เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 155 ไปเลย น้องระบบ

บทที่ 155 ไปเลย น้องระบบ

บทที่ 155 ไปเลย น้องระบบ


บทที่ 155 ไปเลย น้องระบบ

องค์หญิงสี่เบิกตากว้าง “เจ้าเอาเกราะไม้ปลามาจากไหน?”

เย่ฉยงตอบ “พระพุทธเจ้าประทานให้”

เซี่ยไหวโจวได้แต่คิดในใจ: หากเขาจำไม่ผิด...จวิ้นจู่ไปแย่งมาจากเจ้าอาวาสชัดๆ

องค์หญิงสี่ทำหน้าไม่เชื่อ “ทำไมพระพุทธเจ้าไม่ประทานให้ข้าบ้าง?”

เห็นได้ชัดว่าเมื่อครู่นี้ตอนอยู่ต่อหน้าพระพุทธเจ้า ตนเองมีความศรัทธามากกว่าเย่ฉยงเสียอีก นางยังทูลพระพุทธเจ้าด้วยว่า ต่อไปจะคอยดูแลปรนนิบัติท่านยามชรา

ขณะที่เย่ฉยงกำลังจะหลอกล่อองค์หญิงสี่ต่อไป ในหัวพลันมีเสียงของระบบที่กำลังสบถด่าดังขึ้นมา

[โฮสต์! มีคนสวมหมวกปีกกว้างบินออกมาจากตระกูลเซี่ย!]

[โฮสต์! มันบินได้ด้วย!]

[เกินไปแล้ว! รังแกกันนี่นาที่น้องระบบบินไม่ได้!]

[รอให้น้องระบบบินได้ก่อนเถอะ น้องระบบจะอัดเจ้าซะน่วมเลย!]

[โฮ...โฮสต์ มัน...มันอุ้มดอกไม้ของท่านบินหนีไปแล้ว!]

[เอ๊ะ! โฮสต์ น้องระบบสัมผัสได้ถึงตำแหน่งดอกไม้ในมิติของท่านแล้ว!]

[น้องระบบเห็นพ่อของท่านแล้ว น้องระบบจะพาพ่อของท่านไปจับคนด้วยกัน]

[โฮสต์ พ่อของท่านโง่เกินไป ฟังภาษาลาไม่รู้เรื่อง น้องระบบจะทุบให้เขาสลบแล้วลากไปได้ไหม?]

[...]

เย่ฉยงสกัดข้อมูลสำคัญออกมาจากกองคำพูดไร้สาระของระบบ: คนสวมหมวกปีกกว้างคนหนึ่ง บินออกมาจากจวนตระกูลเซี่ยพร้อมกับอุ้มดอกไม้ของตนเองหนีไป

เช่นนั้นแล้ว...พระภิกษุที่ชื่อฮุ่ยเจวี๋ยคิดจะขโมยดอกไม้ของนางจริง ๆ รึ?

หรือเป็นเพราะท่านย่าของเซี่ยไหวโจวไม่มีดอกไม้ยืดอายุขัยแล้ว ระบบจึงได้แจ้งเตือนตนเอง?

เย่ฉยงที่คิดไม่ออกตัดสินใจจะไปดูด้วยตนเอง

นางยกมือขึ้นเปิดม่านรถม้า กล่าวกับทุกคนสั้นๆ ว่า "ข้าไปก่อนนะ"

สิ้นเสียง ปลายเท้าขยับเพียงครั้งเดียวก็หายวับไปต่อหน้าทุกคน

ทุกคนที่อยู่ข้างหลังต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง แข็งทื่ออยู่กับที่ครู่ใหญ่กว่าจะดึงสติกลับมาได้ ในแววตาเต็มไปด้วยความทึ่งที่มิอาจปิดบัง

ความเร็วของเย่ฉยงนั้นน่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง เป็นระดับที่ทำให้ผู้คนต้องตกตะลึงทุกครั้งที่ได้เห็น

เผยเหยี่ยนเห็นจวิ้นจู่พุ่งทะยานจากไป หลังจากตกตะลึงกับความเร็วของวิชาตัวเบาของจวิ้นจู่แล้ว ก็รีบสะบัดแส้ม้า ควบทะยานไปยังทิศทางของเมืองหลวงทันที

เซี่ยไหวโจวเห็นคนของจินอีเว่ยตามไปแล้ว ก็ตั้งสติได้ทันที สั่งให้คนขับรถของตนเองเร่งความเร็วตามไปให้ทัน

องค์หญิงสี่มองรถม้าที่ว่างเปล่า หลังจากตกตะลึงก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว

"เย่ฉยง เจ้าไม่เคยรอข้าเลย!"

จี๋เสียงเห็นทุกคนตกตะลึงกับความเร็วของจวิ้นจู่ของตน ก็เชิดหน้าขึ้นอย่างเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อได้ยินคำพูดขององค์หญิงสี่ นางก็รีบขยับเข้าไปใกล้ชุนเถา เอ่ยปากอย่างภาคภูมิใจ

"องค์หญิงสี่เร็วมิอาจเทียบจวิ้นจู่ของบ่าว แล้วจวิ้นจู่ของบ่าวจะรอได้อย่างไรเจ้าคะ!"

ชุนเถาถลึงตาใส่นาง "วิชาตัวเบาขององค์หญิงของข้าจะต้องเหนือกว่าจวิ้นจู่ในสักวันหนึ่ง!"

จี๋เสียงแค่นเสียงฮึฮะสองครั้ง ใช้ท่าทีแสดงความไม่เชื่อและเยาะเย้ยของตนเอง

ชุนเถาที่ตกเป็นรองรีบหันไปมองนายหญิงของตน แล้วเริ่มกระตุ้นให้นางพัฒนาตนเอง

"องค์หญิงเพคะ พวกเรากลับไปฝึกฝนให้ดี ต่อไปวิชาตัวเบาจะต้องเหนือกว่าจวิ้นจู่ได้อย่างแน่นอนเพคะ"

องค์หญิงสี่ได้ยินดังนั้น ก็กำหมัดแน่น ทั่วร่างราวกับถูกฉีดเลือดไก่

"กลับไปข้าจะต้องมุมานะฝึกฝนวิชาตัวเบาให้จงได้ จะต้องตามเย่ฉยงให้ทัน!"

คุณชายแห่งอิงกั๋วกงที่เร่งม้าอย่างสุดชีวิต ในที่สุดก็กำลังจะตามกลุ่มของจวิ้นจู่ทัน แต่แล้วคนกลุ่มนั้นกลับเร่งความเร็วขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ทิ้งเขาไว้ข้างหลังไกลลิบ

คุณชายแห่งอิงกั๋วกงแทบจะโมโหจนตาย ไม่มีใครสนใจผู้ต้องสงสัยอย่างเขาเลยหรือ? เมื่อกี้ยังกังวลว่าเขาจะหลบหนีความผิดอยู่ไม่ใช่รึ?

ขณะเดียวกัน พลังพิเศษด้านความเร็วของเย่ฉยงก็ถูกปลดปล่อยออกมา นางเหินทะยานไปยังทิศทางที่ระบบแจ้งอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วครู่ก็มาถึงที่ที่ระบบอยู่

นางเห็นราตี้กับบิดาของนางกำลังย่อตัวซ่อนอยู่ในพงหญ้าที่สูงครึ่งตัวคน ศีรษะแทบจะชิดกัน ไม่รู้ว่ากำลังจ้องมองสิ่งใดอยู่

เย่ฉยงเดินเข้าไปอย่างเบามือ แล้วย่อตัวลงตาม ข้อศอกกระทุ้งบิดาของตนเองเบาๆ แล้วถามเสียงเบา

"ท่านสองคนย่อตัวดูอะไรกันอยู่รึ?"

คนหนึ่งกับลาหนึ่งตัวกำลังจ้องมองอย่างตั้งใจ โดยเฉพาะตวนอ๋องที่ในยามนี้จิตใจทั้งหมดจดจ่ออยู่กับโรงเตี๊ยมที่อยู่ไกลออกไป จู่ๆ ข้อศอกก็ถูกกระทุ้งเข้าให้ ตกใจจนตัวสั่นสะท้าน มือไม้พันกันจนทรงตัวไม่อยู่ นั่งก้นจ้ำเบ้าลงไปกับพื้นเสียงดัง 'ตุ้บ'

ตวนอ๋องที่นึกว่าเจอภูตผีกลางดึก รีบกอดเจ้าราตี้ไว้แน่นอย่างหวาดผวา จากนั้นก็มองไปยังลูกสาวข้างๆ อย่างระมัดระวัง หัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายถึงได้กลับเข้าที่

จากนั้นก็จ้องเย่ฉยงอย่างโมโห "เจ้าเด็กคนนี้เดินไม่มีเสียงเลยรึ? เหมือนผีไม่มีผิด เกือบจะทำพ่อเจ้าตกใจตายแล้ว!"

เย่ฉยงลูบจมูกอย่างเก้อเขิน นางลืมไปเสียสนิทว่าบิดาของนางนั้นใจเสาะ

"ท่านสองคนดูอะไรกันอยู่รึ?"

ตวนอ๋องบุ้ยปากไปทางโรงเตี๊ยมเบื้องหน้า เป็นเชิงให้นางดู

"เจ้าราตี้บ้านเจ้านี่แหละที่ดึงดันจะแบกข้ามาที่นี่ ข้าไม่มาก็ไล่ด่าข้า!"

เมื่อนึกถึงความคับแค้นใจที่ได้รับมาตลอดทาง คำฟ้องของตวนอ๋องก็หลั่งไหลออกมาเป็นกระบุง

"ลูกพ่อ พ่อบอกเจ้าตั้งนานแล้วว่าลาบ้านเจ้านี่มันไม่ปกติ มีลาบ้านไหนที่นิสัยเสียได้เท่าลาของเจ้าอีก"

"ดึงดันจะแบกข้ามาที่มืดตึ๊ดตื๋อแบบนี้ ยังจะให้ข้าจ้องไปข้างหน้าอีก ข้าคือท่านอ๋องนะ ตอนนี้กลับถูกลาตัวหนึ่งรังแก"

"ลูกพ่อ เจ้ารีบขายราตี้ไปเถอะ ต่อไปในจวนตวนอ๋อง มีข้าต้องไม่มีมัน!"

