เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 หินดำ

ตอนที่ 9 หินดำ

ตอนที่ 9 หินดำ


หลินโม่ไม่รู้จักหยวนหลิงจริงๆ

เป็นไปได้ไหมว่าจะมีคนแปลกหน้าที่ชื่อ "หยวนหลิง" แอบเห็นเขาช่วยชีวิตลี่หยวน แล้วเกิดความประทับใจที่ดีต่อเขา?

ในเวลานี้ หลินโม่สังเกตเห็นรายละเอียดสำคัญจุดหนึ่ง

ความประทับใจที่หยวนหลิงมีต่อเขานั้นอยู่ที่ 15 คะแนน เมื่อครู่เพิ่มขึ้นมา 5 คะแนน นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายมีความประทับใจเริ่มต้นต่อเขาอยู่ที่ 10 คะแนน

นี่แสดงว่าทั้งสองต้องเคยพบกัน หรืออาจจะรู้จักกันมาก่อน

เป็นไปได้ไหมว่าหยวนหลิงคือ... หลินโม่แอบชำเลืองมองบ้านไม้ที่ตีนเขาแวบหนึ่ง "ผู้ดูแลหญิงวัยกลางคนคนนั้น?"

เขารีบปัดความคิดนี้ทิ้งทันที

แม้ผู้ดูแลหญิงจะยังไม่บอกชื่อ แต่สายตาที่มองเขานั้นเย็นชา เพียงแค่กวาดมองผ่านๆ ไม่แม้แต่จะหยุดสายตาด้วยซ้ำ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีความประทับใจ

อีกอย่าง เขาเพิ่งช่วยชีวิตลี่หยวน และอีกฝ่ายก็ขอบคุณเขาแล้ว ตามหลักความประทับใจควรพุ่งสูงขึ้นสิ

แต่ทำไมถึงไม่เพิ่ม?

เว้นเสียแต่ว่า!

"ลี่หยวนโกหกเรื่องชื่อ ชื่อจริงของเขาคือหยวนหลิง?" หลินโม่ฉุกคิดขึ้นได้ทันที เขาแอบชำเลืองมองลี่หยวนที่กำลังก้มหน้าก้มตาผ่าฟืนอย่างขยันขันแข็ง

อีกฝ่ายรูปร่างอ้วนกลมแทบจะเป็นลูกบอล แต่กลับมีความคล่องตัวสูงมาก และแม้การผ่าฟืนจะเป็นงานหนักขนาดนี้ แต่เขากลับไม่มีเหงื่อสักหยด

นี่ทำให้หลินโม่รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

"ลี่หยวนน่าจะเป็นหยวนหลิง เขาจงใจปลอมตัวเป็นคนธรรมดาเพื่อเข้ามาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิญญาณกระเรียน น่าจะเพื่อความลับบางอย่างที่ไม่อาจบอกใคร"

หลินโม่วิเคราะห์ไปพลางผ่าฟืนไปพลาง

"โอ๊ย เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว!"

"ศิษย์พี่หลิน ตอนนี้ทั้งตัวข้า ยกเว้นปาก มันเป็นตะคริวไปหมดแล้ว"

"ศิษย์พี่หลิน ข้าคิดถึงเมียจัง!"

"หลิน..."

จางเสี่ยวเฟยเจ้าคนปากมากยังคงพูดยาวเหยียด

แม้จะหอบแฮ่กๆ ด้วยความเหนื่อย แต่ปากของเขาก็ไม่เคยหยุดทำงาน คนอื่นๆ ทนเสียงสวดมนต์ของเขาไม่ไหว ต่างแยกย้ายไปผ่าฟืนที่อื่น

หลินโม่ประหลาดใจ "เจ้ามีภรรยาด้วยรึ?"

ทันทีที่พูดจบ เขาก็เสียใจ

เพราะหัวข้อ "ภรรยา" เหมือนไปเปิดก๊อกน้ำของจางเสี่ยวเฟยเข้าให้แล้ว

เขาพร่ำเพ้อถึงภรรยาไม่หยุด นางเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้เพียบพร้อม อ่อนโยนและมีคุณธรรม เชี่ยวชาญศาสตร์ศิลป์ และที่สำคัญยังเป็นจอมยุทธ์ขอบเขตหลอมกายา พละกำลังไม่ธรรมดา

หลินโม่ถามอย่างอดไม่ได้ "ในเมื่อมาจากตระกูลใหญ่ บ้านภรรยาเจ้าก็น่าจะรวยนี่นา? แล้วทำไมเจ้าไม่ได้รับโอสถสมบัติชำระกายล่ะ?"

จางเสี่ยวเฟยถอนหายใจ

"พ่อตาข้าเป็นยอดฝีมือขอบเขตหลอมกายาขั้นที่ห้า เขาเห็นว่าข้าเป็นพวกไม่เอาถ่าน เลยกีดกันข้ากับภรรยามาตลอด ถ้าไม่ใช่เพราะข้ากับภรรยามีลูกด้วยกันหนึ่งคู่แล้ว พ่อตาคงจับข้าถ่วงน้ำไปแล้ว!"

