เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 003 - ซินเดอเรลล่า

บทที่ 003 - ซินเดอเรลล่า

บทที่ 003 - ซินเดอเรลล่า


บทที่ 003 - ซินเดอเรลล่า

☆☆☆☆☆

ฟอสต์ถามด้วยความลังเล "เรา... เคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า?"

หญิงสาวยิ้มพลางส่ายหน้า เส้นผมสีทองปลิวไสวไปตามแรงขยับ

"อื้ม แค่ฉันรู้จักท่านอยู่ฝ่ายเดียวเท่านั้นแหละคะ... ไม่ว่าจะดูยังไง นี่ก็น่าจะเป็นครั้งแรกที่ท่านได้พบฉัน"

ฟอสต์อยากจะถามต่ออีกสักหน่อย แต่สาวน้อยปริศนาก็ขยับกายเข้ามาแนบชิดเสียก่อน จมูกโด่งรั้นน่ารักขยับฟุดฟิด ราวกับต้องการสูดกลิ่นฮอร์โมนชายที่น่าหลงใหลให้สลักลึกลงไปในหัวใจ

"ฮื้มมม..."

เธอถอนหายใจออกมาด้วยความพึงพอใจ ปิดเปลือกตาลง ส่งเสียงครางในลำคออย่างมีความสุขเหมือนลูกแมว คล้ายกำลังฮัมเพลงทำนองหนึ่ง ดื่มด่ำกับความใกล้ชิดและความเงียบสงบในขณะนี้

ฟอสต์เห็นแบบนั้นก็เลยต้องยอมตามน้ำ เต้นรำไปตามจังหวะของเธอ รอให้เพลงจบลง

แต่ทว่าเรี่ยวแรงของอีกฝ่ายกลับดูเหมือนไม่มีวันหมด ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดพักเลยสักนิด เต้นเพลงแล้วเพลงเล่า จนกระทั่งราตรีเข้มข้นขึ้น เกือบจะรุ่งสาง สาวน้อยผมทองถึงได้ยอมผละออกอย่างอาลัยอาวรณ์

"ได้เวลาแล้ว ฉันต้องกลับแล้วค่ะ"

นิ้วเรียวสวยม้วนเส้นผมที่ปรกไหล่เล่น สีหน้าแสดงความเสียดายอย่างสุดซึ้ง

"อยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ?"

ฟอสต์พยายามรั้งเธอไว้ เขายังคุยกับเธอได้ไม่กี่ประโยคเองนะ

สาวน้อยปริศนาหลุบตาลง ไม่พูดอะไรออกมา

ฟอสต์เห็นท่าทีนั้นก็ถอนหายใจ "น่าเสียดายจัง งั้นฉันไปส่งนะ"

แต่คำขอที่สมเหตุสมผลนี้กลับถูกปฏิเสธ หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ สีหน้าดูหมองลง

"แม้ฉันอยากจะชวนท่านกลับบ้านด้วยกันแทบตาย แต่ถ้าถึงตอนนั้น... ท่านคงไม่ชอบฉันหรอกค่ะ"

พูดจบเธอก็ยกชายกระโปรงขึ้น หันหลังเดินจากไป แทบจะเรียกว่าวิ่งหนีขึ้นรถม้าไปเลยทีเดียว

"กุบ กุบ กุบ"

ยูนิคอร์นออกตัวพารถม้าพุ่งทะยานออกจากพระราชวังทันที ความเร็วนั้นไม่ใช่ระดับที่รถม้าทั่วไปจะทำได้เลย

ฟอสต์รีบวิ่งตามไป แต่ก็ต้องชะงักฝีเท้าที่หน้าประตูวัง

เพราะรถม้าเทียมยูนิคอร์นคันนั้น พุ่งชนกำแพงวังหายวับไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งไว้เพียงระลอกคลื่นจางๆ ในอากาศ

จังหวะนั้นเอง ยูเชวู้ดก็เดินเข้ามา นัยน์ตาสีเขียวศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าหญิงจ้องมองรอยล้อรถที่ยูนิคอร์นทิ้งไว้ ซึ่งยังมีละอองแสงเรืองรองระยิบระยับ

"มันคือ [ความลึกลับ]..."

"[ความลึกลับ]?"

พอได้ยินพี่สาวพูดแบบนั้น ฟอสต์ก็ถึงบางอ้อทันที

สิ่งที่เรียกว่า [ความลึกลับ] คือองค์ประกอบที่เติมแต่งสีสัน "แฟนตาซี" ให้กับโลกใบนี้

ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์ที่ตื่นขึ้นจากภายใน ทักษะที่ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ ไอเทมวิเศษแปลกประหลาด หรือแม้แต่พรจากภูตสวรรค์... ทุกสิ่งที่เหนือธรรมชาติล้วนเรียกว่า "ความลึกลับ" ได้ทั้งนั้น

จอมเวทระดับสูงอย่างยูเชวู้ดคงไม่ต้องพูดถึง แม้แต่ตัวฟอสต์เอง ก็ได้รับสืบทอดเส้นทางแห่งราชามาจากเสด็จพ่อผู้แสนแพง นับเป็นขุนนางสายเวทมนตร์ตัวจริงเสียงจริงเหมือนกัน

แต่ [ความลึกลับ] ก็มีระดับชั้นของมัน อย่างสถานการณ์ตรงหน้านี้ ฟอสต์วิเคราะห์ไม่ออกเลยสักนิด เขาเดินตามรอย [วีรบุรุษ] ของกษัตริย์เฒ่า

ซึ่งเป็นสายความลึกลับที่เน้นความยิ่งใหญ่และถูกต้องตามครรลอง เชี่ยวชาญด้านการปกครอง การพิชิต และการปราบปราม

แต่ถ้าเป็นเรื่องความรู้เชิงลึก ก็เทียบชั้นกับพวก [จอมเวท] ไม่ติดฝุ่น

"ท่านพี่ ดูออกไหมว่าเป็นความลึกลับสายไหน? หรือจะแกะรอยตามไปเลยก็ได้นะ"

ยูเชวู้ดใช้นิ้วเรียวขยี้ละอองแสงที่รถม้ายูนิคอร์นทิ้งไว้ แล้วส่ายหน้า

"เป็นความลึกลับที่ซับซ้อนและชั้นสูงมาก ข้าไม่สามารถแทรกแซงหรือทำความเข้าใจมันได้"

เจ้าหญิงผมสีเงินไม่ใช่จอมเวทไก่กา แต่เป็นจอมเวทระดับสูงที่มีความรู้ในศาสตร์ลึกลับอย่างลึกซึ้ง พูดได้เลยว่าถ้ายูเชวู้ดไม่ใช่คนในราชวงศ์ อาณาจักรชิงซีคงไม่มีปัญญาจ้างเธอมาทำงานให้แน่

ขนาดเธอเองยังแกะรอยไม่ได้ แสดงว่าสเกลพลังของ [ความลึกลับ] นี้ไม่ธรรมดาเลย

"นายชอบแม่สาวคนนั้นเหรอ?"

ยูเชวู้ดเหลือบมอง แววตาของเจ้าหญิงผมสีเงินยังคงเรียบเฉย น้ำเสียงใสกังวานนั้นแยกแยะอารมณ์ไม่ได้

"ชัดขนาดนั้นเลยเหรอ?"

ฟอสต์หัวเราะพลางเอามือทาบอก ยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบาน "ใช่สิ ฉันไม่ได้... ไม่สิ ต้องบอกว่าฉันไม่เคยรู้สึกใจเต้นแรงขนาดนี้มาก่อนเลย ความรู้สึกมีความสุขแบบนี้ มันหาได้ยากจริงๆ"

ยูเชวู้ดเอ่ยช้าๆ "อาการของนายดูแปลกๆ นะ... แค่หลงใหลในความงามของนางจริงๆ น่ะรึ?"

"ถึงข้าจะเคยบอกว่าเวลานายเกิดอารมณ์จะเหมือนลิงป่าเถื่อน แต่ไม่ว่าจะเสเพลแค่ไหน นายก็รู้ขอบเขตเสมอ นายเคยพูดเองนี่ ว่าคนฉลาดไม่ตกหลุมรัก"

เวลาฟอสต์ไปมั่วสุมกับพวกสาวๆ ขุนนางในเมืองหลวง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะใสซื่อ ไฮโซ ร่าเริง บริสุทธิ์ หรือวัยรุ่น... ทัศนคติของเจ้าชายมีเพียงหนึ่งเดียวเสมอมา

พ่อจะฟาดพวกเธอให้เรียบ!

ผู้ชายพรรค์นี้จะมาตกหลุมรักหัวปักหัวปำเนี่ยนะ ดูไม่น่าเป็นไปได้

"แค่ความสวยมันยังไม่พออีกเหรอ?"

ฟอสต์ได้ยินพี่สาวตั้งข้อสงสัย ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที เถียงกลับไปโดยไม่รู้ตัว

"ขอบคุณที่ท่านพี่เป็นห่วง แต่ฉันมั่นใจเต็มร้อย... ไม่สิ เกินร้อยเลยว่า เธอคือเนื้อคู่ของฉัน!"

ยูเชวู้ดพูดเรียบๆ "ไหนนายบอกว่าจะหาเจ้าหญิงต่างแดนมาเป็นพันธมิตรช่วยอาณาจักรไง?"

"เอ่อ..."

พอพูดถึงเรื่องนี้ ฟอสต์ก็ชะงักไป เหมือนเพิ่งนึกได้ว่ามันขัดกับอุดมการณ์ที่ผ่านมาของตัวเองสุดๆ เจ้าชายขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครึ่งค่อนวัน สุดท้ายก็เค้นคำตอบออกมาได้แค่ประโยคเดียว

"ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าหญิงต่างแดนเสมอไปหรอก ประเด็นมันอยู่ที่คุณค่าต่างหาก พรสวรรค์ด้านความลึกลับของเธอสูงส่งขนาดนั้น ถ้าตำแหน่งราชินีแลกมาด้วยจอมมหาเวทสักคน ก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่นะ"

"สรุปคือ เธอไม่เหมือนคนอื่น!"

คงจะรู้สึกว่าเหตุผลนี้มันฟังไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่ ฟอสต์เลยอ้างว่าจะไปทำงานแล้วรีบชิ่งหนีทันที กลัวจะโดนเจ้าหญิงผมเงินซักไซ้ไล่ต้อนจนเสียศูนย์

"อืม... งั้นรึ?"

ยูเชวู้ดหลุบตาลง นัยน์ตาสีเขียวศักดิ์สิทธิ์มองตามแผ่นหลังของฟอสต์ไป แล้วส่ายหน้าเบาๆ

.....................

งานเต้นรำเลือกคู่ที่กษัตริย์จัดให้รัชทายาทไม่ได้มีแค่วันเดียว แต่เป็นงานฉลองต่อเนื่องถึงสามวัน โดยเปิดให้คนทั้งอาณาจักรเข้าร่วม

แต่คำว่าทั้งอาณาจักร เอาเข้าจริงก็มีแค่ประชากรสองแสนคนในเมืองหลวงชิงซีนั่นแหละที่มีปัญญามาได้

แค่นี้ก็ถือว่าเยอะแล้ว ประชากรทั้งอาณาจักรชิงซีมีไม่ถึงห้าแสนคนด้วยซ้ำ ในโลกแฟนตาซีที่มีอาณาจักรตั้งอยู่เรียงรายแบบนี้ ที่นี่ถือเป็นประเทศเล็กๆ ประชากรน้อยนิด ขุนนางก็น้อยตามไปด้วย ส่วนใหญ่ก็รู้จักกันหมด

ตำแหน่งพระชายาของรัชทายาทเป็นสิ่งที่ทุกตระกูลขุนนางต่างถวิลหา หญิงสาวที่ยังโสดและมีความมั่นใจในตัวเองทั่วทั้งอาณาจักรชิงซี ต่างก็ตบเท้าเข้ามาร่วมงานเพื่อชิงตำแหน่งนี้

แล้วพวกเธอก็กลายเป็นตัวประกอบกันหมด

งานเต้นรำคืนที่สอง สาวน้อยปริศนาคนเดิมก็ยังคงมาปรากฏตัวตอนเที่ยงคืน และกลับไปตอนใกล้รุ่งสาง

ตลอดเวลานั้น เจ้าชายเอาแต่เต้นรำกับเธอเพียงคนเดียว สาวงามคนอื่นๆ ในสายตาของฟอสต์กลายเป็นธาตุอากาศไปเลย

เห็นแบบนี้ สาวๆ หลายคนในงานก็ผิดหวังกันเป็นแถบ

ไม่มีใครหวังจะพิชิตใจเจ้าชายอีกแล้ว ใครดูก็รู้ว่าตอนนี้หัวใจของฟอสต์เทไปให้สาวน้อยผมทองปริศนาคนนั้นหมดหน้าตัก

และในคืนสุดท้ายของงานเลี้ยง ฟอสต์ก็มารอที่ขอบฟลอร์เต้นรำตั้งแต่หัวค่ำ ปากก็คุยกับแขกไปอย่างแกนๆ แต่สายตาคอยชำเลืองมองไปนอกประตูวังอยู่ตลอด

"ตึง ตึง ตึง"

ในที่สุด หลังเสียงระฆังดังขึ้น รถม้าหรูหราที่ลากโดยยูนิคอร์นก็ปรากฏขึ้นในครรลองสายตาอีกครั้ง

ฟอสต์เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เที่ยงคืนพอดีเป๊ะ

เจ้าชายเดินเข้าไปที่รถม้าอย่างเป็นธรรมชาติ ยื่นมือออกไปในจังหวะที่ประตูรถเปิดออก

"ฝ่าบาท!"

