- หน้าแรก
- ข้าก็แค่สอนทำคลอดหมู ไหงพวกเจ้าบรรลุเซียนกันหมด
- บทที่ 33 / แยกแยะสรรพคุณยา
บทที่ 33 / แยกแยะสรรพคุณยา
บทที่ 33 / แยกแยะสรรพคุณยา
บทที่ 33 / แยกแยะสรรพคุณยา
เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มไม่รู้เรื่องรู้ราวจริงๆ ชายชราก็ส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย "การเก็บสมุนไพรคือพื้นฐานที่ง่ายที่สุดของการปรุงยา ตามหลักแล้ว ใครก็ตามที่เคยร่ำเรียนมาก็ไม่น่าจะทำผิดพลาดแบบนี้... ไม่ทราบว่าอาจารย์ของสหายตัวน้อยคือผู้ใดหรือ? ไฉนถึงไม่เคยสั่งสอนเรื่องพวกนี้เลย?"
"อาจารย์น่ะหรือ?" ซูอิ่นยกมือเกาหัวแกรกๆ "ก็แค่คนธรรมดาที่ไม่มีชื่อเสียงเรียงนามอะไรหรอกครับ!"
เศษเสี้ยววิญญาณที่สอนทฤษฎีการแพทย์ให้เขา มีชื่อว่าหลี่สือซิ่ว บนป้ายหลุมศพสลักคำว่า 'ปราชญ์โอสถ' เอาไว้ ตอนนั้นเขาก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน เคยลองไปถาม 'ศิษย์พี่สายเปย์' แถมยังไปค้นตำราดูตั้งหลายเล่ม แต่ก็ไม่พบว่าทั่วทั้งทวีปจะมีคนชื่อนี้อยู่เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฉายาปราชญ์โอสถหรืออาชีพนี้เลยด้วยซ้ำ... เพราะฉะนั้น ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคงเป็นพวกลูกหลานที่สร้างป้ายหลุมศพขึ้นมาเขียนอวยกันเองนั่นแหละ
อีกอย่าง ถ้าเป็นปราชญ์โอสถจริงๆ ทำไมถึงไม่สอนวิธีหลอมยา หรือวิธีรักษาคนล่ะ? ดันมาสอนแต่วิธีรักษาแม่หมู... ในความคิดของเขา หมอนี่อย่างมากก็คงเป็นแค่สัตวแพทย์เท่านั้นแหละ ขืนเอาชื่อไปบอกใคร มีหวังได้โดนหัวเราะเยาะตาย สู้ไม่บอกซะเลยจะดีกว่า
"ก็นั่นน่ะสิ ถ้านักปรุงยาที่มีชื่อเสียงสักหน่อย ก่อนจะปล่อยให้ลูกศิษย์ออกมาเก็บสมุนไพร ก็ต้องอธิบายกฎเกณฑ์พวกนี้ให้ฟังอยู่แล้ว!"
ชายชราส่ายหน้า เอามือไพล่หลัง ทำท่าทีเหมือนผู้ใหญ่กำลังสั่งสอนเด็ก "ในเมื่อเจ้าไม่รู้ งั้นข้าจะอธิบายให้ฟังก็แล้วกัน!"
"ครับ!" ซูอิ่นพยักหน้ารับ ทำท่าตั้งใจฟังอย่างเต็มที่
เมื่อเห็นท่าทีนอบน้อมของเขา ชายชราก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก เขาลูบเคราเบาๆ แล้วอธิบายว่า "รากของหญ้าหยางเหมันต์นั้นเติบโตอยู่ในที่ที่มีความเย็นจัด แต่ดอกของมันกลับเบ่งบานรับแสงแดดอันร้อนแรง สมุนไพรเพียงต้นเดียว แต่กลับหลอมรวมคุณสมบัติทั้งหยินและหยางเอาไว้ด้วยกัน เพราะฉะนั้น ตอนที่จะเก็บมันจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่อย่างนั้น ทันทีที่รากถูกถอนขึ้นมาจากดิน ความเย็นที่เคยได้รับก็จะขาดหายไป ทำให้คุณสมบัติหยางมีอำนาจเหนือกว่า เมื่อพลังทั้งสองเข้าปะทะและหักล้างกัน สรรพคุณยาของมันก็จะลดฮวบลงอย่างมหาศาล!"
ซูอิ่นถึงบางอ้อ แต่ก็ยังมีเรื่องสงสัย "ในเมื่อตอนที่ถอนรากขึ้นมา พลังความเย็นกับความร้อนมันจะเข้าปะทะกัน งั้นตอนเก็บ... เราก็แค่หาทางสกัดกั้นไม่ให้พลังทั้งสองมาเจอกันก็สิ้นเรื่องไม่ใช่หรือครับ?"
"ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย!"
ชายชราสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่สบอารมณ์ "สรรพคุณของสมุนไพรนั้นพลิกแพลงได้สารพัด ไม่ว่าจะเป็นอายุการเติบโต แสงแดด สารอาหาร หรือแม้แต่น้ำ... ล้วนส่งผลต่อมันได้ทั้งสิ้น! การบอกว่าให้สกัดกั้นไม่ให้พลังหยินและหยางมาปะทะกันน่ะ พูดน่ะมันง่าย แต่ข้าขอถามเจ้าหน่อยเถอะ สรรพคุณยามันซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในเนื้อสมุนไพร ถ้ายังไม่เด็ดมันลงมา เจ้าจะหาจุดแบ่งแยกที่ชัดเจน แล้วทำการสกัดกั้นได้อย่างแม่นยำได้ยังไง? ต้องจำไว้เลยนะว่า ถ้าเกิดพลาดขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว ก็เท่ากับว่าทำลายสมุนไพรต้นนั้นทิ้งไปเลย ความพยายามทั้งหมดจะสูญเปล่าทันที!"
"เอ่อ..." ซูอิ่นอึ้งไปเลย
พลังหยินกับหยางมันแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดขนาดนั้น ต่อให้ซ่อนอยู่ข้างในเนื้อสมุนไพร มันก็น่าจะมองหาได้ง่ายๆ ไม่ใช่หรือไง?
ทักษะการแยกแยะแบบนี้ แค่การทดสอบด่านแรกเขาก็สามารถทำได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีพลาดเลยสักนิด... ทำไมฟังจากน้ำเสียงของตาแก่คนนี้แล้ว มันดูเหมือนเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญขนาดนั้นล่ะ?
"วิธีที่ถูกต้องก็คือ ต้องรอให้ถึงยามอู่ ซึ่งเป็นช่วงที่พลังหยางแข็งแกร่งที่สุดและพลังหยินอ่อนแอที่สุด แล้วใช้ด้ายแดงผูกรัดตรงรอยต่อระหว่างส่วนที่โดนแสงแดดกับส่วนที่อยู่ในร่มเงา จากนั้นก็รอไปจนถึงยามจื่อ ซึ่งเป็นช่วงที่พลังหยางอ่อนแอที่สุด ค่อยใช้มีดตัดตรงบริเวณที่ผูกด้ายแดงเอาไว้!"
ชายชราอธิบายต่อ "ทำแบบนี้ พลังหยินและหยางก็จะไม่เกิดการปะทะกัน และสามารถรักษาสรรพคุณของพลังทั้งสองรูปแบบเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์!"
"ยุ่งยากจังแฮะ!" เมื่อได้ยินว่าต้องรอถึงหกชั่วยามเต็มๆ กว่าจะเก็บสมุนไพรได้แค่ต้นเดียว ซูอิ่นก็ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ "ถ้าเกิดเราสามารถหาจุดที่พลังหยินกับหยางมาบรรจบกันได้ แล้วทำการสกัดกั้นไว้ก่อน จากนั้นค่อยเด็ดมันลงมาตรงๆ เลย แบบนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาใช่ไหมครับ?"
"ตามทฤษฎีแล้วมันก็ใช่... แต่มันยากเกินไป!" ชายชราส่ายหน้า "สมุนไพรมันเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ พลังหยินกับหยางมันเชื่อมโยงถึงกันหมด ถ้าไม่ผ่ามันออกมาดู จะไปหาจุดบรรจบเจอกันได้ยังไง! และถ้าขืนผ่าออกมา สรรพคุณยาก็จะถูกทำลาย ความพยายามทั้งหมดก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า..."
"มันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นสักหน่อย..."
ซูอิ่นส่ายหน้า สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วลองใช้จมูกดมกลิ่นดู "จุดที่พลังหยินกับหยางของหญ้าต้นนี้มาบรรจบกัน... มันอยู่ตรงนี้ไง..."
พูดจบ เขาก็เอื้อมมือออกไป ใช้นิ้วหนีบเบาๆ แล้วดึงหญ้าหยางเหมันต์ขึ้นมาจากดินทันที
"เจ้า..."
เมื่อเห็นว่าอุตส่าห์อธิบายไปตั้งยืดยาว แต่เด็กหนุ่มคนนี้กลับยังดื้อดึงเด็ดสมุนไพรลงมาหน้าตาเฉย ชายชราก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง กำลังจะอ้าปากด่า แต่จู่ๆ รูม่านตาก็หดเกร็ง สีหน้าเปลี่ยนเป็นตกตะลึงจนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
"น... นี่มัน... เป็นไปได้ยังไง?"
ตามปกติแล้ว ทันทีที่หญ้าหยางเหมันต์ถูกถอนขึ้นมา และพลังหยินกับหยางเข้าปะทะกัน สีสันอันสดใสของดอกมันก็จะหม่นหมองลงทันที ส่วนที่เป็นสีแดงสดก็จะกลายเป็นสีเทา ส่วนที่เป็นสีขาวก็จะซีดจางลง... แต่เด็กหนุ่มคนนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้มองดูให้ดีด้วยซ้ำ กลับเด็ดมันขึ้นมาดื้อๆ ในตอนแรกเขาคิดว่าดอกของมันคงจะเหี่ยวเฉาลงในพริบตา แต่นึกไม่ถึงเลยว่า... สีสันของมันยังคงสดใสเปล่งปลั่งเหมือนตอนที่ยังอยู่ในดินไม่มีผิดเพี้ยน!
นั่นก็หมายความว่า... เด็กหนุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่จะหาจุดที่พลังหยินและหยางมาบรรจบกันเจอ แต่เขายังสามารถสกัดกั้นพลังทั้งสองเอาไว้ได้จริงๆ!
เขาทำได้ยังไงกัน?
ต่อให้เป็นเขา ที่คลุกคลีอยู่กับการปรุงยามานานนับร้อยปี ก็ยังทำแบบนี้ไม่ได้เลย!
"เห็นไหมล่ะ ง่ายนิดเดียว..." เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าทางตกใจเกินเหตุ ซูอิ่นก็ส่ายหน้าเบาๆ
"ง่ายงั้นรึ?"
เส้นเลือดตรงขมับของชายชราเต้นตุบๆ เขาฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบปลดตะกร้าสมุนไพรลงจากหลัง ค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบสมุนไพรสีเขียวมรกตต้นหนึ่งออกมา "ในสมุนไพรต้นนี้ มีจุดหนึ่งที่อัดแน่นไปด้วยสรรพคุณช่วยผ่อนคลายประสาท เจ้าพอจะหามันเจอไหม?"
"นี่มันหญ้าอันเสินนี่นา... บนใบไม้นี้ ถ้าท่านตัดตรงส่วนนี้ออกไป จะสามารถรักษาสรรพคุณของสมุนไพรทั้งต้นไว้ได้ถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวนะ!"
ซูอิ่นใช้นิ้ววาดขอบเขตลงบนใบไม้อย่างลวกๆ
ด้วยความกังขา ชายชราจึงหยิบมีดเล็กๆ ออกมา ตัดใบไม้นั้นตามตำแหน่งที่เด็กหนุ่มบอก แล้วนำเข้าปากเคี้ยวดู... ทันใดนั้น ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงทันที
แม่นยำไร้ที่ติ!
สรรพคุณของสมุนไพรนั้น มักจะกระจายตัวอยู่ตามส่วนต่างๆ ไม่เท่ากันในระหว่างที่มันเจริญเติบโต ก็เหมือนกับร่างกายคนเรา ที่มีปริมาณไขมันและกล้ามเนื้อในแต่ละส่วนไม่เท่ากันนั่นแหละ
ด้วยเหตุนี้ เวลาที่นักปรุงยาจะหลอมยา ต่อให้รู้ทั้งรู้ว่าสัดส่วนของสมุนไพรที่ผิดเพี้ยนไปแม้แต่นิดเดียว ก็อาจส่งผลต่อคุณภาพของยาได้ แต่... ก็ไม่มีใครสามารถระบุได้อย่างแน่ชัดว่า สรรพคุณยาของสมุนไพรต้นหนึ่งๆ มันไปกระจุกตัวอยู่ที่ส่วนไหนมากที่สุด และมีปริมาณเท่าไหร่กันแน่
ไม่สามารถวัดตวงได้อย่างแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่... เด็กหนุ่มตรงหน้าคนนี้ กลับสามารถบอกตำแหน่งที่สรรพคุณยาไปกระจุกตัวอยู่มากที่สุดของหญ้าอันเสินได้อย่างถูกต้องแม่นยำ แถมยังระบุปริมาณได้อย่างไร้ที่ติอีกต่างหาก...
นี่มันน่าขนลุกเกินไปแล้ว! ถ้าไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง เขาคงไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด
"แล้วต้นนี้ล่ะ?"
เขาพยายามข่มความตื่นเต้น หยิบสมุนไพรออกมาอีกหลายต้น ซูอิ่นเพียงแค่ดมกลิ่นเบาๆ ก็สามารถบอกรายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งและปริมาณของสรรพคุณยาที่ซ่อนอยู่ในสมุนไพรเหล่านั้นได้อย่างฉลุย
เมื่อชายชรานำสมุนไพรที่เด็กหนุ่มชี้เป้าไว้มาหั่นให้ละเอียดแล้วลองเคี้ยวดู... เขาก็พบว่ามันตรงกับที่เด็กหนุ่มบอกเป๊ะๆ ไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่นิดเดียว!
นั่นก็หมายความว่า... เด็กหนุ่มคนนี้เพียงแค่มองปราดเดียว... ก็สามารถแยกแยะปริมาณและตำแหน่งของสรรพคุณยาได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องทำลายเนื้อสมุนไพรเลยแม้แต่น้อย!
"เจ้า..." ชายชราทนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ มองอีกฝ่ายด้วยความตื่นตะลึงจนตัวสั่น "เจ้าเกิดมาพร้อมกับความสามารถพิเศษที่เข้าถึงสมุนไพรได้งั้นรึ? ถึงได้สัมผัสได้ถึงการกระจายตัวของสรรพคุณยาแบบนี้?"
มีตำนานเล่าขานกันว่า คนบางคนเกิดมาพร้อมกับสัมผัสพิเศษที่ไวต่อสมุนไพร สามารถแยกแยะสรรพคุณยาที่คนทั่วไปมองไม่เห็นได้อย่างง่ายดาย หรือว่าเด็กหนุ่มคนนี้ จะมีพรสวรรค์ที่ว่านั้นกัน?
"เปล่าหรอกครับ..."
ซูอิ่นไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะคิดไปไกลขนาดนั้น เขาส่ายหน้าปฏิเสธ "โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ หรอกครับ จะมีความสามารถอะไรได้มาโดยไม่ต้องพยายามได้ยังไงกัน? ตอนแรกข้าก็แยกไม่ออกหรอกครับ แต่เพราะความพยายามอย่างหนักหน่วง ข้าถึงทำแบบนี้ได้ต่างหาก"
"ความพยายามงั้นรึ? นั่นสินะ! ต่อให้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศแค่ไหน ก็ต้องผ่านการร่ำเรียนและฝึกฝนกันทั้งนั้นแหละ"
ชายชราพยักหน้าเห็นด้วย สีหน้าจริงจังขึ้นมา แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ "ดูจากอายุของเจ้าแล้วก็ยังไม่น่าจะเยอะเท่าไหร่... ถ้างั้น ตั้งแต่เริ่มเรียนจนสามารถแยกแยะสรรพคุณยาได้อย่างแม่นยำขนาดนี้... เจ้าใช้เวลาไปนานแค่ไหนกัน?"
"ข้าก็ไม่ใช่คนหัวไวอะไรหรอกครับ..." ซูอิ่นทำหน้าเศร้าเมื่อนึกถึงอดีตอันขมขื่น "ก็ใช้เวลาไปประมาณ... สิบวันเห็นจะได้!"
"สิบวัน?"
ชายชราถึงกับยืนตัวแข็งทื่อเป็นหินไปเลย
นี่เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้พูดผิด? ไม่ใช่สิบปีแน่นะ?
[จบตอน]