- หน้าแรก
- ข้าก็แค่สอนทำคลอดหมู ไหงพวกเจ้าบรรลุเซียนกันหมด
- บทที่ 40 / ซูอิ่นเริ่มหลอมยา (ครึ่งหลัง)
บทที่ 40 / ซูอิ่นเริ่มหลอมยา (ครึ่งหลัง)
บทที่ 40 / ซูอิ่นเริ่มหลอมยา (ครึ่งหลัง)
บทที่ 40 / ซูอิ่นเริ่มหลอมยา (ครึ่งหลัง)
แป้งสาลีถุงนี้ เป็นแป้งที่เขาโม่มาจากข้าวสาลีที่ปลูกเองกับมือ ในแหวนมิติยังมีเก็บไว้อีกเพียบ เขาหยิบออกมานิดหน่อย ผสมน้ำ แล้วก็นวดจนเป็นก้อนแป้งเนื้อเนียน
"???"
เฉินเสี่ยวเยว่กับหมิงอวี้ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกอีกรอบ
ผ่าฟืน... นวดแป้ง... นี่ตกลงเจ้ากำลังหลอมยาหรือกำลังทำกับข้าวกันแน่เนี่ย? ทำไมภาพมันดูผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็นขนาดนี้ล่ะ!
"เอ่อ... คือว่าข้าไม่เคยเรียนวิธีรวมเม็ดยามาก่อนน่ะครับ ข้าควบคุมปราณเพื่อบีบอัดมันไม่ได้ ก็เลย... ต้องปั้น 'ยาเม็ด' เตรียมไว้ก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยลองดูว่าจะใช้ได้ผลไหม..." เมื่อเห็นสีหน้าปั้นยากของทั้งสองคน ซูอิ่นก็อธิบายด้วยความกระดากอาย
การรวมเม็ดยานั้น เขาทำไม่เป็นจริงๆ แต่ถ้าใช้แป้งสาลีมาปั้นเป็นลูกกลมๆ เพื่อใช้รองรับสรรพคุณยาที่สกัดได้ล่ะก็... มันก็น่าจะพอถูไถไปได้มั้ง
ไม่นานนัก เขาก็ปั้นก้อนแป้งขนาดเท่าขนมบัวลอยออกมาได้สิบลูก
"เริ่มกันเลยดีกว่า!"
ตอนนี้อุณหภูมิของเตาหลอมยาเริ่มลดลงแล้ว ซูอิ่นจึงหยิบฟืนที่ผ่าเตรียมไว้มาจุดไฟทันที
พรึ่บ!
เปลวไฟลุกโชนขึ้นโอบล้อมเตาหลอมยาไว้ แม้จะไม่ได้ร้อนแรงเท่ากับถ่านหิน แต่ขนาดของเปลวไฟก็สม่ำเสมอและให้ความร้อนที่พอเหมาะพอเจาะ
"นี่มัน..."
ตอนแรกหมิงอวี้ก็ยังขมวดคิ้วสงสัยว่าอีกฝ่ายจะใช้ฟืนหลอมยาได้ยังไง แต่พอเห็นไฟถูกจุดขึ้นมา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว
ในฐานะนักปรุงยา เขาย่อมมีความไวต่อความร้อนของเปลวไฟเป็นพิเศษ และตอนนี้เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า... เปลวไฟที่กำลังแผดเผาอยู่รอบๆ เตาหลอมนั้น มีอุณหภูมิเท่ากันเป๊ะๆ ในทุกๆ จุด! ไม่มีผิดเพี้ยนเลยแม้แต่นิดเดียว!
เปลวไฟนั้นแบ่งออกเป็นสามส่วนคือ เปลวไฟชั้นนอก เปลวไฟชั้นกลาง และแกนกลาง ซึ่งเปลวไฟชั้นนอกจะมีความร้อนสูงสุด และค่อยๆ ลดหลั่นลงมาตามลำดับ ตามทฤษฎีแล้ว หากสามารถควบคุมได้อย่างแม่นยำ ก็ย่อมสามารถทำให้ความร้อนที่สัมผัสกับเตาหลอมมีอุณหภูมิเท่ากันทั้งหมดได้
แต่ทฤษฎีก็คือทฤษฎี! ในความเป็นจริงแล้ว เตาหลอมยามีขนาดใหญ่โตมโหฬาร การจะทำให้เปลวไฟที่แค่โดนลมพัดเบาๆ ก็ไหวเอนนั้น มีอุณหภูมิเท่ากันในทุกจุดที่สัมผัสกับเตา... มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย!
ด้วยเหตุนี้ สำหรับนักปรุงยาทั่วไป ขอเพียงแค่ควบคุมให้อุณหภูมิแตกต่างกันไม่เกินสองร้อยองศา ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว ตัวเขาเองก็ทำได้ในระดับนี้เช่นกัน
แต่เด็กหนุ่มคนนี้... กลับใช้ฟืนที่ควบคุมความร้อนได้ยากกว่าถ่านหินตั้งหลายเท่า ทำให้ความร้อนกระจายตัวเท่ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ... เขาทำได้ยังไงกัน?
ต่อให้เห็นกับตาตัวเอง ก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลย!
เอาแค่เรื่องการก่อไฟอย่างเดียว... เด็กหนุ่มคนนี้ก็ก้าวข้ามไปถึงระดับปรมาจารย์แล้ว! แม้แต่ท่านอาจารย์ของเขาก็ยังเทียบไม่ติดเลย!
ตอนแรกเขายังคิดว่าการที่เด็กหนุ่มบอกว่าวิธีก่อไฟของเขาห่วยแตกนั้น เป็นคำพูดดูถูกเหยียดหยาม แต่ตอนนี้เขาเพิ่งจะรู้ตัวว่า... เด็กหนุ่มไม่ได้พูดผิดเลยสักนิด แถมยัง... ปรานีเขามากแล้วด้วยซ้ำ!
เขาตั้งใจดูต่อไป
หลังจากจุดไฟเผาเตาหลอมได้ครู่หนึ่ง อุณหภูมิก็เริ่มสูงขึ้น ซูอิ่นหยิบสมุนไพรที่จัดเตรียมไว้โยนลงไปในเตาทีละต้น
สมุนไพรเหล่านี้ผ่านการหั่นและคัดแยกมาอย่างดี ทำให้มันละลายและคายสรรพคุณยาออกมาได้ง่ายขึ้น แถมลำดับการใส่และช่วงเวลาที่ทิ้งระยะห่าง ก็ล้วนสอดคล้องกับคุณสมบัติของสมุนไพรแต่ละชนิด ทำให้พวกมันผสมผสานเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัวที่สุด
เมื่อใส่สมุนไพรลงไปมากขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นหอมของยาก็ยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น เพียงสามนาที สมุนไพรทั้งยี่สิบชนิดก็ถูกใส่ลงไปจนหมด
วิง!
เสียงครางต่ำๆ ดังขึ้นจากเตาหลอมยา พร้อมกับกลุ่มควันกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยตัวขึ้นมาก่อตัวเป็นวงแหวนเหนือเตาหลอม ดูราวกับก้อนเมฆสีขาวบริสุทธิ์ที่ลอยนิ่งอยู่อย่างนั้น
"นี่มัน... เมฆาหอมปราณโอสถ! ป... เป็นไปได้ยังไง..."
หมิงอวี้สะดุ้งสุดตัวด้วยความตกตะลึงจนแทบจะควบคุมพลังปราณในร่างไม่อยู่
"เมฆาหอมปราณโอสถคืออะไรหรือเจ้าคะ?" เฉินเสี่ยวเยว่หันมาถามด้วยความงุนงง
หมิงอวี้ริมฝีปากสั่นระริก อธิบายด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก "ความจริงแล้ว... ยาเม็ดไม่ได้แบ่งออกเป็นแค่ระดับธรรมดา ระดับบริสุทธิ์ และระดับปรมาจารย์เท่านั้นหรอกนะ แต่เหนือกว่านั้นขึ้นไป... ยังมีสิ่งที่เรียกว่า 'ระดับสมบูรณ์แบบ' อยู่อีก! เพียงแต่ว่า ยาระดับนี้มันหาดูได้ยากยิ่งกว่าอะไรดี ในรอบร้อยปีจะโผล่มาสักเม็ดหรือเปล่าก็ไม่รู้! อย่าว่าแต่ในเมืองต้าเหยียนเลย ต่อให้เป็นสุดยอดนักปรุงยาจากเมืองใหญ่อย่างเมืองต้าเฉียน หรือเมืองต้าหยวน... ก็ใช่ว่าจะหลอมมันออกมาได้ง่ายๆ!"
"หรือว่า... ยาที่เขากำลังหลอมอยู่ จะเป็นยาระดับสมบูรณ์แบบ?" เฉินเสี่ยวเยว่ตัวสั่นเทิ้ม
"ข้าก็แค่เดาเอาน่ะ... ในตำราเก่าแก่เคยบันทึกไว้ว่า ก่อนที่ยาเม็ดระดับสมบูรณ์แบบจะถือกำเนิดขึ้น มันจะปรากฏเมฆาหอมปราณโอสถลอยวนเวียนอยู่เหนือเตาหลอม เป็นรูปวงแหวนที่ไม่ยอมจางหายไปไหน! ซึ่งมันก็... ดูคล้ายๆ กับไอ้ก้อนเมฆที่ลอยอยู่ตรงหน้านี้แหละ!"
หมิงอวี้ตอบ
เขาเองก็ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อนเหมือนกัน เคยอ่านเจอแต่ในตำรา แต่พอเห็นกลุ่มควันที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เขาก็เลยเผลอหลุดปากพูดออกมา
"นี่มัน..." เฉินเสี่ยวเยว่พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ตอนแรกนึกว่าเป็นแค่ไก่อ่อน ที่ไหนได้... ดันเป็นระดับปรมาจารย์ซะงั้น!
ตู้ม!
เมื่อสมุนไพรทั้งหมดถูกหลอมรวมกัน กลิ่นหอมของยาก็ทวีความเข้มข้นขึ้นจนถึงขีดสุด ซูอิ่นที่ยืนอยู่ไม่ไกล พลิกข้อมือ แล้วโยนก้อนแป้งที่ปั้นเตรียมไว้ลงไปในเตาทันที
กลุ่มเมฆหมอกหดตัวเล็กลงอย่างรวดเร็ว เตาหลอมยาสั่นสะเทือนเบาๆ ก่อนที่ฝาเตาจะเปิดผางออกเสียงดัง 'ปัง!'
ฟุ่บ!
ยาเม็ดสิบเม็ดพุ่งทะยานออกมาจากเตา แล้วลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
ยาแต่ละเม็ดทอประกายสีทองอร่าม เหนือเม็ดยามีกลุ่มควันจางๆ ลอยวนเวียนอยู่ ดูราวกับมีปีกงอกออกมา
"ระดับสมบูรณ์แบบ..." หมิงอวี้กลืนน้ำลายเอื๊อก ฟันกระทบกันดังกึกๆ
ถ้าเมื่อกี้เขายังไม่ค่อยแน่ใจ แต่ตอนนี้เขามั่นใจเกินร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว!
ยาจู้ฉีระดับปรมาจารย์น่ะ เขาหลอมเองได้สบายๆ และเคยหลอมมาเป็นพันๆ ครั้งแล้ว รูปร่างหน้าตามันไม่ได้เป็นแบบนี้แน่นอน!
ใช้สมุนไพรแค่หนึ่งในห้า ใช้ฟืนก่อไฟ แถมยังเอาก้อนแป้งสาลีมาทำเป็นเม็ดยา... แต่กลับหลอมยาระดับสมบูรณ์แบบออกมาได้เนี่ยนะ? นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกัน!
"ไอ้ที่บอกว่าไม่เคยหลอมยา บอกว่าไม่มีพลังฝึกตนน่ะ... ต้องโกหกแน่ๆ..."
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเขา
คนไม่มีพลังฝึกตน คนที่ไม่เคยหลอมยา จะไปมองเห็นข้อผิดพลาดมากมายก่ายกองในการหลอมยาของเขาได้ยังไง?
จะไปหลอมยาระดับสมบูรณ์แบบออกมาได้ยังไง?
เลิกบ้าสักทีเถอะ!
ไม่ต้องคิดให้ปวดหัวก็รู้แล้วว่า เจ้านี่ต้องเป็นยอดฝีมือที่จงใจทำตัวอ่อนหัดเพื่อตบตาคนอื่นแน่ๆ!
พวกยอดฝีมือระดับสูงก็ชอบทำตัวแปลกๆ แบบนี้กันทั้งนั้นแหละ เหมือนท่านอาจารย์ของเขานั่นไง เป็นถึงนักปรุงยาระดับห้าแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังชอบออกไปหาเก็บสมุนไพรเองอยู่บ่อยๆ โดยให้เหตุผลว่า สมุนไพรที่คนอื่นเก็บมาให้ สรรพคุณมันไม่ค่อยสมบูรณ์...
บางที... เด็กหนุ่มคนนี้ก็อาจจะเป็นเหมือนกัน!
พลังฝีมือร้ายกาจซะขนาดนี้ แต่กลับทำตัวกลมกลืนเหมือนคนธรรมดาสามัญ...
ไม่อย่างนั้น ถ้าไม่ได้เก่งกาจอะไรเลย คนเจ้าระเบียบอย่างท่านอาจารย์ จะยอมมอบป้ายหยกประจำตัวให้ง่ายๆ ได้ยังไง?
แล้วเขาก็โง่เง่าเต่าตุ่น ดันไปเชื่อว่าอีกฝ่ายเป็นแค่เด็กอมมือ... แถมยังไปพูดจาถากถางเขาอีกต่างหาก!
น่าสมเพชตัวเองชะมัด!
ขณะที่เขากำลังอยากจะมุดแผ่นดินหนีด้วยความอับอาย เสียงของเด็กหนุ่มก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
"เอ่อ... แบบนี้เรียกว่าหลอมยาสำเร็จหรือเปล่าครับ?"
"..."
หมิงอวี้แทบจะร้องไห้ออกมา
นี่เจ้าตั้งใจจะประชดข้าใช่ไหม! ข้ายอมรับผิดแล้วก็ได้ ปล่อยข้าไปเถอะ!
"สำเร็จสิขอรับ! สำเร็จอย่างงดงามเลยขอรับ!" เขารีบพยักหน้ารับรัวๆ
ถ้าแบบนี้ไม่เรียกว่าสำเร็จ แล้วไอ้ที่เขาหลอมออกมาเมื่อกี้จะเรียกว่าอะไรล่ะ? ขยะงั้นรึ?
ได้โปรดอย่าเอาข้าไปเปรียบเทียบเลย... ข้าอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว!
"ถ้าสำเร็จก็ดีแล้วครับ..."
ซูอิ่นลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
การเอาก้อนแป้งมาดูดซับปราณโอสถในเตาหลอม เป็นแค่วิธีแก้ขัดที่เขาเพิ่งนึกออกสดๆ ร้อนๆ ไม่นึกเลยว่ามันจะได้ผลจริงๆ
ถ้าอย่างนั้น ก็แปลว่า... ตอนนี้เขาถือว่าเรียนรู้วิชาหลอมยาสำเร็จแล้วใช่ไหม?
ไหนใครบอกว่าวิชานี้มันเรียนยากเรียนเย็นนักหนาล่ะ? ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย!
ขณะที่เขากำลังยืนงงอยู่นั้น จู่ๆ เขาก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในร่างกาย เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เขาก็เห็นพลังวิญญาณสายหนึ่งพุ่งทะลวงเข้าสู่ร่างกายเขาอย่างรวดเร็ว
รูขุมขนที่เคยปิดสนิท บัดนี้กลับเปิดกว้างออกราวกับกำลังอ้าแขนรับพลังวิญญาณเหล่านั้นอย่างเต็มใจ ไม่มีอาการต่อต้านหรือขับไล่เหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว
"นี่มัน..." ซูอิ่นสะท้านไปทั้งร่าง
รูขุมขนเปิดรับพลังวิญญาณ ไม่ขับไล่ออกมาอีกต่อไป... นี่แปลว่า... เขาสามารถเริ่มฝึกวิชาได้แล้วใช่ไหม?
เขาลองใช้วิธีสารพัดวิธี ลองฝึกตามตำรามาก็ตั้งหลายเล่ม แต่ก็ไม่เคยสำเร็จเลย แต่พอมาลองหลอมยาแค่ครั้งเดียว... กลับสำเร็จซะงั้น? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เขาหันไปมองหมิงอวี้และเฉินเสี่ยวเยว่ ก็เห็นว่าทั้งสองคนยังคงทำหน้าเหลอหลา ราวกับไม่รู้สึกถึงพลังวิญญาณที่พุ่งเข้าสู่ร่างกายเขาเลยแม้แต่น้อย
หรือว่า... พลังวิญญาณสายนี้ จะมีแค่เขาคนเดียวที่ 'มองเห็น' และสัมผัสได้?
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง... แล้วพลังพวกนี้มันคืออะไรกันแน่? แล้วมันมาจากไหนล่ะ?
ซูอิ่นสับสนมืดแปดด้านไปหมด
...
ณ ดินแดนต้องห้าม
ในวินาทีที่ซูอิ่นหลอมยาสำเร็จ ร่างของเศษเสี้ยววิญญาณดวงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน
หลี่สือซิ่ว ปราชญ์โอสถนั่นเอง
เขามองทอดสายตาลงไปยังตีนเขาด้วยความประหลาดใจ "ไม่นึกเลยแฮะ ว่าวิชาแรกที่เจ้านั่นจะเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ก็คือวิชาปรุงยา... สมกับที่เป็นผู้มีกายามรรคกำเนิดจริงๆ ใช้เวลาไม่นานก็สามารถค้นพบเส้นทางของตัวเองได้แล้ว..."
ฟุ่บ!
สิ้นเสียงพึมพำ ร่างของเขาก็เลือนหายไป ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นมาก่อน
[จบตอน]