- หน้าแรก
- ว่างงานอย่างหมา กลับบ้านอย่างพญา เพราะระบบกาวจัด
- บทที่ 49 มาเป็นพ่อหนูเถอะ!
บทที่ 49 มาเป็นพ่อหนูเถอะ!
บทที่ 49 มาเป็นพ่อหนูเถอะ!
บทที่ 49 มาเป็นพ่อหนูเถอะ!
โจวจือกลับมาที่ห้องและเอนตัวลงนอนพักผ่อน
เขาตื่นขึ้นมาอีกทีตอนประมาณหกโมงเช้า
ด้วยสภาพร่างกายที่ฟิตปั๋งทะลุขีดจำกัด ผนวกกับพลังจิตวิญญาณที่มากกว่าคนปกติถึงสี่เท่า
ถ้าคนทั่วไปสามารถอดนอนได้เต็มที่หนึ่งวันหนึ่งคืน เขาก็สามารถอดนอนต่อเนื่องได้ถึงสี่วันสบายๆ
แค่ได้งีบหลับสั้นๆ ในแต่ละวัน ก็เพียงพอแล้วที่จะฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณให้กลับมาเต็มเปี่ยม
ในตอนนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากข้างนอก โจวจือเปิดประตูห้องออกไป และเห็นถวนถวนกำลังเดินเตาะแตะลงมาจากบันได
เด็กน้อยมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยที่ไม่เห็นคุณแม่ เพราะปกติเวลานี้คุณแม่ของเธอจะต้องตื่นมาทำอาหารเช้าแล้ว
"คุณลุงโจวคะ แม่ของหนูไปไหนเหรอคะ"
"เอ่อ... เมื่อคืนพวกลุงเล่นกันจนดึก แม่ก็เลยน่าจะเพลียมาก ตอนนี้คงยังหลับพักผ่อนอยู่ในห้องน่ะครับ" โจวจือตอบกลับไปด้วยความรู้สึกผิดเล็กๆ
ถวนถวนเอียงคอด้วยความสงสัย "แม่ยุ่งเรื่องอะไรเหรอคะถึงได้นอนดึก ถวนถวนช่วยแม่ได้นะ"
ความกตัญญูและรู้ความของเด็กน้อยทำเอาโจวจือรู้สึกตื้นตันใจ แต่เรื่องนี้คนอื่นคงเข้าไปช่วยอะไรไม่ได้หรอก
"ก็... จัดของในห้องนั่นแหละลูก งานบ้านมันมีอะไรยิบย่อยให้ทำเยอะแยะไปหมด"
โจวจือแต่งเรื่องโกหกไปแบบเนียนๆ ถวนถวนก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ "นั่นสินะคะ"
เด็กน้อยค่อยๆ ย่องไปที่หน้าห้องของคุณแม่ แง้มประตูดู ก็เห็นว่าคุณแม่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงจริงๆ
โจวจือเรียกถวนถวนออกมา "แม่ของหนูกำลังเหนื่อย ปล่อยให้คุณแม่พักผ่อนต่ออีกหน่อยเถอะลูก"
"อ้อ... ค่ะ"
ถวนถวนพยักหน้ารับคำ และไม่ไปกวนคุณแม่อีก
ทั้งสองคนเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่น ถวนถวนเอาแต่จ้องหน้าโจวจือตาไม่กะพริบ จนเขาต้องเอ่ยถามด้วยความประหม่า "มีอะไรเหรอครับ"
โจวจือนึกขึ้นได้ว่า สองวันที่ผ่านมาพวกเขาเล่นสนุกด้วยกันมาตลอด แถมเขายังยอมให้เธออุ้มเล่นด้วย
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาสองคนได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง
โจวจือพูดขึ้น "ถวนถวน ลองคิดดูสิว่าวันนี้อยากไปเที่ยวไหน เดี๋ยวพอแม่หนูตื่น เราค่อยออกไปกัน"
จู่ๆ ถวนถวนก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "หนูว่าเรามาคิดเรื่องอาหารเช้ากันก่อนดีกว่าไหมคะ"
โจวจือชะงักไป "เอ๊ะ... ปกติลุงไม่ค่อยกินข้าวเช้าน่ะ ก็เลยลืมไปเลย"
ถวนถวนส่ายหัวดิก "ถ้าคุณลุงอยากจะเป็นพ่อของหนู คุณลุงต้องพยายามให้มากกว่านี้นะคะ"
โจวจือ: "..."
เดี๋ยวก่อนนะ!
"ใครบอกว่าลุงอยากเป็นพ่อของหนูกันฮะ"
ตอนที่ถวนถวนออกไปข้างนอก เธอเคยเห็นผู้หญิงหลายคน รวมไปถึงคุณแม่ของเพื่อนๆ แต่ไม่มีใครสวยสู้แม่ของเธอได้เลยสักคน
ส่วนจะตัดสินว่าคุณแม่คนไหนสวยหรือไม่สวย ก็แค่ดูจากสายตาของคุณผู้ชายก็รู้แล้ว
โจวจือไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่พยายามเข้าใกล้แม่ของเธอ
แต่เขาเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่สามารถเข้าใกล้แม่ของเธอได้มากขนาดนี้
ถวนถวนถามต่อ "ตกลงคุณลุงอยากเป็นไหมคะ"
คำถามนี้ทำเอาโจวจือถึงกับไปไม่เป็น
เขาไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลยสักนิด เขายังไม่พร้อมแต่งงานจะให้ข้ามขั้นไปเป็นพ่อคนเลยเนี่ยนะ
แต่ในเมื่อเขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหยางซือซือไปแล้ว ถวนถวนก็ย่อมต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในความสัมพันธ์นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อเห็นว่าโจวจือเอาแต่เงียบ ถวนถวนก็พูดขึ้น "คุณลุงโจวคะ หนูชอบคุณลุงมากๆ เลยนะคะ หนูว่าถ้าคุณลุงมาเป็นพ่อของหนู มันต้องดีแน่ๆ เลย"
โจวจือไม่คิดเลยว่าเด็กตัวแค่นี้จะพูดจาฉะฉานตรงไปตรงมาขนาดนี้
ความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองพุ่งปรี๊ดจนทะลุปรอท
เขารู้สึกว่าถ้าเขาไม่ยอมรับตำแหน่งพ่อที่ดี ก็คงจะเป็นการทรยศต่อความไว้วางใจของเด็กน้อยคนนี้แน่ๆ
ในเมื่อเป็นอย่างนั้น งั้นเรามาเริ่มจากการทำอาหารเช้ากันก่อนเลยดีกว่า
เพิ่งจะได้ [ทักษะเชฟระดับยอดเยี่ยม] มาหมาดๆ ก็ต้องลองโชว์ฝีมือกันหน่อยแล้ว
"มานี่เลย เดี๋ยวลุงจะทำอาหารเช้าสูตรพิเศษให้หนูกินเอง"
ถวนถวนถามด้วยน้ำเสียงระแวง "คุณลุงทำอาหารเป็นด้วยเหรอคะ"
"เดี๋ยวหนูจะกินจนหยุดไม่ได้เลยล่ะ"
โจวจือมั่นใจว่า ถึงแม้จะไม่มี [ทักษะเชฟระดับยอดเยี่ยม] ฝีมือทำอาหารของเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าหยางซือซือเท่าไหร่นัก
ถวนถวนเบะปาก ยังคงไม่ค่อยเชื่อน้ำหน้าเขาเท่าไหร่นัก
ในตู้เย็นยังมีวัตถุดิบเหลือจากช่วงเทศกาลตรุษจีนอยู่อีกเพียบ สำหรับเด็ก อาหารไม่ควรมีรสจัดจ้านเกินไป อาหารสไตล์หวยหยางหรืออาหารกวางตุ้งน่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
เขาคิดเมนูในหัวไว้เรียบร้อยแล้ว
บะหมี่หน้าปลาไหลชามโต ที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดบะหมี่หน้าปลาไหลในใต้หล้า
แพนเค้กต้นหอมทอดกรอบๆ
ไข่ดาวสุกกำลังดีหนึ่งฟอง
ไส้กรอกเนื้อแน่นสองชิ้น
ตบท้ายด้วยมะเขือเทศราชินีสองสามลูกเพื่อเพิ่มวิตามินซี
เขาลงมือทำอาหารอย่างคล่องแคล่วในครัว โดยมีถวนถวนยืนจ้องเขม็งอยู่ข้างๆ ราวกับเป็นผู้คุมงาน
เด็กน้อยแอบตกใจนิดๆ ที่เห็นโจวจือเริ่มนวดแป้งทำแพนเค้กแต่เช้าตรู่ขนาดนี้
ในหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอ อาหารเช้าคือสิ่งที่มักจะถูกหยิบออกมาจากถุงพลาสติกเสมอ
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นขั้นตอนการทำอาหารจากวัตถุดิบสดใหม่ด้วยตาตัวเอง
แบบนี้มันต้องใช้เวลานานแน่ๆ เลย
แต่ผิดคาด แพนเค้กชิ้นแรกถูกทอดจนสุกเหลืองหอมกรุ่นภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที
นี่มันฝีมือระดับปรมาจารย์ชัดๆ
สายตาที่ถวนถวนมองโจวจือตอนนี้เปลี่ยนจากความระแวงเป็นความทึ่งไปแล้ว
ตามมาด้วยไข่ดาวและไส้กรอกทอด เมนูง่ายๆ แสนธรรมดา แต่โจวจือกลับทำออกมาได้ดูน่ากินสุดๆ
ปกติเวลาแม่ทำ ก็แค่โยนลงหม้อทอดไร้น้ำมันให้มันสุกๆ ไปก็พอ
คุณลุงโจวยังบั้งไส้กรอกเป็นริ้วสวยงาม ขั้นตอนง่ายๆ แค่นี้ แต่กลับยกระดับความน่ากินของไส้กรอกทอดขึ้นไปอีกขั้น
ถวนถวนเบิกตากว้างมองโจวจือเนรมิตอาหารเช้าตรงหน้าราวกับนักมายากล แววตาของเธอเต็มไปด้วยความชื่นชม
เธอซู้ดบะหมี่หน้าปลาไหลเข้าปากคำโต "ว้าววว! อร่อยจังเลยค่ะ!"
ดวงตาของเธอเป็นประกายวิบวับ "คุณลุงโจวคะ คุณลุงมาเป็นพ่อของหนูตั้งแต่วันนี้เลยได้ไหมคะ"
โจวจือ: "..."
"คุณลุงกลัวแม่หนูจะไม่ตกลงเหรอคะ"
โจวจือ: "..."
"เดี๋ยวหนูจัดการเองค่ะ หนูจะไปช่วยพูดเกลี้ยกล่อมแม่ให้เอง"
"เดี๋ยวๆ ช้าก่อน!" โจวจือรีบเบรกความมโนของถวนถวน "นี่หนูไม่ต้องถามความเห็นลุงก่อนเลยเหรอ"
ถวนถวนทำหน้างง "ก็คุณลุงช่วยเหลือแม่ของหนูตั้งเยอะแยะ ไม่ใช่เพราะอยากจะเอาชนะใจแม่หรอกเหรอคะ"
"เด็กน้อยอย่างหนูจะไปรู้อะไร การช่วยเหลือคนที่กำลังเดือดร้อน มันเป็นเรื่องปกติที่เพื่อนมนุษย์พึงกระทำอยู่แล้ว" โจวจืออ้างหลักคุณธรรม
"อร่อยจังเลย" ถวนถวนซู้ดบะหมี่เข้าปากอีกคำ "หนูรู้น่า แต่ที่คุณลุงทำไปทั้งหมดเนี่ย คงไม่ได้ทำเพราะอยากได้โล่คนดีศรีสังคมหรอกมั้งคะ"
ยัยเด็กคนนี้มันฉลาดเกินวัยไปแล้ว!
ถวนถวนทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามต่อ "โอเค งั้นหนูขอถามหน่อยนะคะ แม่ของหนูสวยไหม"
"สวยครับ" อันนี้ต้องยอมรับความจริง
"หุ่นดีไหมคะ"
"ดีมากครับ" อันนี้ก็ต้องยอมรับความจริงอีกนั่นแหละ
"คุณลุงก็ยังไม่ได้แต่งงานใช่ไหมคะ"
"ใช่ครับ"
"บังเอิญจังเลย แม่ของหนูก็เพิ่งหย่าพอดี" ถวนถวนวิเคราะห์เป็นฉากๆ ราวกับผู้ใหญ่ตัวจิ๋ว "ไม่มีปัญหาอะไรเลยที่คุณลุงกับแม่จะคบกัน"
"แม่ของหนูใจดีมากๆ เลยนะคะ แล้วแม่ก็จะไม่คอยไถเงินคุณลุงด้วย"
"แต่งหนึ่งแถมหนึ่ง ได้ลูกสาวน่ารักๆ ไปด้วยอีกคน คุ้มจะตายไป..."
พรวดดด!
โจวจือแทบจะพ่นน้ำซุปที่กำลังซดเข้าปากออกมา "ลุงว่าเรื่องแบบนี้ ลุงน่าจะทำเองได้ดีกว่านะ"
ถวนถวนทำท่าคิด "โอเคค่ะ ถ้าคุณลุงอยากมีลูกของตัวเองเพิ่มอีกคนก็ไม่เป็นไร"
"ยอมรับง่ายขนาดนี้เลยเหรอ" โจวจือคิดว่าถวนถวนแค่พูดเล่นเจื้อยแจ้วไปตามประสาเด็ก
"หนูทำอะไรไม่ได้นี่คะ หนูไปห้ามเรื่องแบบนี้ไม่ได้หรอก" ถวนถวนตอบ
"หนูรู้จักตัวเองดีนะเนี่ย" โจวจือยิ้มขำ
"อืม... ก็หนูยังเด็กอยู่นี่นา ทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ" ความเศร้าหมองพาดผ่านใบหน้าน่ารักของถวนถวนชั่วขณะ
โจวจือส่ายหัว พยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ
แต่พอมาคิดดูดีๆ มันก็เข้าท่าเหมือนกันนะ ถวนถวนก็ฉลาดและน่ารักน่าเอ็นดู ส่วนหยางซือซือก็สวยและอ่อนโยน การมีครอบครัวแบบนี้มันก็ดูอบอุ่นดีเหมือนกัน
เขาเคยโหยหาชีวิตที่เรียบง่ายและสงบสุข
แต่เรื่องพวกนั้นมันกลายเป็นอดีตไปหมดแล้ว
ตอนนั้นเขาไม่มีทั้งเงินและเวลา เงินที่หามาได้อย่างยากลำบากก็พอแค่เลี้ยงดูครอบครัวเล็กๆ ของตัวเองเท่านั้น อย่าว่าแต่จะไปอุปการะครอบครัวอื่นเลย แค่รับเลี้ยงใครเพิ่มอีกสักคน เขาก็คงไม่มีปัญญา
เขามีความมั่งคั่งเพียงน้อยนิด ไม่สามารถใช้ชีวิตเสวยสุขได้อย่างใจต้องการ
ทำได้แค่ก้มหน้าก้มตาใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาสามัญและดิ้นรนเพื่อความมั่นคง
แต่ตอนนี้เขามีทั้งเงินและเวลา ความปรารถนาเบื้องลึกในจิตใจจึงเริ่มลุกโชนขึ้นมา
คนเขามักพูดกันว่า ผู้ชายพอมีเงินแล้วมักจะเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง
ความจริงแล้ว ทั้งผู้ชายและผู้หญิงก็เหมือนกันนั่นแหละ พอมีเงินมีเวลา ใครบ้างล่ะจะไม่อยากใช้ชีวิตให้คุ้มค่าและเต็มไปด้วยสีสัน
สิ่งเดียวที่โจวจือสามารถทำได้คือ การใช้ชีวิตที่แตกต่างออกไปจากเดิม ภายใต้กรอบของเหตุผลและความถูกต้องทางกฎหมาย
ในทางกลับกัน เขาเองก็ไม่ได้ไร้ความรู้สึกกับข้อเสนอของถวนถวนเสียทีเดียว
แต่ตอนนี้เขายังไม่ได้วางแผนไปไกลถึงขั้นนั้นหรอก