เย่ฉยงสูดจมูก ได้กลิ่นเหล้าโชยมา ก็ขมวดคิ้วทันที

"ท่านพ่อ ท่านรับปากข้าแล้วไม่ใช่หรือว่าจะไม่ดื่มเหล้า?"

ตวนอ๋องแกล้งตาย "ข้าไม่ได้ดื่มเหล้า เจ้าราตี้ของเจ้าต่างหากที่ดื่ม!"

ระบบ: ถ้าไม่เห็นว่าเป็นพ่อแท้ๆ ของโฮสต์นะ ตนจะต้องเข้าไปซัดกับเขาสักตั้ง!

ระบบที่โกรธจนทนไม่ไหวก็โพล่งขึ้นมาฟ้องอย่างยุยงส่งเสริมทันที

[โฮสต์! เป็นพ่อของท่านที่เมาเหล้า ดึงดันจะลากน้องระบบกลับบ้าน!]

[น้องระบบมีธุระสำคัญต้องไปทำ จะมาทำตัวไม่เอาการเอางานเหมือนพ่อของท่านได้อย่างไร]

[พ่อของท่านดึงดันจะตามมาให้ได้ น้องระบบไม่มีทางเลือก เลยต้องแบกเขามา]

[ถ้าไม่ใช่เพราะต้องคอยเฝ้าพ่อของท่าน น้องระบบก็จับโจรได้ไปนานแล้ว!]

[โฮสต์! พ่อของท่านน่ารำคาญเกินไป ท่านตัดความสัมพันธ์กับเขาเถอะ น้องระบบเป็นพ่อให้ท่านได้!]

เย่ฉยง: "ไปไกลๆ เลย!"

นางมองไปทางโรงเตี๊ยม จากนั้นก็ถาม 'คนสวมหมวกปีกกว้างคนนั้นอยู่ในโรงเตี๊ยมรึ?'

ระบบตอบอย่างฉุนเฉียว: [อืม คนผู้นั้นแต่งกายมืดทะมึน ดูแล้วไม่น่าใช่คนดีแน่]

[ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อของท่านอยู่ น้องระบบก็จะขึ้นไปซัดมันแล้ว]

เย่ฉยงเห็นมันอวดดีถึงเพียงนี้ จึงตัดสินใจสนองความต้องการของมันเสียหน่อย

"เจ้าไปสิ ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นี่"

ระบบ: [ให้...ให้น้องระบบไปคนเดียวรึ?]

เย่ฉยง: "แล้วจะให้ทำอย่างไรเล่า? ถ้าคนผู้นั้นเป็นยอดฝีมือวรยุทธ์ หรือในมือมียาพิษ ข้าไปก็ไม่ต่างกับรนหาที่ตายหรอกรึ? เกิดพลาดพลั้งม่องเท่งขึ้นมาจะทำอย่างไร"

ระบบ: [เช่นนั้นถ้าน้องระบบไปก็เท่ากับรนหาที่ตายเหมือนกันสิ]

[อีกอย่าง โฮสต์ยังมีอายุขัยเหลืออีกตั้งหลายเดือนไม่ใช่หรือ? ไม่ตายหรอก]

เย่ฉยงให้กำลังใจ: "เจ้าเป็นระบบ สามารถปิดกั้นประสาทสัมผัสทั้งห้าได้ ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ยาพิษกับเจ้า เจ้าก็ไม่เป็นอะไร"

"เจ้าชอบตีกันไม่ใช่รึ คราวนี้จะให้เจ้าตีให้ตายไปข้างหนึ่งเลย"

พอถึงเวลาที่สามารถสู้ได้อย่างเปิดเผยจริงๆ ระบบกลับลังเลขึ้นมา

[ถะ...ถ้าเกิดว่าน้องระบบสู้ไม่ชนะจะทำอย่างไร?]

เย่ฉยง: "เจ้าคือระบบผู้ยิ่งใหญ่ จะพ่ายแพ้ให้แก่มนุษย์ธรรมดาได้อย่างไร ไปเถอะน้องระบบ ถึงเวลาพิสูจน์ตัวเองของเจ้าแล้ว"

"อีกอย่าง เจ้าบอกเองนี่ว่าดูดซับพลังงานของหินก้อนนั้นไปแล้ว ตอนนี้พลังของเจ้าก็แข็งแกร่งขึ้นมิใช่รึ? ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ดูว่า ตอนนี้เจ้าเก่งกาจขึ้นแค่ไหนกันเชียว"

"วางใจไปเถอะ เดี๋ยวข้าจะคอยช่วยเหลือเจ้าอยู่ไกลๆ เจ้าแค่ยั่วยุฝ่ายตรงข้ามไปก็พอ"

จบบทที่ บทที่ 155 ไปเลย น้องระบบ

คัดลอกลิงก์แล้ว