- หน้าแรก
- สำนักข้าจะเทพเกินไปแล้ว
- บทที่ 3 ท่านโหวน้อยแห่งจวนโหวฉางหลิน
บทที่ 3 ท่านโหวน้อยแห่งจวนโหวฉางหลิน
บทที่ 3 ท่านโหวน้อยแห่งจวนโหวฉางหลิน
บทที่ 3 ท่านโหวน้อยแห่งจวนโหวฉางหลิน
"ระบบ ฐานที่มั่นนิกายในโลกเร้นลับคืออะไร? หรือว่าแกจะให้ฐานที่มั่นนิกายกับผม?" หวังเฟิงแอบถามในใจ
"ถูกต้อง โฮสต์ ฐานที่มั่นนิกายในโลกเร้นลับ ประกอบไปด้วยตำหนักต่างๆ ที่ครบถ้วนสมบูรณ์สำหรับนิกาย ตั้งอยู่ในโลกเร้นลับที่ระบบสร้างขึ้น โลกเร้นลับแห่งนี้ถูกระบบเชื่อมต่อไว้เหนือทวีปเซียนหลานแล้ว ขอให้โฮสต์เลือกสถานที่สำหรับติดตั้งทางเข้าโลกเร้นลับด้วย!"
เสียงเย็นชาที่ดังขึ้นในหัวทำให้ดวงตาของหวังเฟิงเป็นประกายเจิดจ้า สมกับที่เป็นระบบ ช่างรู้ใจเขาจริงๆ เขากำลังกลุ้มใจเรื่องฐานที่มั่นนิกายดูซอมซ่ออยู่พอดี ระบบก็ส่งของดีมาให้ทันที!
"อืม งั้นเอาทางเข้าไว้ในกระท่อมฟางนั่นแหละ!" หวังเฟิงลูบคางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยปาก
กระท่อมฟางหลังนี้ยังไงเขาก็สร้างมากับมือ แม้จะดูซอมซ่อ แต่ก็เป็นที่พึ่งทางใจแรกสุดหลังจากที่หวังเฟิงมาถึงโลกนี้ อีกอย่าง กระท่อมฟางดูเรียบง่าย ไม่โอ้อวด เข้ากับนิสัยรักสงบของเขาเป็นอย่างดี!
หลังจากตั้งค่าทางเข้าฐานที่มั่นนิกายเสร็จเรียบร้อย หวังเฟิงก็หันไปมองเฟยอู่ แล้วกล่าวเรียบๆ "เล่าเรื่องของเจ้ามาสิ!"
ในเมื่อตอนนี้เฟยอู่กลายเป็นศิษย์ของนิกายเทวะเซียนแล้ว เรื่องของนาง ในฐานะประมุข เขาก็สมควรยื่นมือเข้าไปจัดการ มิฉะนั้นจะทำให้ศิษย์เสียกำลังใจได้
"เจ้าค่ะ ท่านประมุข!" ได้ยินดังนั้น เฟยอู่ก็โค้งคำนับหวังเฟิงอย่างนอบน้อม จากนั้นก็กล่าวด้วยความโกรธแค้น กัดฟันกรอด
"ศิษย์มีนามเต็มว่าหลิงเฟยอู่ เป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลหลิงแห่งเมืองเย่าเฟิง จักรวรรดิเย่ารื่อ ระหว่างที่ออกไปฝึกฝนหาประสบการณ์ครั้งหนึ่ง ได้พบกับหลินอวิ๋นอี ท่านโหวน้อยแห่งจวนโหวฉางหลิน เดิมทีคิดว่าในฐานะที่เป็นถึงท่านโหวน้อย หลินอวิ๋นอีควรจะเป็นคุณชายผู้สง่างาม แต่คิดไม่ถึงว่ามันกลับหมายปองในรูปโฉมของศิษย์ คิดจะข่มเหงรังแก ศิษย์ต้องทุ่มเททุกวิถีทาง ถึงจะหนีรอดจากเงื้อมมือมันมาได้!"
