- หน้าแรก
- ระบบสร้างสำนักคุ้มภัยขั้นเทพ
- บทที่ 8 ภารกิจและของรางวัล
บทที่ 8 ภารกิจและของรางวัล
บทที่ 8 ภารกิจและของรางวัล
บทที่ 8 ภารกิจและของรางวัล
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีเพียงลูกพี่ใหญ่คนนั้นที่กำลังทำตาวาวอยู่กลางลาน แต่จางเสี่ยวซีที่รักของเราก็อยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน
ทันทีที่หมัดของลูกพี่ใหญ่พุ่งเข้าทำร้ายหญิงงามชุดขาว จางเสี่ยวซีได้อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตเห็นย่องเงียบๆ ไปยังแผงขายซุปเนื้อแกะเสียแล้ว
ในวินาทีนั้น เขาไม่สนว่าหม้อเหล็กใบนั้นจะร้อนสักเพียงใด ชายหนุ่มยกมันขึ้นมาและสาดออกไปทางลูกพี่ใหญ่อย่างสุดแรงเกิด
ลูกพี่ใหญ่ที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ความเพ้อฝันและถอนตัวไม่ขึ้น ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากด้านหลัง จึงทำสิ่งที่เขาจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตด้วยสัญชาตญาณ... นั่นคือการหันกลับไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น
และสิ่งที่รอต้อนรับเขาอยู่ก็คือ... ซุปเนื้อแกะร้อนเดือดพล่านทั้งหม้อ!
จางเสี่ยวซีหลับตาปี๋ ชายชราคนขายซุปเนื้อแกะก็หลับตาแน่น แม้กระทั่งพวกลูกน้องที่นอนกองอยู่กับพื้นด้วยความตะลึงงันก็ทนดูไม่ได้จนต้องหลับตาตามไปด้วย
ในที่สุด หญิงงามชุดขาวที่ถูกหมัดของลูกพี่ใหญ่ซัดกระเด็นไปเมื่อครู่ก็ยังต้องหลับตาลง
ดังนั้น ท่ามกลางผู้คนมากมายมหาศาล ผู้เดียวที่ยังคงเบิกตากว้างอยู่ก็คือลูกพี่ใหญ่ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและใบหน้าแดงก่ำ
เวลาหยุดนิ่งในชั่วขณะอันงดงามและน่าเวทนานั้น ก่อนที่เสียงกรีดร้องโหยหวนจะดังสะท้านไปทั่วอำเภอชิงหยาง
จางเสี่ยวซีแอบมองลอดนิ้วมือที่ปิดตาอยู่ พอเห็นสภาพแล้วก็อดอุทานไม่ได้ว่า "โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว... โหดเหี้ยมเกินไปจริงๆ"
เมื่อเห็นลูกพี่ของตนถูกศัตรูจัดการด้วยวิธีการสุดแสนอำมหิต และรู้ดีว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหญิงงามชุดขาว พวกลูกน้องที่เหลือทำได้เพียงประคองกันลุกขึ้นจากพื้น แล้วหามร่างลูกพี่ใหญ่—ที่ตอนนี้คงเละจนแม่จำไม่ได้—ขึ้นเปล ก่อนจะพากันหนีตายไปอย่างน่าสมเพช
จางเสี่ยวซีรีบเข้าไปประคอง 'พี่สาวเต้าหู้' ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสให้ลุกขึ้น
หลังจากเพิ่งผ่านศึกหนักมา สีหน้าของหญิงงามชุดขาวดูอิดโรยเล็กน้อย แต่ใบหน้าของนางยังคงความเย็นชาดุจน้ำแข็งไว้เช่นเดิม
ชายหนุ่มอดชื่นชมในใจไม่ได้ว่า 'สมเป็นพี่สาวหน้านิ่งจริงๆ ขนาดนี้แล้วยังไร้อารมณ์ได้อีก'
แต่สิ่งที่จางเสี่ยวซีไม่รู้ก็คือ ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาแตะถูกท่อนแขนของหญิงงามชุดขาว แววตาประหลาดใจวูบหนึ่งได้พาดผ่านใบหน้าของนาง ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
นางเอ่ยเสียงเข้ม "พวกเราชาวยุทธควรมีใจโอบอ้อมอารีและยึดมั่นในคุณธรรม เสี่ยวจาง วิธีการของเจ้าเมื่อครู่มันออกจะรุนแรงเกินไปหน่อย จำไว้ว่าวันหน้าอย่าได้ทำเช่นนี้อีก"
จางเสี่ยวซีตอบกลับอย่างจริงใจ "พี่สาว ข้าเป็นแค่บัณฑิต ไม่ใช่คนในยุทธภพเสียหน่อย"
หญิงงามชุดขาวกล่าวอย่างจริงจัง "หลักธรรมคำสอนของขงจื๊อและเมิ่งจื๊อมิได้สอนหลักการครองตนไว้หรอกหรือ?!"
จางเสี่ยวซีเริ่มรู้สึกปวดหัวตุบๆ
ดูท่าพี่สาวเต้าหู้จะเป็น 'คนดี' ตามแบบฉบับดั้งเดิมจริงๆ สินะ
ถ้าเขาบอกความจริงไปว่า 'ถ้าไม่สาดซุปแกะใส่ วันนี้เราคงจบเห่กันทั้งคู่' นางคงจะเทศนาเขาด้วยคำพูดทำนองว่า 'จะกลัวไปไย ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้' เป็นแน่
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จะอ้อมค้อมไปทำไม สู้ยอมรับผิดไปตรงๆ เลยดีกว่า
เขาจึงกล่าวอย่างซื่อตรงว่า "ขอโทษด้วย เมื่อกี้ข้าใจร้อนไปหน่อย ตอนนี้ข้าสำนึกผิดแล้ว"
คราวนี้เป็นฝ่ายหญิงงามชุดขาวที่พูดไม่ออกบ้าง
ถึงอย่างไร การกระทำของจางเสี่ยวซีเมื่อครู่ก็เพื่อช่วยนาง และในใจลึกๆ นางก็รู้สึกซาบซึ้งอยู่ไม่น้อย ประกอบกับท่าทีที่ยอมรับผิดแต่โดยดีของเขา นางจึงไม่พูดอะไรต่อ
ทว่าจางเสี่ยวซีกลับอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ "พี่สาว ท่านขายเต้าหู้ไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงรู้วรยุทธ์ด้วยล่ะ?"
"ข้ารู้วรยุทธ์มานานแล้ว ข้าเป็นเจ้าสำนักวิทยายุทธ์ชิงหยาง" พี่สาวเต้าหู้มองจางเสี่ยวซีด้วยสายตาแปลกๆ "เมื่อก่อนเจ้าไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอกหรือ?"
จางเสี่ยวซีแอบปาดเหงื่อเย็น
"หลายวันก่อนข้าป่วยหนัก หลายเรื่องเลยจำไม่ได้น่ะ" เพื่อไม่ให้ความแตก เขาจำต้องงัดมุกความจำเสื่อมแบบซีรีส์เกาหลีมาใช้
"แต่ในเมื่อท่านเป็นเจ้าสำนัก ทำไมถึงมาขายเต้าหู้ล่ะ?"
สีหน้าของพี่สาวเต้าหู้หม่นหมองลงทันทีที่ได้ยิน "สำนักวิทยายุทธ์ของเราใกล้จะปิดตัวลงแล้ว เงินทองของที่บ้านทั้งหมดถูกนำมาจุนเจือค่าใช้จ่ายในสำนัก แต่หนี้สินก็ยังพอกพูน ข้าเลยต้องออกมาขายเต้าหู้เพื่อช่วยค่าใช้จ่ายในครอบครัว"
"สำนักวิทยายุทธ์ไม่ทำเงินหรอกหรือ?" จางเสี่ยวซีงุนงงเล็กน้อย
เขาจำได้ว่าเมื่อวานเดินผ่านภัตตาคารขุยหยวน เห็นเจ้าสำนักเจิ้งจากอีกสำนักหนึ่งจัดงานเลี้ยงฉลองครบเดือนให้ลูกชายคนเล็กอย่างอู้ฟู่ พุงพลุ้ยๆ ของเจ้าสำนักเจิ้งดูยังไงก็ไม่ใช่คนยากจนแน่ๆ
พี่สาวเต้าหู้เพียงส่ายหน้า ดูเหมือนไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้มากนัก นางกล่าวเพียงว่า "นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัวของข้า เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก แต่ข้าเห็นว่าร่างกายเจ้าอ่อนแอเกินไป เมื่อครู่ขนาดอันธพาลข้างถนนเจ้ายังสู้ไม่ได้ ถ้าว่างก็แวะมาที่สำนักของข้าสิ ข้าจะสอนพื้นฐานวรยุทธ์ให้ วันหน้าวันหลังเกิดเรื่องแบบนี้อีกจะได้ไม่โดนรังแกฝ่ายเดียว"
จางเสี่ยวซีหน้าแดงที่ถูกจี้ใจดำ แต่ในขณะเดียวกันหัวใจก็พองโตด้วยความดีใจ
การฝึกวรยุทธ์ไม่ใช่แค่เปิดตำราลับแล้วจะทำได้เลย ด้วยระดับของจางเสี่ยวซีตอนนี้ แค่จุดชีพจรเขายังไม่รู้จัก เส้นลมปราณยิ่งไม่ต้องพูดถึงมืดแปดด้านไปเลย
ต่อให้ได้ตำราลับสุดยอดมา เขาก็ฝึกเองไม่ได้หรอก การท่องยุทธภพถึงต้องเน้นเรื่องการมีอาจารย์ไงล่ะ ต่อให้เป็นพวกมวยวัดก็ยังต้องมีคนสอนเบื้องต้นให้ ถ้ามัวแต่งมเข็มเอง กว่าจะสำเร็จคงแก่ตายไปก่อน
ดังนั้น จางเสี่ยวซีจึงพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น
พี่สาวเต้าหู้เองก็ดูดีใจที่เห็นเขาตอบรับรวดเร็วปานนั้น "ข้าจะอยู่ที่สำนักทุกเช้าตั้งแต่ยามเหม่า (05.00-07.00 น.) ถึงยามซื่อ (09.00-11.00 น.) และช่วงเย็นหลังยามเซิน (15.00-17.00 น.) เป็นต้นไป เจ้ามาหาข้าได้ตลอด"
ทันใดนั้น นางก็นึกอะไรขึ้นได้ ใบหน้าพลันแดงระเรื่อ "หลังยามโหย่ว (17.00-19.00 น.) ดึกเกินไป ไม่ได้นะ"
จางเสี่ยวซีแทบจะตะลึงงันกับอาการเขินอายที่แวบเข้ามาบนใบหน้าของพี่สาวเต้าหู้
"คุณพระช่วย ราชินีน้ำแข็งก็เขินเป็นด้วยหรือเนี่ย?"
