- หน้าแรก
- ข้าก็แค่สอนทำคลอดหมู ไหงพวกเจ้าบรรลุเซียนกันหมด
- บทที่ 25 / ยาจู้ฉีระดับปรมาจารย์จะได้ผลไหม?
บทที่ 25 / ยาจู้ฉีระดับปรมาจารย์จะได้ผลไหม?
บทที่ 25 / ยาจู้ฉีระดับปรมาจารย์จะได้ผลไหม?
บทที่ 25 / ยาจู้ฉีระดับปรมาจารย์จะได้ผลไหม?
แม้ซูอิ่นจะไม่เคยฝึกวิชา และไม่มีพลังความสามารถอะไรเลย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาโง่
เรือนอิ่นเซียนตั้งอยู่ลึกเข้ามาในป่าดงดิบ วันๆ แทบจะไม่เห็นเงาคนเดินผ่านด้วยซ้ำ จู่ๆ มีเด็กชายมานอนสลบอยู่หน้าประตู แถมยังมีแผลเหวอะหวะ กลิ่นเหม็นคาวคลุ้งไปทั้งตัวแบบนี้... ไม่ต้องฉลาดก็รู้ว่ามีอะไรผิดปกติแน่ๆ!
คิดไปคิดมา เขาก็ไม่กล้าผลีผลามเข้าไปใกล้ เลยสั่งให้ลาลองเตะดูสักสองสามทีเผื่อไว้ก่อน
ถ้าเกิดมีอันตรายจริงๆ จะได้หนีทัน
ในเมื่อยังไม่มีพลังปกป้องตัวเอง ก็ต้องทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัวเข้าไว้ ไม่งั้นมีหวังได้ตายแบบไม่รู้ตัวแหงๆ
เมื่อได้รับคำสั่ง ลาก็ยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง เพียงแต่มันแปลกใจอยู่บ้างว่า ทำไมไอ้เจ้านี่ถึงมาโผล่ที่หน้าประตูได้ล่ะ ไม่ใช่ว่านกแก้วกับเต่าเฒ่าจับมันกรอกยาอยู่หรอกเรอะ?
แน่นอนว่า มันไม่มีทางยอมรับหรอกนะว่ารู้จักเจ้านี่ ขืนยอมรับ ความลับเรื่องที่พวกมันพูดภาษามนุษย์ได้ก็แตกกันพอดี
ปึ้ก ปึ้ก ปึ้ก ปึ้ก!
ลากระโดดโลดเต้น กระทืบกีบเท้าใส่อย่างเมามันส์ พร้อมกับส่งเสียงร้องลั่นด้วยความสะใจ
ซูอิ่นยืนมองเด็กชายที่ปล่อยให้ลาเตะกระดอนไปมาโดยไม่ไหวติง มีเพียงแค่อาการกระตุกและกระอักเลือดออกมาเป็นระยะๆ... เขาถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ดูท่า ต่อให้ไม่ใช่คนธรรมดา ก็คงหมดสภาพที่จะต่อสู้แล้วล่ะ
"พอได้แล้ว..."
เขาโบกมือห้าม ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้
ตอนนี้สภาพของจอมมารจี๋เล่อนอนขดตัวคุดคู้ ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยกีบเท้าลา ดูน่าเวทนาเป็นที่สุด
"ฮี้กัก!"
ลายืนจังก้าจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่าย ขอเพียงแค่เจ้านี่กล้าทำร้ายเจ้านายของมันล่ะก็ มันรับรองเลยว่าจะกระทืบหัวเจ้านี่ให้แหลกคาตีนแน่นอน
ซูอิ่นที่ไม่รู้ความคิดของลา เดินเข้าไปใกล้ แล้วใช้นิ้วแตะที่คอของจอมมารเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจ "ยังมีชีพจรอยู่... ยังไม่ตายแฮะ..."
"จังหวะนี้แหละ!"
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มเข้ามาใกล้ จอมมารก็รู้ว่าโอกาสทองมาถึงแล้ว มันไม่รอช้า พลิกฝ่ามือเบาๆ ส่งปราณมารบริสุทธิ์สายหนึ่งพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างของเด็กหนุ่มทันที
นี่คือปราณมารต้นกำเนิดของมัน! หากมันแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของอีกฝ่ายได้เมื่อไหร่ ความเป็นความตายของเด็กหนุ่มก็จะตกอยู่ในกำมือของมันทันที จะให้เป็นตายร้ายดีอย่างไรก็สั่งได้ดั่งใจนึก
ถึงเวลานั้น... ก็ค่อยมาดูกันว่าไอ้สัตว์อสูรสามตัวนี้จะกล้าขัดขืนมันอีกไหม!
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ปราณมารกำลังจะทะลวงเข้าสู่ร่างกายของอีกฝ่าย จู่ๆ จอมมารก็ตาพร่ามัว เสียง 'ครืน' ดังก้องกังวานในหัว ราวกับมีภาพปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ตามมาด้วยแรงกดดันอันมหาศาลที่โถมทับลงมาดั่งภูเขาถล่มทลาย หรือไม่ก็เหมือนกับแผ่นฟ้าที่กำลังพังทลายลงมา
ปราณมารต้นกำเนิด ภายใต้รัศมีพลังอันเจิดจ้านั้น สลายหายไปในชั่วพริบตา ไม่เพียงเท่านั้น แก่นแท้พลังชีวิตของมันก็สั่นคลอนอย่างรุนแรง ร่างกายถูกโจมตีกลับอย่างหนักหน่วงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
พลังทั่วร่างระเหยเหือดหายไปราวกับหิมะที่ละลายเพราะแสงแดด
"..."
จอมมารจี๋เล่อหน้ามืดทะมึนแทบคลั่งตาย
ที่มันรอดตายจากตีนลามาได้ ก็เพราะมีปราณมารต้นกำเนิดคอยคุ้มครองอยู่ ตราบใดที่ปราณมารต้นกำเนิดยังไม่ดับสูญ มันก็ยากที่จะถูกฆ่าตาย แต่ตอนนี้... ปราณมารที่ว่านั่นกลับถูกเผาผลาญไปกว่าครึ่งในพริบตาเดียว...
พูดง่ายๆ ก็คือ... ความเสียหายจากการโจมตีสวนกลับเพียงครั้งเดียวนี้ มันหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าตอนที่โดนเตะ โดนเผา แล้วก็โดนจับกรอกยาพิษรวมกันเสียอีก!
เรียกได้ว่า แค่เสี้ยววินาที อายุขัยของมันก็หดหายไปกว่าครึ่งแล้ว...
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?
หรือว่าเด็กหนุ่มคนนี้ จะมีเครื่องรางคุ้มภัยที่ปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ทิ้งไว้ให้พกติดตัว?
ไม่งั้นเรื่องบ้าๆ แบบนี้จะเกิดขึ้นได้ยังไง?
เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกจากปากราวกับน้ำพุ
จอมมารทนรับไม่ไหวอีกต่อไป หน้ามืดวูบ แล้วสลบเหมือดไปอีกรอบ
"ทำไมจู่ๆ ถึงอ้วกเป็นเลือดล่ะ?"
ซูอิ่นที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบกระโดดหลบด้วยความตกใจและงุนงงสุดขีด
ข้าก็แค่จับชีพจรดูเฉยๆ ไม่ได้ไปเปิดสวิตช์น้ำพุตรงไหนสักหน่อย อย่ามาทำคนอื่นตกอกตกใจแบบนี้จะได้ไหม?
คนขวัญอ่อนเดี๋ยวก็ช็อกตายกันพอดี
โชคดีนะที่ข้าผ่านโลกมาเยอะ ตอนอยู่ดินแดนต้องห้ามก็คลุกคลีอยู่กับพวกวิญญาณมาตลอด ไม่งั้นคงขวัญผวาไปแล้ว
"เจ้านี่บาดเจ็บหนักมาก... ต้าเฮย เจ้าแบกมันไปไว้ที่ห้องรับแขกในลานบ้านหน่อยนะ เดี๋ยวอีกสักพัก ข้าจะไปดูเผื่อจะช่วยรักษาให้ได้..."
หลังจากตรวจสอบดูแล้วพบว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บปางตาย ซูอิ่นก็อดสงสารไม่ได้
ช่างโหดร้ายเสียจริง... ทำร้ายเด็กตัวแค่นี้ได้ลงคอเชียวหรือ?
เดรัจฉานชัดๆ!
"ฮี้กัก!"
ลาพยักหน้ารับ มันใช้ฟันคาบสายคาดเอวของจอมมาร แล้วหิ้วขึ้นมา
"อ้อ แล้วก็จับมันไปอาบน้ำทำความสะอาดด้วยนะ ค่อยเอาไปนอนบนเตียง ไม่งั้นสกปรกแย่..." ซูอิ่นสั่งความเพิ่มเติม
ลารับคำ ทันทีที่เดินเข้าเขตเรือนพัก ตอนที่ซูอิ่นเผลอ มันก็อ้าปากเหวี่ยงร่างจอมมารลงสระน้ำ จับล้างจับแกว่งเหมือนซักไม้ถูพื้นอยู่หลายรอบ พอแน่ใจว่ากลิ่นเหม็นหายไปหมดแล้ว ก็เอาไปย่างไฟที่เตาบาร์บีคิวจนตัวแห้ง ก่อนจะหามไปทิ้งไว้บนเตียงในห้องรับแขก
พอจัดการทุกอย่างเสร็จ นกแก้วกับเต่าเฒ่าก็รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง
"ทำไมเจ้านายถึงเจอมันได้ล่ะ?"
"เจ้านี่ไม่รู้ไปทำท่าไหนถึงไปนอนสลบเหมือดอยู่หน้าประตูบ้าน เจ้านายเลยสั่งให้ข้าหามมันเข้ามานี่แหละ!"
"เจ้านายก็ยังคงมีจิตใจเมตตาอารีไม่เปลี่ยนเลยนะ..."
"เมื่อกี้พวกเราอุตส่าห์ไปหาสมุนไพรมาให้ มันคงแอบหนีออกมาตอนนั้นแน่ๆ น่าโมโหชะมัด! พวกเราอุตส่าห์หวังดีช่วยรักษาให้แท้ๆ ดันแอบหนีไปหน้าตาเฉย ไม่มีมารยาทเอาซะเลย!"
"นั่นสิ ไม่รู้จักบุญคุณคนเอาซะเลย! จริงสิ... ตอนอยู่ต่อหน้าเจ้านาย เจ้าไม่ได้หลุดพิรุธไปใช่ไหม?"
"แน่นอน ข้าแกล้งทำเป็นไม่รู้จักมัน แล้วก็กระทืบมันไปอีกหลายทีด้วย!"
"ดีแล้วล่ะ พวกเราต้องทำตัวให้กลมกลืนเข้าไว้... อ้อ แต่ต้องระวังตัวให้ดีนะ ถ้าเจ้านี่มันกล้าคิดร้ายกับเจ้านายล่ะก็ จับฆ่าทิ้งได้เลย!"
"อืม พลังมันกระจอกจะตาย ยิ่งตอนนี้บาดเจ็บหนักอยู่ด้วย คงทำร้ายใครไม่ได้หรอก!"
สัตว์เลี้ยงทั้งสามสุมหัวคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าเจ้านั่นสลบไสลไม่ได้สติแล้วจริงๆ ก็เบาใจ แล้วพากันเดินออกจากห้องไป
อุตส่าห์ออกไปหาสมุนไพรมาให้แท้ๆ แต่กลับหนีไปโดยไม่บอกกล่าวสักคำ เสียมารยาทชะมัด... ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด
...
ซูอิ่นไม่ได้สนใจเด็กชายที่บาดเจ็บสาหัสคนนั้น แต่เดินตรงกลับไปที่ห้องของตัวเองทันที
ในฐานะเยาวชนคนดีที่เติบโตมาในสังคมอันมีอารยธรรม แม้เขาจะมีจิตใจเมตตา แต่ก็ใช่ว่าจะหยิบยื่นให้ใครซี้ซั้ว พูดตรงๆ ก็คือ เขาไม่ได้ไว้ใจไอ้เด็กที่จู่ๆ ก็โผล่มาคนนี้นักหรอก รอให้แน่ใจก่อนค่อยว่ากันอีกทีดีกว่า
สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือต้องลองดูว่าจะสามารถฝึกวิชาได้หรือไม่
ขอเพียงมีพลังฝึกตน ก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว
เขานั่งขัดสมาธิลงบนเตียง หยิบยาจู้ฉีระดับปรมาจารย์ออกมา แล้วกลืนลงคอไป
ยาทันทีที่ตกถึงท้อง ก็แปรสภาพเป็นพลังวิญญาณอันบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกไปทั่วร่างทันที
สมกับที่เป็นของแพง ยาเม็ดนี้ทรงพลังกว่ายาระดับบริสุทธิ์ไม่รู้ตั้งกี่เท่า! แถมปริมาณพลังวิญญาณที่กักเก็บไว้ยังมากกว่าเดิมถึงห้าเท่าตัวด้วย!
ถ้าเปรียบเทียบว่ายาระดับบริสุทธิ์เก็บกักพลังวิญญาณไว้ได้หนึ่งส่วน ยาเม็ดนี้ก็คงเก็บไว้ได้ถึงห้าส่วนเลยทีเดียว
พลังวิญญาณพุ่งทะลวงเข้าสู่ช่องท้อง ร่างกายของเขาก็เกิดปฏิกิริยาต่อต้านเหมือนเช่นเคย รูขุมขนทั่วร่างเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง
ปุด ปุด ปุด!
พลังวิญญาณพุ่งทะลักออกมาตามรูขุมขน ทว่า... ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการขับออก หรือระยะเวลาที่ใช้ต่อต้าน ล้วนช้าลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
"ดูเหมือนว่า ยิ่งพลังวิญญาณบริสุทธิ์มากเท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็จะยิ่งดีขึ้นสินะ..."
แม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถกักเก็บพลังวิญญาณไว้ในร่างกายได้ แต่เขาก็ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้วประการหนึ่ง นั่นคือ... ยิ่งยาที่กินเข้าไปมีความบริสุทธิ์มากเท่าไหร่ ร่างกายก็จะต่อต้านน้อยลงเท่านั้น
บางที... หากเขาสามารถหายาที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่านี้ได้ เขาก็อาจจะสามารถกักเก็บพลังวิญญาณไว้ในร่างกาย และเริ่มต้นการฝึกวิชาได้อย่างแท้จริงเสียที
เขากลืนยาอีกเก้าเม็ดที่เหลือลงคอไปจนหมด แม้ผลลัพธ์จะลงเอยด้วยการถูกขับออกมาเหมือนเม็ดแรก แต่ปฏิกิริยาต่อต้านของร่างกายก็ลดน้อยลงกว่าตอนแรกอย่างเห็นได้ชัด
"พรุ่งนี้ค่อยไปถามดูอีกทีดีกว่า ว่ามียาที่บริสุทธิ์กว่านี้อีกไหม..."
ซูอิ่นยิ้มบางๆ แล้วลุกขึ้นจากเตียง เดินออกจากห้อง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ายังมีเด็กชายที่เขาช่วยชีวิตไว้อยู่ "ไม่รู้ว่าเจ้านั่นตายไปหรือยัง ข้าไม่เคยเรียนวิชาแพทย์เสียด้วยสิ... แต่ข้าเคยเรียนวิชาดูแลและรักษาแม่หมูมานี่นา หลักการมันก็คงคล้ายๆ กันแหละมั้ง ลองดูหน่อยก็ไม่เสียหาย..."
เขาหันหลังเดินตรงไปยังห้องที่เด็กชายพักอยู่
เอาวิธีรักษาหมูมารักษาคน... มันจะได้ผลไหมนะ?
แอบตื่นเต้นนิดๆ แฮะ
ยังไงเจ้านั่นก็เป็นคนแปลกหน้า จะเป็นคนดีหรือคนเลวก็ยังไม่รู้ ก่อนจะรู้ความจริง เอามาเป็นหนูทดลองวิชาก็ไม่เลวเหมือนกัน
[จบตอน]