หลินโม่ถามต่อ "งั้นตอนนั้นเจ้าแต่งงานกับนางได้ยังไง?"

จางเสี่ยวเฟยยืดอกทันที "ตอนนั้นข้ากับภรรยาหมั้นกันตั้งแต่เกิด แรกๆ นางก็ไม่สนใจข้าหรอก แต่โบราณว่าตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก ข้าไปคุยกับนางวันละสามชั่วโมง ต่อเนื่องกันห้าปีเต็ม ในที่สุดภรรยาก็ซาบซึ้งในความจริงใจ ยอมใช้ชีวิตร่วมกับข้า แถมยังมีลูกให้ข้าตั้งสองคน"

หลินโม่มุมปากกระตุก คิดในใจว่า...

ความจริงใจบ้าบออะไรกัน!

ชัดเจนว่านางทนความปากมากของเจ้าไม่ไหว บวกกับสัญญาหมั้นหมาย สุดท้ายเลยจำใจแต่งกับเจ้าต่างหาก

จางเสี่ยวเฟยมือหนึ่งถือเลื่อย มือหนึ่งถือขวาน กล่าวด้วยความมุ่งมั่น "เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้พ่อตาเห็น ข้าเลยตัดสินใจเข้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาเป็นข้ารับใช้ รอจนข้าทะลวงเข้าสู่ศิษย์สายในระดับกลั่นลมปราณได้เมื่อไหร่ ข้าจะกลับบ้านอย่างยิ่งใหญ่ ให้พ่อตายกน้ำชายกเหล้ามาคารวะข้าให้ได้!"

เห็นจางเสี่ยวเฟยฮึกเหิมขนาดนี้ หลินโม่ก็ตบไหล่เขา "มีความทะเยอทะยาน พยายามเข้าล่ะ! ข้าเชื่อว่าเจ้าจะได้เป็นศิษย์สายในแน่นอน"

"เยี่ยม! ข้าจะทุ่มสุดตัว!"

จางเสี่ยวเฟยเหมือนไฟจุดติด ตะโกนลั่นพร้อมกวัดแกว่งขวานผ่าฟืนอย่างบ้าคลั่ง

ในขณะเดียวกัน ค่าความประทับใจของเขาก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

[ความประทับใจจางเสี่ยวเฟย +10] [ความประทับใจจางเสี่ยวเฟย +5] [ความประทับใจจางเสี่ยวเฟย: 75 (สหาย)]

"เพิ่มความประทับใจอีกแล้ว! ในสายตาจางเสี่ยวเฟย ข้านับเป็นสหายแล้วรึ?"

หลินโม่แปลกใจเล็กน้อย

เห็นค่าความประทับใจเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลินโม่รู้สึกว่าจางเสี่ยวเฟยเชื่อคนง่ายเกินไป วันหน้าถ้าเจอคนไม่หวังดีคงต้องเสียใจภายหลัง

คิดได้ดังนั้น หลินโม่ก็ก้มหน้าผ่าฟืนต่อ

ข้ารับใช้คนอื่นๆ มองจางเสี่ยวเฟยด้วยสายตาดูถูกและเย้ยหยัน คิดว่าเจ้านี่มันขี้โม้สิ้นดี คนธรรมดาอย่างมันเนี่ยนะจะเป็นศิษย์สายใน?

...

เลื่อยและขวานของดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นคมกริบ

ความทนทานก็สูง

แม้แต่คนธรรมดา โดยเฉลี่ยสิบห้านาทีก็สามารถโค่นต้นสนยูคาลิปตัสขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งฟุตได้

พวกเขาทำงานตลอดทั้งวันโดยไม่หยุดพัก หิวก็กินหมั่นโถวที่พกมาตอนเช้า กว่าจะเสร็จก็ตะวันตกดิน

ถึงตอนนี้ เหล่าข้ารับใช้ต่างปวดเมื่อยไปทั้งตัว

"หมดแรงแล้ว!"

จางเสี่ยวเฟยนอนแผ่หราอยู่บนพื้น มือไม้ถลอกปอกเปิก ตัวสั่นเทิ้มไปหมด

"กลับกันเถอะ ถ้าไม่รีบเดี๋ยวจะอดข้าวเย็นนะ" หลินโม่สะกิดจางเสี่ยวเฟย ในฐานะจอมยุทธ์ขอบเขตหลอมกายาขั้นที่สอง เขาพลังเหลือเฟือ แม้ผ่าฟืนมาทั้งวันก็ยังกระปรี้กระเปร่า

แต่เขาก็ยังแสร้งทำเป็นเหนื่อยอ่อน

หลินโม่เหลือบมองไปไกลๆ

ลี่หยวนดูไม่เหนื่อยเลยสักนิด ท่าทางสงบนิ่ง ไม่มีเหงื่อสักหยด

"เจ้านี่มีความลับแน่นอน!"

หลินโม่ยิ่งมั่นใจ

เขาไม่กระโตกกระตาก และไม่คิดจะสืบสาวความลับของคนอื่น เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวาย

"ทุกคน กลับกันได้แล้ว"

หลินโม่ตะโกนเรียกทุกคน แล้วเดินไปที่บ้านไม้ตีนเขา แจ้งผู้ดูแลหญิงว่าตัดไม้เสร็จแล้ว

"งานวันนี้จบแล้ว แต่พรุ่งนี้พวกเจ้าต้องกลับมาอีก ตัดไม้ทุกต้นที่โค่นลงมาให้เป็นท่อนยาวสองจั้ง"

ผู้ดูแลหญิงกล่าวเสียงเรียบ

ทุกคนแทบจะทรุด

นี่มันงานช้างอีกแล้ว!

พวกเขาโซซัดโซเซกลับไปที่โรงอาหาร โชคดีที่ยังมีข้าวเหลือ รีบกินแล้วกลับห้องพักผ่อน

ดึกสงัด

เกือบทุกคนหลับสนิท

ร่างอ้วนกลมร่างหนึ่งค่อยๆ เปิดประตูเดินออกไป เรียกความสนใจจากหลินโม่

ลี่หยวนมองซ้ายขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใคร ก็เดินมุ่งหน้าเข้าป่าลึก

หลินโม่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองดูเงาหลังนั้นผ่านช่องหน้าต่าง

"เขาจะไปทำอะไร?"

หลินโม่สงสัย

ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเต็ม ลี่หยวนก็กลับมาที่ห้องราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

เช้าวันรุ่งขึ้น

เป็นไปตามที่ผู้ดูแลหญิงแห่งโรงไม้หมายเลขสามบอก จวงเทามอบหมายงานโรงไม้ให้เรือนสาม ให้พวกเขจัดการแปรรูปไม้ที่ตัดมา

หลายวันผ่านไปในพริบตา

ข้ารับใช้สิบคนของเรือนสามทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ จนในที่สุดก็จัดการไม้กองโตจากป่านั้นจนเสร็จ กลายเป็นกองไม้ท่อนยาวสองจั้งกองมหึมา

ช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลินโม่สังเกตเห็นว่าลี่หยวนจะแอบออกไปข้างนอกดึกๆ ทุกคืนโดยไม่รู้ว่าไปทำอะไร

จนกระทั่งเช้านี้

จวงเทายืนไพล่มืออยู่หน้าโถงใหญ่ กล่าวว่า:

"เริ่มแจกจ่ายงานวันนี้!"

"เรือนหนึ่งไปโรงไม้ เรือนสองไปสวนสมุนไพร เรือนสามไปเก็บเกี่ยวและปลูกสมุนไพรที่ผาหินดำ..."

หลินโม่รู้จักผาหินดำ

มันคือหน้าผาทางทิศเหนือของยอดเขารับใช้ที่สาม กว้างเกือบร้อยจั้ง สูงหลายสิบจั้ง หน้าผาแห่งนี้เหมาะแก่การปลูกสมุนไพรชื่อ "หญ้าหูเสือ"

สมุนไพรชนิดนี้ชอบร่มเงาและความชื้น ใบรูปหัวใจ ดอกสีขาวห้อยระย้า มีสรรพคุณแก้ชื้นและถอนพิษ

ทั้งยอดเขารับใช้ที่สาม มีแค่ผาหินดำที่เดียวที่ปลูกหญ้าหูเสือได้

ที่นั่นไม่ปลอดภัย

เพราะเป็นหน้าผาสูงชัน ข้ารับใช้ต้องใช้เชือกโรยตัวลงไปเก็บและปลูกหญ้าหูเสือ ซึ่งอันตรายมาก

ว่ากันว่าแต่ละปีมีข้ารับใช้ตกลงมาตายอย่างน้อยสี่ห้าคน อัตราการตายสูงถึงหลายส่วน

"อันตรายจริงๆ!"

หลินโม่บ่นในใจ ว่ากันว่าข้ารับใช้เรือนสามกลัวการไปทำงานที่ผาหินดำที่สุด

แต่พวกเขาไม่มีทางเลือก!

หากขัดคำสั่ง โทษเบาคือหักเงิน โทษหนักคือไล่ออกจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์โดยไม่รับกลับเข้าทำงานอีก

"เฮ้อ!"

ข้ารับใช้ส่วนใหญ่ในเรือนสามถอนหายใจ ส่วนข้ารับใช้กลุ่มอื่นมองพวกเขาด้วยความสงสาร

ท่ามกลางฝูงชน

มีเพียงลี่หยวนเท่านั้นที่แววตาเป็นประกายวาววับ

จบบทที่ ตอนที่ 9 หินดำ

คัดลอกลิงก์แล้ว