- หน้าแรก
- ข้าก็แค่สอนทำคลอดหมู ไหงพวกเจ้าบรรลุเซียนกันหมด
- บทที่ 24 / ข้ายอมแพ้แล้ว
บทที่ 24 / ข้ายอมแพ้แล้ว
บทที่ 24 / ข้ายอมแพ้แล้ว
บทที่ 24 / ข้ายอมแพ้แล้ว
"เงียบกริบเลย ไม่มีใครโผล่มาสักคน หรือว่ามันจะหนีไปแล้ว?"
โจวหยวนที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ ขมวดคิ้วจ้องมองเรือนพักที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า
เขากับหลิวชางดักซุ่มอยู่ที่นี่มาเกือบสามชั่วยามแล้ว แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาคน หรือแม้แต่เสียงอะไรเล็ดลอดออกมาเลย หรือว่า 'ท่านอาจารย์' ผู้สอนวิชามารให้หลิ่วอีอีคนนั้น จะแอบหนีไปแล้ว?
"รออีกหน่อยเถอะ ถ้ายังไม่โผล่มาอีก พวกเราค่อยลอบเข้าไปดูข้างในกัน!"
หลิวชางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจ
โจวหยวนทำหน้าบอกบุญไม่รับ กำลังจะบ่นเพื่อคลายความเหนื่อยล้า แต่จู่ๆ รูม่านตาก็หดเกร็ง "ดูนั่นสิ! เหมือนมีอะไรมุดออกมาจากรู..."
หลิวชางรีบมองตามไป ก็เห็นว่าตรงปลายท่อระบายน้ำที่เชื่อมต่อกับบ่อเกรอะ มีหัวคนค่อยๆ โผล่ออกมา ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้ว เหมือนเด็กผู้ชายอายุสิบกว่าขวบ เนื้อตัวดำเมี่ยม แถมยังมีกลิ่นเหม็นโชยมาแต่ไกล
เด็กน้อยคนนั้นตะเกียกตะกายขึ้นมาจากท่อระบายน้ำด้วยสีหน้าดีใจ ก่อนจะหันขวับไปมองเรือนพัก กัดฟันกรอด แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาปนเคียดแค้น "ข้า จี๋เล่อ ขอสาบาน! ข้าจะต้องฆ่าพวกแกให้หมด! แล้วก็ไอ้พวกสำนักเจิ้นเซียนนั่นด้วย ข้าจะฆ่าล้างโคตรให้เหี้ยน ไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!"
ขณะที่พูด ปราณมารก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับจะช่วยเสริมความน่าเกรงขามให้กับคำสาบานนั้น
"นั่นมัน... พวกมาร!"
หลิวชางกับโจวหยวนถึงกับสะดุ้งโหยง
ในเรือนพักหลังนั้นมีพวกมารซ่อนตัวอยู่จริงๆ ด้วย! แถมมันยังประกาศกร้าวว่าจะล้างบางสำนักเจิ้นเซียนอีก...
น่ากลัวเกินไปแล้ว!
"เอาไงดี?"
โจวหยวนตัวสั่นงันงก
"ยอดฝีมือพรรคมารที่น่าเกรงขามขนาดนี้ พวกเราไม่มีทางสู้ได้หรอก! รีบฉวยโอกาสตอนที่มันยังไม่รู้ตัว แอบหนีกลับสำนักไปรายงานผู้อาวุโสให้เร็วที่สุด!"
หลิวชางส่งเสียงผ่านลมปราณ
"คงต้องทำแบบนั้นแหละ..."
โจวหยวนพยักหน้าเห็นด้วย
พวกเขาเป็นแค่ศิษย์ระดับจู้ซี หากต้องเผชิญหน้ากับมารที่มีกลิ่นอายรุนแรงขนาดนี้ คงเอาชีวิตไม่รอดแน่ๆ ทางที่ดีรีบกลับไปแจ้งเบาะแสให้พวกรดับสูงในสำนักมาจัดการจะดีกว่า
ทั้งสองกลั้นหายใจ แล้วค่อยๆ ถอยห่างออกไปอย่างระมัดระวัง ไม่นานก็พ้นจากรัศมีของเรือนพัก เมื่อเห็นว่ามารร้ายนั่นไม่ได้สังเกตเห็น พวกเขาก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
"รีบไปเร็ว!"
แล้วทั้งสองก็จ้ำอ้าวหนีกลับสำนักทันที
หลิ่วอีอีสมคบคิดกับยอดฝีมือพรรคมาร และมารร้ายหมายจะล้างบางสำนักเจิ้นเซียน... ไม่ว่าเรื่องไหนก็ล้วนเป็นเรื่องใหญ่ระดับคอขาดบาดตาย พวกเขาแบกรับความรับผิดชอบนี้ไม่ไหวหรอก
...
"โชคดีนะที่พวกมันหนีไปแล้ว..."
เด็กชายที่อยู่หน้าประตูเรือนพัก ร่างกายโงนเงนไปมา ก่อนจะทนไม่ไหว ล้มฟุบลงไปกองกับพื้น
และเด็กชายคนนี้ ก็คือจอมมารจี๋เล่อที่ดิ้นรนหนีตายออกมานั่นเอง
มันบาดเจ็บสาหัสเกินไป แถมพลังในร่างก็เหือดแห้งจนหมดเกลี้ยง จะให้ใช้วิชาเร้นกาย หรือวิชาร้อยแปลงอะไรก็ทำไม่ได้ทั้งนั้น สุดท้ายเลยต้องจำใจมุดท่อระบายน้ำ คลานกระดึ๊บๆ ออกมาอย่างทุลักทุเล
แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า พอโผล่หัวออกมาปุ๊บ ก็จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของคนสองคนที่แอบซุ่มอยู่ใกล้ๆ พอดี
คนพวกนั้นใช้ยันต์อำพรางกลิ่นอาย ถ้าเป็นคนทั่วไปคงไม่มีทางรู้ตัวแน่ แต่มันเป็นถึงยอดฝีมือที่เคยสะท้านฟ้าสะเทือนดินมาแล้ว ต่อให้ตอนนี้จะเจ็บหนักแค่ไหน สัญชาตญาณระวังภัยก็ยังคงอยู่
มันจึงแกล้งพูดจาข่มขู่ แล้วปล่อยปราณมารออกมานิดหน่อย...
และก็ได้ผลจริงๆ! ไอ้พวกกระจอกระดับจู้ซีสองคนนั้น โดนหลอกจนกลัวหางจุกตูด หนีเตลิดเปิดเปิงไปเลย...
"ถึงจะดูดซับพลังจากยาพิษและแก่นแท้ปราณศักดิ์สิทธิ์ในท่อระบายน้ำมานิดหน่อย ทำให้พอขยับเขยื้อนได้บ้าง แต่... จะให้หนีไปไกลๆ ก็คงไม่ไหวหรอก!"
การที่ไอ้สองคนนั้นหนีไป ไม่ได้แปลว่ามันจะปลอดภัยแล้วสักหน่อย
มันเจ็บหนักมาก แถมยังโดนพิษเล่นงานอีก ถึงตอนนี้จะยังไม่ตาย แต่มันก็แทบไม่เหลือพลังต่อสู้แล้ว ถ้าขืนมียอดฝีมือโผล่มาสักคน ต่อให้อยู่แค่ระดับเสินกง มันก็คงโดนเชือดทิ้งง่ายๆ
หนีก็ไม่รอด ครั้นจะกลับไป ก็คงโดนไอ้สัตว์อสูรสามตัวนั่นจับไปทรมานเล่นจนตายแน่ๆ... แล้วจะทำยังไงดีล่ะทีนี้?
"ในที่สุดก็ถึงบ้านสักที..."
ขณะที่กำลังสิ้นหวังและมืดแปดด้าน จู่ๆ ก็มีเสียงเรียบๆ ดังขึ้นไม่ไกลนัก
มันรีบหันไปมอง แล้วก็เห็นเด็กหนุ่มผู้เป็นเจ้านายของสัตว์อสูรทั้งสามตัวกำลังเดินตรงเข้ามา โดยมีลาที่มันโคตรจะขยาดเดินตามหลังมาติดๆ
"หนีไม่พ้นแล้วคราวนี้..."
จอมมารจี๋เล่อหน้ามืดวูบ มุมปากกระตุก
ที่มันต้องตกอยู่ในสภาพอนาถขนาดนี้ ก็เพราะไอ้ลาบ้านี่แหละ! อุตส่าห์ดิ้นรนหนีออกมา ดันมาเจอทางตันซะได้ ขืนโดนจับได้ มีหวังโดนกระทืบซ้ำอีกรอบแน่... ชาตินี้คงไม่มีหวังรอดแล้วจริงๆ
"เอ๊ะ... เดี๋ยวสิ!"
