- หน้าแรก
- สำนักข้าจะเทพเกินไปแล้ว
- บทที่ 2 ฐานที่มั่นนิกายในโลกเร้นลับ
บทที่ 2 ฐานที่มั่นนิกายในโลกเร้นลับ
บทที่ 2 ฐานที่มั่นนิกายในโลกเร้นลับ
บทที่ 2 ฐานที่มั่นนิกายในโลกเร้นลับ
"วูบ!"
ภายในหุบเขา หวังเฟิงที่กำลังรอคอยการมาถึงของเยี่ยกูเฉิง จู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของมิติ จนทำให้เขาตกใจรีบไปหลบหลังต้นไม้ แอบชำเลืองมองไปยังทิศทางที่มิติกำลังสั่นไหว!
ภายใต้สายตาอันตื่นตะลึงของหวังเฟิง ร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่า ชุดขาวราวหิมะ ผมยาวสยาย แม้จะอยู่ห่างออกไปสิบเมตร หวังเฟิงก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันโดดเดี่ยวและเจตจำนงกระบี่อันคมกริบที่พุ่งเข้าใส่หน้า!
"คืนเพ็ญเดือนสิบสอง ยอดเขาจื่อกิ๋น กระบี่เหินบูรพา เซียนเหินนอกพิภพ!"
เมื่อมองไปยังร่างที่ค่อยๆ ร่อนลงมา หวังเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงประโยคนี้ขึ้นมา
'เซียนเหินนอกพิภพ' หมายถึงเยี่ยกูเฉิง ไม่เพียงเพราะท่วงท่าของเขางดงามดุจเซียนเหินมาจากนอกพิภพ แต่ยังเป็นเพราะกระบวนท่าไม้ตาย 'กระบี่เซียนเหินนอกพิภพ' ที่เยี่ยกูเฉิงบัญญัติขึ้น งดงามราวกับเมฆขาวบนท้องฟ้าสีคราม ไร้มลทินไร้ที่ติ กระบวนท่านี้โจมตีจากที่สูงลงสู่เบื้องล่าง รัศมีกระบี่เจิดจรัสรวดเร็ว ลึกล้ำพิสดารอย่างยิ่ง!
"เยี่ยกูเฉิง คารวะท่านประมุข!"
ทันทีที่ร่างชุดขาวราวหิมะแตะพื้น ก็หันมองไปยังทิศทางที่หวังเฟิงอยู่ โค้งคำนับหวังเฟิงเล็กน้อย แล้วกล่าวเสียงเบา
"ไม่ต้องมากพิธี นิกายเทวะเซียนมีกูเฉิงมาร่วมด้วย จะต้องเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็วแน่นอน!" หวังเฟิงรีบเดินออกมาจากหลังต้นไม้ กล่าวกับเยี่ยกูเฉิง ใบหน้าฉายแววพึงพอใจ
เยี่ยกูเฉิงยืนนิ่งเงียบ ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นไปกับคำพูดของหวังเฟิง ความโดดเดี่ยวและเย่อหยิ่งของเขาแสดงออกมาอย่างชัดเจนในวินาทีนี้!
เห็นดังนั้น หวังเฟิงก็ไม่ได้เก็บมาคิดมาก เขารู้ดีว่าเยี่ยกูเฉิงก็เป็นคนเย่อหยิ่งทระนงตนเช่นนี้แหละ ในโลกของเขา ทั่วทั้งหล้า คนที่เยี่ยกูเฉิงยอมรับมีเพียงไซมึ้งซวยเสาะคนเดียวเท่านั้น!
"ระบบ ไม่ใช่ว่ายังมีโอกาสสุ่มรางวัลอีกครั้งเหรอ? สุ่มให้ผมด้วยเลย!" จากนั้น หวังเฟิงก็เอ่ยในใจ โอกาสอัญเชิญทำให้เขาพอใจมาก เขาแทบรอไม่ไหวที่จะดูว่าโอกาสสุ่มรางวัลจะทำให้เขาพอใจได้เหมือนกันไหม!
เมื่อเห็นหวังเฟิงตกอยู่ในห้วงความคิด เยี่ยกูเฉิงก็เดินไปข้างหลังหวังเฟิงอย่างช้าๆ แล้วยืนกอดกระบี่นิ่งเงียบ ราวกับเป็นองครักษ์คนหนึ่ง!
"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ สุ่มได้ระดับพลัง 10% ของเยี่ยกูเฉิง โฮสต์ต้องการใช้เองหรือมอบให้ศิษย์ในนิกาย?"
เสียงเย็นชาที่ดังขึ้นในหัวทำให้หวังเฟิงตื่นเต้นจนตัวสั่น ฟ้ามีตา ในที่สุดเขาก็จะได้เป็นผู้ฝึกตนเสียที! เขาตัดประโยคหลังของระบบทิ้งไปโดยอัตโนมัติ บ้าเอ๊ย ตัวประมุขอย่างเขายังเป็นแค่คนธรรมดา ไม่เพิ่มระดับพลังให้ตัวเองแล้วเอาไปให้ศิษย์จะมีประโยชน์อะไร?
"ระบบ ระดับพลัง 10% ของเยี่ยกูเฉิง จะช่วยยกระดับให้ผมไปถึงขอบเขตไหน?" หวังเฟิงแอบถาม
"สามารถยกระดับโฮสต์ให้ถึงขอบเขตผสานลักษณ์ขั้นต้น!"
เสียงเย็นชาในหัวทำให้หวังเฟิงเกิดความสงสัย จนถึงตอนนี้ เขายังไม่รู้การแบ่งระดับการบ่มเพาะที่แน่ชัดของโลกนี้เลย เขาจึงถามอีกครั้ง "ระบบ ระดับการบ่มเพาะของโลกนี้แบ่งยังไง?"
"ทวีปเซียนหลาน ใช้การบ่มเพาะปราณยุทธ์เพื่อเสริมสร้างร่างกาย แบ่งออกเป็น: สร้างรากฐาน, เปิดชีพจรยุทธ์, เชื่อมวิญญาณ, ขุนพลยุทธ์, ผสานลักษณ์, ราชันย์, จักรพรรดิยุทธ์ ฯลฯ แต่ละขอบเขตยังแบ่งย่อยเป็นสี่ขั้น คือ ขั้นต้น, ขั้นกลาง, ขั้นปลาย, และขั้นสูงสุด!"
"เป็นอย่างนี้นี่เอง!" หวังเฟิงพยักหน้า จากนั้นก็ตื่นเต้นยกใหญ่ มีพลัง 10% ของเยี่ยกูเฉิง เขาเลื่อนขั้นจากคนธรรมดาไปสู่ขอบเขตผสานลักษณ์ได้เลยเชียวหรือ ช่างแข็งแกร่งจริงๆ!
"ระบบ ดึงระดับพลังออกมา!"
สิ้นเสียงของหวังเฟิง พลังอันแข็งแกร่งสายหนึ่งก็ปะทุขึ้นในร่างของหวังเฟิง พลังสายนี้ขัดเกลาร่างกายของหวังเฟิงอย่างต่อเนื่อง ปรับเปลี่ยนเส้นชีพจรของหวังเฟิง เปลี่ยนร่างกายของเขาให้กลายเป็นร่างกายของผู้ฝึกตนขอบเขตผสานลักษณ์อย่างแท้จริง!
"วูบ!"
ผ่านไปครู่ใหญ่ พลังสายนี้จึงค่อยๆ สงบลง หวังเฟิงกระโดดจากคนธรรมดากลายเป็นยอดฝีมือขอบเขตผสานลักษณ์ในพริบตา ตอนนี้หวังเฟิงรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลในร่างกาย ใบหน้าของเขาก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจ
จนถึงวินาทีนี้ เขาถึงได้เข้าใจความแข็งแกร่งของผู้ฝึกตน! ในที่สุดเขาก็ไม่ใช่... คนไร้ค่าอีกต่อไปแล้ว! ใครจะรู้ว่าตอนนี้จิตใจของหวังเฟิงพลุ่งพล่านแค่ไหน!
"ติ๊ง ระบบมีฟังก์ชันซ่อนระดับพลัง โฮสต์ต้องการซ่อนระดับพลังของตัวเองหรือไม่?"
"ซ่อน!" หวังเฟิงพยักหน้าอย่างไม่ลังเล!
แม้เขาจะก้าวกระโดดมาเป็นขอบเขตผสานลักษณ์ และมีเยี่ยกูเฉิงยอดฝีมือขอบเขตราชันย์ขั้นสูงสุดอยู่ข้างกาย แต่หวังเฟิงก็รู้ดีว่าโลกนี้น้ำลึกแค่ไหน เหนือฟ้ายังมีฟ้า แกล้งทำเป็นหมูเพื่อกินเสือต่างหากคือสัจธรรม!
"ท่าน... ท่านประมุข ท่าน... ท่านผู้นี้คือ?" ทันใดนั้น เสียงสั่นเครือก็ดังขึ้น ทำให้หวังเฟิงหันไปมอง เห็นเพียงหลี่ชิงกำลังมองเยี่ยกูเฉิงด้วยความหวาดกลัว
ในความรู้สึกของหลี่ชิงตอนนี้ เยี่ยกูเฉิงเปรียบเสมือนกระบี่เทพที่แผ่รังสีฆ่าฟันอันคมกริบ เพียงแค่มองแวบเดียว ก็ทำให้จิตใจของเขาสั่นสะท้านไปทั้งดวง!
"นี่คือผู้อาวุโสเยี่ยกูเฉิงแห่งนิกายเทวะเซียนของข้า!" หวังเฟิงกล่าวเรียบๆ เขาย่อมรู้ว่าหลี่ชิงกลัวอะไร แม้ตอนนี้เยี่ยกูเฉิงจะไม่ได้แผ่กลิ่นอายใดๆ ออกมา แต่คนธรรมดาอย่างหลี่ชิงจะกล้ามองตรงๆ ได้อย่างไร?
