เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 415 "ตกลงเจ้าค่ะ" ซูเหยาตอบรับอย่างว่าง่าย

บทที่ 415 "ตกลงเจ้าค่ะ" ซูเหยาตอบรับอย่างว่าง่าย

บทที่ 415 "ตกลงเจ้าค่ะ" ซูเหยาตอบรับอย่างว่าง่าย


บทที่ 415 "ตกลงเจ้าค่ะ" ซูเหยาตอบรับอย่างว่าง่าย

คิ้วเข้มดุจกระบี่ของอิ้นเจินเลิกขึ้นเล็กน้อย "เจ้าจะไม่ถามหน่อยหรือว่าเหตุใดข้าถึงไม่พาเจ้าไปด้วย?"

ริมฝีปากของซูเหยาจุดรอยยิ้มละมุน นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ท่านย่อมมีเหตุผลของท่าน ข้าพร้อมสนับสนุนทุกการตัดสินใจของท่าน ไม่จำเป็นต้องซักไซ้ให้มากความหรอกเจ้าค่ะ"

อิ้นเจินอดไม่ได้ที่จะกุมมือนางไว้แล้วแย้มยิ้ม "เจ้ามักจะรู้ความเช่นนี้เสมอ"

จากนั้นเขาจึงอธิบายให้นางฟัง "นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าจะได้ตามเสด็จเสด็จพ่อไปยังลานล่าสัตว์ในฐานะองค์รัชทายาทเพื่อพบปะกับเหล่าท่านอ๋องมองโกล การพาพระชายาเอกไปด้วยย่อมเป็นเรื่องที่เหมาะสมกว่า"

"ข้าไม่วางใจที่จะทิ้งจวนไว้โดยไม่มีคนคอยดูแล แม่นมหลินก็อายุมากและล้มป่วยอยู่บ่อยครั้ง นอกจากเจ้าแล้ว ในจวนนี้ก็ไม่มีผู้ใดอีกที่ข้าจะไว้วางใจให้กุมอำนาจจัดการดูแลเรือนได้"

"ท่านไม่ต้องกล่าวอันใดแล้วเจ้าค่ะ ข้าเข้าใจทุกอย่าง"

แม้ว่าศัตรูหัวใจสำคัญในการแย่งชิงราชบัลลังก์จะหมดไปแล้ว แต่อิ้นเจินก็ไม่อาจจากเมืองหลวงไปได้อย่างไร้กังวล เขาเพิ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาท ยากจะรับประกันได้ว่าผู้ที่ไม่อาจประจบสอพลอเขาได้จะไม่เก็บซ่อนเจตนาร้ายเอาไว้

ในยามรับประทานอาหารเย็น ครอบครัวห้าคนได้มาพร้อมหน้าพร้อมตากันที่โต๊ะอาหารซึ่งนับเป็นภาพที่หาดูได้ยาก

การเดินทางครั้งนี้ อิ้นเจินจะพาหงจิ่งไปด้วย นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดที่เขาจะได้ก้าวออกจากอ้อมอกคุ้มภัย ซูเหยาเป็นห่วงความปลอดภัยของบุตรชาย จึงส่งตู้รั่วไปคอยติดตามจินซานฝูเพื่อคุ้มครองเขา

นางยังจัดเตรียมห่อสัมภาระของใช้จำเป็นสำหรับการเดินทางให้เขา ซึ่งประกอบไปด้วยยาสมานแผล ยาชา ยาใส่แผล ยาถอนพิษ และโอสถวิเศษอื่นๆ

ก่อนนอน ซูเหยาเข้าไปในห้องของหงจิ่ง พร่ำกำชับตักเตือนเขาอยู่นานสองนานด้วยความห่วงใย

หงจิ่งรู้ดีว่ามารดาเป็นห่วง จึงไม่รู้สึกรำคาญใจกับคำพูดที่ได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำเพียงพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

ทว่าอิ้นเจินกลับทนรอไม่ไหวอีกต่อไป ด้วยราตรีอันแสนหวานนั้นช่างสั้นนัก

"พอเถิดเหยาเอ๋อร์ จิ่งเอ๋อร์อายุเก้าขวบแล้ว เขาดูแลตัวเองได้ เจ้ายังเตรียมของให้เขาตั้งมากมาย แถมยังส่งคนไปคุ้มกันอย่างใกล้ชิดอีก อีกอย่าง ข้าก็อยู่ด้วย พวกเราไปล่าสัตว์ ไม่ได้ไปออกศึกสงคราม ไม่ได้อันตรายอย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ"

ยามลูกต้องเดินทางไกล คนเป็นแม่ย่อมต้องกังวล

หงจิ่งยังเด็ก จึงเป็นธรรมดาที่ซูเหยาจะอดเป็นห่วงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม นางรู้ว่าหงจิ่งมีวิชาป้องกันตัว นางจึงหยุดชักแม่น้ำทั้งห้า เร่งให้หงจิ่งรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ แล้วเดินกลับเรือนฉยงฮวาไปพร้อมกับอิ้นเจิน

สามสิบดั่งหมาป่า สี่สิบดั่งพยัคฆ์

ปีนี้อิ้นเจินอายุสามสิบเจ็ด อยู่ในวัยหมาป่าและพยัคฆ์พอดี คืนนั้น แสงเทียนในห้องของซูเหยาจึงสว่างไสวไปจนถึงยามสี่ถึงได้ดับลง

หลังจากขบวนเสด็จออกเดินทาง ซูเหยาก็เก็บข้าวของ เตรียมตัวกลับจวนเช่นกัน

หงลี่ยังต้องเรียนหนังสือที่ห้องทรงพระอักษรในสวนฉางชุน หงซวี่จึงอาสาอยู่เป็นเพื่อนเขา และเพื่อจะได้คอยถวายพระพรไทเฮาด้วย

เมื่อมีหงซวี่อยู่ด้วย ซูเหยาก็ไม่กังวลเรื่องความปลอดภัยของหงลี่ นางทิ้งคนไว้คอยดูแลและคุ้มครองพวกเขา จากนั้นจึงเดินทางกลับเมืองหลวงพร้อมกับหงเซวียน

ไทเฮามมีพระอาการประชวร จึงไม่ได้ตามเสด็จคังซีฮ่องเต้ในการเดินทางครั้งนี้ เหิงอ๋องจึงอาสาอยู่คอยปรนนิบัติไทเฮา

เมื่อซูเหยาเป็นผู้ดูแล จวนรัชทายาทก็เปรียบเสมือนป้อมปราการเหล็กกล้า คลื่นผู้คนที่ต้องการหาช่องทางเข้าจวนผ่านทางพระชายาเอกและบรรดาอนุภรรยาของรัชทายาทต่างถูกปฏิเสธกลับไปจนหมดสิ้น

ส่วนพวกที่พยายามแทรกซึมส่งสายลับเข้ามาในจวนรัชทายาท ซูเหยาก็รับไว้ทั้งหมดโดยไม่ปฏิเสธ พร้อมกับประทับยันต์ความภักดีใส่พวกเขาทุกคน

เดิมทีคนเหล่านี้มีเจ้านายอื่นอยู่แล้วและไม่เข้าเงื่อนไขของยันต์ความภักดี แต่ซูเหยาได้เพียรบำเพ็ญตบะมาหลายปีจนประสบความสำเร็จในเคล็ดวิชาเสียงระดับหนึ่ง การสะกดจิตคนสองสามคนโดยไม่ทิ้งร่องรอยจึงกลายเป็นเรื่องง่ายดาย

ช่วงกลางเดือนเจ็ด ไทเฮาทรงต้องลมเย็นจนประชวร เหิงอ๋องจึงส่งสาส์นไปกราบทูลให้คังซีฮ่องเต้ทรงทราบ

กำหนดการล่าสัตว์จะสิ้นสุดลงในอีกสองวัน ทว่าคังซีฮ่องเต้ทรงห่วงใยไทเฮา จึงรับสั่งให้ยุติการล่าสัตว์ก่อนกำหนด และออกเดินทางกลับเมืองหลวงในบ่ายวันนั้น

ระหว่างทาง คังซีฮ่องเต้ทรงได้รับสาส์นอีกฉบับจากเหิงอ๋อง ความว่าพระอาการของไทเฮาทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว และทรงหมดสติไปแล้ว

คังซีฮ่องเต้รีบรับสั่งให้เร่งขบวนเสด็จทันที ในช่วงค่ำของวันที่สิบแปดเดือนเจ็ด ขบวนเสด็จก็กลับมาถึงสวนฉางชุน

โดยไม่สนพระทัยสภาพที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงและความเหนื่อยล้า คังซีฮ่องเต้เสด็จตรงไปยังพระตำหนักบรรทมของไทเฮาทันที

เหล่าหมอหลวงต่างกำลังถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ไทเฮามักจะทรงหมดสติอยู่บ่อยครั้ง บางคราวที่ทรงตื่นขึ้นมาก็แทบจะเสวยได้เพียงอาหารเหลวเล็กน้อย แต่ก็มักจะทรงอาเจียนเอาพระโอสถที่เสวยเข้าไปออกมาจนหมด

จบบทที่ บทที่ 415 "ตกลงเจ้าค่ะ" ซูเหยาตอบรับอย่างว่าง่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว