เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6: การหลอมกายาและบำเพ็ญเพียรไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

บทที่ 6: การหลอมกายาและบำเพ็ญเพียรไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

บทที่ 6: การหลอมกายาและบำเพ็ญเพียรไม่ใช่เรื่องล้อเล่น


กู้หมิงมาอาศัยอยู่ที่สวนสมุนไพรวิญญาณของผู้เฒ่าโจวชั่วคราว เขาใช้ชีวิตวนเวียนอยู่แค่สองที่ในแต่ละวัน

เขาจะคอยดูแลสมุนไพรวิญญาณ จัดการธุระในสวน กิน แล้วก็นอน

บทสนทาระหว่างเขากับผู้เฒ่าโจวในแต่ละวันแทบจะไม่เคยเกินสามประโยค

นับตั้งแต่กู้หมิงมาถึง ผู้เฒ่าโจวก็สบายขึ้นมาก เพราะกู้หมิงรับหน้าที่ทำอาหารและทำความสะอาดแทบทั้งหมด

หลังจากค้นพบผลงานอันน่าทึ่งในการเพาะปลูกพืชวิญญาณของกู้หมิง ผู้เฒ่าโจวก็โยนงานดูแลสมุนไพรวิญญาณทั้งหมดให้เขา แล้วเอาแต่นอนเอนกายอยู่บนเก้าอี้โยกทุกวัน ทำตัวราวกับคนใกล้ตาย

กู้หมิงไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ตรงกันข้ามเขากลับสนุกไปกับมันด้วยซ้ำ

เขาพบว่าชีวิตแบบนี้ก็น่าสนใจดีเหมือนกัน

กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับเส้นผมของบุรุษ ที่ไม่อาจต้านทานความร่วงโรยแห่งวัย หลุดร่วงหายไปโดยไม่ทันรู้ตัว

หนึ่งปีต่อมา สมุนไพรวิญญาณชุดแรกของกู้หมิงก็เติบโตเต็มที่ มีพืชวิญญาณทั้งหมดถึงยี่สิบแปดต้น

ผู้เฒ่าโจวตกใจมาก เขาไม่คาดคิดเลยว่าสมุนไพรวิญญาณชุดนี้จะมีอัตราการรอดชีวิตสูงถึงเพียงนี้

สายตาที่เขามองกู้หมิงเปลี่ยนไป "บอกข้ามาตามตรง คำว่า 'พอรู้บ้าง' ของเจ้า มันหมายความว่ายังไงกันแน่?"

กู้หมิงที่ในดวงตาเต็มไปด้วยภาพสมุนไพรวิญญาณอันเปล่งประกาย เอ่ยตอบกลับไป

"ไม่สูงหรอกครับ แค่นักสมุนไพรวิญญาณระดับเหลือง"

ผู้เฒ่าโจวประหลาดใจเล็กน้อยและเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"นักสมุนไพรวิญญาณระดับเหลืองเรอะ? เจ้าเป็นแค่ปุถุชน ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องพืชวิญญาณด้วยซ้ำ แล้วจะกลายเป็นนักสมุนไพรวิญญาณระดับเหลืองไปได้ยังไง?"

"อีกอย่าง อาชีพนักสมุนไพรวิญญาณ... ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากมายนัก การจะเป็นนักสมุนไพรวิญญาณระดับสูงได้จริงๆ ต้องใช้ทรัพยากรเมล็ดพันธุ์วิญญาณและเวลาจำนวนมหาศาล มีเพียงการลงมือทำจริงเท่านั้นถึงจะเกิดทักษะความรู้ที่แท้จริง"

"ดังนั้น โดยทั่วไปแล้ว นักสมุนไพรวิญญาณจึงถือเป็นแค่อาชีพเสริม หรือไม่ก็เป็นที่พึ่งของศิษย์ตระกูลใหญ่ที่ไร้พรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียร แต่เจ้า... ดูไม่เข้าข่ายสักประเภทเลยนะ"

กู้หมิงไม่กลัวว่าผู้เฒ่าโจวจะมาสืบสาวราวเรื่องความลับของเขา ในเมื่อเขาไม่มีทางตายอยู่แล้ว จะไปกลัวอะไรล่ะ?

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากคลุกคลีกันมาได้หนึ่งเดือน เขาก็พอจะเข้าใจนิสัยใจคอของผู้เฒ่าโจวอยู่บ้าง แม้ตาเฒ่าคนนี้จะชอบทำตัวหมางเมินและดูไม่น่าคบหา แต่นิสัยเนื้อแท้กลับเป็นคนดี ซึ่งถือว่าหาได้ยากยิ่ง

"ความลับครับ ขอแค่ผมทำงานที่ท่านมอบหมายให้สำเร็จก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่หรือ?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้เฒ่าโจวก็พยักหน้าและไม่ได้ซักไซ้ต่อ เขาสนใจความลับของกู้หมิงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้อยากรู้จนเกินงาม

"ดี ตามข้อตกลงของเรา เจ้าสามารถเลือกพืชวิญญาณไปได้สามต้น"

กู้หมิงชะงักไป มองผู้เฒ่าโจวที่ทำหน้าขรึมด้วยความประหลาดใจ

"ข้าให้เลือกก็เลือกไปเถอะ มัวแต่อิดออดทำไมกัน?"

"ข้าขอเตือนไว้ก่อนนะ หากเจ้าอยากจะบำเพ็ญเพียร ทางที่ดีควรเลือกสมุนไพรวิญญาณสำหรับการหลอมกายา"

ผู้เฒ่าโจวหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้กู้หมิงยืนอยู่ตามลำพัง

กู้หมิงมองแผ่นหลังของเขาที่เดินจากไป พลางยิ้มและประสานมือคารวะ

"ขอบคุณครับ"

เมื่อมองดูละลานตาสมุนไพรวิญญาณหลากสีสัน กู้หมิงก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างออกมา

"ใครว่าความพยายามไม่เห็นผลล่ะ?"

หลังจากนั้น กู้หมิงก็คัดเลือกพืชวิญญาณมาสามต้นจากสมุนไพรวิญญาณระดับมนุษย์ที่เพิ่งโตเต็มวัยทั้งยี่สิบแปดต้น

หมายเหตุ: พืชที่เพิ่งโตเต็มวัย จะมีไอวิญญาณและสรรพคุณทางยา จัดอยู่ในระดับมนุษย์ ทว่าหากพวกมันยังคงเติบโตต่อไปและทะลวงผ่านอายุครบหนึ่งร้อยปีได้ ก็จะกลายเป็นสมุนไพรวิญญาณระดับเหลือง... อารมณ์ประมาณนี้แหละ!

เขาเลือกหญ้าผสานโลหิตหนึ่งต้น บุปผากระดูกวิญญาณหนึ่งต้น และหญ้าภูตเร้นลับอีกหนึ่งต้น

หญ้าผสานโลหิตและบุปผากระดูกวิญญาณล้วนเป็นสมุนไพรวิญญาณสำหรับการหลอมกายา ส่วนหญ้าภูตเร้นลับนั้นเป็นสมุนไพรวิญญาณที่พบเห็นได้ทั่วไปมากกว่า ทว่ามูลค่าของมันกลับสูงกว่าหญ้าผสานโลหิตและบุปผากระดูกวิญญาณเสียอีก

เขาถอนรากของหญ้าภูตเร้นลับขึ้นมาและบรรจุลงในกล่องไม้ที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ

กู้หมิงเดินทางไปยังร้านขายยาเพื่อขายสมุนไพรวิญญาณ

หลงจู๊ของร้านกวาดสายตามองกู้หมิงตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อไม่สัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังวิญญาณใดๆ ท่าทีของเขาก็เย็นชาลงทันที

เขาเปิดกล่องไม้ มองดูหญ้าภูตเร้นลับ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"หญ้าภูตเร้นลับระดับมนุษย์อายุหนึ่งปี คุณภาพธรรมดา ประเมินราคาได้หกหินวิญญาณ"

กู้หมิงนิ่งไปครู่หนึ่ง เขานึกถึงคำเตือนของผู้เฒ่าโจวก่อนออกเดินทางว่าเขาสามารถอ้างชื่อได้ จึงเอ่ยขึ้น

"ข้ามาจากสวนสมุนไพรวิญญาณของผู้เฒ่าโจว"

หลงจู๊ชะงักไปเล็กน้อย แววตาเผยความเคารพยำเกรงออกมาวูบหนึ่ง เขากระแอมไอ ก่อนที่ท่าทีจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

"น้องชาย ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกล่ะว่าเป็นคนของผู้เฒ่าโจว? เอาอย่างนี้แล้วกัน หญ้าภูตเร้นลับต้นนี้ ข้าให้สิบสองหินวิญญาณเลย ส่วนที่เกินมาถือเสียว่าเป็นของขวัญต้อนรับจากข้าก็แล้วกัน"

กู้หมิงรู้สึกพอใจเล็กน้อย หลังจากกล่าวขอบคุณหลงจู๊ เขาก็รับหินวิญญาณและเดินจากมา พร้อมกับนำกล่องไม้กลับมาด้วย นี่เป็นภาชนะที่เขาใช้เก็บพืชวิญญาณ จะทำหายไม่ได้เด็ดขาด

ส่วนเรื่องตัวตนที่แท้จริงของผู้เฒ่าโจวนั้น เขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด

เขาเพียงอยากจะรีบหลอมกายาและก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมกายาโดยเร็วที่สุด

เมื่อมุ่งหน้าไปยังร้านขายอุปกรณ์วิญญาณ กู้หมิงก็ต้องตื่นตาตื่นใจไปกับสารพัดสิ่งของที่ผู้ฝึกตนใช้งาน

ทว่ากระบี่วิญญาณระดับมนุษย์ที่ดูธรรมดาที่สุดยังห้อยป้ายราคาไว้ถึงหนึ่งร้อยหินวิญญาณ ซึ่งเป็นสิ่งที่กู้หมิงไม่มีปัญญาจ่ายอย่างแน่นอน

เป้าหมายของเขาคือการซื้อถุงมิติเพื่อจะได้พกพาข้าวของได้สะดวก

แต่เมื่อเห็นคำอธิบายการใช้งานของถุงมิติ กู้หมิงก็ไม่ต้องรอให้เด็กในร้านเดินเข้ามาหา เขารีบเดินออกจากร้านไปเอง ทอดถอนใจเบาๆ ส่ายหน้าแล้วเดินจากไป โดยเปลี่ยนแผนไปซื้อผงยา หินเหล็กไฟ เข็มเงิน และอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับช่วยในการหลอมกายาแทน

สำหรับเรื่องถุงมิตินั้น... ตอนนี้เขาคงยังไม่มีปัญญาแม้แต่จะฝันถึง

ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าถุงมิติระดับต่ำที่แสนจะธรรมดานั้นมีราคาถึงห้าสิบหินวิญญาณ แต่ปัญหาคือเขาไม่มีคุณสมบัติที่จะใช้งานมันด้วยซ้ำ

การใช้งานถุงมิติจำเป็นต้องใช้สัมผัสเทวะเข้าช่วย แล้วเขาจะมีสัมผัสเทวะได้อย่างไร?

หนึ่งชั่วยามต่อมา กู้หมิงใช้เงินไปห้าหินวิญญาณเพื่อซื้อของที่จำเป็น เขากลับมาที่สวนสมุนไพรวิญญาณ รีบตรงดิ่งไปที่ห้องครัว แล้วเตรียมถังไม้กับน้ำเย็นปริมาณมาก

ตาม 'ทฤษฎีเบื้องต้นและโครงร่างของการบำเพ็ญเพียร' ที่เขาอ่านมา จะต้องใช้ถังไม้บรรจุน้ำเย็น ผสมกับผงยาหลอมกายา จากนั้นก็ใส่หินเหล็กไฟลงไป แล้วค่อยๆ เพิ่มความร้อน... คล้ายกับการต้มกบในน้ำอุ่น

บดยาสมุนไพรวิญญาณให้เป็นน้ำ นำไปผสมลงในถัง จากนั้นใช้เข็มเงินแทงตามจุดชีพจรเพื่อทะลวงเส้นลมปราณ แล้วจึงจะสามารถเริ่มหลอมกายาได้

นี่คือทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่มีวิชาหลอมกายา แม้ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ค่อยดีนัก แต่มันก็เต็มไปด้วยอันตรายเช่นกัน

เมื่อเห็นกู้หมิงกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมตัวอย่างมีความสุขพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง ผู้เฒ่าโจวก็จงใจเดินวนเวียนไปมาอยู่หน้าห้องครัว

กู้หมิงบ่นอุบอิบในใจ 'ไปเดินไกลๆ กว่านี้ไม่ได้หรือไง? ปกติก็ไม่เคยโผล่หัวมาให้เห็นเลย แต่วันนี้พอถึงช่วงเวลาสำคัญของฉัน กลับมาเดินเกะกะวุ่นวายอยู่ได้'

ปัง!

กู้หมิงปิดประตูใส่หน้าดังปัง ทำเอาผู้เฒ่าโจวโกรธจัดจนเส้นเลือดปูดโปน เตะบานประตูไม้จนปลิวว่อน

กู้หมิงจ้องมองผู้เฒ่าโจวอย่างงุนงง นึกอยากจะถามออกไปจริงๆ ว่า 'ตาเฒ่า ท่านเป็นบ้าอะไรเนี่ย?'

"ตาเฒ่า ท่านทำอะไรเนี่ย?"

ผู้เฒ่าโจวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยอย่างช้าๆ

"เจ้าอยากจะหลอมกายา แล้วเจ้ารู้วิธีใช้เข็มเงินเปิดจุดชีพจรหรือเปล่าล่ะ?"

กู้หมิงส่ายหน้า

"ไม่รู้ครับ เดี๋ยวค่อยๆ เรียนรู้ไปตอนทำนั่นแหละ"

ผู้เฒ่าโจว: ...

"แล้วเจ้ารู้ไหมว่าความเร็วในการเพิ่มความร้อนที่เหมาะสมที่สุดของหินเหล็กไฟคือเท่าไหร่?"

"ไม่รู้ครับ ใครจะไปสนล่ะ ขอแค่มันช่วยให้ผมหลอมกายาได้ก็พอแล้ว"

กู้หมิงโบกมือไปมา พลางเอ่ยด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ

ยังไงเขาก็ไม่มีวันตายอยู่แล้ว จะไปกลัวอะไรเล่า?

ผู้เฒ่าโจวถึงกับพูดไม่ออก มีเส้นสีดำจางๆ ปรากฏขึ้นระหว่างคิ้วของเขา ก่อนจะแค่นเสียงเย็นชา

"ไร้สาระ! การบำเพ็ญเพียรไม่ใช่เรื่องล้อเล่นของเด็กนะ เจ้าจะมาทำอะไรลวกๆ แบบนี้ได้ยังไง?"

"บอกข้ามาสิ เจ้าไปเรียนรู้วิธีการหลอมกายาพวกนี้มาจากไหน?"

กู้หมิงเกาหัวแกรกๆ แล้วตอบ

"ตำราที่ชื่อ 'ทฤษฎีเบื้องต้นและโครงร่างของการบำเพ็ญเพียร' ครับ"

ผู้เฒ่าโจวหัวเราะร่าด้วยความโมโห เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครในโลกนี้ที่บ้าระห่ำได้ขนาดนี้

"หึ มาทำข้อตกลงกัน พืชวิญญาณสิบต้น แล้วข้าจะช่วยเจ้าหลอมกายาเอง"

กู้หมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย พืชวิญญาณสิบต้น นั่นมันเทียบเท่ากับค่าจ้างหลายปีของเขาเลยนะ ดูเหมือนจะไม่ค่อยคุ้มค่าสักเท่าไหร่

เมื่อเห็นความลังเลของกู้หมิง ผู้เฒ่าโจวก็เหลืออดจริงๆ ในอดีตมีคนนับไม่ถ้วนยอมคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องให้เขาช่วยขัดเกลาร่างกายให้ลูกหลาน แต่ก็ยังไม่สมหวัง

แต่เจ้านี่ แค่พืชวิญญาณสิบต้น แถมยังเป็นพืชวิญญาณของเขาเองแท้ๆ กลับมานั่งลังเลเสียนี่

เมื่อเห็นว่าผู้เฒ่าโจวกำลังจะระเบิดอารมณ์โกรธออกมา และกลัวว่าจะถูกไล่ออกจากสวนสมุนไพรวิญญาณ กู้หมิงจึงรีบตอบตกลง

"ตกลงครับ ตกลง! ผมยอมแล้ว"

"แต่ขอพูดให้เคลียร์ก่อนนะ ถ้าล้มเหลว ผมไม่ให้พืชวิญญาณหรอกนะ"

ผู้เฒ่าโจวข่มความโกรธเอาไว้สุดฤทธิ์ กลัวว่าตัวเองจะอดใจไม่ไหวพลั้งมือตบกู้หมิงจนตายไปเสียก่อน

จบบทที่ บทที่ 6: การหลอมกายาและบำเพ็ญเพียรไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

คัดลอกลิงก์แล้ว