- หน้าแรก
- ข้าก็แค่สอนทำคลอดหมู ไหงพวกเจ้าบรรลุเซียนกันหมด
- บทที่ 27 / รายงานหอผู้อาวุโส
บทที่ 27 / รายงานหอผู้อาวุโส
บทที่ 27 / รายงานหอผู้อาวุโส
บทที่ 27 / รายงานหอผู้อาวุโส
"เฮ้อ!"
ณ เคาน์เตอร์ต้อนรับของหอการค้าต้าเหยียน ซ่งหย่าเฟยเท้าคางนั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าบ่งบอกถึงความหงุดหงิดใจอย่างปิดไม่มิด
กระทะก้นแบนใบนั้นแขวนอยู่บนกำแพงมาตั้งชั่วยามกว่าแล้ว ยังไม่มีใครเฉียดเข้าไปถามราคาเลยสักคน ดูท่าเงินสามตำลึงนี่ เธอคงต้องควักเนื้อจ่ายเองซะแล้วล่ะ
เพิ่งจะทำงานมาได้เดือนเดียว ก็เจอเรื่องซวยๆ แบบนี้เข้าให้ ใครเจอก็ต้องรู้สึกอัดอั้นตันใจเป็นธรรมดา
"จำไว้เลยนะ คราวหน้าคราวหลังอย่าไปสงสารใครสุ่มสี่สุ่มห้าอีก..."
เธอสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน เตรียมจะกลับไปทำงานต่อ แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นคนกลุ่มใหญ่วิ่งหน้าตั้งตรงดิ่งเข้ามาหา
เมื่อเห็นหน้าชายวัยกลางคนที่วิ่งนำหน้ามา สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที
ผู้ดูแลใหญ่ เหอจินเฉวียน!
"กระทะใบนั้น... เจ้าเป็นคนเอามันขึ้นไปแขวนใช่ไหม?" ยังไม่ทันถึงตัว เสียงของอีกฝ่ายก็ดังนำมาก่อนแล้ว
"ข... เจ้าค่ะ..." เมื่อรู้ตัวว่าทำผิด ซ่งหย่าเฟยก็หน้าแดงก่ำ รีบแก้ตัวเสียงสั่น "ข้าน้อย... ข้าน้อยแค่อยากจะลองดูเผื่อจะขายได้ ถ้ามันผิดกฎ ข้าน้อยจะรีบไปเอามันลงมาเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ..."
"ไม่ต้อง!" เหอจินเฉวียนพูดสวนขึ้นมาทันที "เจ้าพอจะรู้ไหมว่า... ท่านผู้อาวุโสที่เอากระทะมาขาย ตอนนี้อยู่ที่ไหน?"
"ท่านผู้อาวุโส?" ซ่งหย่าเฟยกะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง
"ใช่แล้ว! กระทะใบนั้นถูกสร้างขึ้นมาด้วยฝีมือที่ลึกล้ำสุดหยั่งคาด นับว่าเป็นอาวุธวิญญาณที่หาได้ยากยิ่ง การที่ท่านผู้อาวุโสยอมนำของล้ำค่าแบบนี้มาขายที่นี่ ย่อมแสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่มีต่อหอการค้าต้าเหยียนของเรา แขกวีไอพีระดับนี้ เราสมควรจะไปเชิญท่านด้วยตัวเอง..." เหอจินเฉวียนรีบอธิบาย
"อ... เอ๊ะ..." ซ่งหย่าเฟยอึ้งไปเลย "กระทะใบนั้น... ไม่ใช่ขยะหรอกหรือเจ้าคะ?"
"ขยะที่ไหนกันเล่า!"
เหอจินเฉวียนหัวเราะร่วน "การที่เจ้ามีตาแหลมคม สามารถรับของวิเศษแบบนี้มาได้ แถมยังเอามันไปแขวนโชว์บนกำแพงซื้อขายได้ถูกที่ถูกเวลา แสดงให้เห็นถึงไหวพริบและฝีมือที่ยอดเยี่ยมมาก! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าจะได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าพนักงานต้อนรับ คอยดูแลรับผิดชอบทุกเรื่องที่เคาน์เตอร์นี้!"
"ข... ข้าน้อย..."
ซ่งหย่าเฟยหน้าแดงซ่าน รู้สึกเหมือนถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งหล่นทับ ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
เมื่อกี้พนักงานหน้ากลมเพิ่งจะบอกอยู่หยกๆ ว่าเธอต้องซวยแน่ๆ นอกจากจะต้องเสียเงินแล้ว ยังอาจจะโดนเจ้านายด่าเปิงอีก นึกไม่ถึงเลยว่า... นอกจากจะไม่โดนลงโทษแล้ว ยังได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าซะงั้น...
เรื่องมันพลิกผันเร็วเกินไปจนเธอตั้งตัวไม่ติดเลย
"หรือว่า... กระทะใบนั้นมันจะแพงมาก?" ความคิดหนึ่งแล่นแวบเข้ามาในหัว
"อย่าเรียกว่าแพงเลย ต้องบอกว่ามูลค่าของมันสูงกว่าของประมูลทุกชิ้นในคืนนี้รวมกันเสียอีก! ถ้านำมันขึ้นประมูลล่ะก็ รับรองว่าจะต้องทำลายสถิติราคาสูงสุดของหอการค้าเราอย่างแน่นอน!" เหอจินเฉวียนพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจนปิดไม่มิด "พูดง่ายๆ ก็คือ... มันคือของล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้เลยล่ะ!"
"..."
ซ่งหย่าเฟยยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่า
ของล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ แต่เด็กหนุ่มคนนั้นกลับเอามันมาทิ้งไว้กับเธออย่างไม่แยแสเลยสักนิด ช่างเป็นความใจกว้างและกล้าหาญอะไรเช่นนี้...
เดี๋ยวนะ! เขาแค่เอามาจำนำนี่นา!
หน้าของเธอซีดเผือดลงทันที รีบละล่ำละลักบอก "ท่านผู้ดูแลใหญ่เจ้าคะ ท่านผู้อาวุโสท่านนั้นแค่เอากระทะมาฝากขายเท่านั้น ไม่ได้ขายขาดให้หอการค้าเรานะเจ้าคะ..."
"ข้ารู้แล้ว การที่เขายอมเอามันมาแขวนไว้ที่นี่ ก็แปลว่าเขาตั้งใจจะขายมันนั่นแหละ ข้าคุยกับท่านประมุขหอการค้าแล้วว่าเราจะจัดงานประมูลกระทะใบนี้ในอีกสามวันข้างหน้า เพื่อดึงราคาให้พุ่งสูงปรี๊ด! และเราจะหักค่าธรรมเนียมแค่หนึ่งในสิบเท่านั้น"
เหอจินเฉวียนกล่าว
โดยปกติแล้ว หอการค้าจะหักค่าธรรมเนียมประมาณสามส่วนของราคาประมูล แต่สำหรับยอดฝีมือที่สามารถสร้างของวิเศษระดับนี้ได้ ย่อมต้องมีพลังฝีมือที่เก่งกาจและทรงอิทธิพลมากแน่ๆ การยอมลดค่าธรรมเนียมเพื่อผูกมิตรกับคนระดับนี้ ย่อมส่งผลดีต่อหอการค้าในระยะยาวมากกว่า!
การหักค่าธรรมเนียมแค่ส่วนเดียว ก็เหมือนเป็นการส่งสัญญาณขอผูกมิตรนั่นเอง
"เจ้าค่ะ..."
เมื่อแน่ใจว่าไม่ได้หูฝาด ซ่งหย่าเฟยก็พยายามข่มความตื่นเต้นไว้ แล้วอธิบายว่า "ท่านผู้อาวุโสท่านนั้น พอยื่นกระทะให้เสร็จก็เดินจากไปเลย ข้าน้อยเลยไม่ทราบว่าท่านชื่ออะไร หรือพักอยู่ที่ไหนเจ้าค่ะ!"
"อืม!" เหอจินเฉวียนไม่ได้แปลกใจอะไรกับคำตอบนี้ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามต่อ "แล้ว... ตอนที่เจ้าคุยกับเขา เจ้าสังเกตเห็นไหมว่าเขามีความชอบ หรือมีพฤติกรรมอะไรแปลกๆ ที่เราควรจะต้องระวังเป็นพิเศษบ้างไหม?"
ยอดฝีมือหลายคนมักจะมีนิสัยแปลกประหลาด พวกเขาไม่เคยพบหน้าค่าตากันมาก่อน จึงต้องระวังอย่าให้เกิดความผิดพลาดจนทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน
"เขา... ดูเป็นคนถ่อมตัวมากๆ เลยเจ้าค่ะ!" ซ่งหย่าเฟยพยายามนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่
ไม่ยอมเผยให้เห็นกลิ่นอายพลังฝึกตนแม้แต่น้อย หยิบของล้ำค่าปานนั้นออกมาหน้าตาเฉย แถมยังไม่อธิบายอะไรเลย... ดูยังไงก็เป็นคนที่ถ่อมตัวแบบสุดๆ!
"ถ่อมตัวงั้นรึ?"
เหอจินเฉวียนขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น "นั่นแสดงว่าเขาไม่อยากให้ใครมาจุ้นจ้านเรื่องของเขา เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน... ครั้งหน้าที่เขามา เจ้าก็แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ แต่ให้ต้อนรับเขาด้วยมาตรฐานระดับลูกค้าระดับซูเปอร์วีไอพี!"
ในเมื่ออีกฝ่ายชอบทำตัวติดดิน พวกเขาก็ควรจะแอบดูแลเอาใจใส่อย่างดีอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่ต้องไปตีแผ่เรื่องนี้ให้เอิกเกริก ไม่งั้นอาจจะทำให้ยอดฝีมือท่านนั้นรำคาญใจได้ ซึ่งมันจะได้ไม่คุ้มเสียเอา
"รับทราบเจ้าค่ะ!" ซ่งหย่าเฟยรีบรับคำ
แค่รับซื้อกระทะใบเดียว ก็ได้ทั้งเลื่อนขั้นได้ทั้งขึ้นเงินเดือน... นี่มันฝันไปชัดๆ!
...
ณ สำนักเจิ้นเซียน
โจวหยวนและหลิวชางวิ่งหน้าตั้งกลับมาถึงสำนักด้วยสีหน้าซีดเผือด
ในป่าลึกที่อยู่ห่างจากพวกเขาไปไม่ไกล กลับมียอดฝีมือพรรคมารซ่อนตัวอยู่ แถมมันยังหมายจะล้างบางสำนักเจิ้นเซียนอีก... แค่คิดก็ขนหัวลุกแล้ว!
โชคดีนะที่พวกเขาวิ่งหนีมาได้เร็ว ไม่งั้นป่านนี้คงกลายเป็นผีเฝ้าป่าไปแล้ว
พวกเขาไม่กล้าชักช้า รีบตรงดิ่งไปที่หอผู้อาวุโส แล้วลั่นระฆังเรียกประชุมฉุกเฉินทันที
เพียงไม่นาน บรรดาผู้อาวุโสก็ทยอยกันมาจนครบ ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ไม่มีใครกล้านิ่งนอนใจกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรอก
"มีเรื่องอะไรกัน?" เมื่อเห็นว่าเป็นแค่ศิษย์ธรรมดาสองคน อู๋หยวนก็ขมวดคิ้วถาม
"เรียนท่านผู้อาวุโส... พวกเราจับได้ว่าหลิ่วอี ศิษย์ธรรมดา แอบลักลอบฝึกวิชามารขอรับ ไม่เพียงเท่านั้น พวกเรายังเห็นยอดฝีมือพรรคมารคนที่ถ่ายทอดวิชาให้มันกับตาตัวเองด้วย!"
หลิวชางสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะรายงานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ลักลอบฝึกวิชามาร? หรือว่า... มียอดฝีมือพรรคมารลอบเข้ามาในสำนักของเราแล้ว?"
"จริงหรือนี่?"
สีหน้าของเหล่าผู้อาวุโสเปลี่ยนไปทันที
ศิษย์ในสำนักริอ่านไปฝึกวิชามาร แค่ข้อหานี้ก็เพียงพอที่จะถูกทำลายวรยุทธ์และประหารชีวิตได้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ถ้ามีคนของพรรคมารลอบเข้ามาในสำนักจริงๆ ล่ะก็...
เรื่องนี้มันอันตรายเกินไปแล้ว
"พวกเราสองคนเห็นมากับตาตัวเองขอรับ ยินดีเอาชีวิตเป็นประกันเลยว่าเรื่องนี้เป็นความจริงทุกประการ!" หลิวชางยืนยันหนักแน่น
"เล่าเรื่องทั้งหมดที่พวกเจ้าเจอมาให้ละเอียดซิ!" อู๋หยวนสั่ง
"ขอรับ!"
จากนั้น หลิวชางและโจวหยวนก็ผลัดกันเล่าเรื่องราวที่หลิ่วอีมีพลังก้าวกระโดดอย่างผิดปกติ การที่พวกเขาแอบสะกดรอยตามไป จนกระทั่งไปพบเจอกับจอมมาร ให้เหล่าผู้อาวุโสฟังอย่างละเอียด
"พวกเจ้าบอกว่า... มารร้ายตนนั้นมีรูปร่างหน้าตาเหมือนเด็กงั้นรึ?" เมื่อได้ยินดังนั้น อู๋หยวนก็ตาเบิกกว้าง
"ใช่ขอรับ!" หลิวชางพยักหน้า
"ท่านผู้อาวุโสอู๋หยวน ท่านรู้อะไรมาหรือ?" หยวนปู้อี้หันมาถาม
"เมื่อวานนี้ มีข่าวส่งมาจากทะเลปี้ลั่วว่า จอมมารจี๋เล่อที่ถูกผนึกมานานถึงแปดพันปี ไม่รู้ว่าทำลายค่ายกลออกมาได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และกำลังหลบหนีมาทางแคว้นของเรา ตอนแรกข้าคิดว่ามันคงแค่ผ่านมาเฉยๆ ไม่นึกเลยว่า... มันจะกล้าเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในสำนักของเรา!"
อู๋หยวนกำหมัดแน่น
นี่มันเคราะห์ซ้ำกรรมซัดชัดๆ!
ยอดฝีมือของสำนักเพิ่งจะร่วงหล่นไปหมาดๆ เจ้านี่ก็ดันมาโผล่เอาตอนที่กำลังอ่อนแอที่สุด หรือว่า... สวรรค์ต้องการจะลงทัณฑ์สำนักเจิ้นเซียนให้ย่อยยับกันแน่?
ในอดีต ขนาดต้องรวบรวมยอดฝีมือนับไม่ถ้วนจากทั่วทั้งทวีป ก็ยังไม่สามารถสังหารมันได้ แล้วด้วยกำลังรบที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของพวกเราในตอนนี้... จะเอาอะไรไปต่อกรกับมันได้ล่ะ!
"ถ้าเป็นมันจริงๆ ล่ะก็ สำนักเจิ้นเซียนของเราคงถึงคราวหายนะแล้ว..." ใบหน้าของหยวนปู้อี้และผู้อาวุโสคนอื่นๆ ซีดเผือดไร้สีเลือด
ในสำนักเจิ้นเซียนตอนนี้ ไม่มียอดฝีมือระดับปรมาจารย์หลงเหลืออยู่เลยสักคน หากต้องปะทะกับจอมมารผู้เคยสร้างความหวาดหวั่นไปทั่วหล้า... ผลลัพธ์ก็มีแต่พังกับพังสถานเดียว
หลังจากความเงียบปกคลุมห้องประชุมไปพักใหญ่ อู๋หยวนก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "พวกเจ้าไปเจอมารตนนั้นที่ไหน? แล้วตอนนั้นมันกำลังทำอะไรอยู่?"
เมื่อเทียบกับการปรากฏตัวของจอมมารจี๋เล่อแล้ว เรื่องที่ศิษย์แอบฝึกวิชามารมันกลายเป็นเรื่องขี้ผงไปเลย
"พวกเราเห็นมัน... ที่หน้าเรือนพักลึกลับในป่าลึกหลังเขาขอรับ!"
หลิวชางตอบ "ตอนที่พวกเราเห็นมัน... สภาพมันดูไม่ได้เลยขอรับ เนื้อตัวมอมแมม เหม็นคลุ้งไปด้วยกลิ่นขี้... เหมือนเพิ่งจะคลานออกมาจากท่อระบายน้ำยังไงยังงั้นแหละขอรับ..."
"กลิ่นขี้?"
"ท่อระบายน้ำ?"
ทุกคนในห้องประชุมต่างก็อึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน
จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยสะท้านฟ้าสะเทือนดิน... รสนิยมมันจะพิลึกพิลั่นขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
[จบตอน]