- หน้าแรก
- โต้วหลัว เมื่อไดอารี่ของผมทำปี๋ปี่ตงสติแตก
- บทที่ 2 ระบบ แกนี่ดีจริงๆ
บทที่ 2 ระบบ แกนี่ดีจริงๆ
บทที่ 2 ระบบ แกนี่ดีจริงๆ
อาอิ๋นไม่สนใจเศษซากที่เลอะเทอะบนพื้น นางเพียงอยากจะจับถังเฮ่ามัดไว้แล้วตบหน้าเขาสักหลายสิบฉาด พร้อมกับคาดคั้นว่า "ลูกผู้ชายอย่างเจ้า คู่ควรที่จะเป็นสามีงั้นหรือ? คู่ควรที่จะเป็นพ่อคนหรือไม่?"
นางถึงกับมีความรู้สึกอยากจะฆ่าถังเฮ่าให้ตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด บุรุษที่ไม่แยแสแม้กระทั่งบุตรชายในไส้ของตนเอง ไม่สมควรเกิดมาเป็นคนด้วยซ้ำ
ทว่า ไม่นานนางก็สงบสติอารมณ์ลงได้ ด้วยความแข็งแกร่งของนางในยามนี้ ไม่มีทางเลยที่จะเอาชนะถังเฮ่า ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วหล้าตั้งแต่ก่อนอายุสามสิบปีได้
ที่สำคัญที่สุด นางยังไม่เคยพบเจอกับถังเฮ่าเลยด้วยซ้ำ และเรื่องราวในบันทึกก็ยังไม่เกิดขึ้น
เช่นนั้นนางก็สามารถเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการพบเจอ ทำความรู้จัก และตกหลุมรักถังเฮ่าได้อย่างสิ้นเชิง ในเมื่อเด็กคนนั้นเกิดมาแล้วต้องทนทุกข์ทรมานอย่างหนักตั้งแต่ยังเล็ก และถังเฮ่าก็แทบไม่ได้ทำหน้าที่พ่อเลย เช่นนั้นก็อย่าให้เด็กคนนั้นได้เกิดมาบนโลกใบนี้เลยจะดีกว่า
ในห้วงเวลาเดียวกันกับที่อาอิ๋นตัดสินใจเด็ดขาด บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ทางเข้าหมู่บ้าน ปรากฏร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งดูมีความสูงราวหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร รูปร่างกำยำล่ำสันและมีใบหน้าหล่อเหลา เขากำลังพึมพำกับตัวเอง
"ระบบ อัปโหลดบันทึกสำเร็จหรือยัง? แล้วรางวัลของข้าล่ะ?"
หน้าจอโฮโลแกรมปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขา บนนั้นเต็มไปด้วยตัวอักษรเรียงรายอัดแน่น
อัปโหลดบันทึกสำเร็จ ประเมินผลในระดับ A โปรดเลือกแนวทางของรางวัลสำหรับโฮสต์: A. ยกระดับคุณภาพวิญญาณยุทธ์ B. เพิ่มอายุวงแหวนวิญญาณทั้งหมด 1,000 ปี C. เสริมความแข็งแกร่งของร่างกายในส่วนที่ระบุ D. สุ่มรับอาวุธวิญญาณ หรืออาวุธลับ ที่เคยปรากฏในโลกโต้วหลัวไม่ว่าจะเป็นอดีตหรืออนาคต
เมื่อมองดูตัวเลือกที่สามบนหน้าจอ ชายหนุ่มก็เผยรอยยิ้มแสยะมุมปากราวกับราชันย์มังกร และเอ่ยถามหยั่งเชิง
"ระบบ... ตัวเลือกที่สามที่บอกว่าเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายในส่วนที่ระบุ ข้าเลือก...ได้หรือเปล่า?"
เขาอึกอัก แม้จะไม่ได้พูดออกไปตรงๆ ว่าต้องการเสริมความแข็งแกร่งในส่วนใด แต่สีหน้าของเขาก็บ่งบอกอย่างชัดเจนแล้ว
ในยามนั้นเอง เครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงสามตัวก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ พร้อมกับข้อความสีแดง
คำเตือน คำเตือน ตรวจพบความคิดที่ไม่เหมาะสมในตัวโฮสต์ หากท่านไม่รู้จักควบคุมตนเอง รางวัลนี้จะถูกริบคืน...
"ชิ... ถ้าเล่นตัวนักก็อย่าให้รางวัลนี้แต่แรกสิ! จ้าวหลิงอย่างข้าจำเป็นต้องยกระดับคุณภาพวิญญาณยุทธ์ด้วยงั้นรึ? จะต้องเพิ่มอายุวงแหวนวิญญาณไปทำไม? แล้วอาวุธวิญญาณพวกนั้นข้าจะเอาไปทำอะไรได้?
หากข้าเพิ่งทะลุมิติมายังทวีปโต้วหลัวและปลุกระบบขึ้นมาใหม่ๆ ข้าก็คงจะดีใจกับรางวัลพวกนี้อยู่หรอก แต่ข้าทะลุมิติมาตั้งสิบกว่าปีแล้ว ตอนนี้ข้าเป็นถึงราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับ 92 ตราบใดที่ข้าไม่รนหาที่ตาย โลกกว้างใหญ่ใบนี้มีที่ใดบ้างที่ข้าไปไม่ได้?"
