เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 / ของขวัญจากจอมมาร

บทที่ 15 / ของขวัญจากจอมมาร

บทที่ 15 / ของขวัญจากจอมมาร


บทที่ 15 / ของขวัญจากจอมมาร

สำนักเจิ้นเซียน ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสิบสำนักใหญ่ ต่อให้ประมุขสำนักและคนอื่นๆ จะประสบเคราะห์กรรม ก็ไม่ใช่สถานที่ที่ศิษย์อย่างเขาจะบุกรุกเข้าไปได้ตามอำเภอใจ ยิ่งไปกว่านั้น หากถูกจับได้ขึ้นมา แล้วจะสืบหาความจริงได้อย่างไร?

"ไม่รู้ว่าศิษย์อาเล็กที่ว่า ตอนนี้อยู่ที่ไหนกันแน่..."

เมื่อมาถึงมุมสงบในป่าลึก เหยาจ้านก็กระโดดลงจากหลังสัตว์พาหนะ คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น

สายสืบของสำนักเฟิงเหลย แม้จะแฝงตัวอยู่ในสำนักตรงหน้าได้สำเร็จ แต่ตำแหน่งก็ไม่ได้สูงนัก รู้เพียงแค่ว่าพวกเขาไปเชิญท่านผู้อาวุโสสูงสุดมานั่งประจำการปกป้องสำนัก ส่วนอัจฉริยะผู้มีกายามรรคกำเนิดเมื่อสิบปีก่อนคนนี้ จะมีพลังระดับไหน และพักอยู่ที่ใดนั้น สายสืบไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย

จุดประสงค์ที่เขามาที่นี่ ก็เพื่อตามหาศิษย์อาเล็กคนนั้น และยืนยันให้แน่ชัดว่าพลังที่แท้จริงของเขามีมากน้อยเพียงใด

"มีอยู่สองวิธี วิธีแรก ปลอมตัวเป็นศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนัก ลอบเข้าไปสืบข่าว"

"วิธีที่สอง สถานที่ที่พวกระดับสูงของสำนักเจิ้นเซียนชอบไปพักอาศัย ก็คงหนีไม่พ้น 'ตำหนักหยางซิน' กับ 'ยอดเขาเจิ้นเซียน' ข้าจะลอบเข้าไปดูเงียบๆ! ถ้าเจอ ก็ถือว่าโชคดี ได้รู้ระดับพลังไปเลย แต่ถ้าไม่เจอ... ค่อยว่ากันอีกที"

หลังจากใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจเลือกวิธีที่สอง

หากข่าวคราวของศิษย์อาเล็กคนนี้หาฟังได้ง่ายๆ สายสืบก็คงส่งข่าวกลับไปตั้งนานแล้ว ไม่ต้องให้เขาถ่อมาถึงนี่หรอก

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เขาก็หันไปบอกมังกรวารีปีกเงินที่อยู่ข้างๆ ว่า "ท่านผู้อาวุโสมังกรวารี ตัวท่านใหญ่เกินไป ขืนพรวดพราดเข้าไปมีหวังโดนจับได้แน่ สู้ย่อส่วนลงสักหน่อยแล้วซ่อนตัวอยู่ที่นี่ดีกว่า เดี๋ยวข้าสืบข่าวเสร็จแล้ว จะกลับมารับ..."

"อืม!"

มังกรวารีพยักหน้าหงึกหงัก ร่างกายสั่นสะท้านเบาๆ ก่อนจะหดตัวจากความยาวหลายจั้ง เหลือตัวเท่าแมวป่า

เมื่อบรรลุถึงระดับเสินกง สัตว์อสูรก็สามารถพูดภาษามนุษย์ และย่อขยายขนาดลำตัวได้แล้ว

เหยาจ้านขยับตัววูบเดียว ร่างก็กลายเป็นเงามืด พุ่งทะยานตรงไปยังยอดเขาอันเป็นที่ตั้งของสำนักอย่างรวดเร็ว

เคล็ดวิชาซ่อนเงา!

