้นมาลอยๆ เท่านั้น"

"ฮ่าๆ~" บุรุษร่างกำยำหัวเราะลั่น "ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องขอบคุณท่านลั่ว!"

"เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน ต้องรีบไปทำงานที่ร้านรับฝากเงินแล้ว"

"ร้านรับฝากเงินหรือ? เป็นงานที่ดีนี่"

"ท่านลั่วเข้าใจผิดแล้ว" บุรุษร่างกำยำลุกขึ้นยืนพลางตบไหล่ตัวเอง "ตอนเด็กๆ ข้าไม่ฟังคำสอนของท่านพ่อท่านแม่ โตมาจะเข้าไปทำงานสบายๆ ในร้านรับฝากเงินได้อย่างไร? ข้าเป็นผู้คุ้มกันให้พวกเขาต่างหาก"

ลั่วเฉินยิ้มกล่าว "เช่นนั้นก็นับว่าไม่เลวแล้ว อำเภอผิงเซียงความสงบเรียบร้อยดี ร้านรับฝากเงินก็มั่นคงปลอดภัยไม่ใช่หรือ?"

"นั่นก็จริง" บุรุษร่างกำยำประสานมือคารวะ "ไว้พบกันใหม่ท่านลั่ว อีกสามสิบปีให้หลัง ข้าจะมาถามเรื่องที่สามกับท่าน..."

ลั่วเฉินพยักหน้ารับ "ข้าจะรอเจ้า"

......

ยามเที่ยงวัน ดวงอาทิตย์สาดส่อง อากาศอบอวลไปด้วยความชุ่มชื้นหลังฝนตก

ชายชราผมขาวโพลนค่อยๆ เดินเข้ามาที่หน้าแผงรับถามไถ่ พลางส่งยิ้ม "สวัสดีท่านลั่ว~"

ลั่วเฉินประสานมือยิ้ม "นายอำเภอจ้าว"

"เฮ้อ~" ชายชราค่อยๆ นั่งลงพลางโบกมือปัด "วันนี้ข้าลงจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการแล้ว วันหน้าอย่าเรียกข้าว่านายอำเภอจ้าวอีกเลย เรียกชื่อจริงของข้าว่าจ้าวตงซุ่นก็พอ"

"เช่นนั้นข้าขอเรียกท่านว่าผู้เฒ่าจ้าวก็แล้วกัน"

ลั่วเฉินยิ้มพลางกล่าวต่อ "วันนี้ผู้เฒ่าจ้าวพ้นจากตำแหน่ง ตามหลักแล้วน่าจะยุ่งหัวหมุน เหตุใดถึงยังมีเวลาว่างมาหาข้าที่นี่ได้เล่า?"

จ้าวตงซุ่นยิ้มตอบ "แก่แล้ว ไม่อยากไปวุ่นวายกับเรื่องจุกจิกพวกนั้นแล้ว"

"ท่านลั่วดูฟันของข้าสิ ดื่มสุราได้นิดหน่อยก็ถือว่าดีแล้ว กินผักกินเนื้อไปก็ไม่อร่อยเหมือนเก่า"

"กาลเวลาไม่เคยปรานีใครจริงๆ~"

"เอาล่ะ เข้าเรื่องกันดีกว่า" จ้าวตงซุ่นหุบยิ้ม ก่อนจะเอ่ยว่า "ท่านลั่ว วันนี้เดิมทีข้าตั้งใจจะแนะนำซุนโส่วเต๋อ นายอำเภอคนใหม่ให้ท่านได้รู้จัก"

"แต่ทว่าชายหนุ่มผู้นี้ร่ำเรียนตำราจนสติฟั่นเฟือน ไม่ว่าข้าจะพูดอย่างไรเขาก็ไม่ยอมมา..."

"ดังนั้น ในเมื่อเขาไม่มา ข้าจึงมาเอง"

เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วเฉินก็เข้าใจถึงความหมายแฝงของผู้เฒ่าจ้าว

ผู้เฒ่าจ้าวอยากให้นายอำเภอคนใหม่ผูกมิตรกับเขาไว้ เผื่อวันข้างหน้าเกิดเรื่องที่กำลังคนไม่อาจแก้ไขได้ในอำเภอ เมื่อมาขอให้ลั่วเฉินช่วยเหลือ ก็จะได้พูดจากันง่ายขึ้น...

"ผู้เฒ่าจ้าววางใจเถิด ข้าอาศัยอยู่ที่อำเภอผิงเซียงแห่งนี้มาสามสิบปีแล้ว และก็ถือว่าที่นี่เป็นบ้านเช่นกัน"

สิ้นคำกล่าวของลั่วเฉิน ผู้เฒ่าจ้าวก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่น "ดี! ดี! ดี!"

