เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 / จิตวิญญาณกระทะ

บทที่ 26 / จิตวิญญาณกระทะ

บทที่ 26 / จิตวิญญาณกระทะ


บทที่ 26 / จิตวิญญาณกระทะ

ในขณะที่ซูอิ่นกำลังวุ่นวายอยู่กับตัวประหลาดในเรือนพัก ทางด้านหอการค้าต้าเหยียน ก็มีชายชราหนวดเคราขาวโพลนคนหนึ่งก้าวเท้าเข้ามา

"ผู้อาวุโสจี้มาแล้ว..."

"เรื่องสายตาเฉียบแหลมนี่ ถ้าผู้อาวุโสจี้บอกว่าตัวเองเป็นที่สอง ก็ไม่มีใครในเมืองต้าเหยียนกล้าอ้างตัวเป็นที่หนึ่งหรอก!"

"ถ้าไม่ใช่เพราะงานประมูลคืนนี้ล่ะก็ คงไม่มีใครเชิญท่านมาได้แน่ๆ!"

ทันทีที่ชายชราก้าวพ้นประตู บรรดาพนักงานและลูกค้าประจำของหอการค้าต่างก็ตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น

จี้เฟิง คือปรมาจารย์นักประเมินของล้ำค่าที่เลื่องชื่อที่สุดในเมืองต้าเหยียน ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดพู่กัน ตำราอักษร ยาเม็ด หรือของวิเศษใดๆ ขอเพียงแค่ผ่านตาเขาเพียงปราดเดียว ก็สามารถแยกแยะของจริงของปลอม และระบุระดับชั้นได้อย่างแม่นยำ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว!

ด้วยเหตุนี้ ของวิเศษทุกชิ้นในหอการค้าจึงถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งหากได้รับการประเมินจากเขา ของชิ้นใดก็ตามที่มีลายเซ็นรับรองจากเขา ต่อให้เป็นของระดับเดียวกัน ราคาก็จะพุ่งกระฉูดขึ้นไปอย่างน้อยสามส่วน!

"ผู้อาวุโสจี้ นายท่านกำลังรอท่านอยู่ในห้องรับรองขอรับ..."

ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งรีบก้าวเข้ามารับหน้า เขาคือ เหอจินเฉวียน ผู้ดูแลใหญ่แห่งหอการค้าต้าเหยียนนั่นเอง

"อืม!"

ผู้อาวุโสจี้พยักหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาเดินตามอีกฝ่ายไปติดๆ ไม่นานนักก็มาหยุดอยู่หน้ากำแพงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสิ่งของหลากชนิดแขวนเรียงรายอยู่

กำแพงซื้อขาย!

หอการค้าขนาดใหญ่หลายแห่งในทวีปเฉียนหยวน มักจะมีกำแพงแบบนี้ไว้สำหรับแขวนสินค้าที่ลูกค้านำมาฝากขายชั่วคราว เพื่อให้ผู้ที่ผ่านไปมาได้เลือกชม หากถูกใจชิ้นไหนก็สามารถเสนอราคาและซื้อขายกันได้ทันที

ถือเป็นการประมูลขนาดย่อมๆ รูปแบบหนึ่ง

"ช่วงนี้มีของดีอะไรเข้ามาบ้างไหม?" ผู้อาวุโสจี้กวาดตามองกำแพงพลางเอ่ยถามยิ้มๆ

"ของดีๆ ล้วนถูกส่งเข้าไปในงานประมูลหมดแล้วขอรับ ที่แขวนอยู่ตรงนี้ก็มีแต่ของดาดๆ ไร้ราคาเท่านั้นแหละ..." เหอจินเฉวียนยิ้มตอบ

ของล้ำค่าที่ไหนเขาจะเอามาแขวนโชว์หราอยู่ข้างนอกกันล่ะ? สำหรับหอการค้าแล้ว กำแพงนี้ก็เป็นแค่กลยุทธ์เรียกลูกค้าอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง!

"นั่นสินะ..." ผู้อาวุโสจี้พยักหน้าเห็นด้วย เขากำลังจะก้าวเดินต่อ แต่แล้วจู่ๆ ฝีเท้าก็ชะงักกึก

"ผู้อาวุโสจี้ มีอะไรหรือขอรับ?"

เหอจินเฉวียนถามด้วยความสงสัย พลางมองตามสายตาของชายชราไป แล้วเขาก็เห็นว่าตรงมุมหนึ่งของกำแพงซื้อขาย มีวัตถุทรงกลมแบนชิ้นหนึ่งแขวนอยู่

กระทะงั้นรึ?

ใบหน้าของเหอจินเฉวียนคล้ำทะมึนลงทันที โกรธจนแทบจะระเบิดอารมณ์ออกมาตรงนั้น

"ใครเป็นคนเอามันขึ้นไปแขวน?"

แม้กำแพงซื้อขายจะไม่ได้หรูหราเท่างานประมูล แต่มันก็ไม่ใช่ที่สำหรับเอาขยะมาแขวนโชว์นะ วันนี้เอากระทะมาแขวน พรุ่งนี้ไม่เอาตะหลิวมาแขวนด้วยเลยล่ะ... จะบ้าเรอะ หอการค้าต้าเหยียนนะโว้ย ไม่ใช่ร้านอาหาร!

"ร... เรียนท่านผู้ดูแล เป็น... เป็นซ่งหย่าเฟย พนักงานต้อนรับขอรับ วันนี้มีลูกค้าเอากระทะใบนี้มาจำนำแลกเงินไป 3 ตำลึงเงิน..."

ชายหนุ่มคนหนึ่งรีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาด้วยสีหน้าซีดเผือด เหงื่อแตกพลั่ก

ตอนที่ซ่งหย่าเฟยเอากระทะใบนี้มาแขวน เธอก็บอกเขาไว้แล้ว เขาเองก็คิดว่าคงแขวนไว้แป๊บเดียวเดี๋ยวก็ขายออก เลยไม่ได้ใส่ใจอะไร ใครจะไปคิดว่า... ดันมาถูกผู้ดูแลใหญ่จับได้ซะงั้น!

ซวยแล้วคราวนี้ ซ่งหย่าเฟยต้องโดนสวดหูชาแน่ ส่วนเขาก็คงโดนหางเลขไปด้วย

"จำนำไป 3 ตำลึงเงินเนี่ยนะ?"

เหอจินเฉวียนโกรธจนควันออกหู เขาสะบัดมืออย่างเกรี้ยวกราด "คิดว่ากำแพงซื้อขายของหอการค้าเป็นที่ทิ้งขยะหรือไง ถึงได้เอาของพรรค์นี้มาแขวน? รีบเอามันลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ แล้วก็... ไปบอกซ่งหย่าเฟยด้วยว่า เดือนนี้ทั้งเจ้าและนาง... โดนริบเงินเดือน!"

"ข... ขอรับ..."

ชายหนุ่มรับคำเสียงอ่อย รีบเดินคอตกเข้าไปหากระทะใบนั้น แต่ขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปปลดมันลงมา เสียงแหบพร่าของชายชราก็ดังขัดขึ้น "เดี๋ยวก่อน..."

ทุกคนหันไปมอง ก็เห็นผู้อาวุโสจี้ ปรมาจารย์นักประเมินชื่อดัง รีบจ้ำอ้าวเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงจนปิดไม่มิด

"ผู้อาวุโสจี้..." เหอจินเฉวียนเอ่ยเรียกด้วยความงุนงง นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาเห็นชายชราผู้เยือกเย็นคนนี้เสียอาการขนาดนี้

ผู้อาวุโสจี้ไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย รีบยื่นมือออกไป "รีบเอากระทะใบนั้นมาให้ข้าที..."

"ข... ขอรับ!"

แม้จะไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่ชายหนุ่มก็รีบปลดกระทะลงมา แล้วส่งให้ชายชราทันที

แต่ผู้อาวุโสจี้กลับไม่ยอมรับไปตรงๆ เขาสะบัดนิ้วเบาๆ สายน้ำสายหนึ่งก็พวยพุ่งออกมาล้างมือของเขาจนสะอาดเอี่ยมอ่อง จากนั้นจึงค่อยๆ ประคองกระทะใบนั้นขึ้นมาด้วยสองมือ สายตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความเคารพเทิดทูน

"นี่มัน..."

การกระทำของเขาทำเอาทุกคนที่มุงดูอยู่ถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก งงเป็นไก่ตาแตก

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

แค่เห็นกระทะใบเดียว ถึงกับต้องทำตัวมีพิธีรีตองขนาดนี้เลยเหรอ?

ผู้อาวุโสจี้ไม่ได้สนใจสายตาของใคร เขาวางนิ้วลงบนกระทะเบาๆ แล้วหลับตาพริ้ม ราวกับกำลังใช้สัมผัสรับรู้อะไรบางอย่าง ผ่านไปเนิ่นนาน ริมฝีปากของเขาก็สั่นระริก "น... นี่มัน... เป็นไปได้ยังไง!"

"ผู้อาวุโสจี้ เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ?"

เมื่อเห็นท่าทีตื่นตะลึงของสุดยอดนักประเมินแห่งเมืองต้าเหยียน เหอจินเฉวียนก็ทนเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่ ต้องเอ่ยปากถามในที่สุด

หรือว่า... กระทะก้นแบนหน้าตาธรรมดาๆ ใบนี้ จะมีความลับอะไรซ่อนอยู่?

"กระทะใบนี้... ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!"

ผู้อาวุโสจี้ผ่อนลมหายใจออกยาว จ้องมองกระทะด้วยแววตาเลื่อมใส "แม้วัสดุที่ใช้จะธรรมดาที่สุด แต่ฝีมือการตีขึ้นรูปกลับล้ำเลิศไร้ที่ติ ลวดลายบนกระทะแฝงไปด้วยความเร้นลับแห่งมรรควิถี ราวกับว่า... มีใครบางคนสลักลวดลายแห่งมรรควิถีลงไปบนกระทะใบนี้..."

"สลักลวดลายแห่งมรรควิถี?" เหอจินเฉวียนสะดุ้งโหยง ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ริมฝีปากสั่นระริก "ต่อให้เป็นปรมาจารย์นักหลอมอาวุธที่เก่งกาจที่สุดในทวีป ก็ยังทำไม่ได้เลยนะขอรับ..."

มรรควิถี คือการตระหนักรู้ถึงเจตจำนงแห่งสวรรค์ของผู้ฝึกตน มันหนักแน่นและทรงพลังอย่างหาที่สุดไม่ได้ อย่าว่าแต่วัสดุธรรมดาๆ เลย ต่อให้เป็นของวิเศษล้ำค่าที่สุดในแคว้นต้าหยวน ก็ยังยากที่จะรองรับพลังของมันได้

แต่นี่... กลับสลักลงบนเหล็กกล้าธรรมดาๆ แถมยัง... เอามาตีเป็นกระทะเนี่ยนะ...

ยอดคนผู้สร้างกระทะใบนี้... ว่างจัดจนไม่มีอะไรทำแล้วหรือไง ถึงได้สร้างของพรรค์นี้ขึ้นมา?

"ลวดลายแห่งมรรควิถีนี้ยังสลักไม่เสร็จสมบูรณ์ มันขาดตอนไปในจุดที่สำคัญที่สุด..." ผู้อาวุโสจี้ส่ายหน้าอย่างเสียดาย "ถ้ามันสมบูรณ์ล่ะก็ อย่างน้อยๆ มันต้องกลายเป็นอาวุธเซียนแน่ๆ!"

"อาวุธเซียน?" เหอจินเฉวียนอ้าปากค้าง "จะเป็นไปได้ยังไง..."

กระทะหน้าตาโง่ๆ ใบนี้เนี่ยนะ เกือบจะได้เป็นถึงอาวุธเซียน... ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย!

"เจ้ากังขาในสายตาของข้างั้นรึ?" ผู้อาวุโสจี้ขมวดคิ้ว

"มิกล้าขอรับ..." เหอจินเฉวียนรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน "ข้าน้อยแค่สงสัยว่า ในเมื่อกระทะใบนี้แฝงไปด้วยลวดลายแห่งมรรควิถี ต่อให้มันจะไม่สมบูรณ์ แต่อย่างน้อยมันก็น่าจะทรงพลังกว่าอาวุธวิญญาณทั่วไปสิ แล้วทำไม... ข้าน้อยถึงสัมผัสไม่ได้ถึงจิตวิญญาณของมันเลยล่ะขอรับ?"

อาวุธในโลกนี้แบ่งออกเป็น อาวุธธรรมดา อาวุธวิญญาณ และอาวุธเซียน!

อาวุธธรรมดา ก็คืออาวุธที่คนทั่วไปใช้กัน เต็มที่ก็แค่แข็งแกร่งและคมกริบกว่าปกติ แต่จะให้เหาะเหินเดินอากาศ หรือฆ่าคนจากระยะไกลน่ะ ฝันไปเถอะ ต้องเป็นอาวุธระดับวิญญาณขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะมีจิตวิญญาณสถิตอยู่ และสามารถทำเรื่องพวกนั้นได้

กระทะใบนี้ เกือบจะได้เป็นถึงอาวุธเซียนเชียวนะ อย่างน้อยๆ มันก็ต้องเป็นอาวุธวิญญาณสิ แล้วทำไมถึงไม่มีกลิ่นอายของจิตวิญญาณเลยล่ะ?

"ที่เจ้าสัมผัสไม่ได้ ก็เพราะตาเจ้ามันไม่ถึงไงล่ะ..."

ผู้อาวุโสจี้แค่นเสียงฮึดฮัด เขาสูดลมหายใจเข้าลึก วางมือลงบนด้ามจับกระทะ แล้วถ่ายทอดปราณแท้จริงในร่างเข้าไป "ข้าน้อยจี้เฟิง ขออัญเชิญจิตวิญญาณกระทะ โปรดสำแดงฤทธาให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยเถิด!"

วิง!

สิ้นเสียง กระทะก้นแบนที่วางนิ่งอยู่บนพื้น ก็ค่อยๆ ลอยตัวขึ้นมากลางอากาศอย่างช้าๆ โดยไม่มีลมพัดแม้แต่น้อย

"จัดให้ตามคำขอ!"

จู่ๆ เจตจำนงบางเบาสายหนึ่งก็ระเบิดออก เหอจินเฉวียนยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็รู้สึกเหมือนถูกพลังลึกลับบางอย่างตรึงร่างไว้แน่น วินาทีต่อมา กระทะก้นแบนที่ลอยอยู่ไม่ไกล ก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาฟาดเปรี้ยงเข้าที่หน้าของเขาอย่างจัง

ตูม!

เหอจินเฉวียนหลบไม่ทัน ร่างกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกเข้ากับกำแพงซื้อขายอย่างแรง จนหัวทิ่มเข้าไปในกำแพง เหลือแต่ขาสองข้างโผล่ออกมาดิ้นกระแด่วๆ อยู่ข้างนอก

"..."

ทุกคนเบิกตากว้างค้างเติ่ง ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 26 / จิตวิญญาณกระทะ

คัดลอกลิงก์แล้ว