- หน้าแรก
- ว่างงานอย่างหมา กลับบ้านอย่างพญา เพราะระบบกาวจัด
- บทที่ 50 หยางซือซือตื่นนอน
บทที่ 50 หยางซือซือตื่นนอน
บทที่ 50 หยางซือซือตื่นนอน
บทที่ 50 หยางซือซือตื่นนอน
เวลาล่วงเลยมาจนถึงแปดโมงเช้า หยางซือซือก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น โจวจือจึงรับหน้าที่นั่งดูการ์ตูนมายลิตเติ้ลโพนี่เป็นเพื่อนถวนถวนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพาเด็กน้อยออกไปเดินเล่นสูดอากาศที่สนามเด็กเล่นส่วนกลางของหมู่บ้าน
เด็กหลายคนบริเวณนั้นที่น่าจะจำหน้าถวนถวนได้ พากันวิ่งกรูกันเข้ามาล้อมวงขอเล่นด้วย เด็กหญิงวัยห้าขวบกำลังสนุกสนานร่าเริงไปกับกลุ่มพี่ๆ ผู้ชายวัยเจ็ดแปดขวบอย่างกลมกลืน
กระทั่งถึงเวลาที่ถวนถวนกำลังจะขอตัวกลับ จู่ๆ ก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งโพล่งถามขึ้นมาว่า "ผู้ชายคนนี้คือพ่อของเธอเหรอ"
ถวนถวนหันขวับไปมองหน้าโจวจือทันที
โจวจือไม่อยากให้เด็กน้อยต้องเสียหน้าต่อหน้าเพื่อนๆ รุ่นพี่ เขาจึงพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล "ใช่แล้ว ลุงเป็นพ่อของเธอเอง"
ทันใดนั้น เด็กผู้ชายคนเดิมก็ชี้หน้าโจวจือแล้วพูดขึ้นมาว่า "น้าเคยด่าถวนถวน แถมยังเคยตีเธอด้วย"
จากนั้นเขาก็หันไปตะโกนบอกเด็กคนอื่นๆ "ผู้ชายคนนี้นี่แหละที่ชอบตีถวนถวนล่ะ"
กลุ่มเด็กๆ ที่เพิ่งจะวิ่งเล่นหัวร่อต่อกระซิกกันเมื่อครู่ พากันถอยกรูดไปรวมกลุ่มกัน แล้วจ้องมองโจวจือตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาหวาดระแวงและเป็นศัตรู
โจวจือถึงกับยืนอึ้งจนพูดไม่ออก เอาเถอะ ในเมื่อเขาสวมบทเป็นคุณพ่อกำมะลอไปแล้ว ก็ต้องยอมก้มหน้ารับกรรมแทนพ่อแท้ๆ ของเด็กน้อยไปโดยปริยาย แต่พอนึกถึงความน่ารักน่าเอ็นดูของสองแม่ลูก เขาก็รู้สึกว่าการยอมแบกรับความผิดนี้ไม่ได้หนักหนาอะไร
โจวจือย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาของเด็กๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เมื่อก่อนลุงอาจจะเคยทำตัวไม่ดีไปบ้าง แต่สัญญานะว่าต่อจากนี้ไป ลุงจะรักและดูแลถวนถวนให้ดีที่สุดเลย"
เด็กๆ ทุกคนหันขวับไปมองถวนถวนราวกับต้องการคำยืนยัน
ถวนถวนรีบก้าวออกมาข้างหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ใช่แล้วค่ะ ต่อไปนี้เขาจะเป็นคุณพ่อที่แสนดีของฉัน"
เด็กคนหนึ่งยังคงไม่ค่อยไว้ใจ "ถวนถวน ถ้าเธอถูกข่มขู่หรือตกอยู่ในอันตราย ให้ขยิบตาให้พวกเรานะ"
โจวจือถึงกับกุมขมับ เด็กพวกนี้ไปจำบทละครน้ำเน่ามาจากไหนกันเนี่ย
เขาจึงลองถามกลับบ้าง "แล้วพวกหนูไม่เคยทำผิดกันบ้างเลยเหรอ"
พอโดนย้อนถามแบบนี้ เด็กๆ ก็พากันเงียบกริบ
"คนเราก็ต้องเคยทำผิดพลาดกันทั้งนั้นแหละ เวลาที่พวกหนูทำผิด คุณพ่อคุณแม่ให้โอกาสพวกหนูแก้ไขตัวบ้างไหมล่ะ"
ถวนถวนก้าวออกมาช่วยยืนยันอีกครั้ง "ตอนนี้เขาเป็นคุณพ่อที่ดีแล้วจริงๆ นะ"
เมื่อได้ยินคำอธิบายของโจวจือ ผนวกกับการยืนยันอย่างหนักแน่นของถวนถวน ในที่สุดพวกเด็กๆ ก็ยอมเชื่อและยอมรับความจริงข้อนี้
หลังจากแยกย้าย ถวนถวนก็อารมณ์ดีสุดๆ เธอเดินกระโดดโลดเต้นฮัมเพลงไปตลอดทางจนถึงบ้าน
[ตรวจพบว่าโฮสต์ได้เข้าตรวจสอบบริษัทคู่แข่ง และได้เจรจาหารือกันอย่างเป็นมิตร รางวัล ทักษะนักมายากลระดับปรมาจารย์]
[แถมฟรี คอลเล็กชันอุปกรณ์มายากลครบชุด]
นักมายากลระดับปรมาจารย์งั้นเหรอ
ทันใดนั้น เคล็ดลับและเทคนิคการเล่นมายากลสารพัดรูปแบบก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขาราวกับสายน้ำ
โจวจือไม่รอช้า รีบงัดเอาทักษะใหม่มาโชว์ให้ถวนถวนดูทันที เขาเสกท่อนไม้ธรรมดาๆ ให้กลายเป็นดอกไม้บานสะพรั่งได้ในพริบตา เด็กน้อยเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น ปรบมือชอบใจยกใหญ่
กลับมาถึงบ้านก็ปาเข้าไปสิบโมงกว่าแล้ว แต่หยางซือซือก็ยังคงหลับสนิทอยู่ ถวนถวนทำท่าจะวิ่งขึ้นไปปลุกแม่ แต่โจวจือรีบคว้าตัวไว้ก่อน "ปล่อยให้แม่พักผ่อนเถอะลูก ให้แม่ได้นอนเยอะๆ จะได้หายเหนื่อยไง"
ถวนถวนทำหน้ามุ่ย ไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ถึงได้นอนตื่นสายโด่งขนาดนี้
เมื่อเห็นว่าปิดบังต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์ โจวจือจึงตัดสินใจบอกความจริงเรื่องพ่อแท้ๆ ของถวนถวนถูกตำรวจจับให้เด็กน้อยฟัง
พอได้ยินข่าวนี้ ดวงตากลมโตของถวนถวนก็เบิกกว้าง เธอจังงังไปพักใหญ่ โจวจือแอบกังวลว่าถวนถวนจะรับไม่ได้ ถึงยังไงหมอนั่นก็เป็นพ่อบังเกิดเกล้าของเธอนี่นา
แต่แล้วคำตอบของเด็กน้อยก็ทำเอาเขาอึ้งไปเลย "คุณลุงน่าจะบอกหนูให้เร็วกว่านี้นะคะ หนูจะได้แอบไปงีบหลับด้วยคน"
ให้ตายสิ หมอนี่มันต้องทำตัวแย่ขนาดไหนกันเนี่ย ถึงได้ทำให้ลูกเมียเกลียดขี้หน้าได้ถึงขนาดนี้
ถวนถวนดึงแขนเสื้อเขาเบาๆ "คุณพ่อคะ เราไปทำมื้อเที่ยงกันเถอะ ฝีมือทำอาหารของคุณพ่ออร่อยที่สุดในโลกเลย"
"เดี๋ยวๆ หยุดเลยนะ ห้ามไปเรียกใครว่าพ่อซี้ซั้วแบบนี้สิลูก" โจวจือรู้ดีว่าการปฏิเสธแบบนี้มันอาจจะดูใจร้ายไปสักหน่อย แต่มันคือความจริงที่เธอต้องยอมรับ