"มีคำกล่าวนี้ของท่านลั่ว ชายชราอย่างข้าก็เบาใจแล้ว"

"ซุนโส่วเต๋อผู้นั้นน่ะ เป็นคนไม่เลวเลย แค่หัวรั้นไปสักหน่อย วันข้างหน้าหากเขาล่วงเกินท่าน ก็หวังว่าท่านลั่วจะไม่ถือสาหาความเด็กเมื่อวานซืนผู้นี้"

"ความกังวลของผู้เฒ่าจ้าวเกรงว่าจะมากเกินไปเสียแล้ว"

ลั่วเฉินยิ้มกล่าว "ข้าก็แค่คนตั้งแผงไขข้อข้องใจ ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับนายอำเภอเลยแม้แต่น้อย เขาจะมามีเรื่องบาดหมางอันใดกับข้าได้เล่า"

"ข้าก็แค่พูดไปอย่างนั้นแหละ" ผู้เฒ่าจ้าวโบกมือปัด "ตอนแรกข้าตั้งใจจะให้นายอำเภอซุนมาถามว่า ในช่วงสามสิบปีต่อจากนี้ อำเภอผิงเซียงจะมีภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือเภทภัยจากน้ำมือมนุษย์หรือไม่"

"ผลคือเขาไม่มา ข้าก็เลยตั้งใจจะมาถามเองเสียเลย"

"แต่ตอนนี้ในเมื่อท่านลั่วบอกว่าถือที่นี่เป็นบ้าน เช่นนั้นข้าก็จะไม่ถามเรื่องนี้แล้ว"

ลั่วเฉินยิ้ม "ดูจากท่าทางของผู้เฒ่าจ้าว คงจะคิดไว้แล้วสินะว่าจะถามเรื่องอื่น?"

ผู้เฒ่าจ้าวหัวเราะ 'แหะๆ' ก่อนจะเอ่ยถาม "ท่านลั่ว พอจะมีโคลงคู่พิสดารในตำนานที่คนทั่วไปคิดไม่ถึงบ้างหรือไม่?"

"มีน่ะมีอยู่" ลั่วเฉินตอบ "แต่ท่านแน่ใจหรือว่าจะเอาเรื่องนี้?"

"แน่ใจสิ!"

ผู้เฒ่าจ้าวหัวเราะเจื่อนๆ "ท่านลั่วอาจยังไม่รู้ สหายร่วมเรียนในวัยเยาว์ของข้านั้นต่อโคลงเก่งกาจนัก ข้าไม่เคยเอาชนะเขาได้เลย..."

"มาบัดนี้ เมื่อเขาได้ยินว่าข้ากำลังจะพ้นจากตำแหน่ง ก็เลยจะนัดสหายร่วมเรียนสมัยนั้นมาสามสี่คน มากินข้าว ดื่มชา และต่อโคลงกันสักหน่อย..."

"ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้ ภายนอกอ้างว่าจะเลี้ยงส่งข้าที่พ้นตำแหน่ง แต่แท้จริงแล้วก็แค่อยากจะโอ้อวดฝีมือการต่อโคลงของตนเท่านั้น!"

"ดังนั้น ข้าจึงอยากมาขอโคลงคู่จากท่าน เพื่อไปดับความยโสโอหังของเขา และล้างแค้นที่เคยต้องอับอายในอดีตให้จงได้!"

เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วเฉินก็ยิ้มรับ "ตกลง เช่นนั้นข้าจะไปหาพู่กันกับน้ำหมึกมาให้"

"ไม่ต้องหรอก" ผู้เฒ่าจ้าวกล่าวด้วยความมั่นใจเปี่ยมล้น "ก็แค่โคลงคู่บทเดียว ท่านลั่วบอกข้ามาตรงๆ ก็พอแล้ว"

"แม้ว่าอายุอานามของข้าจะไม่น้อยแล้ว แต่ความจำก็ยังนับว่าดีเยี่ยมอยู่"

"คิดถึงตอนที่ร่ำเรียนตำราในอดีต บทกวีหลายสิบบทข้าใช้เวลาเพียงคืนเดียวก็จำได้ขึ้นใจ"

"เช่นนั้นก็ได้" ลั่วเฉินพยักหน้า "ผู้เฒ่าจ้าวตั้งใจฟังให้ดีนะ..."

ผ่านไปชั่วเวลาจิบชา ผู้เฒ่าจ้าวที่มีสีหน้าซับซ้อนก็พูดแทรกลั่วเฉินที่กำลังร่ายยาวเป็นคุ้งเป็นแควว่า "ท่านลั่ว โปรดรอก่อน" จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไป

ในตอนแรก ลั่วเฉินยังคิดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้เฒ่าจ้าว

จนกระทั่งอีกฝ่ายกลับมาพร้อมกับพู่กัน น้ำหมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึก แล้วเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉยโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจว่า "ท่านลั่ว เชิญพูดต่อเถิด"

ลั่วเฉินก็อดไม่ได้ที่จะกลั้วหัวเราะถาม "ผู้เฒ่าจ้าว โคลงคู่ที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ จะให้ข้าทวนซ้ำอีกรอบหรือไม่?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของผู้เฒ่าจ้าวก็พลันแดงซ่าน "หากท่านลั่วสะดวก ก็ช่วยกล่าวซ้ำอีกสักรอบเถิด..."

ลั่วเฉินตอบกลั้วรอยยิ้ม "เช่นนั้นข้าจะกล่าวซ้ำอีกรอบก็แล้วกัน"

ผู้เฒ่าจ้าวเอ่ย "ขอบคุณท่านลั่ว..."

จบบทที่ บทที่ 17 พริบตาเดียวผ่านไปสามสิบปี

คัดลอกลิงก์แล้ว