- หน้าแรก
- เมื่อแม่ค้าสตรีทฟู้ดหลงยุค ทำเอาผู้ยิ่งใหญ่ติดใจจนหัวปักหัวปำ
- บทที่ 14: บุตรชายของสหายเก่า
บทที่ 14: บุตรชายของสหายเก่า
บทที่ 14: บุตรชายของสหายเก่า
บทที่ 14: บุตรชายของสหายเก่า
"เอ่อ..."
โก่วเต๋อจู้รู้สึกอับอายขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาซ่อนขาไว้หลังชายเสื้อคลุม ยืดอกขึ้นแล้วกล่าวว่า "วันนี้มันเป็นอุบัติเหตุต่างหาก! ข้าแค่ไม่มีอาวุธคู่มือก็เท่านั้น!"
เมื่อกล่าวจบ
เขายังคงมองหนิวฉีด้วยความขุ่นเคือง "รอประเดี๋ยวเถอะ! หากสู้กันคราวหน้า ข้าจะอัดเจ้าให้ยับเยินเลยคอยดู!"
โก่วเต๋อจู้ชูหมัดขู่หนิวฉีสองที จากนั้นจึงเดินกะเผลกจากไปก่อนที่หนิวฉีจะทันได้บันดาลโทสะ
"นี่!"
หนิวฉีเห็นว่ากู้เหยียนซีเมินเฉยใส่ตน จึงโบกมือไปมาตรงหน้าหญิงสาว "คืนดาบให้ข้ามา!"
กู้เหยียนซีปรายตามองหนิวฉี "อยากได้ดาบคืนหรือ? นำเงินมาไถ่ไปสิ"
กล่าวจบ นางก็เข็นรถเข็นจากไปพร้อมกับน้องชาย
ระหว่างทางกลับบ้าน
กู้เหยียนซีซื้อแป้งสาลีมาห้าสิบชั่ง โดยคิดว่าคงไม่ต้องซื้อเพิ่มไปอีกหลายวัน
จากนั้นนางก็แวะไปที่แผงข้างๆ เพื่อซื้อมันฝรั่ง แถมยังสั่งให้เถ้าแก่จัดส่งมันฝรั่งวันละยี่สิบชั่งไปให้ที่แผงริมถนนสายหลังเป็นประจำทุกวัน
เมื่อเดินผ่านแผงขายไก่ นางเห็นขาไก่สดใหม่กองอยู่ค่อนอ่างก็เกิดความคิดใหม่ขึ้นมาทันที
"ท่านยาย ขาไก่พวกนี้ขายอย่างไรหรือเจ้าคะ?"
ยายห่าวได้ยินว่ามีคนอยากซื้อขาไก่ก็คิดว่าตนเองหูแว่วไป
นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาฝ้าฟางมองเห็นดรุณีน้อยในชุดผ้าป่าน จึงเผยรอยยิ้มใจดี "แม่หนู ขาพวกนี้ไม่ได้มีไว้ขายหรอก หากเจ้าอยากได้ก็เอาไปเถอะ ใช้เสร็จแล้วค่อยเอาอ่างมาคืนข้าก็พอ"
"เช่นนั้นไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ข้าจะเอาของของท่านยายไปเปล่าๆ ได้อย่างไร"
กู้เหยียนซีพิจารณาดู ขาไก่ในอ่างล้วนสดใหม่และมีคุณภาพดีเยี่ยม
"ท่านยายบอกราคามาเถิด ข้าจะเหมาขาไก่อ่างนี้ทั้งหมดเลยเจ้าค่ะ"
"ห้าอีแปะ เจ้าก็ยกไปได้เลย" ยายห่าวกล่าวพลางโบกมือ
ขาไก่นั้นมีเนื้อน้อย ทั้งยังจัดการยาก และมีกลิ่นคาวแรงเวลาต้มกิน ผู้คนในเมืองหลวงจึงไม่นิยมรับประทานกัน
เมื่อเห็นว่าเด็กสาวแต่งกายสะอาดสะอ้าน ไม่ได้ดูเหมือนมาจากครอบครัวที่ยากไร้ นางจึงไม่เข้าใจว่าเด็กสาวต้องการขาไก่มากมายขนาดนี้ไปทำไม
กู้เหยียนซีรู้ดีว่าขาไก่พวกนี้เตรียมจะถูกนำไปทิ้งอยู่แล้ว ราคาห้าอีแปะจึงถือว่าสมเหตุสมผล
นางวางเงินห้าอีแปะลง "ท่านยาย ตั้งแต่นี้ไปช่วยเก็บขาไก่ทั้งหมดไว้ให้ข้าด้วยนะเจ้าคะ ข้าจะมารับทุกวัน ส่วนอ่างใบนี้พรุ่งนี้ข้าจะนำมาคืน"
กล่าวจบ กู้เหยียนซีก็หันหลังเดินจากไป
"เอ๊ะ แม่หนูนี่—"
ยายห่าวร้องเรียกไม่ทัน นางแค่อยากจะบอกว่าหากต้องการทุกวัน นางสามารถลดราคาให้ถูกลงได้อีก ซึ่งก็จะช่วยประหยัดแรงนางในการจัดการกับพวกมันด้วย
บ้านตระกูลกู้
ก่อนที่กู้เหยียนซีจะก้าวเข้าประตูเรือน นางก็ได้ยินเสียงบิดามารดาของตนดังแว่วมา
"โอ๊ะๆ เสี่ยวหนิว ช้าๆ หน่อย ระวังทางด้วย อย่าให้ตกลงมาล่ะ"
"เสี่ยวหนิว เจ้าคงเหนื่อยแล้ว มาดื่มน้ำชาสมุนไพรพักเหนื่อยก่อนเถิด"
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านกำลังทำอันใดกันอยู่หรือเจ้าคะ?"
กู้เหยียนซีเดินเข้าไปในเรือนและเห็นบิดามารดากำลังง่วนอยู่กับงานในลานบ้าน ในขณะที่มีอีกคนกำลังยืนอยู่บนลานตากของบนหลังคา
"อาเหยียนกลับมาแล้ว! ไฉนวันนี้ถึงกลับช้านักเล่า? กินข้าวกินปลามาหรือยัง?" นางจ้าวรีบรับของจากมือบุตรสาว
กู้เหยียนซีส่ายหน้า
"ประจวบเหมาะพอดี แม่จะไปทำบะหมี่สักสองสามชาม" ขณะที่พูด นางจ้าวก็ยกมือขึ้นกวักเรียกคนบนหลังคา "เสี่ยวหนิว รีบลงมาล้างไม้ล้างมือเถอะ พวกเราเตรียมตัวกินบะหมี่กัน"
"ขอรับ"
เสียงนี้...
เหตุใดถึงฟังดูคุ้นหูนัก?
กู้เหยียนซีจ้องเขม็งไปยังร่างที่อยู่บนหลังคา
ก่อนหน้านี้นางไม่ได้สังเกต แต่รูปร่างนี้ก็ดูคุ้นตาอยู่ไม่น้อย
เมื่อคนผู้นั้นลงมายืนบนพื้นและหันหน้ามาทางนาง ในที่สุดนางก็ตระหนักได้ว่าทำไมเขาถึงคุ้นตานัก
"ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง!"
"อาอวี่ เร็วเข้า เอาเชือกมามัดเขาไว้!"
กู้กั๋วเซิงเห็นสถานการณ์ชักจะบานปลายจึงรีบเข้ามาห้ามปราม "เกิดอันใดขึ้น? เหตุใดจู่ๆ ถึงไปมัดเขาเล่า?"
"พวกเจ้าไม่ใช่สหายกันหรอกหรือ?"
"สหายที่ใดกัน?"
กู้เหยียนซีถามขณะที่มัดเชือกจนแน่น
กู้กั๋วเซิงมองไปทางหนิวฉีสลับกับบุตรสาว "ก็เขาบอกว่าเป็นสหายของเจ้า และแวะมาเยี่ยมเยียนเจ้านี่นา"
กู้เหยียนซีหันขวับไปมองหนิวฉี "วันนี้ข้าอุตส่าห์ปล่อยเจ้าไปแล้วแท้ๆ เหตุใดถึงยังตามมารังควานถึงหน้าประตูบ้าน? พูดมา เจ้ามีจุดประสงค์อันใดกันแน่?"
"ข้าเพียงแค่อยากฝากตัวเป็นศิษย์ของเจ้า..." หนิวฉีดิ้นรน แต่เชือกกลับรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ "ปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่?"
กู้กั๋วเซิงเห็นสภาพน่าสงสารของเด็กหนุ่มจึงช่วยพูด "อาเหยียน หากมีเรื่องเข้าใจผิดอันใดก็ค่อยๆ นั่งคุยกันเถิด ดูสิ เสี่ยวหนิวยังอุตส่าห์ช่วยพวกเราตากผัก เขาไม่น่าจะเป็นคนเลวร้ายอะไรหรอก"
กู้เหยียนซีโบกมือเป็นเชิงให้น้องชายพาตัวชายหนุ่มออกไป "ท่านพ่อ วันนี้เขาพยายามจะฟันมือข้าให้พิการนะเจ้าคะ!"
"ตอนนี้เขายังกล้าบุกรุกเข้ามาในบ้านของเราอีก ข้าจะต้องส่งตัวเขาให้ทางการ!"
กู้กั๋วเซิงมองหนิวฉีด้วยความไม่อยากเชื่อ น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความโกรธ "ดีนัก เจ้ากล้าหลอกข้าหรือ! อุตส่าห์คิดว่าเป็นเด็กดี!"
"ท่านลุงกู้... ข้าเพียงแค่อยากได้ดาบของข้าคืนเท่านั้น"
"ดาบหรือ? ดาบอันใดกัน?" กู้กั๋วเซิงเริ่มระแวดระวัง
กู้อวี่รีบเอ่ยขึ้นทันที "ท่านพ่อ ดาบเล่มที่เขาใช้ฟันท่านพี่อย่างไรเล่าขอรับ"
"ดาบยังอยู่บนรถเข็นอยู่เลย ข้าจะไปหยิบมาให้ท่านพ่อดูนะขอรับ"
กล่าวจบ กู้อวี่ก็ถลึงตาใส่หนิวฉีอย่างดุดัน
เขาชักดาบเล่มใหญ่ออกมาจากเตาไฟแล้วเป่าขี้เถ้าออก
"ท่านพ่อ เล่มนี้แหละขอรับ เอามาใช้เขี่ยไฟในเตาก็ถนัดมือดีเหมือนกัน" กู้อวี่พึมพำ
เมื่อหนิวฉีเห็นดาบที่ตนรักดั่งของล้ำค่าถูกนำไปใช้เขี่ยไฟ เขาก็ดิ้นรนจะแย่งมันคืนมา
ทว่าเชือกที่รัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาไม่สามารถขยับตัวได้เลย
กู้กั๋วเซิงรับดาบมาพิจารณาดูอย่างละเอียด "เป็นดาบที่ดี ทว่านิสัยใจคอของผู้เป็นเจ้าของ... ออกจะย่ำแย่ไปเสียหน่อย"
ขณะที่กล่าว ปลายนิ้วของเขาก็สัมผัสได้ถึงรอยร่องบุ๋มเล็กๆ บนฝักดาบ
เขาพลิกมันขึ้นมาดูใกล้ๆ ก็พบว่ามีตัวอักษรคำว่า 'อวี่' สลักอยู่
รูม่านตาของกู้กั๋วเซิงหดเกร็งลงในทันที "ดาบเล่มนี้มาจากที่ใด?"
เมื่อเห็นปฏิกิริยารุนแรงของกู้กั๋วเซิง น้ำเสียงของหนิวฉีก็เจือความร้อนรนขึ้นมา "ท่านลุง ท่านรู้จักดาบเล่มนี้หรือขอรับ?"
กู้กั๋วเซิงเพ่งมองให้ชัดขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่ำขณะที่เอ่ย "ข้าเคยเห็นคนใช้มันมาก่อน"
แววตาของเขาเหม่อลอยราวกับภาพฉากในสนามรบกำลังผุดพรายขึ้นมาตรงหน้า
"ข้าสูญเสียความทรงจำไปเมื่อสิบปีก่อน จำได้เพียงว่าดาบเล่มนี้เหมือนจะมีคนมอบให้ข้า หากท่านลุงจำดาบเล่มนี้ได้ บางทีท่านอาจจะช่วยข้าตามหาภูมิหลังของตนเองได้"
หนิวฉีขมวดคิ้ว อาการปวดศีรษะเริ่มกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง
นับตั้งแต่สูญเสียความทรงจำไป ทุกครั้งที่เขาพยายามนึกเรื่องราวแต่หนหลัง เขาก็จะปวดหัวราวกับศีรษะจะปริแตก
กู้กั๋วเซิงจ้องมองใบหน้าของหนิวฉีและพิจารณาอย่างละเอียด "ช่างคล้ายคลึงนัก... เจ้าหน้าตาเหมือนบิดาของเจ้าไม่มีผิด!"
"ปีนั้น ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ ต้าซั่วของเราประสบทั้งศึกในและศึกนอก แม่ทัพอวี่ได้รับราชโองการจากฮ่องเต้ให้นำทัพออกปราบปรามดินแดนซีอวี้..."
ที่แท้กู้กั๋วเซิงก็เป็นทหารองครักษ์ส่วนตัวของอดีตแม่ทัพใหญ่พิทักษ์แผ่นดิน แม่ทัพอวี่นั่นเอง ในตอนนั้น เขาและแม่ทัพอวี่ได้ร่วมเป็นร่วมตายกันมา ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงแนบแฟ้นยิ่งกว่าพี่น้องร่วมสายโลหิตเสียอีก
และหนิวฉีก็คือบุตรชายเพียงคนเดียวของท่านแม่ทัพ
มาถึงจุดนี้ ความทรงจำทั้งหมดของหนิวฉีก็ฟื้นคืนกลับมา
ในอดีต จวนแม่ทัพอวี่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏและถูกประหารล้างโคตร เป็นสาวใช้ข้างกายของหนิวฉีที่จุดไฟเผาห้องเพื่อปล่อยให้เขาแกล้งตายแล้วหลบหนีไป ทำให้เขารอดพ้นจากการถูกตัดหัวมาได้
ทว่าหลังจากหนีออกจากจวน เขาก็ยังคงถูกพวกทหารค้นพบและต้อนให้ตกหน้าผา เป็นเหตุให้เขาสูญเสียความทรงจำ
ในตอนนั้น กู้กั๋วเซิงไม่เคยเชื่อเลยว่าท่านแม่ทัพจะกระทำการเช่นนั้น เพื่อช่วยล้างมลทินให้ท่านแม่ทัพ เขาจึงพาครอบครัวย้ายมาอยู่ที่เมืองหลวงและปลอมตัวเป็นพรานป่า คอยลอบสืบหาหลักฐานไปทั่วทุกแห่งหน ทว่าก็คว้าน้ำเหลว
กู้เหยียนซีไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า หนิวฉีจะมีภูมิหลังร่วมกับบิดาของนางเช่นนี้
นางมองหนิวฉีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน "แล้วท้ายที่สุด เจ้าเข้ามาพัวพันกับอาชีพนักฆ่านี้ได้อย่างไร? ผู้ใดเป็นคนส่งเจ้ามากันแน่?"