- หน้าแรก
- เหล่าเสนาบดีต่างอ้อนวอนให้ข้าขึ้นนั่งบัลลังก์
- ตอนที่ 10 เพิ่มไข่มุกแปดเม็ด
ตอนที่ 10 เพิ่มไข่มุกแปดเม็ด
ตอนที่ 10 เพิ่มไข่มุกแปดเม็ด
ตอนที่ 10 เพิ่มไข่มุกแปดเม็ด
ขันทีน้อยไม่กี่คนกำลังคุยกันอย่างออกรส พอเหลือบไปเห็นองค์ชายแปดและองค์ชายสิบเดินมา ก็ตกใจรีบก้มหัวถวายบังคม แล้วรีบจ้ำอ้าวหนีไป
จ้าวเหยามององค์ชายแปดด้วยความงุนงงระคนสงสัย ถามว่า "พี่แปด ที่พวกเขาพูดเมื่อกี้ 'เพิ่มไข่มุก' คืออะไร? การที่พี่รองจะเพิ่มไข่มุกแปดเม็ดมันหมายความว่ายังไง?"
"การเพิ่มไข่มุกให้องค์ชายเป็นธรรมเนียมของราชวงศ์ก่อน องค์ชายจะถูกแบ่งลำดับขั้นเป็น องค์ชายหนึ่งไข่มุก, องค์ชายสองไข่มุก, องค์ชายสามไข่มุก ไล่ไปเรื่อยๆ สูงสุดคือองค์ชายเจ็ดไข่มุก ส่วนแปดไข่มุกนั้นไม่ใช่สำหรับองค์ชาย เพราะมีเพียงรัชทายาทเท่านั้นที่มีแปดไข่มุก และเก้าไข่มุกคือฮ่องเต้" องค์ชายแปดรู้เรื่องที่เกิดขึ้นในท้องพระโรงมาสักพักแล้ว
จ้าวเหยาเข้าใจแล้ว พยักหน้าหงึกๆ "อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง" พูดจบเขาก็มององค์ชายแปดด้วยความชื่นชม "พี่แปด ท่านเก่งจัง รู้เรื่องพวกนี้ด้วย"
องค์ชายแปดเคาะหัวจ้าวเหยาเบาๆ ยิ้มพลางว่า "ถ้าเจ้าอ่านหนังสือให้เยอะกว่านี้ เจ้าก็จะรู้เรื่องพวกนี้เหมือนกัน"
จ้าวเหยากลอกตามองบน "พี่แปด อย่าวกเข้าเรื่องอ่านหนังสือเรียนหนังสือได้ไหม ท่านก็รู้ว่าข้าไม่ชอบ"
เห็นจ้าวเหยาทำแก้มป่องอย่างงอนๆ องค์ชายแปดก็เอื้อมมือไปจิ้มแก้มป่องๆ นั่น "ก็ได้ๆ ข้าไม่พูดแล้ว"
จ้าวเหยาไม่ได้สนใจเรื่องเพิ่มไข่มุกนัก เลยเลิกถาม เปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องมื้อเช้าแสนอร่อยที่เพิ่งกินมาแทน
องค์ชายแปดเห็นจ้าวเหยาตื่นเต้นกับของกิน รอยยิ้มจางๆ ก็ผุดขึ้นที่มุมปาก สำหรับน้องสิบ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าของอร่อย เขาไม่สนเลยว่าเรื่องอ๋องไต้จะได้รับพระราชทานไข่มุกแปดเม็ดนั้นสำคัญแค่ไหน
น้องสิบเป็นคนที่ไร้เดียงสาที่สุดในบรรดาพี่น้อง แต่เขามีจิตใจที่บริสุทธิ์ซึ่งพวกพี่ๆ ไม่มี ในวังหลวง การมีจิตใจบริสุทธิ์เป็นเรื่องหายากแต่อันตรายอย่างยิ่ง
ในวังแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นองค์ชาย ขันที หรือนางกำนัล ทุกคนต่างซ่อนคมไว้ในฝัก ถ้าไม่มีไหวพริบ ก็ไม่อาจอยู่รอดในสถานที่โหดร้ายนี้ได้
คนที่เรียบง่ายอย่างน้องสิบ... โชคดีที่เหลียงเจาอี๋ไม่ค่อยได้รับความโปรดปราน และตระกูลนางก็ไม่มีอำนาจ ทำให้เขาไม่ถูกดึงเข้าสู่วังวนแห่งการแย่งชิงอำนาจ
ความเรียบง่ายของน้องสิบไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป และเขาจะคอยปกป้องน้องชายคนนี้เอง ให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดเรื่องร้ายขึ้นกับเขา
ขณะที่จ้าวเหยาพูดเจื้อยแจ้ว เขาสังเกตเห็นว่าพี่แปดเหม่อลอยไปอีกแล้ว ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความอ่อนใจ
เฮ้อ พี่แปดของเขานะ...
สองพี่น้องเพิ่งก้าวเข้าตำหนักเหวินเต๋อ ก็ได้ยินเสียงองค์ชายเก้ากำลังเล่าฉอดๆ ว่าอ๋องไต้ได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ได้อย่างไร เขายืนอยู่บนโต๊ะ บรรยายอย่างออกรสออกชาติและกระตือรือร้นสุดขีด
จ้าวเหยาเบะปาก พูดด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้ "พี่เก้าขี้โม้อีกแล้ว ตัวเองไม่ได้ไปรบชนะสักหน่อย ทำท่าอย่างกับไปรบชนะมาเองอย่างนั้นแหละ"
"พี่รองเป็นพี่ชายแท้ๆ ของพี่เก้า สำหรับพี่เก้า ชัยชนะของพี่รองก็คือชัยชนะของเขาเองนั่นแหละ"
"เฮอะ ข้าว่าพี่เก้าน่าไปเป็นนักเล่านิทานนะ" จ้าวเหยากัดจิกอย่างไม่เกรงใจ "ขนาดนักเล่านิทานยังพูดไม่เก่งเท่าเขาเลย"
"อย่าไปสนใจเขาเลย"
จ้าวเหยาเกาะแขนองค์ชายแปด มองด้วยสายตาเป็นห่วง "พี่แปด เมื่อวานท่านไม่ได้มาเรียน วันนี้ทั้งวันพี่เก้าต้องกรอกหูท่านเรื่องพี่รองแน่ๆ ถ้าท่านไม่สนใจเขา เขาจะงอแงไม่เลิกราวีท่านแน่" การที่พี่แปดมาเรียนวันนี้ก็ดีอย่างน้อยพี่เก้าก็จะไม่มาโม้ใส่เขาคนเดียวอีก ขอบคุณพี่แปดที่มาช่วยรับกรรมแทน
องค์ชายแปดส่งสายตาให้จ้าวเหยาอุ่นใจ "ข้ารู้วิธีรับมือเขา"
พูดจบ ทั้งสองก็เดินเข้าห้องเรียนด้วยกัน ทักทายพี่น้องคนอื่นๆ
ตามที่จ้าวเหยาคาดไว้ พอเห็นองค์ชายแปด องค์ชายเก้าก็อดไม่ได้ที่จะคุยโว
องค์ชายแปดแกล้งทำเป็นตั้งใจฟัง พร้อมกับแสดงสีหน้าทึ่งและประหลาดใจเป็นระยะ
องค์ชายเก้าพอใจมากกับปฏิกิริยาขององค์ชายแปด จึงยิ่งเล่าด้วยความมันส์ในอารมณ์กว่าเดิม
จ้าวเหยาทึ่งในการแสดงของพี่แปด เทียบกันแล้ว การแสดงของเขาเมื่อวานดูขอไปทีไปเลย แต่พี่เก้าดูไม่ออกหรอก
"น้องสิบ"
เห็นองค์ชายสี่ จ้าวเหยาก็ยิ้มแฉ่งทักทายทันที "พี่สี่"
"ในเมื่ออาจารย์ยังไม่มา ข้าขอทดสอบเจ้าหน่อย"
รอยยิ้มบนหน้าจ้าวเหยาแข็งค้างทันที เขาทำหน้าตาน่าสงสาร "พี่สี่..."
องค์ชายสี่ไม่สะทกสะท้าน พูดเสียงเรียบ "ท่องสิ่งที่อาจารย์สอนเมื่อวานให้ข้าฟังซิ"
หน้าจ้าวเหยากลายเป็นหน้ามะระขมทันที เขามององค์ชายสี่อย่างเว้าวอน "พี่สี่ ข้าไม่ท่องได้ไหม?"
องค์ชายสี่เลิกคิ้วเล็กน้อย "ท่องไม่ได้รึ?"
จ้าวเหยาเกาหัวอย่างเขินๆ "พี่สี่ ท่านก็รู้ว่าข้าหัวทึบ ให้ท่องหนังสือทีไรจำไม่ได้ทุกที"
"แล้วที่อาจารย์อธิบายเมื่อวาน เจ้าเข้าใจไหม?"
จ้าวเหยาจำไม่ได้ว่าอาจารย์อธิบายอะไรเมื่อวาน เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจฟังในคาบ
"ไม่เข้าใจ"
"งั้นข้าจะอธิบายให้ฟังรอบหนึ่ง ถ้ายังไม่เข้าใจ ข้าจะอธิบายใหม่อีกรอบ"
"พี่สี่ ข้าโง่จะตาย ต่อให้ท่านสอนกี่รอบ ข้าก็ไม่เข้าใจหรอก ท่านอย่าเสียเวลาสอนข้าเลย" เขาชอบพี่สี่มาก แต่ไม่ชอบพี่สี่เวอร์ชันนี้เลย
องค์ชายสี่เอื้อมมือมาลูบหัวจ้าวเหยา พูดอย่างอ่อนโยน "ไม่เป็นไร สอนอีกสักหลายๆ รอบ เดี๋ยวเจ้าก็เข้าใจเอง"
จ้าวเหยาพยายามใช้วิธีนี้เพื่อให้องค์ชายสี่เลิกสอนน้องชายหัวทึบคนนี้ แต่องค์ชายสี่ยังคงยืนกรานที่จะสอน
"ก็ได้ งั้นรบกวนพี่สี่ด้วย"
ก่อนอาจารย์จะมา องค์ชายสี่อธิบายเนื้อหาของเมื่อวานให้จ้าวเหยาฟังอย่างละเอียด
ในขณะเดียวกัน องค์ชายเก้านั่งบนโต๊ะขององค์ชายแปด พล่ามไม่หยุดว่าพี่รองของเขาใช้สติปัญญาและความกล้าหาญปราบกบฏได้อย่างไร แม้กระทั่งอาจารย์เดินเข้ามาแล้ว องค์ชายเก้าก็ยังไม่หยุดพูด ถ้าอาจารย์ไม่ห้าม เขาคงพูดต่อไม่จบสิ้น
หลังจากเริ่มเรียนไปไม่นาน องค์ชายเก้าก็ขัดจังหวะอาจารย์เพื่อถามเรื่องธรรมเนียมการเพิ่มไข่มุกให้องค์ชายในราชวงศ์ก่อน
ก่อนมาตำหนักเหวินเต๋อ องค์ชายเก้าได้ยินเรื่องแผนการเพิ่มไข่มุกให้พี่ชายของเขา
อาจารย์ไม่คาดคิดว่าองค์ชายเก้าจะถามเรื่องนี้ ตอนแรกก็ชะงักไป แต่ไม่นานก็เริ่มอธิบายความหมายของมัน
พออาจารย์อธิบายจบ องค์ชายเก้าก็ถาม "ท่านอาจารย์ พี่ชายข้าสร้างความชอบไว้มากขนาดนี้ ท่านคิดว่าพี่ข้าจะได้เพิ่มไข่มุกกี่เม็ด?"
อาจารย์อึ้งกับคำถามไปชั่วครู่ แล้วตอบว่า "การเพิ่มไข่มุกเป็นกฎของราชวงศ์ก่อน ราชวงศ์เราไม่มีระเบียบนี้ อีกอย่าง อ๋องไต้ก็เป็นถึงอ๋องแล้ว นับเป็นเกียรติยศสูงสุด"
องค์ชายเก้าเถียงอย่างโอหัง "ท่านอาจารย์ ท่านผิดแล้ว ราชวงศ์เรากำลังจะมีองค์ชายที่ได้เพิ่มไข่มุก และพี่ชายข้ากำลังจะได้มัน"
อาจารย์ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในท้องพระโรง จึงแปลกใจมากที่ได้ยินเรื่องนี้จากองค์ชายเก้า "อ๋องไต้จะได้เพิ่มไข่มุกหรือ?"
"ใช่ แล้วก็เป็นแปดเม็ดด้วย" องค์ชายเก้าทำมือเป็นเลขแปด "พี่ชายข้ากำลังจะเป็นองค์ชายแปดไข่มุก"
"แปดไข่มุก?" สีหน้าอาจารย์เคร่งขรึมลงทันที ดุว่า "เหลวไหล อ๋องไต้จะรับแปดไข่มุกได้อย่างไร?"
องค์ชายเก้าไม่พอใจคำพูดของอาจารย์ ลุกขึ้นยืนถามอย่างเกรี้ยวกราด "ทำไมพี่ข้าจะเป็นองค์ชายแปดไข่มุกไม่ได้?"
อาจารย์กล่าวอย่างหนักแน่น "มีเพียงรัชทายาทเท่านั้นที่มีแปดไข่มุก องค์ชายอย่างมากก็ได้แค่เจ็ดไข่มุก"
องค์ชายสามพูดแทรกขึ้น "ท่านอาจารย์ สิ่งที่น้องเก้าหมายถึงคือ อ๋องไต้กำลังจะได้เป็นรัชทายาทต่างหาก"
องค์ชายห้าสนับสนุนคำพูดองค์ชายสาม "น้องเก้าคิดว่าด้วยผลงานของอ๋องไต้ เขาควรจะได้เป็นรัชทายาท"
องค์ชายหกเสริม "การอยากเป็นองค์ชายแปดไข่มุก ก็ไม่ต่างอะไรกับการอยากเป็นรัชทายาท"
องค์ชายเจ็ดวิจารณ์ "รัชทายาทก็ยังอยู่ทนโท่ แต่อ๋องไต้กลับอยากเป็นรัชทายาท? ช่างมีความทะเยอทะยานจริงๆ"
องค์ชายสี่และองค์ชายแปดยังคงนิ่งเงียบ
จ้าวเหยาคิดในใจว่า ถ้าเขามีน้องชายโง่เง่าอย่างองค์ชายเก้า เขาคงโกรธจนอกแตกตาย แม้ว่าอ๋องไต้จะหวังตำแหน่งรัชทายาทมาตลอดและไม่ปิดบังอีกต่อไป แต่เขาก็คงไม่โง่พอที่จะประกาศความทะเยอทะยานออกมาโต้งๆ แบบนี้
การที่องค์ชายเก้าประกาศปาวๆ ว่าอ๋องไต้จะเป็นองค์ชายแปดไข่มุก มันไม่ได้ช่วยพี่รองเลย รังแต่จะหาเรื่องให้เขา
พอได้ยินองค์ชายสามและคนอื่นๆ พูด องค์ชายเก้าก็รู้ตัวว่าพลาดไปแล้ว รีบแก้ตัวพัลวัน "พี่สาม หยุดใส่ร้ายพวกเรานะ ข้าบอกว่าพี่ข้าจะเป็นองค์ชายแปดไข่มุก ไม่ได้บอกว่าจะเป็นรัชทายาทสักหน่อย"
องค์ชายเจ็ดแย้ง "เมื่อกี้ท่านอาจารย์ก็เพิ่งบอกว่ามีแค่รัชทายาทที่มีแปดไข่มุก และเกียรติยศสูงสุดขององค์ชายคือเจ็ดไข่มุก ดังนั้นการที่เจ้าบอกว่าอ๋องไต้จะได้แปดไข่มุก ก็เท่ากับบอกว่าเขาอยากเป็นรัชทายาทนั่นแหละ"
"จ้าวจิง หยุดใส่ร้ายข้ากับพี่ชายเดี๋ยวนี้ แปดไข่มุกเป็นของรัชทายาทตามกฎราชวงศ์ก่อน ไม่ใช่ราชวงศ์เรา" สมององค์ชายเก้าแล่นเร็ว "เสด็จพ่ออาจจะกำหนดให้แปดไข่มุกเป็นเกียรติยศสูงสุดขององค์ชายในราชวงศ์เราก็ได้ พี่สาม พี่ห้า พี่หก แล้วก็จ้าวจิง เลิกใส่ร้ายข้ากับพี่ชายได้แล้ว ข้ารู้นะว่าพวกเจ้าอิจฉาผลงานของพี่ข้า"
องค์ชายสามพูด "น้องเก้า เจ้าเป็นคนพูดเรื่องแปดไข่มุกเองนะ"
"แต่ข้าไม่ได้พูดว่าพี่ข้าอยากเป็นรัชทายาท พวกท่านพูดกันเอง" องค์ชายเก้าแค่นเสียง "ข้ารู้ว่าพวกท่านอิจฉาที่พี่ข้าสร้างผลงานต่อเนื่อง เลยอยากใส่ความเขา เรื่องที่พวกท่านพูดมาทั้งหมด ข้าจะไปฟ้องเสด็จพ่อว่าพวกท่านจ้องจะทำร้ายพี่ข้า"
จ้าวเหยาเดาะลิ้นในใจ นับถือไหวพริบของพี่เก้าจริงๆ ที่พลิกวิกฤตโยนความผิดกลับไปให้พวกองค์ชายสามได้
องค์ชายสามและคนอื่นๆ กำลังจะเถียงต่อ แต่อาจารย์เข้ามาขัดจังหวะ หมดอารมณ์จะดูปาหี่นี้แล้ว "เงียบได้แล้ว เรียนต่อ"
องค์ชายเก้าส่งสายตายั่วยวนไปให้กลุ่มองค์ชายสาม แล้วนั่งเงียบตลอดคาบเรียนที่เหลือ
ในขณะเดียวกัน ที่ท้องพระโรง เหล่าขุนนางกำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือดว่าจะมอบไข่มุกให้อ๋องไต้หรือไม่