- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นตัวประกอบแท้ๆ แต่ทำไมผมคือบอสใหญ่สุดล่ะเนี่ย
- บทที่ 20 ธุระจัดการเสร็จสิ้น ถึงเวลาเรื่องส่วนตัว
บทที่ 20 ธุระจัดการเสร็จสิ้น ถึงเวลาเรื่องส่วนตัว
บทที่ 20 ธุระจัดการเสร็จสิ้น ถึงเวลาเรื่องส่วนตัว
"เทพแห่งราคะงั้นเหรอ?"
ไอลีนทวนคำนั้นเบาๆ พลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าตอบ "แน่นอนว่าฉันรู้จัก อย่างไรเสียเขาก็เป็นหนึ่งในสี่เทพมารผู้ฉาวโฉ่ในประวัติศาสตร์ แต่จะให้พูดว่ารู้จักดีก็คงไม่ใช่เสียทีเดียว"
ทันใดนั้น เธอหันมามองลินน์ด้วยสายตาเคลือบแคลง "ทำไมนายถึงนึกสนใจเทพองค์นี้ขึ้นมาล่ะ?"
หากลินน์สนใจในเทพมารองค์อื่นอย่างเทพแห่งสงครามหรือเทพแห่งปัญญา เธอคงไม่นึกสงสัยใจอะไรมากนัก แต่สิ่งที่ลินน์กำลังสนใจกลับเป็นเทพแห่งราคะ ไม่ใช่เทพแห่งความงามเสียด้วย
"ผมไม่ได้มีความสนใจในเทพองค์นี้เลยแม้แต่น้อย!" ลินน์เอ่ยตอบด้วยสีหน้าจริงจัง "เพียงแต่ว่า... พอดีผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งน่ะ"
"เพื่อนคนนั้น... สินะ?"
"เพื่อนของนายเป็นคนแบบไหนมีหรือที่ฉันจะไม่รู้" ไอลีนไม่ได้กล่าวหักหน้าโดยตรง แต่กลับเอ่ยอย่างมีเลศนัย "เอาเถอะ ในเมื่อเพื่อนของนายเป็นคนอยากรู้ งั้นบอกมาสิว่าเขาอยากรู้อะไร?"
"เปล่าๆ ไม่ใช่แบบนั้น" ลินน์ส่ายหน้าปฏิเสธ "เขา... คือว่า ช่วงนี้เขากำลังประสบปัญหาบางอย่างน่ะ"
"เมื่อไม่นานมานี้ เขาบังเอิญไปพบวัตถุโบราณที่เกี่ยวข้องกับเทพแห่งราคะเข้า หลังจากพยายามศึกษาดูก็ยังไม่พบว่ามันเป็นของวิเศษชนิดไหน แต่ในเมื่อเป็นของที่อดีตเทพมารทิ้งเอาไว้ มันย่อมมีคุณค่าทางการศึกษา เขาจึงไม่ได้คิดจะโยนมันทิ้งเหมือนขยะ แต่ตั้งใจจะเก็บรักษาเอาไว้"
"ทว่าหลังจากนั้นเขากลับได้รับข่าวว่า จะมีลัทธิเล็กๆ ที่รวมตัวกันอย่างลับๆ เพื่อบูชาเทพแห่งราคะพยายามตามหาเขาเพราะวัตถุชิ้นนี้ ซึ่งมันเริ่มคุกคามความปลอดภัยของเขา เพื่อนของผมคนนี้เลยอยากให้ผมช่วยสืบเรื่องของพวกนั้นก่อนน่ะ"
"เข้าใจแล้ว" ไอลีนไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม "แล้วมีข้อมูลอะไรที่เกี่ยวข้องบ้างไหม? ต่อให้มีแค่ชื่อฉันก็สามารถหามาให้นายได้ แต่ถ้าไม่มีข้อมูลเลยและรู้เพียงว่าเป็นลัทธิเล็กๆ ที่รวมตัวกันเอง งานนี้คงจะยากหน่อย เพราะการรวมตัวของเหล่าสาวกเทพมารไม่มีทางทำกันอย่างเปิดเผยอยู่แล้ว"
"มีครับ" ลินน์กล่าว "เท่าที่ผมรู้ ลัทธินั้นเรียกตัวเองว่า 'สมาคมกุหลาบ' "
"สมาคมกุหลาบงั้นเหรอ?" ไอลีนพยักหน้า "เข้าใจแล้ว เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเถอะ นายสบายใจได้"
ลินน์พยักหน้าตอบรับอย่างวางใจ เขาเชื่อมั่นเต็มที่ว่าหากฝากเรื่องไว้กับไอลีน ทุกอย่างจะเรียบร้อย เพราะในอาณาจักรไรน์แห่งนี้ นอกจากราชวงศ์แล้ว ก็แทบจะไม่มีตระกูลใดมีอำนาจบารมีเกินไปกว่าตระกูลคารันอีกแล้ว
ผู้นำตระกูลคารันคนปัจจุบันคือ ไวท์ไซด์ คารัน หนึ่งในสามดุ๊กผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักร ส่วนดุ๊กอีกสองท่านนั้น ท่านหนึ่งเป็นขุนพลผู้ร่วมก่อตั้งอาณาจักรไรน์ และอีกท่านเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของกษัตริย์มาตั้งแต่ก่อนเริ่มสร้างบ้านเมือง แม้ดุ๊กทั้งสองจะเป็นบุคคลชั้นเลิศที่มีเกียรติยศสูงส่ง แต่ในแง่ของอิทธิพลที่แท้จริง ต่อให้ทั้งคู่ร่วมมือกันก็ยังยากจะเทียบชั้นกับตระกูลคารันได้
นั่นเพราะตระกูลคารันได้หยั่งรากลึกในแผ่นดินนี้มาเนิ่นนานก่อนที่อาณาจักรไรน์จะถูกสถาปนาขึ้นเสียอีก พวกเขาถือกำเนิดก่อนอาณาจักร ดำรงอยู่ภายในอาณาจักร และเผลอๆ อาจจะยังคงอยู่ต่อไปแม้ในวันที่อาณาจักรล่มสลาย ดังคำกล่าวโบราณที่ว่า จักรวรรดิที่มีอายุนับพันปีนั้นหาได้ยากยิ่ง แต่ตระกูลขุนนางที่มีอายุนับพันปีนั้นมีอยู่ทั่วไป และตระกูลคารันคือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด
ในฐานะทายาทสายตรงของตระกูล แม้จะไม่ใช่บุตรสาวคนโต แต่ไอลีนก็กุมทรัพยากรไว้ในมือมากมายมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความเป็นสตรีที่ก้าวเข้าสู่แวดวงสังคมได้เร็ว คอนเนกชันของเธอจึงกว้างขวางกว่าลินน์มาก หากต้องเทียบชั้นกันจริงๆ แม้แต่คุณนายเบลเซอร์ก็อาจจะต้องเหนื่อยหนักหากต้องเผชิญหน้ากับเธอ
พูดง่ายๆ ก็คือ ในบรรดาทรัพยากรที่ลินน์มีอยู่ตอนนี้ ไม่มีใครจะมีเครือข่ายข้อมูลดีไปกว่าไอลีนอีกแล้ว—ยกเว้นแต่เพียงพ่อของเขาเอง ทว่าการจะบากหน้าไปขอให้ท่านเคานต์เบลเซอร์ช่วยเหลือนั้น ดูจะเป็นการทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่และสิ้นเปลืองทรัพยากรเกินจำเป็น จริงอยู่ที่ราชสีห์ต้องทุ่มสุดตัวเพื่อล่ากระต่าย แต่การให้เคานต์เบลเซอร์มาจัดการกับลัทธิเล็กๆ นั้นถือเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำโดยแท้ คนเราอาจจะเผลอเหยียบมดตายได้ขณะเดิน แต่คงไม่มีใครจงใจวิ่งไล่ตามมดเพียงเพื่อจะเหยียบมันให้จมดิน
"ธุระของนาย หรือจะพูดให้ถูกก็คือคำไหว้วานของเพื่อนจบนลงแล้วใช่ไหม?" ไอลีนใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง ส่วนอีกข้างถือหลอดแก้วคนเครื่องดื่มที่เพิ่งถูกนำมาเสิร์ฟ "มีอะไรอีกหรือเปล่า?"
ลินน์ส่ายหน้า "ไม่มีแล้วครับ"
"ไม่!" ไอลีนขัดขึ้นทันควัน "นายยังมี"
ลินน์เอียงคอด้วยความฉงนและสับสน
"ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้คือเรื่องงาน" หญิงสาวกล่าวพร้อมรอยยิ้มบางๆ "แล้วเรื่องส่วนตัวล่ะ?"
"เรื่องส่วนตัว?"
"เมื่อวานนี้ ที่สถาบันไงล่ะ"
ลินน์พลันนึกขึ้นได้ "คุณอยากจะถามว่าทำไมเมื่อวานผมถึงไปมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นงั้นเหรอ?" เขาอธิบายอย่างซื่อตรง "ความจริงมันไม่มีอะไรหรอกครับ แค่น้องๆ ของผมถูกจับได้ว่าโดดเรียน แล้วผมบังเอิญไปได้ยินคนใช้เรื่องนั้นมาเป็นข้ออ้างเพื่อโจมตีพวกเขา ผมก็เลย..."
"งั้นเหรอ?" ไอลีนจิบเครื่องดื่มพลางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ "ฉันก็นึกว่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่านี้เสียอีก ที่แท้ก็แค่พี่ชายที่อยากปกป้องน้องๆ สินะ"
ลินน์ถามด้วยความสงสัย "มันจะมีเบื้องหลังอะไรได้ล่ะครับ? คุณก็น่าจะรู้ว่าผมไม่ใช่คนที่จะฟิวส์ขาดได้ง่ายๆ"
"ฉันรู้!" ไอลีนตอบ "เพียงแต่ฉันได้ยินเรื่องนี้มาจากคนอื่น ข้อมูลมันไม่ได้ละเอียดนัก ฉันก็เลยได้แต่เดาเอาเองน่ะ อ้อ แล้วฉันควรจะบอกนายด้วยนะว่า เมื่อวานนี้ที่สถาบันก็มีการทะเลาะวิวาทกันอีกที่หนึ่งเหมือนกัน ถึงมันจะไม่รุนแรงมากก็เถอะ"
"หืม?" ลินน์อุทานอย่างประหลาดใจ "ช่างประจวบเหมาะอะไรขนาดนั้น"
"แน่นอนว่ามันประจวบเหมาะ" ไอลีนชี้มาที่ตัวเอง "เพราะฉันเป็นหนึ่งในตัวเอกของเหตุการณ์นั้นยังไงล่ะ สาเหตุมาจากตอนที่ฉันอยู่ในห้องสมุด แล้วบังเอิญไปได้ยินคนกำลังคุยกันเรื่องที่นายไปมีเรื่องกับใครคนนั้นเข้า"
ลินน์ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง เดิมทีเขาคิดว่าไอลีนรู้เรื่องนี้เพราะมีคนมาบอก แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นเรื่องบังเอิญ และในเมื่อข้อมูลถูกส่งต่อผ่านการซุบซิบ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีการใส่สีตีไข่ด้วยอารมณ์ส่วนตัวเข้าไปไม่น้อย
แล้วอารมณ์ส่วนตัวที่คนอื่นมีต่อทั้งสองฝ่ายในเหตุการณ์นี้คืออะไร? คำตอบคือเมื่อฝ่ายหนึ่งนามสกุลเบลเซอร์ อีกฝ่ายจะนามสกุลอะไรก็ไม่สำคัญ เพราะฝ่ายที่ไม่ใช่เบลเซอร์จะกลายเป็น 'ผู้นำสารแห่งความยุติธรรม' ทันที และสาเหตุที่ไอลีนไปมีเรื่องกับคนอื่นก็กระจ่างแจ้งในวินาทีนี้เอง
เธอกำลังปกป้องคนของเธอ
"ไอลีน..."
"ไม่ต้องพูดขอบคุณหรอก" ไอลีนขัดคำพูดของลินน์พลางใช้มือเท้าคางและคนเครื่องดื่มต่ออย่างสบายอารมณ์
"แม้จะยังไม่มีใครออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ แต่นายก็ได้รับตำแหน่งคู่หมั้นของฉันไปแล้ว เช่นเดียวกับฉันที่เป็นคู่หมั้นของนาย ในแง่หนึ่ง พวกเราคือกลุ่มคนที่มีโชคชะตาผูกพันร่วมกัน" เธอยกตาขึ้นมองเขาพลางถาม "นายรู้ไหมว่าทำไมคนอื่นถึงกล้าพูดแบบนั้น?"
ลินน์ลองตอบอย่างหยั่งเชิง "เพราะพวกเราเข้ากันได้ดีงั้นเหรอครับ?"
"ไม่ใช่" ไอลีนกล่าวเสียงแผ่ว "ก่อนที่ท่านปู่จะตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ไม่มีใครหน้าไหนกล้าด่วนสรุปโง่ๆ แบบนั้นหรอก ยิ่งการระบุความสัมพันธ์ของเราโดยตรงยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย สาเหตุเดียวที่เกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นก็คือ ความสัมพันธ์ของเราได้รับการยอมรับเป็นนัยจากตระกูลคารันแล้ว"
"แต่รู้ไหมว่าทำไม?" ไอลีนเอ่ยเสียงนุ่ม "เพราะนายคือคนที่ฉันเลือกยังไงล่ะ"
หญิงสาวประสานสายตาเข้ากับดวงตาที่พร่ามัวของเขา น้ำเสียงของเธอค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและทรงพลัง
"ดังนั้น ฉันจะยอมให้คนอื่นมาโจมตีคนที่ฉันเลือกด้วยคำวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างไร?"
"ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจทอดทิ้งนาย หากใครหน้าไหนบังอาจมีเจตนาร้ายต่อข้านายละก็..."
เธอกดหลอดแก้วลงไปที่ก้นถ้วยอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง
"—คนผู้นั้นก็คือศัตรูของฉัน"