- หน้าแรก
- อย่าดิ้นรนหาที่ตายเลยฮองเฮา ทรราชเขารู้ทันทุกความคิด
- บทที่ 3 : ตู้ม! นางเอกปรากฏตัวอย่างเจิดจรัส!
บทที่ 3 : ตู้ม! นางเอกปรากฏตัวอย่างเจิดจรัส!
บทที่ 3 : ตู้ม! นางเอกปรากฏตัวอย่างเจิดจรัส!
เวลานี้ ริมฝั่งแม่น้ำหยวนเนืองแน่นไปด้วยฝูงชน ชาวบ้านต่างพากันหยุดยืนมุงดูความครึกครื้น เมื่อทอดสายตามองเห็นเรือสำราญสุดหรูหราแล่นอยู่ลิบๆ
เสียงเซ็งแซ่ดังระงมไปทั่วบริเวณ
"ดูเรือลำนั้นสิ ช่างใหญ่โตโอ่อ่านัก หลังคาเรือนยอดงอนเชิด ตัวเรือก็สลักเสลาลวดลายบุปผา ปักษา และสัตว์มงคล ช่างหรูหราอลังการเสียจริง!"
ใครบางคนรีบพูดแทรกขึ้นมา "ช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก! ไม่รู้ว่ามาจากที่ใดกัน?"
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกางพัดจีบออกแล้วคาดเดาอย่างกล้าหาญ "ข้าได้ยินมานานแล้วว่าฮ่องเต้เสด็จประพาสแดนใต้เพื่อตรวจตราความเป็นอยู่ของราษฎร ทว่าร่องรอยการเสด็จนั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้ หรือว่าจะเป็น..."
ยังไม่ทันที่เขาจะกล่าวจบ ใครบางคนก็โพล่งขัดขึ้นมาทันที "เป็นไปไม่ได้! หากฝ่าบาทประทับอยู่บนเรือ พวกเราชาวบ้านตาดำๆ จะมายืนจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ตรงนี้ได้หรือ? คงถูกไล่ตะเพิดไปตั้งนานแล้ว"
"ใช่แล้ว คงเป็นเศรษฐีหรือขุนนางใหญ่โตมาล่องเรือสำราญชมทิวทัศน์เสียมากกว่า"
...
เรือสำราญลำงามแหวกว่ายผืนน้ำแล่นไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า เย่หว่านเหยียนซึ่งมีผ้าโปร่งบางปิดบังใบหน้ายืนอยู่ริมฝั่ง ริมฝีปากของนางเผยอขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาฉายแววมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า
ดังคำกล่าวที่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ในที่สุดฮ่องเต้สุนัขก็เสด็จมาถึงแล้ว!
เซียวอวี้จงใจปกปิดร่องรอยการเดินทาง เย่หว่านเหยียนจึงหาโอกาสเข้าใกล้ไม่ได้เลย วันนี้คือความหวังสุดท้ายของนาง
หากพลาดโอกาสนี้ ฮ่องเต้สุนัขจะต้องเสด็จกลับวังหลวงเป็นแน่!
สตรีวัยกลางคนในชุดชาวบ้านธรรมดาเดินเข้ามาหาเย่หว่านเหยียนและเอ่ยถามด้วยความกังวล "หากไปแล้วจะไม่มีวันหันหลังกลับได้อีก คุณหนู... ท่านคิดถี่ถ้วนดีแล้วหรือเจ้าคะ?"
เย่หว่านเหยียนดึงผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นเครื่องหน้าที่งดงามประณีต รูปร่างของนางสูงโปร่งบอบบาง แววตาแฝงความดื้อรั้น หว่างคิ้วฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่ยอมจำนน
"แน่นอน! ข้าจะต้องปั่นหัวเซียวอวี้ให้หน้ามืดตามัว และทำให้เขาอยู่มิสู้ตายให้จงได้"
สตรีผู้นั้นขมวดคิ้วพร้อมกล่าวตักเตือน "ท่านควรทบทวนดูอีกครั้งนะเจ้าคะ อย่าปล่อยให้เขาเอาเปรียบได้ มิเช่นนั้นจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่"
เย่หว่านเหยียนล้วงสมุดเล่มเล็กออกมาจากแขนเสื้อ ภายในนั้นบันทึกความชอบทุกอย่างของเซียวอวี้เอาไว้ ซึ่งนางจดจำมันได้จนขึ้นใจแล้ว
"หึ! ข้าจะทำให้เขาทุกข์ทรมาน!"
หญิงกลางคนส่ายหน้าอย่างจนใจ ยังคงเต็มไปด้วยความกังวล ขณะที่นางกำลังจะอ้าปากเกลี้ยกล่อมต่อ เย่หว่านเหยียนก็ยื่นสมุดเล่มเล็กให้นางแล้วชิงพูดขึ้นก่อน "ท่านป้าถง นำหลักฐานนี่ไปเผาทิ้งเสีย"
ท่านป้าถงรู้ดีว่าเย่หว่านเหยียนมุ่งมั่นที่จะไป สีหน้าของนางจึงยิ่งเคร่งเครียดขึ้น "เช่นนั้น... เช่นนั้นโปรดระมัดระวังตัวในทุกเรื่องด้วยนะเจ้าคะ ข้าจะหาโอกาสอื่นเข้าไปในวังเพื่อช่วยเหลือท่าน"
"ไม่ต้องหรอก คนยิ่งมากก็ยิ่งเผยพิรุธ ท่านเพียงแค่คอยจัดการเรื่องราวนอกวังให้ข้าก็พอ เมื่อเรือเทียบท่า จะต้องมีทหารมาอพยพชาวบ้านอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้น อาศัยความชุลมุนให้คนผลักข้าตกน้ำเสีย"
ท่านป้าถงรู้ว่าไม่อาจเกลี้ยกล่อมนางได้จึงไม่กล่าวอะไรอีก เย่หว่านเหยียนเตรียมการมาเป็นเวลานาน ย่อมไม่มีทางยอมล้มเลิกโอกาสลอบสังหารฮ่องเต้สุนัขผู้นี้ง่ายๆ แน่
ทว่า การเดินทางครั้งนี้อาจทำให้นางต้องสูญเสียความบริสุทธิ์...
ใบหน้าของท่านป้าถงซีดเผือด เหงื่อเย็นผุดพรายเมื่อจินตนาการถึงภาพเหตุการณ์ที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย "หากนี่... หากพวกเขามีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งจริงๆ นั่นคงเป็นเรื่องเลวร้ายอย่างยิ่ง! เป็นเรื่องอื้อฉาวที่น่าตื่นตระหนกนัก!!"
เย่หว่านเหยียนสูดลมหายใจลึก หันไปมองนาง นัยน์ตาแฝงแววตักเตือน "ท่านป้าถง ท่านพูดมากเกินไปแล้ว"
"ข้าน้อยเข้าใจแล้ว ข้าน้อยจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ" พูดจบ ท่านป้าถงก็รีบจากไปอย่างรวดเร็ว
————
เมื่อเรือสำราญเคลื่อนเข้าใกล้ฝั่งมากขึ้น ชาวบ้านที่ถูกความอยากรู้อยากเห็นครอบงำก็เริ่มชะเง้อคอมองเข้าไปด้านใน
ผู้คนที่อยู่บนเรือคือใครกันแน่?
พวกเขาเดินทางอย่างเอิกเกริกโดยไม่ปล่อยให้ข่าวคราวแพร่งพรายออกไปเลย ช่างลึกลับซับซ้อนยิ่งนัก ในขณะที่ทุกคนกำลังมุงดูอย่างออกรส ทหารจำนวนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นรอบๆ
กู้เหลียวผู้เป็นหัวหน้าก้าวออกมาข้างหน้าแล้วตะโกนกร้าว "เชื้อพระวงศ์เสด็จประพาส ผู้ใดที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจงหลีกไป!"
ทันทีที่ได้ยินคำว่า "เชื้อพระวงศ์" เหล่าไทยมุงต่างก็ละเลยการขับไล่ของทหารโดยอัตโนมัติ และร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ "เชื้อพระวงศ์หรือ? หรือว่าจะเป็นฝ่าบาทจริงๆ?"
"เช่นนั้น พวกเราก็กำลังจะได้พบกับฮ่องเต้ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของแคว้นต้าเยี่ยนงั้นสิ?"
กู้เหลียวถึงกับพูดไม่ออก: "..."
นี่มันใช่ประเด็นหรือ?
คนพวกนี้ยังรู้จักความเกรงกลัวบ้างหรือไม่?!
กู้เหลียวกำลังจะเอ่ยปากด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ทว่ากลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงกรีดร้องของเด็กสาวที่อยู่ข้างๆ
"กรี๊ดดด!"
เสี่ยวเถาคว้ามือสหายของตนพร้อมร้องเชียร์ "หมิงจู เจ้าได้ดูวารสารรายเดือนเมืองซุ่นเมื่อหลายวันก่อนหรือไม่? ฝ่าบาททรงคว่ำพวกสัตว์ประหลาดตั้งมากมาย และก้าวขึ้นสู่อันดับหนึ่งในทำเนียบหนุ่มหล่อแห่งต้าเยี่ยนแล้วนะ!"
เด็กสาวที่ชื่อหมิงจูพยักหน้าอย่างบ้าคลั่ง "ข้าเห็นแล้วๆ! ภาพวาดบนนั้นงดงามจับใจสุดๆ! ข้าล่ะน้ำลายสอเลย ไม่ได้พูดเล่นนะ!"
เสี่ยวเถา: "ตอนแรกข้ายังคิดว่าโจรป่าเหออี้จะได้ที่หนึ่งเสียอีก นึกไม่ถึงเลยว่า... พอภาพวาดของฝ่าบาทถูกปล่อยออกมา ก็บดขยี้คู่แข่งจนราบคาบเลย"
"ใช่ๆๆ! เจ้าพูดแทนใจข้าไปหมดเลย!"
สองพี่น้องผู้มีใจรักในสิ่งเดียวกันจับมือกันด้วยความตื่นเต้นสุดขีด "ตัวจริงของฝ่าบาทจะงดงามเหมือนในภาพวาดวารสารรายเดือนหรือเปล่านะ?"
บังเอิญว่ากู้เหลียวเองก็เคยอ่านวารสารรายเดือนเมืองซุ่นเช่นกัน จึงเอ่ยขึ้นมาว่า "พูดตามตรง มันไม่ค่อยเหมือนเท่าใดนัก กระดาษก็หยาบเกินไป ทำให้รูปลักษณ์ของฝ่าบาทดูด้อยลงไปถนัดตา"
เสี่ยวเถาแทบคลั่ง "อะไรนะ? ด้อยลงอย่างนั้นหรือ?! เช่นนั้นตัวจริงจะหล่อเหลาปานใดกันเนี่ย?"
หมิงจูชูสามนิ้วขึ้นมาและทำหน้าจริงจัง "ข้าขอสาบาน ตั้งแต่วินาทีที่ฝ่าบาทปรากฏตัวจนกระทั่งเสด็จกลับ ข้าจะไม่กะพริบตาแม้แต่ครั้งเดียว!"
กู้เหลียว: "?"
พวกนางอยากเห็นฮ่องเต้ตัวเป็นๆ ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?!
