- หน้าแรก
- ฉันไร้เทียมทานในวันสิ้นโลก
- บทที่ 18 ได้รับพลังปราณโลหิตอีกครั้ง
บทที่ 18 ได้รับพลังปราณโลหิตอีกครั้ง
บทที่ 18 ได้รับพลังปราณโลหิตอีกครั้ง
ภายใต้แรงกดดันแบบนี้ คนธรรมดาคงตื่นตระหนกจนมือไม้ปั่นป่วนไปแล้ว ทว่าในรถคันนี้ ยกเว้นหลินซิงไห่ ทุกคนล้วนเป็นทหารรับจ้างเก่าที่ผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชน จึงยังคงตั้งสติเล็งเป้าแล้วยิงอย่างมั่นคง
ขณะเดียวกัน เมื่อฝูงซอมบี้เข้ามาใกล้ ความแม่นยำในการยิงของทหารรับจ้างก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในการเหนี่ยวไกครั้งที่สอง ฝูงซอมบี้ก็ถูกยิงหัวระเบิดไป 2 ตัว
ครั้งที่สาม จำนวนซอมบี้ที่ถูกยิงเข้าหัวโดยตรงเพิ่มเป็น 4 ตัวในทันที
ส่วนครั้งที่สี่...ไม่มี
เพราะซอมบี้พวกนี้ใช้เวลาเพียงน้อยนิดจากระยะ 100 เมตรก็บุกมาถึงหน้ารถหุ้มเกราะแล้ว ทหารรับจ้างจึงมีโอกาสยิงได้แค่สามครั้งเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ซอมบี้ล้มตายไปเกือบครึ่ง จำนวนจึงไม่เป็นภัยอีกแล้ว และในแง่ของพลัง ก็ยิ่งไม่ใช่ปัญหา
ผู้ผ่านการปรับแต่งพันธุกรรมประเภทพละกำลัง 5 คน กระโดดลงจากรถ ในมือถือตะบองและขวานยักษ์ มุ่งหน้าเข้าหาฝูงซอมบี้ที่เหลืออย่างไม่หวั่นเกรง
ส่วนทหารรับจ้างที่ยังอยู่บนรถก็ฉวยช่วงเวลาที่เพื่อนร่วมทีมเข้าสกัด เล็งเป้าแล้วยิงในระยะใกล้
ซอมบี้ 7 ตัวสุดท้าย บางตัวถูกฟันตาย บางตัวถูกยิงหัวระเบิด ในเวลาไม่นานก็ถูกกวาดล้างจนหมด
แน่นอนว่า ในระหว่างนี้ก็มีเหตุการณ์พลิกผันอยู่บ้าง ซอมบี้ระดับกลางทั้งสองตัวแสดงให้เห็นถึงความพิเศษของพวกมัน
ในการปะทะกับทหารรับจ้าง มันไม่ได้เสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย แถมตัวหนึ่งยังใช้กรงเล็บปัดขวานยักษ์ออก แล้วตะปบใส่อกของทหารรับจ้างอีกด้วย
โชคยังดีที่ชุดเกราะที่ทหารใส่ไม่ใช่ของเล่น แม้จะถูกข่วนจนเกิดรอยแหว่ง แต่ซับในก็ยังไม่ขาด
หลังจากโดนตบเข้าทีหนึ่ง ทหารรับจ้างคนนั้นรีบหมุนขวานในมือ ใบขวานหมุนกลับฟันหัวซอมบี้ระดับกลางหลุดกระเด็นไปในทันที
จากการประเมินของหลินซิงไห่ ซอมบี้ระดับกลางมีพลังใกล้เคียงกับผู้ผ่านการปรับแต่งพันธุกรรมระดับ 30% แล้ว
โชคยังดีที่จำนวนมันน้อย หากทั้งหมดเป็นซอมบี้ระดับนี้ การต่อสู้คงไม่ราบรื่นแบบนี้แน่