จ้าวหลิงเบ้ปาก ทำสีหน้าไม่แยแสต่อคำเตือนของระบบ แน่นอนว่าสิ่งที่เขาพูดออกมานั้นตรงข้ามกับใจอย่างเห็นได้ชัด
อันที่จริงเขาก็อยากให้วิญญาณยุทธ์ของตนได้รับการยกระดับคุณภาพ หรือไม่ก็เพิ่มอายุวงแหวนวิญญาณทั้งหมด และจะดียิ่งกว่าถ้าได้อาวุธวิญญาณที่สามารถทำลายล้างสวรรค์และปฐพีได้
ทว่า เมื่อนำมาเทียบกันแล้ว จ้าวหลิงยังคงอยากให้เสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายเฉพาะส่วนมากกว่า แม้ว่าเขาจะอยู่ในโลกโต้วหลัวมานานกว่าสิบปี และสมรรถภาพทางกายของเขาจะพัฒนาขึ้นอย่างมากตามความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
แต่เขาก็ยังรู้สึกว่ามันไม่พออยู่ดี ท้ายที่สุดแล้ว โลกโต้วหลัวนี้มีสตรีงดงามมากมายก่ายกอง เขารู้สึกว่าสมรรถภาพทางกายของเขานั้นจะแข็งแกร่งมากเกินไปก็ไม่เห็นเป็นไร ลูกผู้ชายก็คือเด็กหนุ่มจวบจนวันตาย มีบุรุษใดบ้างที่จะไม่ชอบให้ร่างกายของตนเองแข็งแรงเตะปี๊บดัง?
ระบบค้างไปถึงสองนาทีเต็ม ก่อนจะแสดงข้อความบรรทัดหนึ่งขึ้นบนหน้าจอโฮโลแกรม
ระบบนี้คือระบบบันทึกที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม โปรดรักษากิริยามารยาทด้วยโฮสต์ และเนื่องจากโฮสต์มีความคิดที่ไม่เหมาะสม ระบบจึงขอสุ่มแจกจ่ายรางวัลสำหรับอนาคต...
การแจกจ่ายรางวัลสำเร็จ ขอแสดงความยินดีด้วยโฮสต์ ท่านได้รับอายุวงแหวนวิญญาณทั้งหมดเพิ่มขึ้น 500 ปี และการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละสิบ โปรดพยายามต่อไป
ขณะที่รางวัลถูกแจกจ่าย จ้าวหลิงก็สัมผัสได้ถึงพัฒนาการทางร่างกายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
แม้ว่ามันจะเพิ่มขึ้นเพียงน้อยนิด แค่ร้อยละสิบเท่านั้น แต่มันก็เป็นการยกระดับร่างกายแบบองค์รวม ซึ่งแน่นอนว่าย่อมครอบคลุมถึงส่วนที่เขาอยากจะให้มันพัฒนาขึ้นด้วย
เพียงเท่านี้เขาก็พึงพอใจมากแล้ว สิ่งที่เขาไม่ได้คาดคิดก็คือ ระบบกลับมอบรางวัลเพิ่มเติมด้วยการเพิ่มอายุวงแหวนวิญญาณทั้งหมดอีก 500 ปี
จ้าวหลิงเปลี่ยนสีหน้าเป็นตลกขบขันทันที เขายิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัยให้กับแผงควบคุมระบบ "ระบบ แกนี่ก็ใจดีเหมือนกันนะ..."
ระบบไม่สนใจเขาอีกต่อไป เห็นได้ชัดว่ามันจนปัญญาจะพูดกับโฮสต์ที่มีความคิดอกุศลเช่นนี้
เมื่อเห็นว่าระบบเมินเฉยใส่ จ้าวหลิงก็เลิกหาเรื่อง และเรียกแผงสถานะของตนเองขึ้นมาในใจ
ชื่อ: จ้าวหลิง
อายุ: 31 ปี
รูปลักษณ์: 86 (สูงสุด 100)
เสน่ห์: ??? (ยังไม่มีฉายา)
ระดับพลัง: ราชทินนามพรหมยุทธ์ ระดับ 92 (สายโจมตี)
วิญญาณยุทธ์: หอคอยสยบมารปรโลก
การจัดเรียงวงแหวนวิญญาณ: ม่วง, ม่วง, ม่วง, ดำ, ดำ, ดำ, แดง, แดง, แดง
กระดูกวิญญาณ: กระดูกแขนซ้ายวานรปีศาจแขนเหล็ก, กระดูกขาขวาจักรพรรดิมดเชียนจวิน, กระดูกส่วนลำตัวแรดเกราะหนา, กระดูกขาขวาวานรยักษ์, กระดูกขาซ้ายจักรพรรดิมดเชียนจวิน (ชั่วคราวยังขาดกระดูกวิญญาณส่วนหัวและกระดูกวิญญาณภายนอก)
ทักษะวิญญาณ: หอคอยเหล็กกำแพงทองแดง, การป้องกันแข็งแกร่ง, พลังสยบกองทัพนับพัน, การดิ้นรนของสัตว์ร้ายที่ติดกับ, เจดีย์สะกดขุนเขาแม่น้ำ, สิงเทียนปราบมาร, กายแท้หอคอยสยบมาร, กายแท้หอคอยพิทักษ์, ปรโลกสยบเทพมาร...