สตรีที่คลั่งไคล้บุรุษนั้นมีอยู่ทั่วไป แต่สตรีที่คลั่งไคล้จนไม่ห่วงชีวิตตัวเองนั้นหาได้ยากยิ่ง วันนี้เขาบังเอิญเจอถึงสองคนพร้อมกันเลยทีเดียว
แม่นางในเมืองซุ่นต่างคิดว่าตนเองมีเก้าชีวิตหรืออย่างไร? ถึงได้กล้าพูดจาฉะฉานปานนี้
เพราะทำเนียบหนุ่มหล่อในหมู่ชาวบ้านได้เปิดเผยพระพักตร์ที่แท้จริงของฮ่องเต้ ฝ่าบาทจึงมีรับสั่งเป็นพิเศษว่าต้องปกปิดร่องรอยการเดินทางระหว่างการเสด็จประพาสแดนใต้
กู้เหลียวและลูกน้องของเขาจะทำการอพยพชาวบ้านตามเวลาที่กำหนดไว้เป๊ะๆ เพื่อให้แน่ใจว่าการเดินทางของฝ่าบาทจะราบรื่น
ทว่า ฝ่าบาททรงมีรับสั่งล่วงหน้าว่าห้ามใช้กำลังขับไล่ เมื่อเห็นว่าเรือสำราญเข้าใกล้ฝั่งมากขึ้นเรื่อยๆ กู้เหลียวจึงสั่งให้ลูกน้องไล่ต้อนผู้คนออกไปอีกครั้ง
"นี่ พอได้แล้ว แม่หนูสองคนนี้ รีบออกไปจากที่นี่เสีย"
เมื่อถึงตอนนี้ ผู้คนจำนวนมากต่างก็ล่าถอยออกไปแล้ว
เสี่ยวเถากับหมิงจูอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก พวกนางชี้ไปที่มุมหนึ่งแล้วเอ่ยอ้อนวอน "พี่ชายองครักษ์ พวกเราไปซ่อนอยู่ไกลๆ แล้วขอแอบดูแค่นิดเดียวเถอะนะ"
"เลิกเล่นซนได้แล้ว เดี๋ยวก็ไปล่วงเกินฝ่าบาทเข้าหรอก พวกเจ้าล่วงเกินไม่ไหวหรอกนะ" หากถูกเข้าใจผิดว่าเป็นนักฆ่าปองร้าย มีหวังได้ตายคาที่แน่
เด็กสาวทั้งสองไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ฮ่องเต้จะทรงไม่รู้ได้อย่างไรว่าชาวบ้านนำภาพวาดของพระองค์มาจัดอันดับหนุ่มหล่อ ในเมื่อทรงทราบความจริงแล้ว แต่ก็ไม่ได้สั่งห้าม หรือลงโทษผู้ใดเลย
ความเมตตาปรานีและพระทัยกว้างขวางถึงเพียงนี้ บ่งบอกว่าพระองค์มิใช่คนใจแคบแต่อย่างใด!
เสี่ยวเถากล่าวอย่างจริงจังว่า "ฝ่าบาททรงเป็นโอรสสวรรค์ที่แท้จริง ท่วงท่าสง่างามย่อมไม่ธรรมดา จะทรงกริ้วง่ายๆ ได้อย่างไร?"
ฝ่าบาทหล่อเหลาปานนั้น นิสัยจะแย่สักแค่ไหนกันเชียว?
หมิงจูพูดเสริม "ใช่แล้ว พี่ชายองครักษ์ ท่านอย่ามาใส่ร้ายฝ่าบาทหน่อยเลย"
"..." ดูเหมือนข้าจะเจอกับตัวป่วนหัวดื้อสองคนเข้าให้แล้ว
กู้เหลียวกังวลว่าจะทำให้เสียฤกษ์ยามการเดินทาง จึงชักดาบออกมาแกว่งไกวตรงหน้าเด็กสาวทั้งสอง แสร้งทำหน้าตาดุดันเพื่อข่มขวัญ "น้องสาว พวกเจ้ายังอยากจะดูอีกหรือไม่? หืม?"
เมื่อเห็นดาบอันคมกริบ สองสาวผู้คลั่งไคล้บุรุษแต่ไร้ซึ่งความกล้าก็อันตรธานหายไปในพริบตา
เมื่อดาบยาวถูกชักออกมา คนอื่นๆ ก็พากันแตกตื่นลุกลี้ลุกลนหนีไป ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายนั้น เย่หว่านเหยียนก็ถูกผลักตกลงไปในน้ำอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ตู้ม! น้ำสาดกระเซ็นไปทั่ว ตามมาด้วยเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
...
เมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ฮองเฮาอวี๋เชี่ยนเยว่ก็ดีใจจนเนื้อเต้น นางเอกปรากฏตัวแล้ว ละครฉากนี้กำลังจะเริ่มขึ้น!
เซียวอวี้ผงะไปเล็กน้อย ความรู้สึกเย็นเยียบวาบขึ้นมาในใจ ฮองเฮาพูดถูกจริงๆ ด้วย เวลานี้มีสตรีตกน้ำจริงๆ
ฮองเฮาอวี๋เชี่ยนเยว่สามารถล่วงรู้... เหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นได้งั้นหรือ...