- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดกลางดอยหิมะ ด้วยระบบร้านชำพกพา
- บทที่ 8 - หยานที่แปลว่าสีสัน ซีที่แปลว่าแสงอรุณ
บทที่ 8 - หยานที่แปลว่าสีสัน ซีที่แปลว่าแสงอรุณ
บทที่ 8 - หยานที่แปลว่าสีสัน ซีที่แปลว่าแสงอรุณ
บทที่ 8 - หยานที่แปลว่าสีสัน ซีที่แปลว่าแสงอรุณ
"เจ้าหกเอ๊ย ฉันรู้ว่าแกรู้สึกยังไง แกคงคิดว่าพวกเราแล้งน้ำใจ ไม่มีความเป็นคนเลยใช่ไหมล่ะ?" เฉินหย่งกุ้ยยิ้มขื่นๆ
"แล้วคุณคิดว่า พวกคุณเหมือนคนไหมล่ะ?" เฉินจิ่งอันถอนหายใจ
"ฮู้ยยย"
ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เฉินเหล่าลิ่วปีกกล้าขาแข็งขึ้นแล้วสินะ ถึงกล้าพูดจาแบบนี้กับเลขาธิการหมู่บ้าน?
"เจ้าหก ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่อยากช่วยหรอกนะ"
เฉินหย่งชิงส่ายหน้า "เธอโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้... ถ้าจะให้พวกเรารับเธอไว้ มันก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เรื่องยุ่งยากมันเยอะมากเลยนะ"
"แล้วเรื่องทะเบียนบ้านของเธอจะทำยังไง? ให้ทำแบบแก แยกเป็นหนึ่งคนหนึ่งครัวเรือนไปเลยงั้นเหรอ? เรื่องนั้นไม่เท่าไหร่หรอก แต่เธอเป็นผู้หญิงนะ แกเข้าใจไหม"
"หือ มีปัญหาอะไรล่ะ?"
เฉินจิ่งอันจุดบุหรี่สูบ
"ผู้หญิง... ผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า เป็นอะไรที่รับมือยากมากนะ ยิ่งเธอไม่มีทะเบียนบ้านด้วยแล้ว"
เฉินหย่งกุ้ยพูดอย่างมีนัยยะ "ถ้าเธอหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ก็แล้วไปเถอะ แต่ถ้าเธอสวยขึ้นมา มันจะกลายเป็นภัยเอาได้ ในหมู่บ้านเรา... มีตั้งหลายคนที่ยังหาเมียไม่ได้นะ"
"งั้น... ให้พวกเขาพาเธอกลับไปสิ?" เฉินจิ่งอันลองเสนออย่างระมัดระวัง
"แกบ้าไปแล้วรึไง?"
เฉินหย่งชิงด่าสวนทันที "ทำไมแกถึงได้เข้าใจยากเข้าใจเย็นขนาดนี้วะ ผู้หญิงคนนี้กำลังจะตาย แกเข้าใจไหม? ถ้าเกิด... ถ้าเธอตายอยู่ที่นี่ ก็ไม่เป็นไรหรอก"
"แต่ถ้าเธอไปตายในหมู่บ้าน โดยเฉพาะถ้าไปตายในบ้านของไอ้หนุ่มโสดสักคนล่ะก็ ทีนี้เป็นเรื่องใหญ่แน่ ตอนที่เขาพาเธอเข้าไป ถึงเธอจะป่วย แต่ก็ยังไม่ตายนี่นา? แล้วทีนี้มาตายในบ้านเขา แกจะอธิบายให้คนอื่นฟังยังไง?"
"เรื่องนี้..."
เฉินจิ่งอันมองเข้าไปในถ้ำ
"ใช่ ตายในถ้ำไม่เป็นไรหรอก"
เฉินหย่งกุ้ยพูดอย่างจริงจัง "ฉันบอกแล้วไง... ถ้าแกอยากช่วยเธอจริงๆ แล้วถ้ารอดตายขึ้นมา ฉันจะให้สถานะเธอเป็นสะใภ้เลี้ยงของแก"
"แต่ในถ้ำมันมืด แกมองไม่เห็นหน้าเธอชัดๆ หรอก เพราะงั้นแกก็ต้องเสี่ยงดวงเอาเอง"
"เสี่ยง... เสี่ยงอะไรล่ะ?" เฉินจิ่งอันถามอย่างหวาดหวั่น
"เสี่ยงว่าเธอไม่มีผัว แล้วก็เสี่ยงว่าเธอเป็นสาวบริสุทธิ์น่ะสิ"
เฉินเจี้ยนกั๋วพูดอย่างสะใจ "ถ้าเกิดเธอมีผัวอยู่แล้ว แล้วแอบหนีมา... ฉันขอบอกไว้เลยนะ ต่อให้แกมีแปดปาก แกก็อธิบายไม่รอดหรอก"
"นั่นสิ"
เฉินเจี้ยนเฉียวก็พูดจาถากถางขึ้นมาบ้าง "เจ้าหก ไม่ใช่ว่าพวกพี่ๆ ไม่อยากช่วยแกนะ... แต่แกดูสมองแกสิ เหมือนโดนลาเตะมาไม่มีผิด ฉันรู้ว่าเมียแกหนีไป แกก็เลยรู้สึกแย่ แต่มันก็ไม่ถึงขั้นเห็นผู้หญิงแล้วขาอ่อนเดินไม่ไหวขนาดนั้นมั้ง?"
"ฮ่าๆๆ"
ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านพากันหัวเราะร่วน
"ใช่ ฉันเห็นผู้หญิงแล้วขาอ่อนเดินไม่ไหว... ฉันควรจะทำตัวเหมือนแก ทำตัวเป็นเดรัจฉาน เห็นคนกำลังจะตายแล้วไม่ยอมช่วย" เฉินจิ่งอันแค่นหัวเราะ
"แก..."
สีหน้าของเฉินเจี้ยนเฉียวเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งทันที
"พอๆ เลิกเถียงกันได้แล้ว"
เฉินหย่งกุ้ยส่ายหน้า "เจ้าหก พวกเราก็รู้ว่าแกอยากช่วยคน... เอาแบบนี้ละกัน ถ้าเธอรอดตาย แล้วสืบรู้ว่ามีผัว พวกเราจะช่วยส่งเธอกลับไป แต่ถ้าเธอตาย พวกเราก็จะเป็นพยานให้แกว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับแก"
"แต่ถ้าเธอรอดตาย แล้วก็ไม่มีผัวด้วย เธอก็จะเป็นสะใภ้เลี้ยงของแก ส่วนเรื่องเอกสารอะไรพวกนั้น เดี๋ยวทางหมู่บ้านจะจัดการให้เอง"
"เดี๋ยวนะ... ฉันก็มีเมียอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?" เฉินจิ่งอันเกาหัวแกรกๆ
"ก็หย่าซะสิ"
เฉินหย่งกุ้ยเบ้ปาก "ก็แกเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าจะปล่อยเจียงหว่านชิงไปตามทางของเธอน่ะ? ฉันจัดการเรื่องหย่าให้พวกแกเรียบร้อยแล้ว... ต่อไปนี้เธอกับแกไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก"
"แล้วถ้าเกิด... เธอกลับมาล่ะ?" เฉินจิ่งอันถามอย่างจนใจ
"ฝันไปเถอะ"
เฉินต้าหลงหัวเราะเยาะ "แกมีอะไรดีล่ะ? เสื้อผ้าดีๆ สักตัวยังไม่มีเลย... ยังจะหวังให้เธอกลับมาอีก เธอจะมาชอบอะไรในตัวแก? ชอบที่จะต้องมาทนหิวทนหนาวกับแกงั้นรึไง?"
"ฮ่าๆๆ"
ชาวบ้านทุกคนก็มองเฉินจิ่งอันด้วยสายตาเย้ยหยันเช่นกัน
"นี่... ทำไมแกถึงได้ปากมากขนาดนี้นะฮะ?"
เฉินจิ่งอันด่าอย่างหงุดหงิด "แกมีปัญหาอะไรป่ะเนี่ย? เจ้าหน้าที่หมู่บ้านเขากำลังคุยธุระกันอยู่ แกเสือกชอบสอดปากขึ้นมาจัง? หรือแกอยากจะมาเป็นเจ้าหน้าที่หมู่บ้านแทนล่ะ"
"เจ้า... เจ้าหน้าที่อะไร?"
ทุกคนเหมือนถูกบีบคอให้เงียบเสียงลงทันที
แม่มเอ๊ย เหมือนจะจริงอย่างที่มันพูดแฮะ
ทั้งเสมียนหมู่บ้าน ทั้งนักบัญชี ต่างก็เป็นตำแหน่งเจ้าหน้าที่หมู่บ้านทั้งนั้นนี่นา
"เจ้าหกพูดถูกแล้ว"
เฉินหย่งชิงพูดเสียงขรึม "นี่เป็นเรื่องความเป็นความตาย... ในเมื่อพวกนายไม่อยากพาคนกลับไป ก็หุบปากไปซะ"
"คำถามสุดท้าย..."
เฉินจิ่งอันถามอย่างจริงจัง "ถ้าเกิดเมียฉันกลับมา แล้วเธอไม่ยอมรับเรื่องใบหย่า ฉันจะจัดการยังไง?"
...
ทุกคนมองหน้าเขา แล้วก็เงียบไป
ผ่านไปพักใหญ่
เฉินหย่งกุ้ยก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ
"เธอมันหนีไปเองโดยไม่บอกไม่กล่าว แถมหายหัวไปตั้งสองสามปีไม่มีข่าวคราวเลย... ถ้าเธอกลับมา ทางหมู่บ้านก็จะเป็นพยานให้แกเองว่าเธอเป็นฝ่ายหนีไปก่อน"
"ขอเนื้อๆ เน้นๆ สิ" เฉินจิ่งอันขมวดคิ้ว
"ความจริงแล้วพวกเราต้องปฏิบัติตามนโยบายเบื้องบน คือไม่สนับสนุนระบบสะใภ้เลี้ยง... แต่ในเมื่อเธอหนีไปแล้ว แล้วสะใภ้เลี้ยงของแกดันโผล่มา เราก็ปล่อยให้คนอดตายไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ?"
เฉินหย่งชิงพูดเสียงเรียบ "ถ้าเจียงหว่านชิงยอมใช้ชีวิตคู่กับแกต่อไป พวกแกก็อยู่ด้วยกันไป แต่ถ้าไม่ยอม ก็ต่างคนต่างไป แฮปปี้กันทุกฝ่าย"
"เดี๋ยวนะ แล้วทางอำเภอเขาจะยอมเหรอ?" เฉินจิ่งอันถามอย่างหวาดหวั่น
"ไม่ยอมหรอก"
เฉินหย่งกุ้ยเบ้ปาก "แต่ครอบครัวสะใภ้เลี้ยงของแกตายห่ากันไปหมดแล้ว... แถมแกกับเธอก็ถือว่าได้อยู่กินเป็นผัวเมียกันแล้ว แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ?"
"นี่..."
เฉินจิ่งอันถึงกับจมอยู่ในภวังค์ความคิด
"เอาล่ะ เจ้าหก"
เฉินหย่งชิงพูดอย่างอ่อนใจ "แกคิดมากไปแล้ว... ผู้หญิงคนนั้นจะรอดพ้นคืนนี้ไปได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย แกยังจะมามัวกังวลเรื่องพวกนี้อยู่อีก"
"นั่นสิ"
เฉินหย่งกุ้ยก็เห็นด้วย "อีกอย่าง... พวกที่กลับเข้าเมืองไปแล้ว ฉันยังไม่เคยเห็นใครกลับมาเลยสักคน แกยังจะไปกลัวเจียงหว่านชิงกลับมาอีกเหรอ? ถ้าแกไม่ออกไปตามหาเธอ ก็ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องปวดหัวหรอก"
"ก็จริงนะ"
เฉินจิ่งอันส่ายหน้า "โอเค งั้นฉันเข้าไปดูเธอหน่อยแล้วกันว่ายังจะรอดไหม..."
"ได้"
เฉินหย่งกุ้ยพยักหน้ารับ "ตอนนี้มันมืดแล้ว... อีกสองวัน เดี๋ยวฉันจะให้เฉินซงไป๋มาดูละกัน ถ้าเธอยังไม่ตาย แล้วก็ไม่มีผัว ฉันจะจัดการเรื่องทะเบียนบ้านให้พวกแก แต่ถ้าเธอตายแล้ว แกก็ขุดหลุมฝังเธอซะละกัน"
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินกลับหมู่บ้านไป
คนอื่นๆ ปรายตามองเฉินจิ่งอันอย่างเยาะเย้ย แล้วก็เดินตามลงเขาไป ในสายตาของพวกเขา เฉินจิ่งอันก็แค่ไอ้บ้าที่อยากมีเมียจนตัวสั่นเท่านั้นแหละ
...
เฉินจิ่งอันสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินเข้าไปในถ้ำ
แต่พอเขาเห็นผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่หน้ากองไฟ เขาก็อดไม่ได้ที่จะสะดุ้งตกใจ
"อ้าว เธอไม่... ไม่เป็นไรเหรอ?"
"เป็นสิ ฉันคิดว่าฉันคงใกล้จะตายแล้วล่ะ... แค่กๆๆ"
เสียงของผู้หญิงคนนั้นแหบพร่า
"แค่เป็นไข้เฉยๆ ไม่ถึงขั้นจะตายหรอกมั้ง"
เฉินจิ่งอันส่ายหน้า แล้วเดินเข้าไปหา
ผู้หญิงคนนั้นหันหน้ามามองเขา
"ซี๊ดดด"
เฉินจิ่งอันถึงกับสูดปากด้วยความตกตะลึง
ไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนนั้นขี้เหร่หรอกนะ แต่เป็นเพราะเธอสวยเกินไปต่างหาก
แสงจากกองไฟสาดส่องกระทบใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นผิวพรรณที่ขาวผ่อง ผมสลวยถูกปล่อยสยายไปด้านหลัง ดวงตากลมโตบวมแดงเล็กน้อย ใบหน้าเล็กนิดเดียว กะด้วยสายตาแล้วคงใหญ่กว่าฝ่ามือของเขาแค่นิดเดียวเท่านั้น
"นายมองอะไร?"
"ก็มองเธอไง"
เฉินจิ่งอันยิ้มขื่นๆ "เธอชื่ออะไรล่ะ..."
"หยานซี"
"หยานซี... เขียนยังไงล่ะ?"
"หยานที่แปลว่าสีสัน ซีที่แปลว่าแสงอรุณ"
ผู้หญิงคนนั้นจ้องมองเฉินจิ่งอันด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
...