"ก็ได้ค่ะ" เด็กน้อยตอบรับเสียงอ่อย สีหน้าดูผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด "งั้นเราออกไปซื้อกับข้าวกันเถอะค่ะ"
ทั้งสองคนขับรถออกไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ต โจวจือคิดเมนูไว้ในหัวเรียบร้อยแล้ว พวกเขาจัดการซื้อหมูสามชั้น เนื้อแดง ปลา กุ้ง เต้าหู้ และขึ้นฉ่าย
กลับมาถึงบ้าน โจวจือก็จัดการผูกผ้ากันเปื้อนเตรียมพร้อม "เอาล่ะ ถวนถวนคนเก่ง มาเริ่มกันเลย"
ถวนถวนยืนตัวตรงแหน่ว "ลุยเลยค่ะ"
"เราไม่ได้จะทำด้วยกันหรอกเหรอ"
"ใช่ค่ะ คุณลุงรับหน้าที่เป็นเชฟใหญ่ ส่วนหนูจะรับหน้าที่เป็นหน่วยเชียร์ลีดเดอร์คอยให้กำลังใจเองค่ะ"
โจวจือส่ายหัวยิ้มๆ สุดท้ายก็ยอมมอบหมายหน้าที่ให้ถวนถวนช่วยเด็ดใบขึ้นฉ่ายไปพลางๆ
ไม่นานนัก ห้องครัวก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมฉุยและเสียงผัดทอดอันคึกคัก อาหารหน้าตาน่ากินถูกทยอยนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะทีละจาน หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง ลูกชิ้นหัวสิงโตเนื้อปูตุ๋น ปลาแมนดารินทอดเปรี้ยวหวาน เต้าหู้เหวินซือ กุ้งผัดกระเทียม และขึ้นฉ่ายผัดหมู
ณ ห้องนอน
จู่ๆ หยางซือซือก็สะดุ้งตื่น ลืมตาโพลงขึ้นมา เธอรีบกระเด้งตัวลงจากเตียง ควานหาโทรศัพท์มือถืออยู่นานสองนานแต่ก็หาไม่เจอ ในใจคิดอย่างร้อนรนว่า ตายแล้ว นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย ป่านนี้ถวนถวนตื่นหรือยังนะ
อาการปวดหัวตึบๆ ยังคงเล่นงานเธออยู่ ความทรงจำของเมื่อคืนก็เลือนรางเต็มที
เธอจำได้แค่ว่า นั่งคุยกับโจวจือ แล้วก็เผลอกอดเขา ร้องไห้ฟูมฟายซบอยู่กับอกเขาอยู่นานสองนาน มันช่างเลือนลางราวกับความฝัน
ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะเมาแอ๋ได้ขนาดนี้ น่าอายชะมัด หวังว่าฉันคงไม่ได้เผลอพูดอะไรบ้าๆ หรือทำอะไรน่าเกลียดลงไปหรอกนะ... มั้ง
หยางซือซือตลบผ้าห่มออก แต่แล้วก็ต้องรีบดึงกลับมาคลุมตัวไว้อย่างรวดเร็ว นี่ฉันไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยเหรอเนี่ย!
หรือว่าฉันเมาจนเผลอแก้ผ้าตัวเอง หรือว่า... โจวจือเป็นคนทำ...
แค่คิด ใบหน้าของเธอก็เห่อร้อน เหงื่อแตกพลั่ก หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอพยายามยกมือกุมขมับ เค้นสมองนึกเหตุการณ์เมื่อคืน แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก สมองมันตื้อไปหมด
นี่ฉันกับโจวจือ เราสองคน... มีอะไรกันแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย...