เมื่อจบการต่อสู้ แน่นอนว่าต้องเริ่มเก็บกวาดสนามรบ
“ผมขอไปด้วย!” หลินซิงไห่พูดขึ้นทันทีเมื่อได้ยินโรเจอร์สั่งการ
เหตุผลที่เขาตามกองทหารรับจ้างออกมาปฏิบัติภารกิจ ก็เพื่อช่วงเวลาแบบนี้โดยเฉพาะ! จะพลาดได้ยังไง
“เอ่อ...” โรเจอร์ถึงกับพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง
ที่จริงแล้ว การเก็บผลึกหยวนเป็นงานจิปาถะที่ค่อนข้างเปื้อนและเหนื่อย หากไม่ระวังอาจโดนเลือดสาดใส่เต็มตัว งานพวกนี้ไม่มีใครอยากทำหรอก
แม้ทหารใหม่ที่เพิ่งเข้ามาจะต้องรับผิดชอบงานพวกนี้ แต่หลินซิงไห่เป็นอัจฉริยะ ก็สมควรได้รับสิทธิพิเศษ ไม่ต้องทำงานแบบนี้ก็ได้
เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะขออาสาเอง แถมยังดูคึกคักเสียด้วยซ้ำ
ทำให้โรเจอร์อดนึกถึงบทเรียนแรกเมื่อวานของอีกฝ่ายไม่ได้ สีหน้าจึงดูประหลาดขึ้นมาเล็กน้อย
อย่าบอกนะว่า...เขาจะมีรสนิยมแบบนั้นจริง ๆ?
แต่ถึงจะคิดแบบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องของเขาอยู่ดี โรเจอร์จึงตอบตกลงทันที “ก็ได้! ฉันจะให้สวี่ฮ่าวสอนวิธีชำแหละให้นาย”
สวี่ฮ่าวที่กำลังนั่งพักอยู่ สีหน้ากลายเป็นอมทุกข์ทันที
“ไม่ต้องๆ แบบนั้นรบกวนพี่ฮ่าวเกินไป ผมขอตามพี่ ๆ คนอื่นแล้วเรียนรู้เองก็พอ” หลินซิงไห่รีบปฏิเสธ
ล้อเล่นหรือเปล่า? ถ้ามีคนคอยจับตาดูอยู่ตลอด จะให้เขาดูดซับพลังปราณโลหิตได้ยังไง?
“เฮ้ เรียนรู้เองก็ดี ๆ! เสี่ยวไห่ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ มาถามพี่ได้เลยนะ พี่จะสอนให้หมดเปลือกเลย” สวี่ฮ่าวรีบรับคำทันที และดูพอใจกับท่าทีของหลินซิงไห่อย่างมาก
เมื่อหลินซิงไห่พูดขนาดนี้แล้ว โรเจอร์ก็ไม่มีข้อโต้แย้งอะไร
ไม่นาน หลินซิงไห่ก็ลงจากรถพร้อมกับสมาชิกอีก 5 คนที่โรเจอร์เรียกชื่อ
อย่างไรก็ตาม เขายังไม่เริ่มเก็บผลึกหยวนทันที แต่ทำท่าทีเหมือนนักเรียนใฝ่รู้ มองซ้ายมองขวาอย่างตั้งใจ
แน่นอนว่าไม่มีใครสังเกตเห็นว่า ทุกครั้งที่มีคนขุดผลึกหยวนออกมาได้ เขาจะยื่นมือไปแตะบาดแผลของซอมบี้เบา ๆ
ทั้ง 5 คนขุดผลึกได้รวดเร็วมาก ยังไม่ถึงหนึ่งนาที ซากซอมบี้ 13 ตัวก็ถูกเจาะจนหมด
ตอนนั้นเอง หลินซิงไห่ก็ได้รับพลังปราณโลหิตมาอีก 13 หน่วย
เขาเปิดแผงสถานะขึ้นมาตรวจดู พบว่าพลังปราณโลหิตเพิ่มจาก 14 หน่วย เป็น 27 หน่วยแล้ว
ยังไม่นับรวมยาเสริมพันธุกรรมอีก 2 ขวดที่โรเจอร์ให้ไว้ ถ้ารวมด้วย พลังปราณโลหิตที่เขาใช้ได้จะสูงถึง 37 หน่วยเลยทีเดียว
“ถ้าไปได้สวย ระหว่างภารกิจนี้ฉันก็คงปลุกพลังได้แน่แล้วล่ะ!” หลินซิงไห่คิดอย่างเบิกบาน ขณะเดินกลับขึ้นรถพร้อมสมาชิกคนอื่น
…
“รู้สึกยังไงบ้าง?” ยังไม่ทันได้นั่งดี โรเจอร์ก็เดินมาถาม
“หือ?” หลินซิงไห่ยังไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร
“ฉันหมายถึงพลังของพวกซอมบี้น่ะ” โรเจอร์ว่า
“แข็งแกร่งมากครับ” หลินซิงไห่พยักหน้าตอบอย่างจริงจัง
อย่าดูถูกที่ทหารรับจ้างกลุ่มนี้สังหารพวกมันได้อย่างง่ายดายเลย ต้องไม่ลืมว่าพวกเขาทุกคนคือผู้ผ่านการปรับแต่งพันธุกรรม
อาวุธก็ยอดเยี่ยม จนสามารถรีดสมรรถนะได้ถึง 200% แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนเกือบได้รับบาดเจ็บ
ลองคิดดู ถ้าคนที่เจอพวกซอมบี้ไม่ใช่หน่วยทหารรับจ้างแหวกฟ้า แต่เป็นชาวบ้านธรรมดาล่ะ? ต่อให้มีปืนในมือ คงโดนสังหารหมด
เพราะซอมบี้พวกนี้มีชีวิตที่เหนียวแน่น รวดเร็ว และสัญชาตญาณก็คล้ายสัตว์ป่า
ตอนเล็งปืนใส่ มันยังรู้จักเบี่ยงตัวหลบแบบไร้สำนึกอีกด้วย
กองทัพคนธรรมดา ถ้าเจอพวกมันกลางแจ้ง คงไม่จบลงด้วยดีแน่นอน
นั่นแหละคือเหตุผลที่ถึงแม้มหันตภัยจะผ่านไปแล้วถึงหนึ่งปี มนุษย์ก็ยังต้องอาศัยอยู่แต่ในศูนย์หลบภัยใต้ดิน
โรเจอร์เหลือบมองหลินซิงไห่อย่างแปลกใจ เห็นอีกฝ่ายสีหน้าจริงจัง ไม่ได้เสแสร้ง เขาจึงพยักหน้าอย่างพอใจ “คิดแบบนี้ได้ก็ดีแล้ว”
“ซอมบี้แข็งแกร่งจริง ๆ ที่นายเห็นวันนี้คือพวกซอมบี้ระดับต่ำสุด ถ้าเข้าไปในเมือง ซอมบี้จะเยอะกว่าเดิมมาก และซอมบี้ระดับกลางก็มีอยู่เกลื่อน”
“ยังไม่นับพวกซอมบี้ระดับสูง ที่พลังถึงระดับผู้ผ่านการปรับแต่งพันธุกรรม 60% แม้แต่ฉัน ถ้าสู้แบบตัวต่อตัว ก็ยังยากจะรับมือ”
“ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีโอกาสที่พวกมันจะวิวัฒนาการกลายเป็น ‘ซอมบี้กลายพันธุ์’ อีกด้วย พวกนั้นแหละของจริงน่ากลัวเลย”
“เพราะงั้น ต่อให้นายจะพัฒนาเร็ว มีอุปกรณ์ดีแค่ไหน ก็ห้ามประมาทเด็ดขาด ในโลกภายนอก ยิ่งรอบคอบเท่าไหร่ยิ่งดี” โรเจอร์กล่าวเตือนอย่างจริงจัง
เหตุผลที่เขาพูดยาวขนาดนี้ ก็เพื่อเตือนหลินซิงไห่ซึ่งยังอายุน้อย และอาจหุนหันพลันแล่น
แม้ตอนนี้จะยังไม่มีปัญหา แต่ถ้าเข้าเมืองไปแล้วไม่ฟังคำสั่งละก็ อาจสร้างปัญหาใหญ่ได้เลย
(จบบท)