ด้วยรางวัลจากระบบที่เพิ่มอายุวงแหวนวิญญาณทั้งหมดขึ้นอีก 500 ปี วงแหวนวิญญาณเพียงวงเดียวที่เขาดูดซับมาจากวานรปีศาจแขนเหล็กอายุ 500 ปี ซึ่งเดิมทีอายุยังไม่ถึงพันปี บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงแล้ว
เมื่อมองดูการจัดเรียงวงแหวนวิญญาณที่เป็นสีม่วงสามวง สีดำสามวง และสีแดงสามวง เขาก็รู้สึกฮึกเหิมอย่างยิ่ง และอดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงเรื่องราวต่างๆ นับตั้งแต่ทะลุมิติมายังโลกโต้วหลัว
เมื่อสิบกว่าปีก่อน เขาบังเอิญทะลุมิติมายังโลกโต้วหลัวและปลุกวิญญาณยุทธ์ประเภทหอคอยรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยปรากฏบนทวีปโต้วหลัวมาก่อน—หอคอยสยบมารปรโลก
แตกต่างจากหอคอยแก้วเจ็ดสมบัติ หอคอยสยบมารปรโลกของจ้าวหลิงไม่ใช่วิญญาณยุทธ์ประเภทเครื่องมือ และไม่มีข้อจำกัดว่าสามารถบำเพ็ญเพียรได้สูงสุดแค่ระดับ 79
เมื่อปลดปล่อยหอคอยสยบมารปรโลกออกมา ตัวหอคอยจะสามารถเปลี่ยนขนาดได้อย่างอิสระ ยามที่หอคอยทิ้งตัวลงมากดทับ แทบไม่มีคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันคนใดสามารถต้านทานได้เลย
และที่น่ารังเกียจยิ่งกว่านั้นก็คือ ตัวหอคอยสยบมารปรโลกเองยังมีพลังป้องกันที่น่าสะพรึงกลัวอย่างเหลือเชื่อ
จ้าวหลิงเคยทดลองใช้หอคอยสยบมารปรโลกมาปกป้องตนเองและปล่อยให้คนอื่นรุมโจมตีเขา แทบจะไม่มีใครในระดับเดียวกันสามารถทำลายการป้องกันของหอคอยสยบมารปรโลกได้เลย
การปลุกหอคอยสยบมารปรโลกไม่ได้ทำให้เขาเย่อหยิ่งจองหอง ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยความที่รู้ซึ้งถึงอันตรายในทวีปโต้วหลัว เขาจึงเข้าใจวิถีแห่งความระมัดระวังเป็นอย่างดี เขาไม่ไปที่ไหนเลย เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในภูเขาลึกและป่าทึบ เพื่อพัฒนาความแข็งแกร่งอย่างเอาเป็นเอาตาย
วิธีการฝึกฝนแบบหน่วยรบพิเศษในชาติก่อนถูกนำมาใช้กับตัวเขาเองทั้งหมด แถมยังโหดหินกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ การฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเช่นนี้ วันแล้ววันเล่าตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ระดับพลังของเขาก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดด
เมื่อใดก็ตามที่เขาต้องการวงแหวนวิญญาณเพื่อเลื่อนระดับ เขาจะเดินทางลึกเข้าไปในป่าพระอาทิตย์ตกดิน หรือไม่ก็ไปที่ป่าใหญ่ซิงโต่วเพื่อล่าวงแหวนวิญญาณ
อาจกล่าวได้ว่าวงแหวนวิญญาณทุกวงของเขานั้นเข้ากันได้ดีกับหอคอยสยบมารปรโลกอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นวงแหวนวิญญาณระดับต่ำสุดอย่างวานรปีศาจแขนเหล็กอายุห้าร้อยปี หรือวงแหวนวิญญาณระดับสูงสุดอย่างจักรพรรดิมดเชียนจวินอายุแสนปีก็ตาม
จะพูดให้ถูกก็คือ วงแหวนวิญญาณแสนปีสามวงสุดท้ายของเขานั้น ล้วนกลายพันธุ์มาจากการดูดซับวงแหวนวิญญาณอายุเก้าหมื่นปีของสามพี่น้องจักรพรรดิมดเชียนจวินนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม เขาต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่าเขาไม่ใช่คนไร้ยางอายประเภทที่ชอบแย่งชิงโอกาสของผู้อื่นอย่างแน่นอน เรื่องนี้เขากล้าสาบานต่อสวรรค์ได้เลย...
เปรี้ยง!
เมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้องดังสนั่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาก็หดคอวูบและรีบถอยห่างออกมาจากใต้ต้นไม้ใหญ่ทันที... ช่างมันเถอะ ไม่สาบานแล้ว ไร้ยางอายก็ไร้ยางอายสิวะ...