- หน้าแรก
- ท่านพ่อ เปิดประตู องค์หญิงผู้นี้ไปก่อเรื่องกลับมาแล้ว
- บทที่ 154 พบจินอีเว่ย
บทที่ 154 พบจินอีเว่ย
บทที่ 154 พบจินอีเว่ย
บทที่ 154 พบจินอีเว่ย
คนพวกนี้ให้เกียรติผู้ต้องสงสัยหน่อยไม่ได้รึไง!
เด็กรับใช้ได้ยินดังนั้น รีบเข้าไปดึงคุณชายของตนที่กำลังจะตามไป
"คุณชายขอรับ พวกเขาลืมพวกเราไปแล้วไม่ใช่เรื่องดีหรือขอรับ? นั่นหมายความว่าคุณชายพ้นข้อสงสัยแล้ว พวกเขารีบไปจับฆาตกร จะมีเวลามาสนใจท่านได้อย่างไร"
"คุณชายขอรับ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ หากท่านเจ้าคุณล่วงรู้ว่าท่านมาพัวพันกับคดีฆาตกรรมเพียงเพราะมาจับจิ้งหรีด มีหวังท่านต้องถูกลงโทษเป็นแน่ขอรับ"
คุณชายอิงกั๋วกงถลึงตาใส่เด็กรับใช้ "หรงซุ่น เจ้ารีบไปเอารถม้าของข้ามา ข้าจะไปจับฆาตกรด้วยตัวเอง!"
"เบาะแสนี้เป็นข้าที่ให้มา ถ้าไม่ใช่เพราะข้า พวกเขาจะจับฆาตกรได้อย่างไร"
เด็กรับใช้: "....."
คุณชายยังไม่เข็ดหลาบอีกหรือขอรับ? เหตุใดจึงยังคิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกเล่า
สุดท้ายเด็กรับใช้ที่ทนแรงกดดันจากคุณชายของตนไม่ไหว ก็ทำได้เพียงตามคุณชายไปในทิศทางเดียวกับกลุ่มของจวิ้นจู่
คุณชายอยากจะหาเรื่องตาย ในฐานะคนรับใช้ เขาก็ห้ามไม่ได้
ขณะเดียวกัน กลุ่มของเย่ฉยงกำลังเร่งรถม้ากลับเมืองหลวง ก็เผชิญหน้ากับเผยต้าเหรินแห่งจินอีเว่ยที่กำลังจะไปวัดต้าฝอพอดี
เย่ฉยงทำหน้าประหลาดใจ
"เผยต้าเหรินจะไปวัดขอพรตอนกลางค่ำกลางคืนเช่นนี้รึ?"
เผยเหยี่ยนไม่คาดคิดว่าจะได้พบกลุ่มของจวิ้นจู่ระหว่างทางก่อนที่จะถึงวัดต้าฝอเสียอีก จึงรีบประสานมือตอบ
"ข้าน้อยมาตามหาจวิ้นจู่ขอรับ ไม่ทราบว่าจวิ้นจู่กำลังจะเสด็จไปที่ใดหรือขอรับ?"
"ไปจับฆาตกร! ข้ายังมีเรื่องด่วนต้องไปจัดการ เผยต้าเหริน พวกเราเอาไว้ค่อยคุยกันวันหลังเถิด"
เย่ฉยงพูดจบ ก็เร่งให้คนขับรถรีบไป
เผยเหยี่ยนได้ยินดังนั้น ก็รีบดึงบังเหียน หันหัวม้า แล้วควบตามขบวนของจวิ้นจู่ไป
"ข้าน้อยได้ยินว่าวันนี้จวิ้นจู่เสด็จไปวัดต้าฝอมา ไม่ทราบว่าในวัดเกิดเรื่องอันใดขึ้น จวิ้นจู่ถึงกับต้องรีบไปจับฆาตกร หรือว่าที่วัดต้าฝอมีคนตาย?"
"หากจวิ้นจู่ต้องการความช่วยเหลือจากจินอีเว่ย โปรดบอกได้เลย ข้าน้อยจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่"
เย่ฉยงเห็นเผยต้าเหรินตามมา ก็รีบเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวัดต้าฝอให้ฟังอย่างรวดเร็ว
เผยเหยี่ยนดึงบังเหียนพลางเอียงหูฟังจนจบ จากนั้นก็ต้องอดทนอย่างยิ่งยวดเพื่อกลั่นกรองความจริงออกจากคำพูดของนางที่เต็มไปด้วย ‘ข้าจวิ้นจู่ช่างมีสายตาเฉียบแหลม’ ‘ข้ามองปราดเดียวก็รู้’ ‘นับว่าโชคดีที่ข้าไหวตัวทัน’ ‘ต้าโจวนี้หากขาดข้าไปคงถึงคราวสิ้นชาติ’ ‘ข้าเก่งกาจปานนี้แล้วผู้อื่นจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด’ จนในที่สุดก็สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้
สรุปคือ วันนี้จวิ้นจู่ไปวัดต้าฝอแล้วบังเอิญพบกับคดีฆาตกรรม ด้วยไหวพริบของตนเองจึงหาเบาะแสพบและระบุตัวฆาตกรได้ ขณะนี้กำลังรีบร้อนไปจับกุมคนร้าย
ไม่รอให้เผยเหยี่ยนพูด เย่ฉยงก็มองเขาด้วยใบหน้าอยากรู้อยากเห็น
"จริงสิ เมื่อครู่เผยต้าเหรินบอกว่ามาตามหาข้า ไม่ทราบว่ามีธุระอันใดกับข้าหรือ?"
นึกอะไรขึ้นมาได้ก็รีบเสริมไปอีกประโยคหนึ่ง
"ขอบอกไว้ก่อนนะ ข้าไม่ให้ยืมเงิน"
เผยเหยี่ยนถึงกับพูดไม่ออก
เขาดูเหมือนคนขัดสนปานนั้นเชียวรึ?
"ทูลจวิ้นจู่ ข้าน้อยได้ยินว่าจวิ้นจู่เสด็จไปวัดต้าฝอ จึงอยากมาดูว่าจวิ้นจู่เสด็จไปทำสิ่งใดที่นั่น"
ที่จริงคืออยากไปดูว่าจวิ้นจู่ไปก่อเรื่องอะไรอีก
เย่ฉยงมองเผยเหยี่ยนอย่างประหลาดใจ "ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าไปวัดต้าฝอ? ท่านคงไม่ได้ส่งคนมาสอดแนมข้าหรอกนะ?"
"หรือว่าท่านก็เหมือนกับกู้ซื่อจื่อคนนั้น รักข้าแต่ไม่สมหวัง เลยแอบติดตามข้าเช่นนี้?"
ขั้นต่อไปคงไม่ใช่การกักขังหน่วงเหนี่ยวข้าใช่หรือไม่?
เผยเหยี่ยนได้ยินคำพูดนี้ก็ตกใจจนเกือบตกจากหลังม้า
รีบอธิบายหน้าแดงก่ำ "จวิ้น...จวิ้นจู่ ท่านเข้าใจผิดแล้ว เป็นจินอีเว่ยที่ข้าน้อยส่งไปสอดแนมที่วัดต้าฝอต่างหากที่เห็นจวิ้นจู่เสด็จไปที่นั่น"
"พวกเขากังวลว่าจวิ้นจู่อาจจะทรงประสบเหตุร้าย จึงส่งคนกลับมารายงานข้าน้อย ข้าน้อยจึงรีบมาที่วัดต้าฝอ อยากจะดูว่าจวิ้นจู่ทรงต้องการความช่วยเหลือหรือไม่"
เย่ฉยงได้ยินว่าเขาส่งจินอีเว่ยไปสอดแนมวัดต้าฝอ ก็รู้สึกสงสัยขึ้นมาทันที
"ทำไมท่านถึงส่งคนไปสอดแนมวัดต้าฝอ? หรือว่าท่านก็รู้ว่าแม่เลี้ยงของเซี่ยไหวโจวกับพระรูปหนึ่งลักลอบคบชู้กัน?"
เผยเหยี่ยน: "....."
จินอีเว่ยของพวกเรายังไม่สิ้นไร้ไม้ตอกถึงขนาดต้องไปสืบเรื่องชาวบ้านลอบคบชู้กัน
"ก่อนหน้านี้ในเหตุการณ์แหกคุกหลวง กลุ่มคนยุทธภพที่วางยาพิษสังหารคนในตระกูลองค์หญิงใหญ่เจียหนิง ผู้นำของพวกมันก็เป็นคนหนึ่งที่สวมหมวกปีกกว้าง"
"ระหว่างการต่อสู้ ข้าน้อยเหลือบไปเห็นว่าใต้หมวกปีกกว้างของมันเป็นศีรษะที่ถูกโกนโล้นเยี่ยงพระสงฆ์ จึงคาดเดาว่าคนผู้นี้ซ่อนตัวอยู่ในวัด"
"อีกทั้งกลุ่มคนยุทธภพเหล่านี้ปรากฏตัวในคุกหลวงได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวันหลังจากที่จินอีเว่ยควบคุมตัวพระสวามีและคนอื่นๆ ไป"
"ดังนั้นข้าน้อยจึงคาดเดาว่า กลุ่มคนยุทธภพเหล่านี้ต้องซ่องสุมกำลังอยู่ในเมืองหลวงหรือปริมณฑลอย่างแน่นอน ไม่ได้เดินทางมาจากแดนไกล"
"ด้วยเหตุนี้ข้าน้อยจึงสั่งให้คนจับตาดูวัดวาอารามรอบๆ เมืองหลวงอย่างใกล้ชิด วัดต้าฝอก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย"
เย่ฉยงได้ยินว่าเผยเหยี่ยนพบผู้ต้องสงสัยที่สวมหมวกปีกกว้างแล้ว แต่กลับไม่บอกกรมตรวจการเมืองหลวงของพวกเขา ก็จ้องเขาอย่างโกรธเคือง
"วิเศษไปเลย! กรมตรวจการเมืองหลวงของเราได้เบาะแสใดมาล้วนแบ่งปันให้จินอีเว่ยของพวกท่าน แต่พอพวกท่านพบเบาะแสกลับปิดบังกรมตรวจการเมืองหลวงของเรา แอบสืบสวนกันเองลับๆ"
"ช่างเกินไปนัก! เสียแรงที่ข้าอุตส่าห์นับพวกท่านเป็นสหายร่วมรบ! เลิกคบ!"
จากนั้นก็หันไปพาลลงที่เฉิงชีซึ่งอยู่ข้างๆ ทันที
"เจ้านายของเจ้ามารับเจ้าแล้ว เจ้าไปกับเขาเถอะ"
เฉิงชี: "???"
เดี๋ยวนะ เขาทำอะไรผิด?
เฉิงชีรีบแสดงความจงรักภักดี "จวิ้นจู่ขอรับ ข้าน้อยตัดขาดกับจินอีเว่ยไปนานแล้ว ตอนนี้เป็นแขนซ้ายแขนขวาของท่าน"
แม้ว่าก่อนหน้านี้จะถูกเผยต้าเหรินส่งมาอยู่ใต้บังคับบัญชาของจวิ้นจู่ ในใจเขาก็ไม่เต็มใจอย่างยิ่ง รู้สึกว่าเป็นการลดเกียรติของตน
แต่หลังจากที่ได้ติดตามจวิ้นจู่ ชีวิตในแต่ละวันก็ช่างมีสีสัน มีเรื่องน่าตื่นเต้นให้ดูไม่เว้นวัน อีกทั้งยังได้กินหรูอยู่สบายไปกับจวิ้นจู่ ชีวิตช่างเปี่ยมสุขเสียเหลือเกิน
แม้ว่าจวิ้นจู่จะทรงอวดดีไปบ้าง ปากคอเราะร้ายไปหน่อย ปากร้ายไปนิด ชอบก่อเรื่องไม่หลับไม่นอนไปบ้าง สติเฟื่องไปบ้าง... แต่จวิ้นจู่ก็ยังเป็นจวิ้นจู่ที่ดี
การติดตามจวิ้นจู่ไม่เพียงแต่ได้เงินเดือนมากกว่าตอนอยู่จินอีเว่ยมากนัก ชีวิตยังน่าตื่นเต้นขึ้นอีกมากด้วย
จี๋เสียง: "???"
คนผู้นี้กำลังแย่งตำแหน่งบ่าวผู้ภักดีอันดับหนึ่งของข้าอีกแล้วรึ?
เผยเหยี่ยนเห็นจวิ้นจู่จ้องตนเอง ก็รีบอธิบาย
"จวิ้นจู่ ไม่ใช่ข้าน้อยจงใจปิดบังท่าน เป็นฝ่าบาทที่รับสั่งว่ากลุ่มคนยุทธภพเหล่านี้โหดเหี้ยมอำมหิต และพระที่สวมหมวกปีกกว้างนั้นยังเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญการใช้พิษอีกด้วย"
"ฝ่าบาททรงเป็นห่วงในความปลอดภัยของจวิ้นจู่ จึงมีรับสั่งให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับจากท่าน"
เย่ฉยงได้ยินดังนั้น ไม่เพียงไม่รู้สึกดีขึ้น แต่กลับโกรธมากขึ้น
"เช่นนั้นพวกท่านก็ดูถูกข้า คิดว่าข้าไร้ประโยชน์? กังวลว่าข้าจะเป็นตัวถ่วง ก็เลยปิดบังข้าใช่หรือไม่?"
เผยเหยี่ยนไม่รู้ว่าเรื่องราวมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร คิดอยู่นาน สุดท้ายก็ได้แต่โบ้ยความรับผิดชอบทั้งหมดไปให้ฝ่าบาท
"ข้าน้อยไม่เคยคิดเช่นนั้น ในใจของข้าน้อย จวิ้นจู่ทรงมีความสามารถเหนือกว่าขุนนางส่วนใหญ่ในราชสำนักเสียอีก"
"เป็นฝ่าบาทที่ทรงเป็นห่วงในความปลอดภัยของจวิ้นจู่ จึงมีรับสั่งให้ข้าน้อยปิดบังเรื่องนี้จากท่านไว้"
เย่ฉยงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน จ้องไปที่องค์หญิงสี่ "เฮอะ! ข้ารู้อยู่แล้วว่าเสด็จพ่อของเจ้าต้องรังเกียจข้าแน่ๆ ไม่เพียงแต่ไล่ข้าออกจากวังหลวง ยังมานินทาข้าลับหลังอีก"
องค์หญิงสี่กล่าวเสริมอย่างเห็นด้วย "ข้าก็ถูกเสด็จพ่อไล่ออกจากวังหลวงเช่นกัน ดังนั้นข้าองค์หญิงจึงตัดสินใจตัดขาดความสัมพันธ์กับเสด็จพ่อ"
เย่ฉยงที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ หยิบเกราะไม้ปลาออกมาจากอกเสื้อแล้วเริ่มเคาะ พลางพึมพำกับตนเอง
"อย่าโกรธเลย... อย่าโกรธเลย... โกรธไปก็มีแต่จะแก่เร็ว"
"อย่ากังวลเลย... อย่ากังวลเลย... กังวลไปก็มีแต่จะอายุสั้น"