เขาได้เคล็ดวิชานี้มาจากวาสนาครั้งหนึ่ง มันสามารถทำให้ร่างกายกลมกลืนไปกับความมืดมิดยามราตรี ซ่อนเร้นทั้งกลิ่นอายและพลังเวทได้อย่างสมบูรณ์แบบ ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ หากไม่ใช้สัมผัสเทวะตรวจสอบ ก็ยากที่จะจับสังเกตได้

ด้วยความสามารถนี้เอง ฉินเวิ่นเทียนจึงส่งเขามาทำภารกิจนี้

เหยาจ้านอาศัยความมืดพรางตัว ค่อยๆ ลอบเข้าไปอย่างเงียบเชียบ ไม่นานก็ผ่านเขตที่พักของศิษย์ ลอบเข้าไปถึงตำหนักหยางซิน

สถานที่กว้างขวางใหญ่โต แต่กลับไร้เงาผู้คน เขาสำรวจอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายไปยังยอดเขาเจิ้นเซียน แต่ผลลัพธ์ก็ว่างเปล่าเช่นกัน

"หรือว่า... ศิษย์อาเล็กคนนั้นจะไม่ได้อยู่ที่นี่?"

สองสถานที่ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด กลับไม่มีวี่แวว แล้วศิษย์อาเล็กที่ว่า ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนล่ะเนี่ย?

ดูเหมือนวิธีที่สองจะไม่ได้ผล คงต้องใช้วิธีแรก ปลอมตัวลอบเข้าไปสืบข่าวเสียแล้วล่ะ!

ขอแค่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เขาก็สามารถอาศัยความมืดลอบเข้าไปหาได้สบายๆ

หลังจากใช้เวลาค้นหาทั่วทั้งยอดเขาอยู่ราวๆ หนึ่งชั่วยาม แต่ก็คว้าน้ำเหลว เหยาจ้านจึงส่ายหน้าอย่างผิดหวัง แล้วเดินทางกลับ

การจะปลอมตัวเป็นศิษย์สำนักเจิ้นเซียน เขาต้องไปหา 'สายสืบ' คนนั้นเสียก่อน เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ไม่เช่นนั้นอาจจะความแตกเอาได้ง่ายๆ

เมื่อกลับมาถึงจุดที่นัดหมายกับมังกรวารีปีกเงิน เขามองซ้ายมองขวา ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

มังกรวารีที่ควรจะซ่อนตัวอยู่ตรงนี้ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย บริเวณพื้นดินมีรอยขุดคุ้ยและต้นไม้หักโค่น ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเกิดจากการต่อสู้

เขาก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วย่อตัวลง ใช้นิ้วแตะที่พื้น หยดเลือดสีแดงสดหยดหนึ่งติดปลายนิ้วขึ้นมา เขาลองดมดู

เลือดของมังกรวารีปีกเงินชัดๆ!

นั่นก็หมายความว่า... เกิดเรื่องขึ้นแล้วแน่ๆ!

มังกรวารีตัวนี้แม้อยู่แค่ระดับเสินกงขั้นที่หนึ่ง แต่ด้วยสายเลือดมังกรที่ไหลเวียนอยู่ในตัว หากต่อสู้กันจริงๆ ยอดฝีมือระดับเสินกงขั้นที่สามก็ยังยากที่จะเอาชนะได้ และถ้ามันคิดจะหนีล่ะก็ ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ขั้นต้นก็อาจจะรั้งมันไว้ไม่อยู่ด้วยซ้ำ

การถูกจัดการจนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย โดยทิ้งรอยเลือดไว้เพียงเล็กน้อยเช่นนี้... อย่างน้อยๆ คนลงมือก็ต้องอยู่ระดับปรมาจารย์ขั้นกลาง หรือไม่ก็ขั้นปลาย!

แต่... ตามข้อมูลที่พวกเขามี ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักเจิ้นเซียนตอนนี้ ก็คือผู้อาวุโสอู๋หยวน ซึ่งอยู่แค่ระดับเสินกงขั้นที่ห้าเท่านั้น!

"หรือว่าจะเป็นศิษย์อาเล็กคนนั้น ที่รู้ตัวว่าข้ามา เลยแอบมาลอบโจมตี?"

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว

หากจะถามว่าใครในสำนักเจิ้นเซียนที่มีความสามารถจัดการมังกรวารีได้อย่างเงียบเชียบขนาดนี้ ก็คงหนีไม่พ้นศิษย์อาเล็กในตำนาน ผู้มีอาวุโสสูงสุดในสำนักคนนั้นแล้วล่ะ

"จะเป็นฝีมือใครก็ช่าง ต้องหามังกรวารีให้เจอก่อน..."

เหยาจ้านกัดฟันกรอด ใช้นิ้วชี้แตะที่หยดเลือดนั้น พริบตาเดียว เลือดก็ลุกไหม้ กลายเป็นควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งพุ่งตรงเข้าไปในป่าลึก

เคล็ดวิชาตามรอยสายเลือด!

วิชานี้ใช้วิธีเผาไหม้เลือดเพื่อค้นหาตำแหน่งของเจ้าของเลือด! ถือเป็นเคล็ดวิชาที่ผู้ฝึกตนมักใช้ค้นหาเพื่อนร่วมสำนักที่สูญหาย

เหยาจ้านสูดหายใจเข้าลึก เร่งเร้าพลังจนถึงขีดสุด แล้วพุ่งทะยานตามควันนั้นไปอย่างรวดเร็ว

...

ย้อนเวลากลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน

หลังจากใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายเกือบหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม ดูดซับพลังจากก้อนอุจจาระไปนับไม่ถ้วน จอมมารจี๋เล่อก็เริ่มมีเรี่ยวแรงกลับมาบ้างแล้ว

เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่พลุ่งพล่านอยู่ในกาย จอมมารในร่างเด็กน้อยก็รู้สึกตื่นเต้นจนเนื้อเต้น มันบิดขี้เกียจ ก่อนจะแฝงตัวไปตามผืนดิน ลอบออกจากเรือนพักอย่างเงียบเชียบ

ตอนนี้ สิ่งที่มันต้องทำคือแผนการยิ่งใหญ่ที่จะทำให้มันกลับมาผงาดและเป็นใหญ่เหนือใครอีกครั้ง นั่นคือแผนการ... สยบสามสัตว์อสูรจอมพลัง

ขั้นแรก ต้องหาวิธีปรนเปรอกระเพาะของพวกมันให้ได้เสียก่อน

ของที่อร่อยที่สุดในใต้หล้า จะเป็นอะไรไปได้ ถ้าไม่ใช่เนื้อกระดูกมังกร! แต่ปัญหาคือ... จะไปหาจากไหนล่ะ?

สายเลือดมังกรนั้นแข็งแกร่งมาก ต่อให้มีเพียงเศษเสี้ยว ก็ถือว่ามีพรสวรรค์ล้ำเลิศ สำนักหรือขุมอำนาจใหญ่ๆ หากพบเจอ ย่อมต้องจับไปเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี ส่วนพวกที่ไม่โดนจับ ก็มักจะซ่อนตัวเก่งจนหาตัวจับยาก

"ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ค่อยกลับไปหาตามป่าที่ข้าเคยไปล่าสัตว์อสูรคราวก่อน ถ้าเจอก็ถือว่าโชคดี ถ้าไม่เจอค่อยว่ากันใหม่..."

บินไปได้สักพัก จอมมารจี๋เล่อก็ชะงักงัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ "เดี๋ยวนะ... ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสัตว์อสูรสายเลือดมังกรอยู่แถวๆ นี้นี่นา..."

บังเอิญอะไรขนาดนี้!

ด้วยความสงสัย มันจึงบินตามกลิ่นอายนั้นไป และได้เห็นมังกรวารีปีกเงินตัวหนึ่ง ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ใหญ่ กำลังหลับตาพักผ่อนอย่างสบายใจ

"มีจริงๆ ด้วยรึเนี่ย?"

จอมมารจี๋เล่อกะพริบตาปริบๆ ดีใจจนเนื้อเต้น

นี่มันยิ่งกว่าถูกหวย! พออยากกินเนื้อมังกร ก็มีมังกรมาส่งถึงที่

ดูท่าสวรรค์คงอยากให้ข้าสยบสัตว์อสูรทั้งสามตัวนั้นให้ได้แน่ๆ ข้าช่างเป็นโอรสสวรรค์ตัวจริงเสียงจริง!

"มังกรวารีระดับเสินกง... ถ้าเป็นเมื่อก่อน แค่ข้าปรายตามอง มันก็ตายหมู่แล้ว... แต่ตอนนี้บาดเจ็บยังไม่หายดี ระวังตัวไว้ก่อนดีกว่า!"

มันสลายร่างกลายเป็นกลุ่มควัน ลอบเข้าไปด้านหลังมังกรวารีอย่างเงียบกริบ

"หืม?"

มังกรวารีปีกเงินที่กำลังหลับใหล จู่ๆ ก็รู้สึกใจคอไม่ดี มันกำลังจะหันหน้าไปมอง แต่ก็เห็นหมัดขนาดยักษ์พุ่งทะยานลงมาจากฟ้า ปราณมารนับไม่ถ้วนถาโถมเข้ามาคลุมร่างมันไว้จนมิด

"เจ้าเป็นใคร..."

มันพยายามกระพือปีกบินหนี แต่กลับพบว่าพื้นที่รอบด้านถูกปิดตายสนิท ไม่มีทางให้หนีรอดไปได้เลย

"ไม่..."

เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น ตามมาด้วยหมัดที่ซัดเปรี้ยงเข้าเต็มๆ พลังมหาศาลกระแทกเข้าที่หัวใจจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง

ตูม!

สัตว์พาหนะของสำนักเฟิงเหลย มังกรวารีปีกเงินระดับเสินกงขั้นที่หนึ่ง ร่วงหล่นจากต้นไม้ ขาดใจตายคาที่ทันที

แม้จอมมารจี๋เล่อจะยังมีพลังห่างไกลจากจุดสูงสุดอยู่อีกมาก แต่การลอบสังหารผู้ฝึกตนระดับเสินกงขั้นที่หนึ่ง ก็ถือเป็นเรื่องกล้วยๆ สำหรับมัน

"เรียบร้อย..."

จอมมารฉีกยิ้มกว้าง มันคว้าหมับเข้าที่ซากมังกรวารี แล้วพุ่งทะยานกลับทางเดิมทันที

นึกว่าจะต้องเสียเวลาตามหานานเสียอีก ที่ไหนได้ ออกมาแค่สิบกว่านาทีก็ได้ของดีติดมือมาแล้ว ดวงดีอะไรขนาดนี้!

ของอร่อยเตรียมพร้อมแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่เอาไปประเคนให้พวกสัตว์อสูร แล้วสร้างความประทับใจก็พอ!

แต่มันก็ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก เพราะพวกมันคิดว่าข้าตายไปแล้ว ขืนโผล่หน้าไปดื้อๆ มีหวังได้เกิดเรื่องวุ่นวายแน่

แต่ถ้าไม่เอาไปให้เอง แค่เอาของไปวางทิ้งไว้ แล้วพวกมันจะรู้ได้ไงว่าข้าเป็นคนให้?

ทำดีต้องเอาหน้าสิวะ ไม่งั้นพวกมันจะซาบซึ้งจนยอมสยบแทบเท้าข้าได้ยังไง?

"ไอ้สามตัวนั้น ท่าทางซื่อบื้อจะตาย คงหลอกง่ายอยู่หรอกน่า..."

ยังไงก็ต้องเผชิญหน้ากันอยู่ดี สู้เอาของอร่อยไปล่อ แล้วจัดการรวบรัดตัดตอนให้จบๆ ไปเลยดีกว่า

ไม่นานนัก มันก็กลับมาถึงลานบ้าน และเจอกับพวกสัตว์อสูรทั้งสามตัว

พวกมันยังคงสุมหัวซุบซิบกันอยู่เหมือนเดิม เนื้อหาที่คุยก็คงไม่พ้นเรื่องของกิน หน้าตาดูเด๋อด๋าสุดๆ

ถ้าหลอกไอ้พวกหน้าโง่นี่ไม่ได้ จอมมารผู้ยิ่งใหญ่อย่างข้า คงเสียชาติเกิดที่อุตส่าห์อยู่มาตั้งหลายพันปี

มันสูดหายใจเข้าลึก โพสท่าที่คิดว่าเท่ที่สุด ก่อนจะใช้วิชาเคลื่อนย้ายพริบตา ไปปรากฏตัวต่อหน้าพวกมัน แล้ววางซากมังกรวารีปีกเงินลง

"ข้าเอง... ข้ามีของอร่อยมาให้ ขอเพียงพวกเจ้าเชื่อฟัง..."

จอมมารเอามือไพล่หลัง ฉีกยิ้มกว้างอย่างจริงใจสุดๆ

ในฐานะจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ที่สะท้านฟ้าสะเทือนดิน การยอมลดตัวลงมาทำดีด้วยขนาดนี้ พวกมันต้องซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพรากแน่ๆ!

เมื่อคิดได้ดังนั้น มันก็หันไปมองหน้าพวกมัน และก็เป็นอย่างที่คิด ทั้งสามตัวเบิกตากว้าง ยืนนิ่งเป็นหิน ราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

"เห็นไหมล่ะ ตะลึงในความสง่างามของข้าล่ะสิ..."

จอมมารจี๋เล่อพึงพอใจอย่างมาก มันอ้าปากเตรียมจะสาธยายต่อ ทว่า... เสียงร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน "ผีหลอก! อย่าเข้ามานะ ข้ากลัว..."

ตูม!

และแล้ว... ภาพกีบเท้าลาขนาดยักษ์ก็พุ่งกระแทกหน้ามันอีกครั้ง ราวกับภูเขาถล่มทลาย

"บัดซบ! ฟังข้าอธิบายก่อน..."

หนังหัวของจอมมารจี๋เล่อชาหนึบ อยากจะร้องไห้เสียให้ได้

'เอาอีกแล้วเหรอ?'

'ช่วยให้โอกาสข้าได้พูดหน่อยเถอะ ข้าไม่ได้มาร้ายนะโว้ย... อย่าเข้ามานะ ถ้าขืนเข้ามาอีก ข้าจะร้องจริงๆ ด้วย!'

ปึ้ก!

กีบเท้าฟาดเปรี้ยงเข้าที่กลางกระหม่อม จอมมารยังไม่ทันได้แหกปากร้อง ก็โดนทุบจนแบนแต๊ดแต๋ติดดินไปอีกรอบ

ท่ามกลางสติที่เริ่มเลือนราง เสียงของลาที่กำลังตื่นตระหนกก็ดังแว่วมา

"ลูกถีบลาคลั่งข้ามแม่น้ำ! กีบลาสะท้านฟ้าดิน! หางลาคำราม..."

"ลูกถีบทะลวงไส้! เตะก้านคอ! จระเข้ฟาดหาง..."

"แค่นี้คงยังไม่พอ ไปเอาคบเพลิงมา เผามันให้เป็นจุณไปเลย จะได้สิ้นซาก!"

"..."

ภาพตรงหน้ามืดดับ จอมมารสลบเหมือดไปอีกครั้ง

'ข้าตั้งใจจะมาสยบพวกแกนะโว้ย...'

'ให้โอกาสข้าหน่อยสิวะ!'

'เล่นแบบนี้ไม่ยุติธรรมนี่หว่า!'

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 15 / ของขวัญจากจอมมาร

คัดลอกลิงก์แล้ว