หัวใจชายหนุ่มอดเต้นเร็วขึ้นอีกสามจังหวะไม่ได้ แต่หญิงงามชุดขาวเริ่มเก็บข้าวของแล้ว
จางเสี่ยวซีเดินไปส่งพี่สาวเต้าหู้ที่บ้าน และได้รับเกียรติอย่างสูงที่พี่สาวเต้าหู้ช่วยทายาประสานกระดูกให้ด้วยตัวเองจนเขาปลื้มปริ่มสุดๆ
หลังจากร่ำลาพี่สาวเต้าหู้ จางเสี่ยวซีก็รีบบึ่งกลับบ้านอย่างกระตือรือร้น
ระหว่างการตะลุมบอนอันวุ่นวายเมื่อครู่ เขาแว่วเสียง 'ติ๊ง' ดังขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นเสียงแจ้งเตือนจากระบบจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่
ทว่าสถานการณ์ตอนนั้นตึงเครียดเกินกว่าที่จางเสี่ยวซีจะตรวจสอบได้ทันที พอไล่พวกอันธพาลไปได้แล้ว เขาก็มัวแต่เคลิบเคลิ้มไปกับพี่สาวเต้าหู้ เลยรอจนกลับถึงบ้านค่อยมาเช็กดูให้ละเอียด
พอกดเปิดระบบดู คราวนี้ส่วนของระบบภารกิจที่เคยนิ่งสนิทกลับส่องแสงวิบวับ
ใบหน้าของจางเสี่ยวซีเปื้อนยิ้มทันที
เขาสำรวจส่วนอื่นๆ ของระบบจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่มาพอสมควรแล้ว แต่ส่วนภารกิจนี้เงียบกริบมาตลอด จางเสี่ยวซีได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า 'ระบบคุง' อาจจะลาพักร้อนยาว เดี๋ยวกลับจากฮาวายคงมาทำงานขยันขันแข็งเหมือนเดิม
ไม่นึกเลยว่าจะกลับมาเร็วขนาดนี้
ชื่อภารกิจ: การฝึกฝนของมือใหม่
เป้าหมายภารกิจ: การต่อสู้ครั้งแรกที่จอมยุทธ์หนุ่มทุกคนต้องประสบพบเจอในชีวิต! จงวางรากฐานที่ดีเพื่อก้าวเข้าสู่ยุทธภพเถิดพ่อหนุ่ม!
เงื่อนไข: ขับไล่แก๊งอันธพาลที่มารังแกพี่สาวเต้าหู้ ร่วมแรงร่วมใจเพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของยุทธภพ
สถานะภารกิจ: การเปิดตัวด้วยความหวังจะสยบศัตรูโดยไม่ต้องต่อสู้นับเป็นไอเดียที่สร้างสรรค์ แต่น่าเสียดายที่ลงเอยด้วยโศกนาฏกรรมนองเลือด
การตั้งใจฝึกวรยุทธ์คือหนทางที่ถูกต้องนะจ๊ะที่รัก
ขั้นตอนระหว่างทางนั้นช่างน่าอนาถจนระบบคุงไม่อาจสาธยายได้ แต่โชคดีที่ตอนจบเจ้าสามารถพลิกสถานการณ์ด้วยซุปเนื้อแกะหนึ่งหม้อ คว้าชัยชนะครั้งแรกมาครองได้สำเร็จ
ตอนนี้สภาพเจ้าดูเหมือนหมีแพนด้า รู้สึกอย่างไรบ้างล่ะ?
ระดับคะแนน:
รางวัล: ยินดีด้วย เจ้าได้รับแต้มยุทธภพ (SP) 300 แต้ม
อย่าลืมหมั่นฝึกฝนวรยุทธ์นะจ๊ะที่รัก
แค่ 300 แต้มเองเหรอ?
จางเสี่ยวซีเบิกตากว้าง
เขาเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่า ของในร้านค้า SP ที่ดูพื้นฐานที่สุดนั้นไม่ได้หามาครอบครองได้ง่ายๆ เลย
การต่อสู้ระดับมือใหม่ที่เกือบเอาชีวิตไปทิ้ง แลกมาได้แค่ 300 แต้มอันน้อยนิด ถ้าเจอศึกหนักแบบนี้อีกสักสองสามรอบ จางเสี่ยวซีประเมินว่าเขาคงได้นอนหยอดน้ำข้าวต้มไปตลอดชีวิตแน่
"ยุทธภพช่างอันตราย..." ชายหนุ่มถอนหายใจพลางรู้สึกปวดระบมไปทั้งตัว "แค่พวกตัวประกอบกระจอกๆ ที่เอาไว้ฟาร์มเลเวลยังโหดขนาดนี้ จำเป็นต้องทุ่มเทกันขนาดนี้เลยเรอะ?"
จางเสี่ยวซีที่นอนคว่ำหน้าก้นโด่งอยู่บนเตียง เริ่มรู้สึกถึงความเร่งด่วนขึ้นมาทันที
เขาล้วงหยิบวิชาตัวเบา 'เหยียบยอดหญ้า' ออกมาจากช่องลับหัวเตียง แล้วเริ่มศึกษาอย่างจริงจังด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว