- หน้าแรก
- ฉันไร้เทียมทานในวันสิ้นโลก
- บทที่ 17 เผชิญหน้าซอมบี้ครั้งแรก
บทที่ 17 เผชิญหน้าซอมบี้ครั้งแรก
บทที่ 17 เผชิญหน้าซอมบี้ครั้งแรก
โรเจอร์ไม่เถียงกับหลินซิงไห่ แต่ยื่นมือหยิบปืนพกกระบอกนั้นลงมา ถอดแม็กกาซีนออกแล้วหยิบกระสุนข้างในให้ดู
ตอนนี้เองหลินซิงไห่ถึงได้เห็นว่า กระสุนพวกนี้ใหญ่กว่านิ้วหัวแม่มือซะอีก และในแม็กกาซีนก็มีแค่สามนัดเท่านั้น
“กระสุนพวกนี้จริง ๆ แล้วเป็นระเบิดขนาดเล็ก พลังทำลายสูงมาก เวลาใช้งานพยายามอย่ายิงใกล้ตัวเกินไป เดี๋ยวจะเจ็บเอง”
โรเจอร์พูดพลางหมุนหัวกระสุนสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ทันใดนั้นกระสุนนัดนั้นก็ส่งเสียง “ตู๊ด ตู๊ด” และเสียงยิ่งเร่งถี่ขึ้นเรื่อย ๆ จนหัวกระสุนเริ่มเปล่งแสงสีแดงออกมา
“นอกจากใช้เป็นกระสุนแล้ว จำเป็นจริง ๆ ก็เอาใช้แทนระเบิดได้ วิธีใช้ก็เหมือนที่ฉันทำให้ดูเมื่อกี้” โรเจอร์พูดอย่างใจเย็น และพอเสียง ‘ตู๊ด’ ถี่ยิบจนเกือบกลายเป็นเสียงเดียว เขาก็โยนกระสุนนั้นออกไปทางหน้าต่าง
ตูมมมม!
เสียงระเบิดดังสนั่นจนรถหุ้มเกราะที่หนักถึง 50 ตันสั่นสะเทือนไปทั้งคัน หลินซิงไห่มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นว่าที่ระยะราว 100 เมตรด้านหน้า ปรากฏหลุมระเบิดกว้าง 10 เมตร ลึก 3 เมตร
“อึก!”
เขากลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว บอกตัวเองในใจว่า "นี่มันอีก 200 ปีให้หลังแล้ว อย่าคิดอะไรตามมาตรฐานเก่าอีกเลย..." ปืนพกกลายเป็นปืนใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
“แล้วถ้าเป็นผู้ผ่านการปรับแต่งพันธุกรรมประเภทความเร็วล่ะ? ควรจับคู่กับอาวุธแบบไหนถึงจะเหมาะ?” หลินซิงไห่ถามอย่างถ่อมตัวหลังตั้งสติได้
“นายเป็นประเภทความเร็ว?” คราวนี้โรเจอร์เป็นฝ่ายตกใจ
ตอนที่ฟางเทียนเหอทดสอบพลังของหลินซิงไห่ เขาก็ยืนดูอยู่ข้าง ๆ และรู้ดีว่าพลังที่อีกฝ่ายระเบิดออกมานั้นน่าจะมีถึง 20 หน่วย
ถ้าเป็นประเภทพละกำลัง แสดงว่าปรับแต่งพันธุกรรมได้ถึง 20% ยังพอเข้าใจได้ แต่ถ้าเป็นสายความเร็วแทน งั้นแปลว่าค่าความเร็วคงจะสูงกว่าอีกสิน่ะ?
“อืม ผมเป็นประเภทความเร็ว” หลินซิงไห่พยักหน้าตอบรับ
โรเจอร์สูดลมหายใจลึก พยายามกดความตกใจไว้ในใจ ตอนนี้หลินซิงไห่ก็เป็นสมาชิกของกลุ่มทหารรับจ้างแหวกฟ้าแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องถามให้ชัดเจนมากนัก
เขาคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “ถ้าเป็นประเภทความเร็ว ก็ต้องใช้อาวุธเบา ๆ อย่างมีดสั้น ทวนสั้น หรือดาบบางแบบนี้ เพื่อให้ใช้ความเร็วได้เต็มที่”
“ในกรณีแบบนี้ ลองจับคู่กับปืน ‘G-3 รุ่นริปเปอร์’ ตัวนี้ดู น่าจะช่วยเสริมพลังโจมตีได้”
“ส่วนพวกประเภทร่างกาย เพราะเน้นป้องกันเป็นหลัก มีชีวิตรอดสูง จะใช้คู่กับอะไรก็ได้แล้วแต่ความถนัด”
“ที่ฉันพูดไปก็แค่แนวทางทั่วไป นายลองเลือกใช้หลาย ๆ แบบก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้”
หลินซิงไห่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลือกเชื่อคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ หยิบปืน G-3 รุ่นริปเปอร์มาถือไว้
“ปืนรุ่นริปเปอร์นี่รุนแรงแค่ไหน?” เขาถามต่อ
“กระสุนธรรมดาเจาะเหล็กหนา 10 เซนได้ ส่วนกระสุนพิเศษก็แล้วแต่ระดับอีกที” โรเจอร์ตอบ
หลินซิงไห่ได้ยินแบบนี้ ก็ยิ่งรู้สึกหลงรักปืนกระบอกนี้มากขึ้นไปอีก
โรเจอร์ยิ้มก่อนจะพูดต่อว่า “นี่คือคู่มือใช้งาน อยากดูอะไรก็เปิดดูได้เลย แต่อย่าเปิดเซฟนะ เดี๋ยวถึงเทียนซานเมื่อไร ฉันจะสอนให้เอง แล้วก็ ไปเลือกอาวุธระยะประชิดอีกชิ้นไว้ป้องกันตัวด้วย”
หลินซิงไห่มองดูอาวุธเล็ก ๆ บนชั้น สุดท้ายหยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งขึ้นมา “อันนี้เป็นไงบ้าง?”
“นั่นคือมีดสั่นสะเทือน ถือว่าแรงที่สุดในบรรดาอาวุธขนาดเล็กพวกนี้” โรเจอร์รับมีดจากมือเขา แล้วกดโลหะนูน ๆ ที่ด้ามมีด
มีดทั้งเล่มก็ส่งเสียงฮัมต่ำออกมา นั่นคือเสียงจากแรงสั่นสะเทือนความถี่สูง
“นี่คือโหมดสั่นสะเทือน เปิดใช้งานแล้วสามารถฟันหินแข็งได้เหมือนเต้าหู้ แต่ก็เปลืองพลังงานมาก ชาร์จเต็มก็ใช้ได้นานแค่ 3 นาที ควรเก็บไว้ใช้ตอนจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น”
หลินซิงไห่ฟังจนตาเป็นประกาย เขารู้สึกดีใจที่เลือกเข้าร่วมกลุ่มทหารรับจ้าง ไม่อย่างนั้นคงไม่มีปัญญาหาอาวุธดี ๆ แบบนี้แน่
เขากลับมานั่งที่เดิม หยิบคู่มือของปืนริปเปอร์ขึ้นมาเปิดดู ข้ามส่วนประกอบและการประกอบไปเลย มุ่งตรงไปที่เทคนิคการใช้งานและเคล็ดลับต่าง ๆ
...
ขบวนรถวิ่งด้วยความเร็วสูง ยิ่งไปไกล ถนนก็ยิ่งพังมากขึ้น แม้รถหุ้มเกราะจะลุยทางได้ดีแค่ไหน ก็ยังสะเทือนแรง ทำให้หลินซิงไห่จดจ่อกับคู่มือไม่ค่อยได้
ทันใดนั้น รถก็ส่งเสียงเตือนดังขึ้น ทุกคนรวมถึงหลินซิงไห่ก็หันไปมองจอแสดงผลพร้อมกัน
จอมีหลายหน้าต่างย่อย แสดงข้อมูลจากเซนเซอร์หลากหลายชนิด หน้าต่างของ "เครื่องตรวจจับซอมบี้" กำลังกะพริบเป็นสีแดง
พร้อมกันนั้น บนขอบจอก็เริ่มปรากฏจุดสีแดง และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนหยุดที่ 13 จุด
เสียงของฟางเทียนเหอดังออกมาจากวิทยุ “ข้างหน้าพบฝูงซอมบี้ขนาดเล็ก มีทั้งหมด 13 ตัว ในจำนวนนี้มีซอมบี้ระดับกลาง 2 ตัว หน่วยที่หนึ่งออกจัดการ”
“รับทราบ!” โรเจอร์ตอบทันที
ไม่ต้องรอคำสั่ง สมาชิกของหน่วยที่หนึ่งก็รีบลุกขึ้นทันที รถหุ้มเกราะที่พวกเขาโดยสารก็เร่งแยกตัวออกจากขบวนมุ่งหน้าไปยังฝูงซอมบี้
คนอื่น ๆ ก็เริ่มเปิดช่องยิง หรือปีนออกไปบนหลังคา เพื่อประจำการที่ตำแหน่งยิง
ผ่านไป 30 วินาที ขบวนรถก็เผชิญหน้ากับฝูงซอมบี้
ปัง ปัง ปัง!
เสียงปืนดังระงม หลินซิงไห่เห็นว่าทุกคนเลือกยิงแบบทีละนัดเพื่อประหยัดกระสุน จึงไม่ได้ยิงรัว
รอบแรกผ่านไป ซอมบี้ทั้ง 13 ตัวที่อยู่ห่างออกไปราว 100 เมตร โดนยิงไป 5 ตัว แต่ไม่มีตัวไหนตายเลย
เพราะไม่ได้ยิงหัว! ซอมบี้พวกนี้น่ากลัวตรงที่มีชีวิตรอดสูง ต่อให้แขนขาขาด ถ้าไม่โดนหัวมันก็ยังพุ่งเข้าใส่ได้
และหลินซิงไห่ก็สังเกตอีกว่า ซอมบี้พวกนี้เร็วมาก ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 15 แต้ม
ซึ่งความเร็วนี่คือระดับ 1.5 เท่าของนักวิ่งระดับโลกในยุคก่อน
ยิงเป้าหมายที่วิ่งเร็วขนาดนี้ มันไม่ง่ายเลย แถมเมื่อมันพุ่งเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ มันก็กดดันมาก
อย่างน้อยตอนนี้ ฝ่ามือของหลินซิงไห่ก็เริ่มชุ่มเหงื่อแล้ว...
(จบบท)