เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23: จับจ่ายใช้สอยตามใจชอบ

บทที่ 23: จับจ่ายใช้สอยตามใจชอบ

บทที่ 23: จับจ่ายใช้สอยตามใจชอบ


บทที่ 23: จับจ่ายใช้สอยตามใจชอบ

หลังจากออกจากสำนักศึกษา กู้เหยียนซีไม่ได้กลับไปที่แผงลอย แต่พาน้องชายเดินไปที่ร้านขายเสื้อผ้า

"ท่านพี่ ข้ามีเสื้อผ้าใส่แล้ว ท่านอาจารย์ใหญ่เพิ่งมอบชุดนักเรียนให้ข้ามาสองชุด ไม่จำเป็นต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่หรอกขอรับ"

พวกเขาก็เพิ่งจ่ายค่าเล่าเรียนไปยี่สิบตำลึงกับค่าที่พักอีกหนึ่งตำลึง วันนี้ใช้เงินไปมากพอแล้ว

กู้อวี่รู้ซึ้งถึงฐานะของครอบครัวดี จึงไม่อยากให้พี่สาวต้องสิ้นเปลืองเงินทองไปมากกว่านี้

"เสื้อผ้าตัวเก่าของเจ้าซักจนสีซีดหมดแล้ว เอาไว้ใส่ทำงานบ้านก็ไม่เป็นไรหรอก แต่เมื่อไปอยู่ที่สำนักศึกษา เจ้าต้องแต่งตัวให้ดูดีสักหน่อย ผู้คนจะได้ไม่ดูถูกเอา"

กู้เหยียนซีที่ผ่านระบบการศึกษามากว่าสิบปีย่อมรู้ดีว่าสังคมในโรงเรียนเป็นเช่นไร แม้นางจะไม่ได้ยึดติดกับความหรูหราจอมปลอม แต่หากสวมใส่เสื้อผ้าที่ซอมซ่อจนเกินไป ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องตกเป็นเป้าสายตาดูแคลนของผู้อื่นอยู่ดี

นางส่งน้องชายไปเรียนหนังสือ จึงไม่อยากให้เขาต้องมารู้สึกต้อยต่ำขาดความมั่นใจด้วยเรื่องเล็กน้อยเพียงแค่นี้

แม้ครอบครัวของพวกเขาจะยังไม่สามารถซื้อหาผ้าไหมหรูหรามาสวมใส่ได้ แต่ผ้าฝ้ายเนื้อดีก็ยังพอจ่ายไหว

เถ้าแก่เนี้ยของร้านเป็นหญิงสาว เมื่อเห็นสองพี่น้องมีท่าทีเกรงใจกันไปมา นางก็ชินตากับภาพเช่นนี้เสียแล้ว นางรู้ดีว่าลูกค้ากลุ่มนี้มักมีความขัดสนอยู่ในที คนในครอบครัวอยากให้คนที่ตนรักได้ใส่เสื้อผ้าดีๆ แต่ตัวผู้ใส่กลับเสียดายเงิน

นางหยิบผ้าพับหนึ่งสีเขียวอมฟ้าอ่อนออกมา "แม่นาง คุณชาย ผ้าพับนี้เป็นของปีที่แล้ว สีอาจจะดูเก่าไปสักนิด แต่เนื้อผ้ายังเป็นของใหม่เอี่ยม ตอนนี้ลดราคาครึ่งหนึ่งเหลือเพียงหกร้อยเหวิน สามารถตัดชุดได้ถึงสองชุด คุณชายลองดูสิเจ้าคะว่าถูกใจหรือไม่?"

"ไม่เป็นไรขอรับ" กู้อวี่ปฏิเสธอย่างหนักแน่น

กู้เหยียนซีกระตุกแขนเสื้อของเขาแล้วก้าวเข้าไปหาเถ้าแก่เนี้ย นางเอื้อมมือไปสัมผัสเนื้อผ้า มันทั้งนุ่มและสวมใส่สบาย อีกทั้งผ้าฝ้ายยังระบายอากาศได้ดี เหมาะสำหรับใส่ในช่วงฤดูร้อน

นางรู้ว่าเถ้าแก่เนี้ยผู้นี้มีน้ำใจ ไม่เช่นนั้นด้วยท่าทีถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไปมาของพวกเขาเมื่อครู่ หากเป็นร้านอื่นคงไล่ตะเพิดออกจากร้านไปนานแล้ว

ดังนั้นนางจึงตัดสินใจตัดเสื้อผ้าที่นี่ "เถ้าแก่เนี้ย ผ้าผืนนี้ใช้ได้เลยทีเดียว เพียงแต่ข้าอยากได้เป็นชุดสำเร็จรูปให้เขาสักสองชุด ไม่ทราบว่าค่าแรงคิดอย่างไรหรือ?"

"แม่นางต้องการชุดสำเร็จรูปหรือ? หากรวมค่าแรงกับค่าผ้าแล้ว ราคาก็พอๆ กับชุดที่ตัดเย็บเสร็จแล้วนั่นแหละ ข้ามีชุดสำเร็จรูปอยู่ที่นี่ ทำไมท่านไม่ลองดูเผื่อจะมีชุดที่ถูกใจล่ะ?"

เถ้าแก่เนี้ยคาดไม่ถึงว่าแม้ทั้งสองจะดูแต่งตัวธรรมดา แต่กลับยอมควักเงินจ่าย

เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเลือกซื้อผ้าแล้วนำไปตัดเย็บเองเพื่อประหยัดค่าแรง จึงมีลูกค้าไม่มากนักที่ยอมซื้อชุดสำเร็จรูป

กู้เหยียนซีเดินตามเถ้าแก่เนี้ยผ่านประตูเข้าไป และพบกับอีกห้องหนึ่งที่เต็มไปด้วยชุดสำเร็จรูปแขวนเรียงรายอยู่

เสื้อผ้าเหล่านี้จัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แบ่งแยกโซนบุรุษและสตรีอย่างชัดเจน มองปราดเดียวก็เห็นได้ถนัดตา

นางเดินไปที่ฝั่งบุรุษแล้วเลือกชุดคลุมสีเขียวอมฟ้าเข้มและสีเขียวอมฟ้าอ่อนออกมาอย่างละชุด ก่อนจะบอกให้กู้อวี่ไปลองสวมดู

"รีบไปลองสิ หากไม่พอดีจะได้ให้เถ้าแก่เนี้ยช่วยแก้ไขให้"

ท้ายที่สุดกู้อวี่ก็ทนการรบเร้าของพี่สาวไม่ไหว จำต้องหอบเสื้อผ้าเข้าไปลองในห้องด้านหลัง เขาตั้งปณิธานแน่วแน่ในใจว่า พี่สาวดีต่อเขาถึงเพียงนี้ เขาจะต้องตั้งใจเรียน สอบเข้ารับราชการให้ได้ในวันข้างหน้า และจะสร้างชื่อเสียงเกียรติยศมาเชิดชูบิดามารดาและพี่สาวให้จงได้!

หลังจากที่กู้อวี่ลองเสื้อผ้าเสร็จ ปรากฏว่าทั้งสองชุดสวมใส่ได้พอดีตัวเป๊ะ

ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งจริงๆ กู้เหยียนซีรู้สึกว่าน้องชายของนางดูเจริญหูเจริญตาขึ้นมาก ตอนนี้เขาดูเหมือนบัณฑิตน้อยขึ้นมาบ้างแล้ว

นางตัดสินใจซื้อให้เขาทั้งสองชุด เมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่มีใครในบ้านมีเสื้อผ้าดีๆ ใส่เลย นางจึงกะขนาดตัวของบิดากับหนิวฉี แล้วหยิบชุดคลุมสีเขียวอมฟ้าเข้มกับสีเขียวอมฟ้าอ่อนมาอีกอย่างละชุด จากนั้นก็เดินไปที่โซนสตรี เลือกชุดกระโปรงสีแดงกุหลาบที่เหมาะกับมารดา และชุดสีเขียวอ่อนสำหรับตัวนางเอง

กู้เหยียนซีเลือกเสื้อผ้าที่ทำจากเนื้อผ้าชั้นดี ชุดสตรีทั้งสองชุดมีราคาแพงกว่าหน่อย ชุดสำเร็จรูปทั้งห้าชุดราคารวมเป็นเงินห้าตำลึงกับอีกสองร้อยเหวิน เมื่อเห็นว่านางซื้อเยอะขนาดนี้ เถ้าแก่เนี้ยจึงลดราคาให้ห้าสิบเหวิน แถมยังมอบผ้าเช็ดหน้าให้เป็นของแถมอีกสองผืน

เมื่อได้เสื้อผ้าแล้ว ลำดับต่อไปก็คืออาหาร

แม้นางจะยังไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่กู้เหยียนซีก็ไม่มีวันยอมปล่อยให้ปากท้องของตัวเองต้องตกระกำลำบาก

ในเมื่อวันนี้ใช้เงินไปเยอะแล้ว ก็ขอจับจ่ายซื้อของให้หนำใจไปเลยในคราวเดียว!

