เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 / ปีกย่างแดง ข้าชอบกิน

บทที่ 16 / ปีกย่างแดง ข้าชอบกิน

บทที่ 16 / ปีกย่างแดง ข้าชอบกิน


บทที่ 16 / ปีกย่างแดง ข้าชอบกิน

เปลวเพลิงอันร้อนแรงแผดเผาร่างของจอมมารอยู่นานแค่ไหนก็ไม่อาจทราบได้ จนนกแก้วทนดูต่อไปไม่ไหว ต้องเอ่ยปากห้าม "พอได้แล้วมั้ง กลิ่นหอมฉุยขนาดนี้แล้ว!"

ลาถึงยอมหยุด มันหอบหายใจแฮ่กๆ ก่อนจะใช้กีบหน้าเขี่ยร่างจอมมารดูสองสามที เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง มันก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความระแวดระวังอีกครั้ง "คงไม่มีใครโผล่มาอีกใช่ไหม!"

"ไม่น่าจะมีนะ ข้าจำได้ว่ามันคือเจ้านั่นแหละ ไอ้คนที่โดนเจ้าอัดไปเมื่อวานไง..." นกแก้วจำหน้ามันได้

"ยังเป็นเจ้านั่นอีกเหรอ? ถ้าอย่างนั้น... เดี๋ยวก่อน ข้าย่างต่ออีกหน่อยดีกว่า!"

แววตาของลาทอประกายวาบ มันรีบโกยฟืนเติมลงไปในกองไฟอีกระลอก

"..." นกแก้วถึงกับพูดไม่ออก

สหายผู้นี้ อะไรๆ ก็ดีไปหมด เสียอยู่อย่างเดียวคือ ขี้ระแวงเกินเหตุไปหน่อย!

เปลวไฟลุกโชนต่อไปอีกพักใหญ่ จนกระทั่งร่างของจอมมารไหม้เกรียมเป็นตอตะโก ลาถึงได้วางใจ

หลังจากกำจัด 'ศัตรู' ที่โผล่มาได้สำเร็จ สัตว์เลี้ยงทั้งสามก็หันมาให้ความสนใจกับซากมังกรวารีปีกเงิน เพื่อความแนบเนียนในการพรางตัว มันจึงย่อขนาดร่างกายลง และตายไปก่อนที่จะทันได้คืนร่างเดิม ทำให้ตอนนี้สภาพของมันดูเหมือนปลาไหลยักษ์มีปีกไม่มีผิด

"นี่น่ะเหรอสัตว์อสูร?" สัตว์เลี้ยงทั้งสามตัวมองด้วยความฉงน

เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกนี่แหละ

หลังจากเอียงคอพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง นกแก้วก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ "พวกเจ้าว่า... พวกเราเข้าใจเจ้านั่นผิดไปหรือเปล่า? บางทีมันอาจจะไม่ได้ตั้งใจมาฆ่าพวกเรา แต่ตั้งใจจะมา... มอบของขวัญให้ต่างหาก!"

"ของขวัญ?" ลางุนงง

นกแก้วอธิบาย "จะเป็นไปได้ไหมว่า มันได้ยินพวกเราคุยกันว่าเนื้อสัตว์อสูรอร่อย ก็เลยตั้งใจไปล่ามาให้เพื่อกระชับมิตร?"

"..."

ลาและเต่าเฒ่าถึงกับอึ้งไปเลย

พอมาคิดดูดีๆ มันก็มีความเป็นไปได้อยู่นะ

เพราะตอนที่เจ้านั่นโผล่มา มันก็ไม่ได้ขู่จะฆ่าแกงอะไรเลยนี่นา มันบอกแค่ว่า... ข้ามีของอร่อยมาให้!

เอิ่ม...

ถ้าเป็นเรื่องจริงล่ะก็ เจ้านี่คงน่าสงสารน่าดู!

ยังไม่ทันได้อธิบายให้เข้าใจ ก็โดนกระทืบตายแถมยังโดนจับย่างเผาผีอีก...

ทั้งสามตัวหันขวับไปมอง 'ซากศพ' ของจอมมารอย่างพร้อมเพรียง ตอนนี้ร่างของมันดำเป็นตอตะโก ดวงตาเบิกโพลง สีหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและไม่ยินยอม

"หรือบางที มันอาจจะแค่เอาซากสัตว์อสูรมาใช้เบี่ยงเบนความสนใจพวกเรา แล้วค่อยหาจังหวะลอบกัดก็ได้!" หลังจากใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลาก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง "ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด! ต่อให้มีความเป็นไปได้แค่เปอร์เซ็นต์เดียว เราก็ต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม!"

นกแก้วไม่ได้เถียง

ดูจากสภาพที่เต็มไปด้วยปราณมารแล้ว เจ้านั่นดูยังไงก็ไม่ใช่คนดี ต่อให้มามอบของขวัญ ก็คงเป็นประเภทไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ซ่อนเร้นเจตนาร้ายไว้แน่ๆ

"ช่างมันเถอะ เลิกคิดดีกว่า!"

เมื่อเลิกสนใจซากจอมมาร นกแก้วก็หันกลับมามองมังกรวารี น้ำลายสอ "ในเมื่อนี่คือสัตว์อสูร รสชาติก็คงไม่เลว... เอาอย่างนี้ดีไหม ให้เจ้านายทำอาหารให้พวกเรากินกันเถอะ?"

ขนาดเจ้านายทำอาหารธรรมดาๆ ยังอร่อยจนแทบกลืนลิ้น ถ้าได้เนื้อสัตว์อสูรมาทำล่ะก็ ต้องอร่อยเหาะแน่ๆ

แอ๊ด!

ขณะที่กำลังคุยกัน ประตูห้องก็เปิดออก เด็กหนุ่มบิดขี้เกียจเดินออกมาพอดี

"รีบฝังเร็วเข้า..."

ลารีบกวาดซากจอมมารฝังกลบลงไปในแปลงดอกไม้อีกครั้ง สัตว์เลี้ยงทั้งสามตัวคาบซากมังกรวารีปีกเงินเดินเข้าไปหา

"พวกเจ้าจับสัตว์ป่ามาได้ด้วยรึ? เก่งไม่เบานี่!" ซูอิ่นพยักหน้าอย่างพอใจ

ดูจากหน้าตาแล้ว น่าจะเป็นปลาไหลชนิดหนึ่งล่ะมั้ง ขนาดบนโลกยังมีปลาบินได้เลย ที่นี่จะมีปลาไหลมีปีกก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ยิ่งเต่าเฒ่ายังจับปลาหลีฮื้อมาได้ การจะจับปลาไหลประหลาดแบบนี้มาได้สักตัว ก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายนัก

"วันนี้พวกเจ้ามีลาภปากแล้วล่ะ!" ซูอิ่นยิ้มบางๆ ก่อนจะหยิบมีดทำครัวออกมา

ในฐานะพ่อครัว การชำแหละและถลกหนังถือเป็นเรื่องกล้วยๆ แม้จะไม่รู้ว่าเจ้าสัตว์หน้าตาเหมือนปลาไหลนี่คือตัวอะไร แต่ดูจากเนื้อที่แน่นตั้บแล้ว ต้องอร่อยแน่ๆ

วิง!

แก่นแท้ปราณศักดิ์สิทธิ์อันบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกมาจากร่างซูอิ่น ประกายมีดวูบวาบเพียงชั่วพริบตา เกล็ดบนตัวมังกรวารีก็ถูกเลาะออกจนเกลี้ยงเกลา เนื้อถูกแล่ออกมาเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดเท่าๆ กัน

เขาเอาเนื้อเสียบไม้ แล้วก่อไฟ... เริ่มย่างบาร์บีคิว!

ฉ่า ฉ่า ฉ่า!

กลิ่นหอมหวนลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ พืชพรรณและดอกไม้ต่างๆ ภายในลานบ้าน เมื่อ 'ได้กลิ่น' ก็พากันร่ายรำไปมาราวกับถูกสายลมโชยพัด จอมมารจี๋เล่อที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินจนไหม้เกรียม เมื่อได้ซึมซับกลิ่นหอมนี้เข้าไป กล้ามเนื้อที่ไหม้เกรียมก็เริ่มมีสัญญาณชีพฟื้นคืนมาอย่างเลือนราง

เต่าเฒ่า นกแก้ว และสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆ ก็หลับตาพริ้มดื่มด่ำกับกลิ่นหอม พลังวิญญาณบริสุทธิ์ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายพร้อมกับกลิ่นเนื้อย่าง ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายของพวกมันอย่างเงียบเชียบ

ซูอิ่นไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่กับของอร่อยตรงหน้า

แม้ตอนอยู่ดินแดนต้องห้ามเขาจะทำอาหารมานับไม่ถ้วน แต่เนื้อตรงหน้านี้... ดูเหมือนจะหอมเป็นพิเศษ

โดยเฉพาะตรงส่วนปีก ที่ส่งเสียงฉ่าๆ เปล่งประกายสีเหลืองทองเย้ายวนใจ แม้แต่เขาก็ยังอดใจไม่ไหวจนต้องกลืนน้ำลาย

...

ในขณะที่ซูอิ่นกำลังย่างเนื้อ เหยาจ้านก็บินตามรอยสายเลือดมาจนถึงที่นี่

"เรือนอิ่นเซียน?" เขาขมวดคิ้ว

อิ่นเซียน... เร้นกายเยี่ยงเซียน... กล้าตั้งชื่อซะโอหังขนาดนี้เชียวรึ!

"หรือว่า... ศิษย์อาเล็กคนนั้นจะซ่อนตัวอยู่ที่นี่?"

หากมีใครที่สามารถจับตัวมังกรวารีไปได้อย่างไร้ร่องรอย ก็คงมีแต่ 'ศิษย์อาเล็ก' เท่านั้นแหละ แถมก่อนหน้านี้เขาก็หาจนทั่วแล้วแต่ไม่พบ หรือว่า... คนที่เขาตามหา จะไม่ได้อยู่ในเขตสำนัก แต่มาอยู่ที่นี่?

ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ทุกอย่างก็สมเหตุสมผลแล้ว

"เข้าไปดูหน่อยดีกว่า..."

เขากลายร่างเป็นกลุ่มเงามืด ลอบเร้นเข้าไปในลานบ้านอย่างเงียบเชียบ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป เขาก็ได้กลิ่นหอมหวนเตะจมูก

"นั่นมัน... ปีกของท่านผู้อาวุโสมังกรวารีนี่นา!" ตาของเหยาจ้านแดงก่ำ

เนื้อและปีกที่กำลังย่างอยู่บนเตานั่น มันเป็นของมังกรวารีชัดๆ!

นั่นก็แปลว่า... ผู้อาวุโสระดับเสินกงของเขา ไม่เพียงแต่ถูกฆ่าตาย แต่ยังถูกเอามาทำเป็นบาร์บีคิวเสียบไม้ย่างอีกด้วย!

สารเลวเอ๊ย!

เขากำหมัดแน่น หันไปมองคนที่กำลังนั่งย่างเนื้อ เป็นแค่เด็กหนุ่มอายุราวๆ สิบแปดสิบเก้าปี ไม่มีปราณแท้จริงแผ่ซ่านออกมาเลยแม้แต่น้อย ดูเหมือนคนธรรมดาไม่มีผิด!

คนธรรมดางั้นรึ?

เหอะ!

คนที่สามารถสังหารมังกรวารีปีกเงิน แล้วเอาเนื้อมาย่างกินได้เนี่ยนะ?

ถ้าคิดว่าหมอนี่ไร้พลัง ก็คงโง่บัดซบแล้ว!

"ต้องเป็นเจ้านั่นแน่! แถมฝีมือยังน่ากลัวกว่าที่คิดไว้เยอะเลย ต้องรีบส่งข่าวบอกทางสำนักโดยด่วน..."

เหยาจ้านข่มความแค้นไว้ในใจ แล้วหันหลังหนีกลับไปทันที

หน้าที่หลักของเขาคือการสืบข่าว ส่วนจะแก้แค้นหรือไปหาเรื่อง ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านอาจารย์ตัดสินใจดีกว่า

เมื่อหนีพ้นออกจากเขตเรือนพัก เขาก็หาสถานที่ลับตาคน พลิกข้อมือหยิบหยกสื่อสารออกมา แล้วถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดที่ได้พบเจอส่งกลับไป

...

ณ สำนักเฟิงเหลย

ฉินเวิ่นเทียนและเหล่าผู้อาวุโสกำลังนั่งหารือกันอยู่

"เหยาจ้านเดินทางถึงสำนักเจิ้นเซียน แล้วก็เจอตัวศิษย์อาเล็กนั่นแล้ว..."

ทันทีที่หยกสื่อสารเปล่งแสง ฉินเวิ่นเทียนก็ใช้นิ้วแตะเบาๆ ข้อความก็ปรากฏขึ้น

"ใช้เวลาแค่นี้ก็ตามหาจนเจอ สมกับเป็นศิษย์สายตรงของท่านประมุข ยอดเยี่ยมจริงๆ!"

"เหยาจ้านทำงานได้ไร้ที่ติเสมอ..."

เหล่าผู้อาวุโสต่างลูบเคราพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

ใช้เวลาเดินทางแค่ครึ่งวันก็สืบจนรู้ผล ถือว่ารวดเร็วทันใจมาก

"ศิษย์อาเล็กที่ว่านั่น ระดับพลังอยู่ขั้นไหนรึ?" ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเอ่ยถาม

"ข้าก็เพิ่งได้รับข้อความ ยังไม่ได้ถามไถ่รายละเอียดเลย มาดูไปพร้อมๆ กันนี่แหละ!" ฉินเวิ่นเทียนยิ้มรับ ก่อนจะส่งคำถามของผู้อาวุโสกลับไป

แสงสว่างวาบขึ้น ข้อความตอบกลับก็ปรากฏ

"ยังไม่ทราบระดับพลังที่แน่ชัด รู้เพียงแค่ว่า ท่านผู้อาวุโสมังกรวารีที่บังเอิญไปเจอเข้า ถูกมันลงมือสังหารอย่างเงียบเชียบ!"

"มังกรวารีตายแล้วรึ?" ทุกคนหน้าถอดสี โดยเฉพาะผู้อาวุโสชุดเขียวที่ขอบตาแดงก่ำ แทบจะล้มทั้งยืน

"มังกรวารีปีกเงิน แม้จะอยู่แค่ระดับเสินกงขั้นที่หนึ่ง แต่มันมีสายเลือดมังกร พลังรบไม่ธรรมดา การที่ถูกสังหารได้อย่างง่ายดาย... หรือว่าเจ้านั่นจะบรรลุระดับปรมาจารย์แล้ว?"

"อายุสิบแปด แต่เป็นถึงระดับปรมาจารย์เนี่ยนะ? เป็นไปไม่ได้หรอก..."

"เป็นไปได้สิ!" ฉินเวิ่นเทียนสั่นสะท้านด้วยความโกรธ "ถ้าไม่ได้เก่งจริง มันคงไม่กล้าหยามเกียรติพวกเราขนาดนี้หรอก!"

"???" ทุกคนงุนงง

"ใครๆ ก็รู้ว่ามังกรวารีปีกเงินเป็นสัตว์พาหนะของสำนักเฟิงเหลยเรา... การที่มันลงมือฆ่าทิ้งอย่างไม่แยแส ไม่เพียงแต่อวดดี แต่ยังเป็นการท้าทายพวกเราอย่างโจ่งแจ้งด้วย!" ฉินเวิ่นเทียนอธิบาย

รู้ทั้งรู้ว่าเป็นของสำนักเฟิงเหลย แต่ก็ยังฆ่าทิ้งแบบไม่ไว้หน้า นี่มันจงใจลูบคมกันชัดๆ!

วิง!

ระหว่างที่กำลังถกเถียงกัน หยกสื่อสารก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับข้อความใหม่ที่ปรากฏขึ้น

"หลังจากฆ่ามังกรวารีปีกเงินแล้ว มันก็เอาเนื้อไปย่างกิน... แถมยัง... นั่งย่างไป ร้องเพลงไปอย่างสบายอารมณ์..."

"ร้องเพลง? ร้องว่าอะไร?" ฉินเวิ่นเทียนรีบถาม

"ปีกย่างแดง ข้าชอบกิน แต่แม่เจ้าบอกเจ้าใกล้ตาย ยิ่งใกล้ตายยิ่งต้องรีบกิน ถ้าไม่กินตอนนี้ ระวังจะไม่ได้กินอีก..."

"..." เหล่าผู้อาวุโสถึงกับหน้ากระตุก หน้ามืดตามๆ กัน

บัดซบ!

โอหังเกินไปแล้ว!

ไม่ต้องเดาก็รู้ นี่มันเป็นการประกาศกร้าวท้าทายกันอย่างโจ่งแจ้งชัดๆ!

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 16 / ปีกย่างแดง ข้าชอบกิน

คัดลอกลิงก์แล้ว