แต่แล้ว ท่ามกลางความสิ้นหวัง ความคิดบรรเจิดก็ผุดขึ้นมาในหัว "ไอ้เด็กหนุ่มคนนี้มันไม่มีพลังอะไรเลยนี่นา! ถ้าข้าจับมันเป็นตัวประกันล่ะก็ ไอ้สัตว์อสูรสามตัวนั่นต้องไม่กล้าทำอะไรข้าแน่ๆ เผลอๆ อาจจะยอมทำตามคำสั่งข้าด้วยซ้ำ..."
ก่อนหน้านี้มันก็เคยลองทดสอบดูแล้ว ไอ้เด็กนี่มันก็แค่คนธรรมดาเดินดิน...
ขอแค่จับมันเป็นตัวประกันได้ สถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ก็อาจจะพลิกผันได้!
"เอาแบบนี้แหละ!"
เมื่อเห็นว่าไม่มีทางเลือกอื่น จอมมารจี๋เล่อก็หลับตาปี๋ แล้วแกล้งนอนตายอยู่บนพื้นทันที
พลังในร่างก็ไม่มีแล้ว จะให้ใช้วิชาร้อยแปลงก็ทำไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้ก็คือ 'แกล้งตาย' รอให้ไอ้เด็กนั่นเดินเข้ามาดูอาการ พอเข้ามาใกล้ปุ๊บ ข้าก็จะจับมันไว้เป็นตัวประกันทันที! ถึงไอ้ลาบ้านั่นจะอยู่ใกล้ๆ ก็คงเข้ามาช่วยไม่ทันหรอก!
"ทำไมมีคนมานอนอยู่ตรงนี้ล่ะ?"
รออยู่ครู่หนึ่ง เสียงประหลาดใจของเด็กหนุ่มก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้
ร่างจำแลงของกุมารจี๋เล่อ ดูเหมือนเด็กอายุสิบเอ็ดสิบสองขวบ ตัวสูงแค่เมตรสี่สิบกว่าๆ ดูจากภายนอกไม่มีใครคิดหรอกว่านี่คือจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ คงคิดว่าเป็นแค่เด็กหลงทางมากกว่า
'เข้ามาเลย...'
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา จอมมารก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น เตรียมพร้อมที่จะกระโจนเข้าใส่และล็อกตัวอีกฝ่ายไว้ ทว่า... เสียงของเด็กหนุ่มก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"ที่เปลี่ยวๆ แบบนี้ มีคนมานอนอยู่... ทะแม่งๆ แฮะ ต้าเฮย แกไปเตะมันดูสักสองสามทีสิ! ถ้ามันขยับได้ ก็แสดงว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎมาแกล้งตาย!"
"???"
ร่างของจอมมารแข็งทื่อไปทันที
นี่มันไม่ตรงกับบทที่วางไว้นี่หว่า...
ในฐานะคนธรรมดา พอเห็นเด็กมานอนสลบอยู่บนพื้น ก็ควรจะรีบวิ่งเข้ามาดูอาการด้วยความห่วงใยไม่ใช่รึไง?
แล้วไอ้การปล่อยให้ลามาเตะเพื่อพิสูจน์เนี่ย มันหมายความว่ายังไงหา?
ข้าน่ะเป็นมารก็จริงนะ... แต่แกน่ะ มันไม่ใช่คน! โคตรเหี้ยมเลย!
ถ้าขยับได้ แปลว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ... แล้วตกลงข้าควรจะขยับ หรือไม่ขยับดีฟะเนี่ย?
นี่มันจะแกล้งกันเกินไปแล้ว...
ขณะที่มันกำลังลังเลว่าจะลุกขึ้นมาอธิบายดีไหม ลาต้าเฮยก็กระโดดเหยงๆ เข้ามาด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับส่งเสียงร้องลั่น
"ฮี้กัก! ฮี้กัก! ฮี้กัก!"
ปึ้ก!
ยังไม่ทันได้อ้าปากพูด กีบเท้าลาขนาดยักษ์ก็ฟาดเปรี้ยงลงมาอีกแล้ว
กรอบ! แกรบ! กร๊อบ!
กระดูกและร่างกายที่เพิ่งจะฟื้นตัวมาได้นิดหน่อย โดนเหยียบจนแหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ จอมมารจี๋เล่อนอนแข็งทื่ออยู่ที่เดิม น้ำตาไหลพรากอย่างสุดจะกลั้น
นี่มันที่บ้าอะไรกันเนี่ย? มีแต่พวกวิปริตทั้งนั้นเลย... ข้ายอมแพ้แล้ว ปล่อยข้าไปเถอะ!
[จบตอน]