การเพิ่มกับข้าวที่มีเนื้อสัตว์สักสองอย่างบนโต๊ะอาหารย่อมไม่ใช่ปัญหา

พวกเขามาถึงที่ร้านขายเนื้อ

กู้เหยียนซีเห็นว่ามีเนื้อสัตว์ให้เลือกอย่างครบครัน "เถ้าแก่ เนื้อสัตว์ขายอย่างไรหรือ?"

"เนื้อติดมันตรงนี้หนาและมันเยิ้มดี ชั่งละสามสิบเหวิน ส่วนหมูสามชั้นจะถูกลงมาหน่อย ชั่งละยี่สิบเหวิน และเนื้อแดงล้วนเจ้าเอาไปในราคาชั่งละสิบเหวินก็แล้วกัน"

กู้เหยียนซีคิดออกทันที "งั้นตัดเนื้อแดงให้ข้าสองชั่ง แล้วซี่โครงหมูนี่ขายอย่างไร?"

"ซี่โครงหมูเอาไปตุ๋นน้ำแกงได้ดีนัก บำรุงร่างกายได้ยอดเยี่ยม ดูสิ มีเนื้อแดงติดอยู่ตั้งเยอะ ข้าคิดราคาเท่ากับเนื้อแดงก็แล้วกัน"

สิบเหวินต่อชั่งนั้นไม่แพงเลย ต้องรู้ไว้ว่าในยุคปัจจุบัน ซี่โครงหมูชั่งหนึ่งขายตั้งยี่สิบห้าหยวน และหากเป็นซี่โครงเกรดพรีเมียมก็ยิ่งแพงขึ้นไปอีกถึงสามสิบหยวน

ซี่โครงหมูพวกนี้ดูสดใหม่มาก เป็นหมูที่เพิ่งชำแหละในวันนี้ กู้เหยียนซีจึงซื้อมาสี่ซี่อย่างเบิกบานใจ

นอกจากนี้ยังมีหูหมูอีกหนึ่งคู่ ซึ่งกู้เหยียนซีก็รับมาด้วยเช่นกัน

หลังจากซื้อเนื้อสัตว์เสร็จ นางใช้เงินไปทั้งหมดหกสิบห้าเหวิน

"ท่านพี่ ซื้อเนื้อมาเยอะขนาดนี้ พวกเราจะกินหมดหรือขอรับ?"

เมื่อเห็นพี่สาวซื้อเนื้อมามากมาย กู้อวี่ทั้งปวดใจที่เสียเงินและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน ครอบครัวของเขาไม่ได้กินเนื้อสัตว์ถึงปีละสองครั้งด้วยซ้ำ มีเพียงช่วงวันปีใหม่เท่านั้นที่บิดาจะกัดฟันซื้อเนื้อติดมันมาให้พวกเขาได้กินประทังความอยาก

ตั้งแต่เริ่มมาช่วยพี่สาวตั้งแผงขายของ พวกเขาก็ได้เห็นเนื้อบนโต๊ะอาหารบ่อยขึ้น แต่ก็ไม่เคยเยอะเท่าวันนี้มาก่อน

"ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ที่บ้านมีคนอยู่ตั้งเยอะ แถมยังมีแรงงานชายฉกรรจ์อีกตั้งสามคน ข้าเกรงว่าพอทำเสร็จแล้วมันจะไม่พอกินเอาเสียด้วยซ้ำ"

หลังจากซื้อเนื้อหมูเรียบร้อยแล้ว กู้เหยียนซีก็แวะไปร้านขายของแห้งเพื่อซื้อเครื่องปรุงรสที่ต้องใช้ที่แผงลอยมาตุนไว้ จากนั้นนางกับน้องชายจึงมุ่งหน้ากลับไปที่แผงลอยของตน

เมื่อพวกเขามาถึงที่แผงลอย อาหารก็ขายจนหมดเกลี้ยงแล้ว กู้กั๋วเซิงและหนิวฉีกำลังช่วยกันเก็บร้าน

