- หน้าแรก
- ข้าก็แค่สอนทำคลอดหมู ไหงพวกเจ้าบรรลุเซียนกันหมด
- บทที่ 23 / กระทะก้นแบน
บทที่ 23 / กระทะก้นแบน
บทที่ 23 / กระทะก้นแบน
บทที่ 23 / กระทะก้นแบน
ด้วยความหงุดหงิด ซูอิ่นจึงยัดยาที่เหลืออีกเก้าเม็ดเข้าปากรวดเดียว
แต่แล้วความรู้สึกหดหู่ก็ทวีคูณขึ้นไปอีก
เช่นเดียวกับเม็ดแรก พลังวิญญาณที่แฝงอยู่ในยา ทันทีที่เข้าสู่ร่างกาย ก็ถูกขับออกมาทันควัน บางส่วนถูกขับออกทางรูขุมขน บางส่วนดันไปออกทางช่องทางด้านหลัง... ช่างน่าอับอายขายขี้หน้ายิ่งนัก!
ร่างกายของเขาเหมือนกับกระสอบปะผุ พลังวิญญาณไม่ยอมเข้ามา แถมพอเข้ามาปุ๊บก็หนีออกปั๊บ ราวกับไม่อยากจะอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว
หรือว่าเขาจะไม่มีดวงทางด้านการฝึกวิชาจริงๆ?
'ไม่สิ... น่าจะเป็นเพราะยายังไม่บริสุทธิ์พอมากกว่า'
เพราะตอนที่เขาดูดซับพลังวิญญาณจากยาเข้าไป แม้ร่างกายจะต่อต้าน แต่มันก็ไม่ได้ต่อต้านรุนแรงเหมือนตอนที่พยายามดูดซับพลังวิญญาณตามธรรมชาติ
บางที หากเขาสามารถหายาที่บริสุทธิ์กว่านี้ได้ เขาอาจจะทำลายคอขวดและเริ่มฝึกวิชาได้จริงๆ ก็ได้
สูดลมหายใจเข้าลึก เขาเดินออกจากห้องเช่า แล้วตรงดิ่งไปหาพนักงานสาวที่เคาน์เตอร์อีกครั้ง "ที่นี่มียาจู้ฉีที่บริสุทธิ์และมีคุณภาพสูงกว่านี้ขายไหมครับ?"
"เอ่อ..." เด็กสาวพยักหน้ารับ "มีค่ะ เหนือกว่าแบบบริสุทธิ์ ก็คือแบบปรมาจารย์ แต่ว่า... ของมีจำนวนจำกัดมาก และราคาก็ค่อนข้างสูงด้วยค่ะ ราคาเม็ดละห้าตำลึงเงิน แถมต้องซื้อขั้นต่ำสิบเม็ดขึ้นไปถึงจะขายด้วยนะคะ"
ซูอิ่นถึงกับมุมปากกระตุก
แพงหูฉี่เลยแฮะ
แม้ 'ศิษย์พี่สายเปย์' จะทิ้งเงินไว้ให้ แต่ก็มีแค่ไม่กี่สิบตำลึงเท่านั้น ยาเม็ดละห้าตำลึง ซื้อขั้นต่ำสิบเม็ด นี่มันปาเข้าไปห้าสิบตำลึงเลยนะเนี่ย!
"ยาแบบปรมาจารย์เนี่ย ไม่ได้มีดีแค่ความบริสุทธิ์นะคะ แต่ยังอัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณที่มากกว่ายาปกติหลายเท่า ผู้ฝึกตนหลายคนมักจะซื้อไปใช้ตอนที่กำลังจะทะลวงระดับกันทั้งนั้นแหละค่ะ"
เด็กสาวอธิบายต่อ "อีกอย่าง คนที่สามารถปรุงยาแบบนี้ได้ ก็มีแต่นักปรุงยาที่มีพรสวรรค์ระดับหัวกะทิเท่านั้น ซึ่งในเมืองต้าเหยียนก็มีแค่ไม่กี่คนหรอกค่ะ ราคาเลยแพงเป็นธรรมดา คุณชายสนใจจะรับไหมคะ?"
"เอ่อ..."
ซูอิ่นควักเงินทั้งหมดที่มีในกระเป๋าออกมานับดู มีแค่สี่สิบเจ็ดตำลึงเท่านั้น เขายิ้มแหยๆ "เงินข้ามีไม่พอ ขอต่อราคาหน่อยได้ไหมครับ หรือจะขายให้ข้าแค่แปดเม็ดก็ได้!"
"ขออภัยด้วยค่ะ นี่เป็นกฎของทางหอการค้า ข้าน้อยเป็นแค่พนักงาน คงช่วยอะไรไม่ได้หรอกค่ะ..." เด็กสาวส่ายหน้าปฏิเสธ
"งั้น... แถวนี้พอจะมีวิธีหาเงินด่วนๆ บ้างไหมครับ?" ซูอิ่นถามด้วยความจนใจ
จะให้เขากลับไปเอาเงินที่สำนัก ก็ไม่รู้ว่าจะมีให้ยืมหรือเปล่า แถมจะให้บากหน้าไปขอยืมเงินผู้อาวุโสอู๋หยวนและคนอื่นๆ ทั้งๆ ที่ตัวเองปลอมตัวเป็น 'ยอดคน' ผู้มีอาวุโสสูงสุด... มันก็ดูกระไรอยู่ ยืมเงินแค่สามตำลึงเงินเนี่ยนะ... น่าอายชะมัด
ที่สำคัญคือ กว่าจะไปกลับก็ต้องใช้เวลาสองถึงสามชั่วยาม ถึงตอนนั้น ฟ้าคงมืดพอดี
ในโลกแห่งการฝึกตน การเดินทางยามวิกาล... มันไม่ค่อยจะปลอดภัยสักเท่าไหร่
ดังนั้น แทนที่จะเสียเวลาเดินทางกลับไป สู้หาทางหาเงินสามตำลึงแถวนี้เอาดีกว่า เขาอุตส่าห์เรียนรู้ทักษะมาตั้ง 36 แขนงในดินแดนต้องห้าม ถึงส่วนใหญ่จะดูไม่ค่อยมีประโยชน์ แต่ก็มีบางอย่างที่พอจะเอาไปใช้ทำมาหากินได้อยู่นะ อย่างเช่น ดีดพิณไง ถ้าไปหาทำเลดีๆ ตั้งโต๊ะดีดพิณเปิดหมวก ก็น่าจะหาเงินได้ไม่ยากหรอกมั้ง
"หาเงินด่วน?"
เด็กสาวส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
ถ้าเธอรู้เคล็ดลับหาเงินด่วน ป่านนี้คงรวยเละไปแล้ว ไม่ต้องมายืนทนหลังขดหลังแข็งเป็นพนักงานต้อนรับอยู่แบบนี้หรอก เธอฝืนยิ้มตอบ "ที่นี่เป็นหอการค้าค่ะ วิธีหาเงินที่ดีที่สุดก็คือการเอาของมาขายนั่นแหละ ถ้าคุณชายมีของที่ไม่ได้ใช้ ลองเอามาฝากขายดูสิคะ น่าจะได้เงินเร็วที่สุดแล้วล่ะค่ะ!"
"จริงด้วยสิ!" ซูอิ่นตาเป็นประกาย
ถึงเขาจะไม่ได้ใส่ใจกับตำแหน่ง 'ศิษย์อาเล็ก' แต่ถ้าขืนไปเปิดหมวกดีดพิณหาเงินข้างถนน เกิดเรื่องแดงขึ้นมาก็คงจะดูไม่งามนัก ถ้าขายของแก้ขัดไปก่อนได้ก็คงจะดีที่สุด
ตลอดสิบปีในดินแดนต้องห้าม นอกจากจะเอาแต่เรียนแล้ว เขาก็ยังประดิษฐ์ของดีๆ ไว้ตั้งเยอะแยะ
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพลิกข้อมือ วัตถุทรงกลมแบนชิ้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ
"เจ้าลองดูสิว่า ของชิ้นนี้ พอจะขายได้สักสามตำลึงไหม?"
เด็กสาวมองวัตถุในมือเขาด้วยความงุนงง ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ และถามอย่างไม่แน่ใจ "นี่มัน... กระทะเหรอคะ?"
"ใช่แล้ว! กระทะก้นแบนไง!" ซูอิ่นพยักหน้ารับ
นี่เป็นผลงานชิ้นแรกๆ ที่เขาสร้างขึ้นตอนที่เริ่มเรียนวิชาตีเหล็ก เขาใช้เศษแร่เหลือทิ้งในดินแดนต้องห้ามมาตีขึ้นรูป ฝีมือตอนนั้นยังไม่ค่อยเข้าฝักเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยได้เอามาใช้งานจริง
สำหรับเขาแล้ว มันไม่ได้มีค่าอะไรนักหนา แต่ยังไงมันก็ทำมาจากแร่เหล็กที่ผ่านการทุบตีมาเป็นพันเป็นหมื่นครั้ง เอามาขายเป็นเศษเหล็กก็น่าจะได้สักสองสามตำลึงแหละน่า!
"คุณชาย... จะขายเจ้านี่จริงๆ เหรอคะ?" เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ายืนยัน เด็กสาวก็ถึงกับพูดไม่ออก
เห็นหน้าตาหล่อเหลา แต่งตัวก็ดูดี พูดจาสุภาพเรียบร้อย นึกว่าจะควักของล้ำค่าอะไรออกมา ที่ไหนได้... ดันควักกระทะออกมาซะงั้น...
ปกติเขาก็เอาพวกภาพวาดพู่กัน อาวุธ หรือไม่ก็ยาสมุนไพรมาขายกันทั้งนั้น เอาแค่กระทะมาขายเนี่ยนะ... เอาจริงดิ?
เห็นข้าเป็นตัวตลกหรือไง!
แม้เส้นเลือดตรงขมับจะเต้นตุบๆ แต่เธอก็ยังต้องฝืนทนรักษาความสุภาพของพนักงานไว้ "ข้าน้อยสามารถนำไปวางฝากขายในหอการค้าให้ได้ค่ะ แต่ว่าจะขายได้หรือเปล่า หรือจะขายได้ถึงสามตำลึงไหม อันนี้ข้าน้อยก็ไม่รับประกันนะคะ!"
"งั้นเหรอ... แล้วข้าขอเบิกเงินล่วงหน้าสามตำลึง แล้วเอายาจู้ฉีสิบเม็ดไปก่อนได้ไหมครับ?" ซูอิ่นลองเชิงดู
ขืนฝากขายไว้ ใครจะไปรู้ว่าต้องรออีกกี่วันถึงจะขายออก?
"เอ่อ..." เด็กสาวก้มมองของในมือเขาอีกครั้ง
มันเป็นการผสมผสานระหว่างเหล็กกล้าและแร่ธาตุบางชนิดที่ถูกตีขึ้นรูปอย่างประณีต บนพื้นผิวมีลวดลายแปลกตา ส่องประกายเงางามสีดำขลับ แผ่กลิ่นอายอันลึกลับออกมา แค่ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก มูลค่าของมันก็ต้องเกินสามตำลึงอยู่แล้ว
เพียงแต่... จะมีใครยอมควักกระเป๋าซื้อหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน
ก็แหม... คนที่อยากได้กระทะไปทำกับข้าว ก็มีแต่พวกชาวบ้านธรรมดานั่นแหละ ซึ่งคนพวกนี้แค่ให้ควักเงิน 30 อีแปะซื้อกระทะยังคิดหนักเลย แล้วจะให้มาซื้อกระทะที่แพงกว่าเป็นร้อยเท่าเนี่ยนะ... ฝันไปเถอะ!
ลังเลอยู่นาน ในที่สุดเด็กสาวก็กัดฟันตอบ "ข้าน้อยจะยอมให้คุณชายเบิกเงินล่วงหน้าสามตำลึงก็ได้ค่ะ แต่ขีดเส้นตายไว้สามวันนะคะ ถ้ากระทะใบนี้ขายไม่ได้ถึงสามตำลึง คุณชายต้องเอาเงินมาคืนข้าน้อยนะ ไม่งั้นข้าน้อยจะโดนหักเงินเดือน!"
"ตกลงครับ!" ซูอิ่นถอนหายใจอย่างโล่งอก
นางเป็นแค่พนักงานต้อนรับ ถ้ามันขายไม่ได้ราคานั้นจริงๆ แล้วต้องให้นางมารับผิดชอบแทน เขาก็คงจะรู้สึกแย่เหมือนกัน
เมื่อเจรจากันลงตัว ขั้นตอนต่อไปก็ง่ายขึ้นเยอะ เขาจ่ายเงินก้อนเล็กๆ มูลค่าสี่สิบเจ็ดตำลึงพร้อมกับส่งกระทะก้นแบนให้นาง ไม่นานนัก เด็กสาวก็ยื่นขวดหยกให้
เมื่อดึงจุกก๊อกออก ซูอิ่นก็เห็นยาเม็ดสีแดงสดนอนก้นอยู่ข้างใน แต่ละเม็ดอัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณที่เข้มข้นกว่ายาเม็ดก่อนหน้านี้ไม่รู้ตั้งกี่เท่า
แค่ลองสูดดมเข้าไปเบาๆ รูขุมขนที่เคยปิดตายก็เริ่มคลายตัวออก ไม่ได้ต่อต้านรุนแรงเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
"ขอบคุณมากครับ..."
ดวงตาของเขาทอประกายวาววับ เขาเหลือบมองดูท้องฟ้าข้างนอก เมื่อเห็นว่าเย็นมากแล้ว จึงหันหลังเดินจากไป
กลับไปลองที่บ้านดีกว่า!
คล้อยหลังเขาไปได้ไม่นาน เด็กสาวหน้ากลมคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหา เมื่อเห็นของที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ เธอก็หัวเราะเยาะ "หย่าเฟย นี่เจ้าเอาเงินตั้งสามตำลึงไปแลกกับกระทะผุๆ ใบนี้เนี่ยนะ? สมองกลับหรือเปล่า?"
เด็กสาวที่ชื่อซ่งหย่าเฟยหน้าแดงระเรื่อ เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก "ดูจากท่าทางแล้ว เขาไม่น่าจะใช่คนชอบเบี้ยวหนี้หรอกนะ... ถ้าขายไม่ได้สามตำลึง เขาคงจะเอาเงินมาคืนข้าแหละมั้ง..."
ซ่งหย่าเฟยเพิ่งจะเข้ามาทำงานที่หอการค้าแห่งนี้ได้ไม่ถึงเดือน ถือเป็นพนักงานหน้าใหม่
"คืนเงินเนี่ยนะ?" เด็กสาวหน้ากลมส่ายหน้าอย่างสมเพช "ทำไมเจ้าถึงได้ซื่อบื้อแบบนี้ ใครพูดอะไรก็เชื่อไปหมด! ดูยังไงเจ้านั่นมันก็พวกสิบแปดมงกุฎชัดๆ! ไม่เชื่อก็ลองคิดดูสิ คนดีๆ ที่ไหนเขาจะพกกระทะก้นแบนติดตัวไปไหนมาไหนด้วย?"
"..." ซ่งหย่าเฟยถึงกับอึ้งไปเลย
นั่นสิ...
เขาก็มีแหวนมิติอยู่แท้ๆ คงจะเก็บของมีค่าไว้ในนั้นตั้งเยอะแยะ แต่กลับเลือกที่จะควักกระทะออกมา... แสดงว่าเขาไม่ได้เห็นค่าของมันเลยสักนิด
ดูเหมือนข้าจะโดนหลอกเข้าให้แล้วจริงๆ...
"ถือซะว่าเป็นบทเรียนก็แล้วกัน โชคดีนะที่เสียไปแค่สามตำลึง ไม่งั้นเจ้าคงได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่!" เด็กสาวหน้ากลมแค่นเสียง
"อืม ข้าเข้าใจแล้ว!" ซ่งหย่าเฟยพยักหน้ารับ ขอบตาเริ่มแดงรื้น
เงินเดือนของเธอแค่เดือนละหนึ่งตำลึงครึ่งเท่านั้น เงินสามตำลึงนี่มันเท่ากับเงินเดือนตั้งสองเดือนเลยนะ ขาดทุนย่อยยับเลยงานนี้
ช่างเถอะ คราวหน้าคราวหลังต้องระวังให้มากกว่านี้
แม้จะรู้สึกหดหู่ใจ แต่เธอก็ยังตัดสินใจเอากระทะก้นแบนไปวางไว้บนชั้นวางของ
เผื่อฟลุคขายได้ จะได้ลดความเสียหายลงบ้าง... แม้จะดูริบหรี่เต็มทีก็เถอะ
[จบตอน]