"พอกลับถึงบ้าน เดิมทีศิษย์คิดว่าเรื่องนี้คงจบลงเพียงเท่านี้ แต่วันรุ่งขึ้น หลินอวิ๋นอีกลับพายอดฝีมือจากจวนโหวฉางหลินบุกมาที่ตระกูลหลิง อ้างเหตุผลที่ศิษย์ไม่ยอมจำนน สังหารล้างตระกูลหลิงของข้า หากไม่ใช่เพราะท่านพ่อสละชีวิตปกป้องจนตัวตาย ให้ข้าหนีรอดออกมาได้อย่างปาฏิหาริย์ ป่านนี้ศิษย์คงไม่ได้มาพบท่านประมุขแล้ว แต่ถึงกระนั้น ก็ยังถูกหลินอวิ๋นอีนำทัพยอดฝีมือไล่ล่ามาหลายหมื่นลี้ เพียงเพื่อจะจับตัวศิษย์กลับไป!"
"นอกจากศิษย์แล้ว คนในตระกูลหลิงกว่าร้อยชีวิต ไม่มีใครรอดเลยแม้แต่คนเดียว ศิษย์ไม่หวังให้ท่านประมุขแก้แค้นแทน เพียงหวังให้ท่านประมุขช่วยคุ้มครองศิษย์ อย่าให้ศิษย์ต้องถูกคนชั่วช้าเช่นนี้ข่มเหง หากเป็นไปได้ วันหน้า หนี้เลือดครั้งนี้ ศิษย์จะไปชำระด้วยตัวเอง!"
"วางใจเถอะ เจ้าเป็นศิษย์นิกายเทวะเซียนของข้าแล้ว ตราบใดที่ประมุขผู้นี้ยังอยู่ ไม่มีใครมารังแกเจ้าได้!" ดวงตาของหวังเฟิงฉายแววคมกริบ กล่าวเสียงเรียบ
ในใจของหวังเฟิงตอนนี้ ลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะ เขาคิดไม่ถึงว่าในโลกผู้ฝึกตนแห่งนี้ จะมีเศษเดนมนุษย์เช่นนี้อยู่ สำหรับไอ้สิ่งที่เรียกว่าท่านโหวน้อยจวนโหวฉางหลินอย่างหลินอวิ๋นอี ในใจของหวังเฟิง มันได้กลายเป็นคนตายไปแล้ว!
เขารู้ดีว่าโลกผู้ฝึกตนแห่งนี้โหดร้ายป่าเถื่อน ปลาใหญ่กินปลาเล็ก หากไม่เจอเข้ากับตัวก็แล้วไป เขาเองก็ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว แต่ในเมื่อเจอเข้าแล้ว แถมยังเป็นเรื่องของศิษย์ในนิกาย ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร เขาก็จะไม่ปล่อยไว้เด็ดขาด มิฉะนั้น เขาจะมีหน้าเป็นประมุขของคนอื่นได้อย่างไร?
ก่อนหน้านี้ ในฐานะคนธรรมดา เขาทำได้แค่ระมัดระวังตัวแจ แต่ตอนนี้ ในเมื่อมีระบบแล้ว แม้ยังต้องทำตัวโลว์โปรไฟล์ แต่ก็อย่างที่เขาว่ากัน คนไม่ผิดต่อข้า ข้าไม่ผิดต่อคน หากคนผิดต่อข้า ข้าจะฆ่าล้างโคตรมันให้หมด!
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเฟิง หลิงเฟยอู่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก สิ่งที่นางกลัวที่สุดคือพอหวังเฟิงได้ยินชื่อจวนโหวฉางหลินแล้ว จะกลัวจนไม่กล้าปกป้องนาง แต่ท่าทีของหวังเฟิงในตอนนี้ ทำให้นางวางใจได้สนิท
เพียงแต่ สิ่งที่หลิงเฟยอู่ไม่รู้ก็คือ หวังเฟิงไม่รู้เรื่องเลยสักนิดว่าจวนโหวฉางหลินมีความหมายอย่างไรในจักรวรรดิเย่ารื่อ
ฟึ่บ! ฟึ่บ!
เพียงครู่ต่อมา เสียงแหวกอากาศหลายสายก็ดังขึ้นข้างหูพวกหวังเฟิง ตามมาด้วยเสียงหัวเราะอันน่ารังเกียจ!
"เฟยอู่ เจ้าคิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือเปิ่นโหวเย่ (ท่านโหวผู้นี้) ไปได้งั้นรึ? ยอมกลับไปกับเปิ่นโหวเย่ซะดีๆ เปิ่นโหวเย่อาจจะยอมไว้ชีวิตเจ้าสักครั้ง!"
จากนั้น ร่างเจ็ดร่างที่แผ่กลิ่นอายทรงพลังก็ร่อนลงมากลางหุบเขา สายตาที่มองไปยังหลิงเฟยอู่เต็มไปด้วยความดูถูกและหยอกล้อ
"หลินอวิ๋นอี ข้าเข้าร่วมนิกายเทวะเซียนแล้ว ท่านประมุขอยู่ที่นี่ อย่าได้บังอาจ!" หลิงเฟยอู่ก้าวออกมา ตวาดเสียงดัง จ้องมองหลินอวิ๋นอีด้วยความเคียดแค้น!
หากไม่ใช่เพราะคนผู้นี้ นางก็ยังคงเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลหลิง เป็นแก้วตาดวงใจของท่านพ่อท่านแม่ ไหนเลยจะต้องตกระกำลำบากถึงเพียงนี้?
เมื่อได้ยินเสียงตวาดของหลิงเฟยอู่ ทั้งเจ็ดคนถึงเพิ่งสังเกตเห็นการมีอยู่ของพวกหวังเฟิงทั้งสาม ทว่าเพียงแค่ปรายตามอง ในแววตาของทั้งเจ็ดก็ฉายแววดูแคลน ไม่มีคลื่นพลังฝึกตนแม้แต่น้อย ก็กล้าเรียกตัวเองว่าประมุขนิกาย?
"เปิ่นโหวเย่คิดไม่ถึงเลยว่า นอกจากเจ้าจะมีรูปร่างหน้าตางดงามแล้ว ยังมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวถึงเพียงนี้ เพียงแต่ เจ้าไปหาพวกมดปลวกมาสามตัว ก็คิดจะขู่เปิ่นโหวเย่ให้กลัว ไม่ดูถูกเปิ่นโหวเย่เกินไปหน่อยรึ?" หลินอวิ๋นอีแสยะยิ้มเย็นชา
หากเป็นคนอื่น อาจจะถูกหลิงเฟยอู่ขู่จนกลัว แต่เขาเป็นใคร เขาคือหลินอวิ๋นอี ท่านโหวน้อยแห่งจวนโหวฉางหลินจักรวรรดิเย่ารื่อ ทั่วทั้งจักรวรรดิเย่ารื่อ ไม่ต้องพูดถึงขั้นปิดแผ่นฟ้าด้วยมือเดียว แต่อย่างน้อยนอกจากตัวตนระดับสูงสุดไม่กี่คนแล้ว ก็ไม่มีใครที่เขาหลินอวิ๋นอีไม่กล้าตอแย!
อีกอย่าง เขาให้ลูกน้องตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว สามคนนี้ไม่มีคลื่นปราณยุทธ์แม้แต่น้อย เห็นชัดว่าเป็นแค่มดปลวกธรรมดาที่หลิงเฟยอู่ไปหามาจากไหนก็ไม่รู้!
"ถ้าไม่อยากให้มดปลวกสามตัวนี้ต้องตายเพราะเจ้า ก็ยอมกลับไปกับเปิ่นโหวเย่ซะดีๆ ทำให้เปิ่นโหวเย่พอใจ เปิ่นโหวเย่อาจจะแต่งตั้งเจ้าเป็นสนมสักคน!" หลินอวิ๋นอีมองหลิงเฟยอู่จากที่สูงด้วยท่าทางโอหัง
เห็นดังนั้น หลิงเฟยอู่ก็หันไปมองหวังเฟิงด้วยสายตาเปี่ยมหวัง นางไม่รู้ว่าหวังเฟิงเก่งแค่ไหน และไม่รู้ว่าหวังเฟิงจะต้านทานหลินอวิ๋นอีได้หรือไม่ แต่ตอนนี้ หวังเฟิงคือความหวังเดียวของนางแล้ว!
หวังเฟิงไพล่มือไว้ด้านหลัง ดวงตาลึกล้ำสุดหยั่งคาด วางมาดปรมาจารย์ แต่กลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ หวังเฟิงกำลังพิจารณาว่าควรจะลงมือเองเพื่อทดสอบพลังระดับผสานลักษณ์ หรือจะให้เยี่ยกูเฉิงลงมือดี?
เจ็ดคนนี้ล้วนมีระดับพลังอยู่ที่ขอบเขตขุนพลยุทธ์ คนที่เก่งที่สุดถึงขั้นขุนพลยุทธ์ขั้นสูงสุด เขาเพิ่งจะเลื่อนขั้นจากคนธรรมดามาเป็นผสานลักษณ์ แม้ระบบจะบอกชัดเจนว่าไม่มีผลข้างเคียง แต่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยฝึกฝนมาก่อน จึงยังควบคุมพลังในตอนนี้ได้ไม่สมบูรณ์นัก!
หากไม่มีพวกหลิงเฟยอู่อยู่ด้วย หวังเฟิงคงให้เยี่ยกูเฉิงคอยคุมเชิง แล้วตัวเองลงไปอัดเจ็ดคนนี้เล่นๆ แต่ตอนนี้ ศิษย์ใหม่ทั้งสองคนก็อยู่ด้วย เขาที่เป็นประมุข หากต้องไปแลกหมัดกับพวกขุนพลยุทธ์กระจอกๆ อย่างสูสี ความขลังจะเอาไปไว้ที่ไหน?
ระหว่างที่หวังเฟิงกำลังครุ่นคิด หลินอวิ๋นอีก็ยิ่งมั่นใจว่าพวกหวังเฟิงทั้งสามเป็นแค่มดปลวกธรรมดาที่หลิงเฟยอู่หามาจริงๆ
"มดปลวกไม่กี่ตัว ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ฆ่าซะ แล้วจับตัวหลิงเฟยอู่มา!" หลินอวิ๋นอีสั่งด้วยความดูแคลน น้ำเสียงเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเย็นชา ความอดทนของเขาถึงขีดจำกัดแล้ว ไม่อยากเล่นเกมแมวจับหนูกับหลิงเฟยอู่อีกต่อไป!
"กล้าล่วงเกินท่านโหวน้อย ช่างรนหาที่ตาย ชาติหน้าก็หัดดูตาม้าตาเรือซะบ้าง ตัวตนบางระดับ ไม่ใช่สิ่งที่ปุถุชนอย่างพวกเจ้าจะมาล่วงเกินได้!" คนคนหนึ่งพุ่งออกมาจากด้านหลังหลินอวิ๋นอี ลอยตัวอยู่ต่อหน้าพวกหวังเฟิง ตวาดลั่น!
"วันนี้ จะให้พวกปุถุชนอย่างเจ้า ได้เห็นถึงพลังของยอดฝีมือ!"
สิ้นเสียง กลิ่นอายอันแหลมคมก็แผ่ออกมาจากร่างของเขา สั่นสะเทือนไปทั้งความว่างเปล่า ร่างของเขาพุ่งวูบ ปรากฏตัวต่อหน้าหวังเฟิงในพริบตา ฝ่ามือฟาดลงมาที่กลางกระหม่อมของหวังเฟิง หมายจะตบหวังเฟิงให้กลายเป็นเศษเนื้อ!
"กูเฉิง!" สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแหลมคมที่คนผู้นั้นระเบิดออกมา หวังเฟิงยังคงมีท่าทีสงบนิ่ง เขาไม่แม้แต่จะมองยอดฝีมือที่ลงมือคนนั้น เพียงเอ่ยออกมาเบาๆ คำหนึ่ง!
"วูบ!"
สิ้นเสียงของหวังเฟิง กระบี่ในอ้อมอกของเยี่ยกูเฉิงก็สั่นระริก ทันใดนั้น แสงสว่างสายหนึ่งก็วาบขึ้น แสงบาดตานี้ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องหลับตาลงโดยสัญชาตญาณ!
เมื่อพวกหลินอวิ๋นอีลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็เห็นลูกน้องคนนั้นยังคงอยู่ในท่าที่จะโจมตีหวังเฟิง ส่วนพวกหวังเฟิงก็ยังคงอยู่ในท่าเดิม คิ้วของเขาขมวดมุ่นทันที ตวาดลั่น "มัวโอ้เอ้อะไรอยู่ ยังไม่รีบฆ่าไอ้มดปลวกนั่นอีก!"
"ผัวะ!"
สิ้นเสียงตวาดของหลินอวิ๋นอี ร่างของลูกน้องคนนั้นก็แตกออกเป็นสี่ส่วนในพริบตา รอยตัดบนร่างกายเรียบกริบ แม้แต่เล็อดยังไม่ทันไหลออกมาด้วยซ้ำ
"ซู้ด!"