"อาเหยียน อาอวี่ พวกเจ้ากลับมาแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง? ราบรื่นดีไหม?" กู้กั๋วเซิงรีบเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นสองพี่น้อง

มือของเขาถูเข้าหากันไปมาอย่างไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน เห็นได้ชัดว่าเขากำลังประหม่าและกังวลใจเป็นอย่างมาก

กู้เหยียนซียิ้ม "ท่านพ่อไม่ต้องกังวล ทุกอย่างราบรื่นดีเจ้าค่ะ พรุ่งนี้อาอวี่สามารถเริ่มไปเรียนได้เลย"

"ดี ดีเหลือเกิน อาอวี่ ตั้งใจเรียนนะลูก เรื่องที่บ้านไม่ต้องเป็นห่วง" กู้กั๋วเซิงตบไหล่ลูกชายหนักๆ ดวงตาของเขาแดงก่ำและมีน้ำตารื้นขึ้นมา

จากนั้นเขาก็หันไปมองลูกสาว น้ำเสียงสั่นเครือ "อาเหยียน ขอบใจเจ้ามากนะลูก หากไม่ได้เจ้า พ่อก็ไม่รู้จริงๆ ว่าครอบครัวของเราจะเป็นอย่างไร"

แต่เดิมครอบครัวต้องพึ่งพาค่าแรงวันละหนึ่งร้อยเหวินของเขาในการยังชีพ ตอนนี้เขาตกงาน หากไม่ได้แผงลอยของลูกสาว คนทั้งครอบครัวก็คงไม่มีอะไรจะกินนอกจากดื่มด่ำลมหนาวเป็นแน่

วันนี้เขาเฝ้าแผงลอยมาทั้งวัน ย่อมรู้ดีว่ารายได้นั้นงดงามเพียงใด วันคืนต่อจากนี้เริ่มมีความหวังขึ้นมาแล้ว

กู้เหยียนซีแสร้งทำเป็นโกรธ "ท่านพ่อพูดอะไรเช่นนั้นเจ้าคะ? เห็นข้าเป็นคนอื่นคนไกลไปได้?"

พวกเราต่างก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่มีอะไรที่ต้องขอบคุณกันเลย

ในชาติก่อนนางไม่เคยได้สัมผัสถึงความอบอุ่นของครอบครัว ในชาตินี้ นางถือว่าพวกเขาคือสายเลือดและครอบครัวที่แท้จริงของนาง

ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคสมัยที่ให้ความสำคัญกับบุรุษมากกว่าสตรี บิดามารดากลับไม่ได้รังเกียจเดียดฉันท์นางเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังรักและห่วงใยนางอย่างสุดซึ้ง แม้ว่าการเปิดแผงลอยจะเหนื่อยไปบ้าง แต่นางก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่าอย่างยิ่ง!

"จริงสิ จริงด้วย พ่อจะไม่พูดแล้ว พ่อจะไม่พูดเรื่องนี้อีก มาเถอะ พวกเรากลับบ้านกัน"

ระหว่างทางกลับบ้าน กู้เหยียนซีแวะซื้อกระต่ายอีกห้าตัว เพื่อเตรียมทำเนื้อกระต่ายเย็นเพิ่มลงในเมนูของแผงลอยวันพรุ่งนี้ นางยังมอบเงินก้อนหนึ่งให้หนิวฉีไปรับตีนไก่ที่สั่งไว้ด้วย

เมื่อพวกเขามาถึงหน้าประตูบ้าน...

บรรดาเพื่อนบ้านเห็นคนในครอบครัวกู้หอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรัง ทั้งถุงเล็กถุงใหญ่ แถมรถเข็นขายของยังเต็มไปด้วยข้าวของจนแทบจะล้นออกมา พวกเขาจึงเริ่มจับกลุ่มซุบซิบนินทา ว่าครอบครัวกู้ร่ำรวยขึ้นมาแล้ว ถึงได้กล้าซื้อของมากมายก่ายกองขนาดนี้

ท่ามกลางฝูงชน บ้างก็พูดจาถากถางค่อนขอด บ้างก็มองด้วยความชื่นชม ทว่าส่วนใหญ่นั้นล้วนแอบอิจฉาตาร้อนกันทั้งสิ้น

จบบทที่ บทที่ 23: จับจ่ายใช้สอยตามใจชอบ

คัดลอกลิงก์แล้ว