เธอก้มลงสูดดมกลิ่นกายของตัวเองอีกครั้ง ตั้งแต่มีถวนถวน ก็ไม่เคยมีชายใดได้แตะต้องตัวเธอเลย ห้าปีเต็มๆ... ตลอดห้าปีที่ผ่านมา...
แต่กลิ่นคาวโลกีย์ที่คุ้นเคยนี้ มันเป็นเครื่องยืนยันชั้นดี
ปฏิกิริยาแรกของเธอคือช็อกจนตัวแข็งทื่อ ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้
แต่ในฐานะหญิงสาวที่ผ่านโลกมาพอสมควร เธอไม่ได้ฟูมฟายหรือโวยวายเหมือนเด็กสาววัยแรกรุ่นที่เพิ่งเสียบริสุทธิ์
เธอไม่ได้นึกโทษโจวจือเลยสักนิด เรื่องพรรค์นี้มันเป็นเรื่องธรรมชาติของผู้ใหญ่ที่สมยอมกันทั้งสองฝ่าย
เพียงแต่เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าโจวจือจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ตอนที่เธอเมาไม่ได้สติ ในเมื่อเรื่องมันบานปลายมาถึงขั้นนี้แล้ว ทำไมเขาถึงไม่รอให้เธอสร่างเมาก่อนล่ะ
เธอแทบจะจำความรู้สึกเมื่อคืนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เท่ากับว่าเธอไม่ได้ดื่มด่ำกับความสุขนั้นเลยสักนิด
เอาจริงๆ ถ้าเป็นโจวจือล่ะก็ เธอคงไม่คิดจะปฏิเสธเขาหรอก
ทั้งหนุ่ม ทั้งแน่น แถมพละกำลังก็เหลือเฟือ เขาเองก็ไม่ได้มีแฟน ส่วนเธอก็เพิ่งหย่าขาดจากสามี เธอไม่ได้เรียกร้องคำสัญญาหรือความผูกมัดอะไรจากเขาอยู่แล้ว
ท้ายที่สุดแล้ว เธอก็คือผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงวัยสามสิบต้นๆ ที่ยังมีความต้องการทางร่างกายอยู่เหมือนกัน
ใจหนึ่งเธอก็แอบเสียดายที่ตัวเองเมาจนจำอะไรไม่ได้ แต่อีกใจหนึ่ง เธอก็แอบหงุดหงิดที่โจวจือฉวยโอกาสตอนที่เธออ่อนแอ
แต่ช่างมันเถอะ อย่างน้อย เธอก็ได้ปลดปล่อยตัวเองเสียที
ถึงแม้จะจำสัมผัสแห่งความสุขทางกายไม่ได้ แต่ความรู้สึกโล่งใจที่ได้ปลดปล่อยความอัดอั้นที่เก็บกดมานานหลายปีนั้น มันชัดเจนและเปี่ยมล้นอยู่เต็มอก
หยางซือซือรีบสวมเสื้อผ้าอย่างลวกๆ แล้วเดินออกจากห้องนอนด้วยความเร่งรีบ
เมื่อหยางซือซือเปิดประตูห้องครัวออกไป ภาพตรงหน้าก็ทำเอาเธอถึงกับยืนอึ้งไปชั่วขณะ
ถวนถวนกำลังนั่งเด็ดผักอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กๆ ส่วนโจวจือกำลังยืนวาดลวดลายผัดกับข้าวอยู่หน้าเตา ทั้งสองคนพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานระหว่างที่กำลังช่วยกันทำอาหาร
เสียงเพลงของเจย์ โชว์ ดังคลอเบาๆ มาจากห้องนั่งเล่น
ภาพตรงหน้านี้ บรรยากาศแบบนี้ มันช่างดูอบอุ่น ผ่อนคลาย และเปี่ยมไปด้วยความสุข
นี่คือภาพความฝันที่เธอเคยวาดไว้ตอนที่ตัดสินใจซื้อวิลล่าหลังนี้ เธอฝันว่าตัวเองกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารในครัว สามีกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับงานของเขา และลูกสาวตัวน้อยกำลังวิ่งเล่นอย่างมีความสุข
ทว่า ความฝันนั้นกลับไม่เคยเกิดขึ้นจริงเลยสักครั้ง
หากเพียงแต่ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเป็นสามีของเธอ พวกเราคงได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแบบนี้ไปตลอดชีวิต
แต่น่าเสียดาย ที่โจวจือไม่ใช่สามีของเธอ และเธอก็ไม่มีวันได้เป็นภรรยาของเขาด้วยเช่นกัน
ความสุขที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ คงเป็นสิ่งที่เธอไม่อาจเอื้อมถึงได้ในชาตินี้
เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว กลัวว่าตัวเองจะไปทำลายช่วงเวลาอันแสนวิเศษนี้ลง
เมื่อถวนถวนหันมาเห็นคุณแม่ เด็กน้อยก็กระโดดตัวลอย วิ่งโผเข้ามากอดทันที "แม่ตื่นแล้ว แม่นี่ขี้เซาจังเลยนะ"
"ทำไมหนูไม่ไปปลุกแม่ล่ะลูก" หยางซือซือลูบหัวลูกสาวเบาๆ
"คุณลุงโจวบอกว่าแม่เหนื่อยมาก ก็เลยไม่อยากให้หนูไปกวนแม่ค่ะ" ถวนถวนฟ้อง
หยางซือซือเหลือบสายตาไปมองโจวจือ แต่พอเห็นว่าเขากำลังมองมาที่เธออยู่เช่นกัน เธอก็รีบหลบสายตาด้วยความเขินอายทันที
"ทานอาหารเช้าหรือยังคะ" หยางซือซือเอ่ยถาม
"นี่มันจะเที่ยงแล้วนะคะคุณแม่" ถวนถวนรีบแก้ต่างเสียงแข็ง
"ตายจริง แม่ขอโทษจริงๆ นะลูก" หยางซือซือเอ่ยขอโทษด้วยความรู้สึกผิด
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่" ถวนถวนยิ้มกว้าง "ฝีมือทำอาหารของคุณลุงโจวอร่อยสุดๆ ไปเลยค่ะ ต่อไปนี้แม่ก็นอนตื่นสายได้ตามสบายเลยนะคะ"
โจวจือถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วหันมาพูด "มาทานข้าวกันเถอะครับ"
เมื่อหยางซือซือเห็นอาหารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ เธอก็ต้องทึ่ง เพราะหน้าตาของมันดูหรูหราน่าทานราวกับหลุดออกมาจากภัตตาคารระดับห้าดาวไม่มีผิด
ทุกคนลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุข
หยางซือซือมองดูถวนถวนที่ซัดข้าวซะเกลี้ยงชามจนแทบจะเลียจาน แล้วก็หันไปมองโจวจือที่ทั้งหนุ่มแน่นและหล่อเหลา ก่อนจะย้อนกลับมามองดูตัวเอง...
ภาพความอบอุ่นและเปี่ยมสุขตรงหน้านี้ แม้เธอจะลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว แต่มันก็ยังคงงดงามราวกับความฝัน
เธอได้แต่หวังลึกๆ ว่านี่คือความจริง
หากนี่คือความฝัน เธอก็ไม่อยากจะตื่นขึ้นมาอีกเลย
*ก่อนหน้านี้หอมได้ลองลงนิยายแบบตั้งเวลาไว้ค่ะ มาเห็นอีกทีคือตอนนิยายสลับกัน!! ก็คือมันไม่เรียงเลยค่ะ 555 ตอนนี้หอมแก้เรียบร้อยแล้วนะคะ แล้วก็กลับมาลงมือต่อไปค่ะ ต้องขอโทษนักอ่านทุกท่านก่อนหน้านี้ด้วยนะคะ งงกันแย่เลย