เมื่อเห็นภาพอันน่าสยดสยองนี้ พวกหลินอวิ๋นอีก็สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ วิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่างด้วยความตกใจ
ยอดฝีมือขอบเขตขุนพลยุทธ์คนหนึ่ง ถึงกับถูกฆ่าตายไปดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ? วิธีการแบบนี้ เกรงว่าแม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตผสานลักษณ์ก็ยังทำไม่ได้กระมัง?
"หรือว่า... จะเป็น... ระ... ราชันย์?" หลินอวิ๋นอีเหงื่อเย็นไหลอาบหน้าผาก กล่าวเสียงสั่น มองหวังเฟิงด้วยความหวาดกลัว
มีเพียงขอบเขตราชันย์เท่านั้น ที่จะสังหารยอดฝีมือขอบเขตขุนพลยุทธ์ได้อย่างง่ายดายและไร้ร่องรอยเช่นนี้! แต่นั่นคือราชันย์เชียวนะ ในทั่วทั้งจักรวรรดิเย่ารื่อ ขอบเขตราชันย์ถือเป็นยอดฝีมือชั้นแนวหน้า ต่อให้เป็นฉางหลินโหว พ่อของเขา ก็เป็นเพียงขอบเขตราชันย์เท่านั้น!
ตอนนี้ หลินอวิ๋นอีอยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาด ตัวตนระดับขอบเขตราชันย์ ต่อให้เป็นพ่อของเขา ก็ยังไม่อยากจะไปตอแยง่ายๆ คิดไม่ถึงว่าเขาจะซวยขนาดนี้ ดันมาเจอกับยอดฝีมือขอบเขตราชันย์เข้า!
"ทะ... ท่านอาวุโส ผู้น้อยมีตาหามีแววไม่ การจากไปครั้งนี้ จะให้ท่านพ่อฉางหลินโหวแห่งจักรวรรดิเย่ารื่อ เตรียมของขวัญชิ้นโตมามอบให้ท่านอย่างแน่นอน!" หลินอวิ๋นอีก้มหัวโค้งคำนับเก้าสิบองศาทันที กล่าวเสียงสั่น
ท่าทีนอบน้อมของหลินอวิ๋นอี ทำให้หลิงเฟยอู่กับหลี่ชิงถึงกับมึนงง เมื่อกี้ยังวางก้ามใหญ่โต ราวกับข้าใหญ่ที่สุดในหล้าอยู่เลย ทำไมจู่ๆ ถึงปอดแหกไปได้ล่ะ?
หลิงเฟยอู่เพียงแค่ตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงท่าทีของหลินอวิ๋นอีเล็กน้อย แต่นางพอจะเข้าใจว่าทำไมหลินอวิ๋นอีถึงเป็นแบบนี้ แม้แต่ตัวนางเอง ตอนนี้ในใจก็ยังเกิดคลื่นยักษ์ถาโถม!
แม้นางจะฝากความหวังไว้ที่หวังเฟิง แต่ก็คิดไม่ถึงว่าหวังเฟิงจะใช้วิธีการที่คาดเดาไม่ได้ สังหารยอดฝีมือขอบเขตขุนพลยุทธ์ลูกน้องของหลินอวิ๋นอีไปในพริบตา!
นั่นมันขอบเขตขุนพลยุทธ์เชียวนะ บางทีขอบเขตขุนพลยุทธ์ในเมืองหลวงของจักรวรรดิเย่ารื่ออาจจะไม่เท่าไหร่ แต่หากมองภาพรวมทั้งจักรวรรดิเย่ารื่อ ขอบเขตขุนพลยุทธ์ก็นับว่าเป็นตัวตนระดับกลางค่อนไปทางสูงแล้ว!
"ฝีมือไม่เท่าไหร่ เล่ห์เหลี่ยมกลับแพรวพราว! แค่ฉางหลินโหว สำหรับประมุขผู้นี้ ก็แค่มดปลวก!" หวังเฟิงดวงตาเฉยชา น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความมั่นใจ จากนั้น หวังเฟิงก็โบกมือให้เยี่ยกูเฉิง เป็นสัญญาณให้จัดการคนพวกนี้ซะ!