มือเรียวบางวางลงบนฝ่ามือของเจ้าชาย หญิงสาวกระโดดลงมาสู่อ้อมกอดของฟอสต์ หมุนตัวอย่างร่าเริงหนึ่งรอบก่อนจะยืนเต็มเท้า

สาวน้อยปริศนาเปลี่ยนชุดใหม่อีกแล้ว แต่ยังคงความหรูหราและงดงามราวกับความฝัน ขับเน้นความงามเหนือโลกของเธอออกมาได้อย่างถึงที่สุด ใบหน้าสวยหวานแฝงเสน่ห์ยั่วยวนประดับด้วยรอยยิ้ม

"รอนานไหมคะ"

"ไม่เลย เธอมาตรงเวลามาก"

ฟอสต์โค้งคำนับอย่างสง่างาม จูงมือเธอเดินเข้าสู่ลานเต้นรำ

หน้าอกอวบอิ่มของหญิงสาวเบียดชิดกับร่างของเจ้าชาย นิ้วมือสอดประสานกัน ทั้งสองดูเหมือนคู่รักที่กำลังข้าวใหม่ปลามันสุดๆ

"ตั้งแต่คืนแรกที่เจอกัน ฉันเฝ้าคิดถึงเธอทั้งวันทั้งคืน ไม่ว่าจะมองเธอกี่ครั้ง ก็รู้สึกไม่พอสักที"

ฟอสต์จ้องมองใบหน้าสวยหวานนั้นอย่างไม่วางตา แล้วกระซิบคำหวาน

สัมผัสได้ถึงสายตาอันร้อนแรงของเจ้าชาย แก้มของสาวน้อยปริศนาก็ดูเหมือนจะแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย

"ฉันก็เหมือนกันค่ะ เฝ้ารอที่จะได้พบฝ่าบาท... เหมือนฝันไปเลย"

สาวน้อยผมทองพึมพำกับตัวเอง

"คนอย่างฉัน ถึงกับได้เต้นรำกับฝ่าบาทเชียวนะ"

แสงไฟสลัวๆ บนลานกว้างสาดส่องลงบนใบหน้าของหญิงสาว ยิ่งทำให้ความงามที่เหนือมนุษย์ของเธอดูลวงตาเหมือนฝันเข้าไปใหญ่

แค่ฟอสต์ได้มองภาพตรงหน้า ก็รู้สึกหายใจติดขัด อดไม่ได้ที่จะจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น

"พูดอะไรแบบนั้น คนอย่างเธอคือแบบไหน? ถ้าเธอต้องการ หลังงานเลี้ยงจบ เธอจะมานั่งเล่นที่วังก็ได้นะ... ไม่สิ ฉันหมายถึง เธออยู่ที่นี่ถาวรเลยก็ได้ งานเลี้ยงนี้จัดเพื่อเธอคนเดียวนะ..."

เจ้าชายยังพูดไม่ทันจบ หญิงสาวก็ขมวดคิ้วส่ายหน้า

"เสน่ห์ที่ฉันแสดงออกมา จะหายไปจนหมดสิ้นหลังงานเลี้ยงนี้จบลง ท่านจะไม่ชอบตัวตนจริงๆ ของฉันหรอกค่ะ มันทั้งมืดมน น่าขบขัน และจะทำให้ท่านรังเกียจ..."

"ไม่มีทาง!"

ฟอสต์พูดแทรกขึ้นมา มือขยุ้มคอเสื้อตัวเองแน่น "ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร เป็นแบบไหน ฉันไม่สนทั้งนั้น!"

"การมีอยู่ของเธอทำให้ฉันมีความสุข ยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก!"

หญิงสาวได้ยินดังนั้น ดวงตาสีม่วงคู่งามก็เป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย แววตาฉายความเศร้าสร้อยที่ทำให้คนมองแทบใจสลาย

"ฝ่าบาท... ได้ยินท่านพูดแบบนี้ ฉันดีใจจริงๆ ค่ะ ถึงจะดูโลภมากไปหน่อย แต่ฉันขอจูบอีกสักครั้ง ได้ไหมคะ?"

"...แน่นอน"

เจ้าชายไม่มีทางปฏิเสธคำขอนี้อยู่แล้ว อันที่จริงเขาอยากจะใกล้ชิดกับเธอมาตั้งนานแล้ว แต่ด้วยความรักและทะนุถนอมเลยไม่กล้าล่วงเกิน

ฟอสต์ก้มตัวลง ข่มหัวใจที่เต้นรัวแรงจนแทบจะระเบิด แล้วประทับจูบลงบนริมฝีปากของสาวน้อยผมทอง

ริมฝีปากของเธอเย็นเฉียบและนุ่มนวล ทันทีที่สัมผัส สมองของฟอสต์ก็ขาวโพลนไปหมด เหมือนกลายเป็นหนุ่มซิงไร้เดียงสาที่ทำอะไรไม่ถูก

เลยกลายเป็นว่าต้องให้สาวน้อยปริศนาเป็นฝ่ายรุก แต่แม่คุณเองก็ดูเงอะงะไม่ประสาพอกัน

ไม่รู้วิธีจูบแบบผู้ใหญ่เลยสักนิด แค่เอาปากมาถูกันมั่วๆ ก็ถือว่าเป็นจูบแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น สาวน้อยปริศนาก็ดูพอใจมากกับจูบเล่นขายของแบบนี้ เธอยิ้มตาหยี

"อ่า... ความทรงจำนี้ เพียงพอให้ฉันจดจำไปตลอดชีวิต พอแค่นี้เถอะค่ะ ฝ่าบาท ฉันยังไม่พร้อมที่จะไปต่อในตอนนี้"

พูดจบ เธอก็หันหลังเดินจากไป ตัดบทดื้อๆ เหมือนสองคืนที่ผ่านมา

"ด... เดี๋ยวสิ!"

ฟอสต์เหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน มองแผ่นหลังของหญิงสาวแล้วร้อนรนขึ้นมาทันที

รถม้าที่ลากด้วยยูนิคอร์นเป็นยานพาหนะระดับความลึกลับชั้นสูง ว่ากันว่ามันวิ่งผ่านมิติวิญญาณอันว่างเปล่า วิธีการทางโลกทั่วไปไม่มีทางตามรอยเจอ

ถ้าปล่อยให้สาวปริศนาจากไปแบบนี้ ครั้งหน้าจะไปตามหาที่ไหนล่ะ ฟอสต์ยอมให้เป็นแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!

เจ้าชายคำรามลั่น รีบพุ่งตัวตามไป แต่หญิงสาวจงใจทิ้งระยะห่าง เธอเอียงคอเล็กน้อย ยิ้มอย่างมีเลศนัย

"ถ้าท่านปรารถนาในตัวฉันขนาดนั้น ก็ลองตามหาฉันให้เจอสิคะ ถ้าเป็นท่าน จะต้องหาฉันเจอแน่ๆ ใช่ไหม?"

"กึก—"

จังหวะก่อนจะกระโดดขึ้นรถม้า รองเท้าเต้นรำข้างหนึ่งของเธอก็หลุดร่วงลงพื้น

แต่เพื่อจะรีบหนี เธอไม่สนใจมันอีกแล้ว รถม้าเร่งความเร็ว ฝ่าวงล้อมของทหารองครักษ์ พุ่งตรงเข้าสู่ความว่างเปล่าและหายวับไป

"ไปจนได้..."

ฟอสต์มองถนนที่ว่างเปล่า ถอนหายใจด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะก้มลงเก็บรองเท้าที่ตกอยู่

สาวน้อยปริศนาเปลี่ยนชุดทุกคืน แต่ไม่ว่าคืนไหนก็สวยจนวัวตายควายล้ม ไม่ใช่แค่ชุด รองเท้าก็เปลี่ยนใหม่ตลอด

คืนแรกเธอใส่รองเท้าบูทสีเงินเป็นประกาย คืนที่สองเป็นส้นสูงสีทอง ส่วนวันนี้... เป็นรองเท้าแก้วใสวิ๊ง

ฟอสต์ลูบไล้รองเท้าแก้วผิวเรียบลื่นพลางครุ่นคิด

เขาไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ หรอก ถ้าสาวน้อยไม่โผล่มาอีก เขาก็จะออกไปตามหาเอง ตอนนี้มีแค่รองเท้าข้างนี้ที่เป็นเบาะแส

ถ้าอย่างนั้น ก็ลองดูสิว่าใครจะสวมรองเท้าข้างนี้ได้ ต่อให้ต้องขุดพลิกแผ่นดินทั้งอาณาจักร ก็จะ...

ทันใดนั้น ฟอสต์ก็สะดุ้งเฮือก รูม่านตาสีน้ำตาลแดงขยายกว้าง

เดี๋ยวนะ เจ้าชาย... รองเท้าเต้นรำ... สาวปริศนาในงานเลี้ยง...

ซิน... ซินเดอเรลล่า?!

"ตึงงง—"

เมื่อองค์ประกอบที่คุ้นเคยไหลมารวมกันในหัว ราวกับผุดขึ้นมาจากใต้ทะเลลึก หรือเหมือนเสียงระฆังยักษ์ฟาดลงมา เจ้าชายรู้สึกหน้ามืดตาลายขึ้นมาทันที

"ฝ่าบาท!"

เห็นเจ้าชายเซถลาจะล้ม เหล่าข้าราชบริพารก็รีบเข้ามาประคองด้วยความตกใจ แล้วพาฟอสต์กลับไปที่ห้องนอน

ตอนแรกพวกเขาจะตามหมอหลวงมา แต่ฟอสต์ห้ามไว้ หลังจากไล่ทุกคนออกไปแล้ว เจ้าชายก็นั่งลงที่ขอบเตียง ปาดเหงื่อที่หน้าผาก สายตาเคร่งเครียดจ้องมองรองเท้าแก้วในมือ

เขาทบทวนเหตุการณ์สามวันที่ผ่านมา แล้วเหงื่อกาฬก็ไหลพราก

ไม่ปกติ มันไม่ปกติมากๆ

วินาทีที่เห็น "ซินเดอเรลล่า" คนนั้น เขาเหมือนโดนของเข้าสิง ในหัวมีแต่ภาพของเธอ กินไม่ได้นอนไม่หลับ กระสับกระส่ายไปหมด

ถึงขนาดโยนอุดมการณ์ของตัวเองทิ้ง กลายเป็นพวกคลั่งรักสมองไหล นี่มันปกติที่ไหน?

รักแรกพบ? อย่ามาตลกน่า พี่ฟอสต์คนนี้อ่านโชเพนเฮานะเว้ย!

ต่อให้เธอจะตรงสเปกแค่ไหน ฟอสต์ก็ไม่มีทางทิ้งเหตุผลและศักดิ์ศรี ไปตามเลียแข้งเลียขาขนาดนั้นหรอก

อีกอย่าง เพิ่งจะแยกกันแท้ๆ แต่พอให้ฟอสต์ลองนึกหน้า "ซินเดอเรลล่า" คนนั้นดู ตอนนี้กลับนึกไม่ออกเลยว่าหน้าตาจริงๆ เป็นยังไง

พิจารณาจากการที่โลกนี้เป็นโลกแฟนตาซี ฟอสต์มีเหตุผลเพียงพอที่จะเชื่อว่าตัวเองโดนวางยา!

แต่ก็ไม่น่าใช่ อาณาจักรชิงซีแม้จะเป็นประเทศบ้านนอก แต่ในฐานะเชื้อพระวงศ์ ฟอสต์ก็มีเครื่องรางป้องกันศาสตร์ลึกลับติดตัว ต่อให้กันไม่ได้ อย่างน้อยมันก็ต้องเตือนบ้างสิ

ยิ่งไปกว่านั้นยังมียูเชวู้ด จอมเวทระดับเกือบจะถึงขั้นมหาจอมเวทอยู่ด้วย ต่อให้เป็นเวทมนตร์ของภูตสวรรค์ เธอก็น่าจะจับสัมผัสได้บ้าง แล้วเขาโดนเล่นงานไปตอนไหนโดยไม่รู้ตัวเลยเนี่ยนะ?

ขณะที่ฟอสต์กำลังคิดไม่ตก เขาก็รู้สึกร้อนวูบที่รอยสักพันธสัญญาบนแขน พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังขึ้นข้างหู เสียงนั้นราวกับบทเพลงที่ลอยมาจากที่อันไกลโพ้น

[บุตรแห่งมนุษย์ เจ้าตื่นจากมนตร์สะกดแล้วสินะ]

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 003 - ซินเดอเรลล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว