- หน้าแรก
- อย่าดิ้นรนหาที่ตายเลยฮองเฮา ทรราชเขารู้ทันทุกความคิด
- บทที่ 20 : ฮ่องเต้เซียวอวี้ : เจิ้นอยากรังแกฮองเฮาอวี๋เชี่ยนเยว่จนร้องไห้เสียจริง
บทที่ 20 : ฮ่องเต้เซียวอวี้ : เจิ้นอยากรังแกฮองเฮาอวี๋เชี่ยนเยว่จนร้องไห้เสียจริง
บทที่ 20 : ฮ่องเต้เซียวอวี้ : เจิ้นอยากรังแกฮองเฮาอวี๋เชี่ยนเยว่จนร้องไห้เสียจริง
"นับจากนี้ไป หากไม่มีกิจธุระจำเป็นอันใด ก็มิต้องมาพบฮองไทเฮาอีก จะได้ไม่ต้องเห็นหน้ากันให้ขุ่นเคืองใจ"
เขาเพิ่งจะก้าวเดินไปได้เพียงสองก้าว ฮองไทเฮาก็ตวาดรั้งเขาไว้ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ฝ่าบาท ที่เจ้าเงียบไปเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? ทำตัวเย่อหยิ่งจองหองและเย็นชาเช่นนี้ เจ้ามีสิ่งใดแตกต่างจากอดีตฮ่องเต้กัน?!"
ฮ่องเต้เซียวอวี้จ้องมองฮองไทเฮาด้วยสายตาเย็นเยียบ ความอดทนเฮือกสุดท้ายของเขาถูกบดขยี้จนหมดสิ้นไปนานแล้ว "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พระองค์ควรจะทำตัวให้ดีย่อมจะดีที่สุด มิเช่นนั้นก็อย่ามาหาว่าเจิ้นไม่เกรงใจ!"
"เจ้าลูกอกตัญญู! บังอาจมาข่มขู่ข้าเชียวหรือ? ข้าอุ้มท้องเจ้ามาตั้งสิบเดือน เหตุใดจึงได้ให้กำเนิดเดรัจฉานที่เนรคุณเช่นนี้ออกมาได้?!"
นางโกรธจัดจนตัวสั่น ชี้หน้าฮ่องเต้เซียวอวี้ นิ้วชี้สั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ "ต่อให้ข้าเลี้ยงแมวเลี้ยงสุนัข พวกมันยังจะกตัญญูกว่าเจ้าเสียอีก อย่างน้อยพวกมันก็ไม่มาทำให้ข้าต้องขุ่นเคืองใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน!"
เมื่อเห็นฮองไทเฮาด่าทอฮ่องเต้เซียวอวี้ อวี๋เชี่ยนเยว่ผู้เป็นคนนอกที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ก็ส่ายหน้าไปมา 【เสียงในใจ: เรื่องในครอบครัวนี่มันซับซ้อนชวนปวดหัวที่สุดเลย แต่ฝ่าบาทไม่ต้องกังวลไปหรอกนะเพคะ โชคชะตาอันแสนหวานของท่านยังอยู่ข้างหน้า ถึงเสด็จแม่จะไม่รัก แต่ประเดี๋ยวแม่นางเอกผู้อ่อนหวานก็ขี่ม้าขาวมา... ปลอบประโลมหัวใจที่บอบช้ำดวงนี้เองนั่นแหละ...】
【เสียงในใจ: แต่ข้อแรกเลยคือ... นายต้องปล่อยเยี่ยหว่านเหยียนออกมาจากคุกหลวงก่อนนะ】
เดิมทีเซียวอวี้ก็มีโทสพวยพุ่งอยู่แล้ว พอได้ยินชื่อของเยี่ยหว่านเหยียน ใบหน้าของเขาก็ดำทะมึนราวกับก้นหม้อไหม้ โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเอื้อมมือไปหิ้วคอเสื้อด้านหลังของฮองเฮาอวี๋เชี่ยนเยว่ แววตาเต็มไปด้วยเพลิงกริ้วที่พยายามสะกดกลั้นไว้ ก่อนจะก้าวฉับๆ พาตัวนางเดินออกไปจากตำหนักสี่หนิงทันที
...
ฮองเฮาอวี๋เชี่ยนเยว่มึนตึ้บไปหมด 【เสียงในใจ: เฮ้ย! เฮ้ย? ทำไมจู่ๆ ถึงมาลากฉันแบบนี้ล่ะเนี่ย? นายปล่อยนะ! ขาฉันพันกันหมดแล้ว ทรงตัวไม่อยู่แล้ว!】
เซียวอวี้ปรายตามองฮองเฮาอวี๋เชี่ยนเยว่ และพบว่าภายนอกนางไม่ได้แสดงสีหน้าอันใดเลย ดูประหนึ่งลูกแกะจอมบื้อที่กำลังถูกลากไปโรงเชือดไม่มีผิด
เจ้ามีสองหน้าสินะ เจิ้นไม่มีวันปล่อยหรอก ดูซิว่านางจะแสร้งทำเป็นสงบเสงี่ยมไปได้สักกี่น้ำ
...
【เสียงในใจ: ฉันโคตรซวยเลย! ทรราชโดนฮองไทเฮาด่าแล้วดันมาลงที่ฉันเนี่ยนะ!!】
อวี๋เชี่ยนเยว่รู้ดีว่าเซียวอวี้กำลังอารมณ์บูดจากการถูกฮองไทเฮาติติง นางจึงไม่กล้าขัดขืนด้วยเกรงว่าจะกลายเป็นที่ระบายอารมณ์หนักกว่าเดิม
หลังจากถูกหิ้วคอเสื้อลากมาได้สักพัก อวี๋เชี่ยนเยว่ก็ทำสีหน้าอมทุกข์ หมดหนทางสู้โดยสิ้นเชิง
"ฝ่าบาท... หม่อมฉันมิควรปากพล่อยพูดแทรกขึ้นมาเลยเพคะ แต่หม่อมฉันคิดว่ามีความจำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริงประการหนึ่ง... แท้จริงแล้วหม่อมฉันมีขา และสามารถเดินได้ด้วยตนเองเพคะ..."
"ที่แท้ฮองเฮาก็พูดได้ เจิ้นนึกว่าเจ้าเป็นใบ้เสียอีก"
อวี๋เชี่ยนเยว่ปล่อยให้เซียวอวี้ลากนางไปตามทาง นางเงยหน้ามองท้องฟ้า ภายในใจหลั่งน้ำตาด้วยความสิ้นหวัง "ฝ่าบาท หม่อมฉันมิได้เป็นใบ้เพคะ... โปรดทรงเห็นความจริงด้วยเถิด"
【เสียงในใจ: นายนั่นแหละที่เป็นใบ้ เป็นใบ้กันทั้งตระกูลนั่นแหละ!】
สายตาของเซียวอวี้ชะงักกึก แววตาประหลาดใจพาดผ่านวูบหนึ่ง ฮองเฮาอวี๋เชี่ยนเยว่มิได้ด่าเขาว่าทรราชงั้นหรือ? เขาตั้งท่าจะปล่อยมือ ทว่าในหัวกลับมีเสียงระเบิดอารมณ์ดังสนั่นขึ้นมาอีกระลอก
【เสียงในใจ: ไอ้ย่า! ตานี่จะหิ้วปีกฉันไปถึงไหนเนี่ย?! หายใจไม่ออกแล้ว! ทำไมฉันถึงซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้? ทะลุมิติมาอยู่ในยุคป่าเถื่อนไร้กฎหมายพรรค์นี้ไม่พอ ยังต้องมาเจอฮ่องเต้สุนัขบ้าอย่างเซียวอวี้อีก พาฉันไปพัวพันกับเรื่องบ้าบอคอแตกไม่เว้นแต่ละวัน!】
ใบหน้าของเซียวอวี้มืดมนลงทันตา และไม่มีความคิดที่จะปล่อยมือนางอีกต่อไป เขาเลิกคิ้วขึ้นพร้อมเอ่ยปากข่มขู่ "ฮองเฮาอวี๋เชี่ยนเยว่ นับจากนี้ไป หากเจ้ากล้าปริปากพูดออกมาอีกแม้แต่คำเดียว เจิ้นจะทำให้เจ้าไม่มีวันได้ก้าวเดินอีกตลอดไป"
"..."
【เสียงในใจ: ชิบหายแล้ว! ไม่มีวันได้เดินอีก? นั่นมันหมายความว่าจะตัดขาฉันไม่ใช่หรือไง? ทรราชเวลาโกรธนี่มันวิปลาสขนาดนี้เลยเหรอ?】
นางตัดสินใจในทันทีว่าจะเลื่อนแผนการฆ่าตัวตายประชดเพื่อไปตำหนักเย็นออกไปก่อน และขอระงับกิจกรรมหาเรื่องตายทุกชนิดในวันนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฮ่องเต้เซียวอวี้ผู้มีอารมณ์แปรปรวนฆ่าหมกส้วมโดยไม่เจตนา
อวี๋เชี่ยนเยว่ทำสีหน้าหน้าดูไม่ได้ ซ้ำยังไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ทว่านั่นเป็นเพียงความนอบน้อมแค่ภายนอกเท่านั้น ในหัวของนางกลับคิดฟุ้งซ่านไม่หยุด: 【เสียงในใจ: นิสัยแปรปรวนไร้เหตุผลแบบทรราชนี่ สมควรแล้วที่จะต้องเผชิญกรรมตามง้อนางเอกต้อยๆ ในภายหลัง】
【เสียงในใจ: ก็เพราะอารมณ์ร้ายๆ แบบนี้แหละ ถึงได้ผลักไสแม่นางเอกให้ไปหาพระรองอยู่เรื่อย】
คอยดูเถอะ ประเดี๋ยวถ้านายต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งเมื่อไหร่
【เสียงในใจ: ถ้านายร้องไห้เมื่อไหร่ ฉันจะหัวเราะให้ฟันร่วงเลย! หัวเราะให้ขาดใจตายไปเลย!】
ร้องไห้งั้นหรือ? ตั้งแต่เจิ้นจำความได้ ไม่เคยมีคำว่าร้องไห้อยู่ในหัวสมอง
จะให้เจิ้นร้องไห้เพราะสตรีนางหนึ่งงั้นหรือ? ไม่มีวันเสียหรอก!
...
ตรงจุดนี้ห่างไกลจากตำหนักสี่หนิงพอสมควรแล้ว เซียวอวี้จึงยอมปล่อยมือจากนาง ด้วยฝีปากและสมองของอวี๋เชี่ยนเยว่ หากปล่อยให้นางอยู่ต่อหน้าฮองไทเฮา นางคงไม่มีชีวิตรอดมารายงานตัวแน่
ดังนั้นตอนที่เขาเดินออกมา จึงหิ้วนางตามออกมาด้วย
ใบหน้าของเซียวอวี้เคร่งขรึม เขาโน้มตัวลงมาสบตากับอวี๋เชี่ยนเยว่ แววตาจริงจังและใช้น้ำเสียงเชิงสั่งการ "กลับไปที่ตำหนักของเจ้าแล้วอยู่แต่ในนั้น นับจากนี้ไป ห้ามเจ้าไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวฮองไทเฮาอีก ได้ยินหรือไม่?"
อวี๋เชี่ยนเยว่ตั้งท่าจะเอ่ยปากตอบ แต่พลันนึกถึงคำเตือนเรื่องหักขาของเซียวอวี้ขึ้นมาได้ นางจึงรีบตะปบปิดปากตัวเองไว้แน่นหนา พลางพยักหน้าหงึกๆ ซ้ำๆ
ทว่าในหัวของเซียวอวี้กลับมีเสียงสั่นเครือดังสะท้อนขึ้นมา: 【เสียงในใจ: ไอ้ทรราชเอ๊ย... ใครเขาอยากจะไปเดินเล่นกับฮองไทเฮาอย่างไร้เหตุผลกันล่ะ?จำเป็นต้องทำเสียงดุขนาดนี้ไหม? น่ากลัวเป็นบ้าเลย...】
ทรราช ทรราช นางสะกดคำอื่นไม่เป็นแล้วหรืออย่างไร?
เซียวอวี้จ้องมองอวี๋เชี่ยนเยว่ตาเขม็ง สังเกตเห็นร่างบางยืนตัวแข็งทื่อ คิ้วเรียวขมวดมุ่น มือเรียวตะปบปิดปากตัวเองแน่น แววตาฉายแววตัดพ้อระคนน้อยใจเล็กน้อย
เขากลับรู้สึกว่าท่าทางน่าสงสารของนางในยามนี้ ดูไปดูมาก็ชวนให้เอ็นดูอยู่ล่ะมั้ง?
ความคิดชั่วร้ายสายหนึ่งผุดขึ้นมาในสมองของเซียวอวี้กะทันหัน เขาอยากจะแกล้งรังแกนางยิ่งนัก อยากเห็นนางร้องไห้ออกมาเสียจริง...
นางจะได้เลิกพ่นคำว่าทรราชในใจเสียที!
เซียวอวี้ที่เกิดนึกสนุกขึ้นมา จู่ๆ ก็ยกมือขึ้นเขกหัวอวี๋เชี่ยนเยว่ไปทีหนึ่งดังโป๊ก
"อ๊ะ?" อวี๋เชี่ยนเยว่เงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณหลังจากถูกโจมตีที่ศีรษะอย่างกะทันหัน แม้ในใจจะอยากระเบิดโทสะด่าทอเพียงใด แต่เพราะกลัวโดนตัดขา นางจึงไม่กล้าปริปากส่งเสียงอันใดออกไป
เซียวอวี้เพิ่งจะขู่ไปหยกๆ ว่าหากนางกล้าพูดอีกคำเดียว นางจะต้องสูญเสียความสามารถในการก้าวเดินไปตลอดกาล
อวี๋เชี่ยนเยว่เพียงแค่อยากไปนอนตีพุงที่ตำหนักเย็น ไม่ได้อยากกลายเป็นคนพิการไร้ขา ทรราชผู้นี้เพิ่งจะทะเลาะกับฮองไทเฮามา คงจะกำลังเดือดดาลได้ที่
ฉันจะไม่เอาพิมเสนไปแลกกับเกลือเด็ดขาด
อวี๋เชี่ยนเยว่ตระหนักถึงสถานะของตนเองเป็นอย่างดี นางรู้ว่ายามใดควรหาเรื่องตาย และยามใดไม่ควรแกว่งเท้าหาเสี้ยน นางไม่มีทางวิ่งเข้าใส่กองเพลิงให้ตัวเองพินาศย่อยยับเด็ดขาด
【เสียงในใจ: ช่างเถอะ อยากเขกก็เขกไปเถอะไอ้ทรราชสารเลว ฉันไม่ยอมลดตัวไปแลกด้วยหรอก】
...
การที่อวี๋เชี่ยนเยว่โกรธแต่ไม่กล้าเอ่ยปาก ทำให้เซียวอวี้รู้สึกขบขันเป็นอย่างยิ่ง แววตาของเขาอ่อนแสงลง อารมณ์บูดบึ้งทั้งหลายก่อนหน้านี้ค่อยๆ มลายหายไปจนสิ้น
เซียวอวี้จุดรอยยิ้ม แกล้งเอ่ยถามกลั้วหัวเราะ "ฮองเฮาอวี๋เชี่ยนเยว่ เจ็บหรือไม่?"
อวี๋เชี่ยนเยว่ยังคงไม่กล้าพูด ได้แต่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย 【เสียงในใจ: ไร้สาระ ลองให้ฉันเขกหัวนายบ้างไหมล่ะ จะได้รู้ว่าเจ็บไหม!】
ทว่าในวินาทีต่อมา นางกลับรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน
【เสียงในใจ: นกน้อยในกรงทองก็ต้องเจียมตัว ทรราชกับแม่ของเขาความสัมพันธ์ย่ำแย่ก็เลยต้องการที่ระบายอารมณ์ ตอนนี้อำนาจเป็นตายอยู่ในมือเขาหมด】
อวี๋เชี่ยนเยว่ส่ายหน้าหวืดราวกับกลองป๋องแป๋ง พยายามสะกดจิตตนเอง: 【เสียงในใจ: ไม่เจ็บเลย ไม่เจ็บเลยสักนิด...】
เซียวอวี้ที่ความขี้แกล้งถูกปลุกขึ้นมา ยิ้มกริ่มพลางยกมือขึ้นอีกครั้ง
"ในเมื่อไม่เจ็บ เช่นนั้นเจิ้นก็จะเขกต่อ" กล่าวจบ เขาก็ลงมือเขกหัวนางอีกทีดังโป๊ก
【เสียงในใจ: โอ๊ย】
เขกอีกที
【เสียงในใจ: ไอ้ย่า!】
เขกซ้ำอีกรอบ
【เสียงในใจ: ไอ้สารเลวเอ๊ย!! น้องสาวนายเถอะ!】
น้องสาว?
เจิ้นมีน้องสาวด้วยงั้นหรือ? นางมิได้ตายไปตั้งแต่ก่อนจะลืมตาดูโลกหรอกรึ?
แท้จริงแล้ว ฮองไทเฮาทรงเคยตั้งครรภ์ทั้งหมดสามครั้ง บุตรคนแรกของนางก็คือฮ่องเต้เซียวอวี้ สองปีต่อมานางทรงตั้งครรภ์อีกครั้งเป็นพระโอรส ทว่ากลับสิ้นพระชนม์หลังจากลืมตาดูโลกได้ไม่นาน
ยามที่เซียวอวี้มีพระชนมายุได้ห้าพรรษา ฮองไทเฮาก็ทรงตั้งครรภ์อีกครั้ง ในเวลานั้นเซียวอวี้ตัวน้อยรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างยิ่งนัก เขาเฝ้ารอคอยให้ทารกในครรภ์ของพระมารดารีบกำเนิดออกมาเร็วๆ เพื่อที่ตนจะได้มีน้องชายหรือน้องสาวไว้เป็นเพื่อนเล่น
ทว่าช่างน่าเสียดายนก ทารกผู้นั้นกลับแท้งไปเสียก่อน และส่งผลให้ฮองไทเฮาทรงพระประชวรเรื้อรังจนมิอาจตั้งครรภ์ได้อีกเลย ในภายหลังเซียวอวี้ได้ยินจากท่านหมอหลวงว่า ทารกในครรภ์ครานั้นเป็นพระธิดา ทว่าด้วยร่างกายที่อ่อนแอแต่กำเนิด จึงสิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่อยู่ในครรภ์
——
ยามที่เซียวอวี้ได้ยินอวี๋เชี่ยนเยว่สบถคำว่า "น้องสาวนายเถอะ" ออกมาในใจ เขากลับรู้สึกคาดหวังขึ้นมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ทว่าเมื่อลองคิดทบทวนดูดีๆ ก็พบว่าเบื้องหลังของเขานั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งผู้ใด
เจิ้นช่างโง่เขลานัก จะมีน้องสาวมาจากที่ใดกัน?
น้องสาวของเจิ้น... สิ้นพระชนม์ไปนานแสนนานแล้ว