"ศิษย์หลี่ชิง คารวะผู้อาวุโสเยี่ย!" ได้ยินดังนั้น หลี่ชิงก็ไม่กล้าชักช้า รีบโค้งคำนับเยี่ยกูเฉิงอย่างนอบน้อม เทียบกับหวังเฟิงแล้ว ความรู้สึกที่เยี่ยกูเฉิงมอบให้เขา ถึงจะเหมือนผู้ฝึกตนตัวจริง
เมื่อเผชิญกับการคารวะของหลี่ชิง เยี่ยกูเฉิงเพียงพยักหน้าอย่างเย็นชา
เห็นดังนั้น หลี่ชิงก็ไม่กล้าพูดอะไร ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างๆ ก่อนหน้านี้เขากลับไปพักที่กระท่อมฟาง ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกทะแม่งๆ ต่อให้นิกายผู้ฝึกตนจะแย่แค่ไหน ก็คงไม่เอากระท่อมฟางหลังเดียวมาทำเป็นฐานที่มั่นหรอกมั้ง?
ดังนั้น ยิ่งคิดหลี่ชิงก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโดนหวังเฟิงหลอก จึงตั้งใจจะออกมาเถียงกับหวังเฟิงสักหน่อย คิดไม่ถึงว่าจะมาเจอกับขาใหญ่อย่างเยี่ยกูเฉิงเข้า ความสงสัยทั้งหมดจึงถูกกดลงไปทันที
"ท่านประมุข มีคนมา!" ทันใดนั้น ดวงตาของเยี่ยกูเฉิงก็ฉายแววคมกริบ หันไปกล่าวกับหวังเฟิง
"ไม่เป็นไร รอดูก่อน!" หวังเฟิงหรี่ตาลง โบกมือเบาๆ หลังจากเยี่ยกูเฉิงพูดจบ เขาก็สัมผัสได้เช่นกัน เพราะตอนนี้เขาเป็นยอดฝีมือขอบเขตผสานลักษณ์แล้ว แถมยังสัมผัสได้ว่าระดับพลังของผู้มาเยือนไม่สูงนัก จึงทำท่าทางใจเย็นได้ทันที!
เขาไม่ลืมหรอกว่าระบบต้องการให้เขารับศิษย์สิบคน ตอนนี้เพิ่งรับได้แค่คนเดียว ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ใครก็ตามที่โผล่มา ล้วนเป็นเป้าหมายในการดึงเข้านิกายของเขาทั้งสิ้น
หลี่ชิงที่อยู่ด้านหลังทั้งสอง แววตาฉายแววอิจฉา คิดในใจว่า 'นี่คงเป็นทักษะทิพยจักษุของผู้ฝึกตนกระมัง คิดไม่ถึงว่าท่านประมุขที่ดูธรรมดาๆ จะแข็งแกร่งปานนี้ เข้าร่วมนิกายเทวะเซียนนี้ ไม่ขาดทุนจริงๆ โชคดีจริงๆ!'
หวังเฟิงและพรรคพวกคอยอยู่ไม่นาน ก็เห็นสตรีสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวราวหิมะ ร่างกายเปื้อนเลือด เดินโซซัดโซเซตรงมาทางพวกเขา ดูจากสภาพแล้ว เหมือนเพิ่งผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่มาหมาดๆ
...........
"หากวันนี้รอดไปได้ ข้าเฟยอู่ จะต้องกวาดล้างพวกเจ้าคนถ่อยให้สิ้นซาก!" เฟยอู่กุมบาดแผล พลางสาบานในใจ ดวงตาคู่สวยคู่นั้น ฉายแววเคียดแค้นอย่างน่าตื่นตะลึง ยากจะจินตนาการว่าสตรีที่งดงามดุจเซียนเช่นนี้ จะระเบิดความแค้นอันเข้มข้นออกมาได้
"แม่นางท่านนี้ เห็นท่านเร่งรีบ คงจะเจอยอดฝีมือไล่ล่ากระมัง เข้าร่วมนิกายเทวะเซียนของข้า รับรองความปลอดภัย!"
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ลอยมา ทำให้เฟยอู่ที่กำลังหนีตายชะงักไปครู่หนึ่ง นางมองไปตามเสียง ก็เห็นร่างสามร่างกำลังเดินตรงเข้ามาหา คนนำหน้าสุด รูปงามหล่อเหลา แม้จะไม่มีกลิ่นอายใดๆ แผ่ออกมา แต่บุคลิกท่าทางกลับทำให้คนไม่กล้าดูแคลน!
ส่วนชายชุดขาวราวหิมะที่กอดกระบี่อยู่ข้างกายเขา ยิ่งทำให้เฟยอู่รู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับกระบี่เทพที่เผยคมกล้า ทำให้นางใจสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
แม้ภัยจะใกล้มาถึงตัว แต่ไม่รู้ทำไม พอเห็นพวกหวังเฟิงทั้งสาม ในใจของเฟยอู่กลับเกิดความรู้สึกประหลาดว่า หากได้อยู่กับสามคนนี้ จะต้องพ้นขีดอันตรายได้แน่
"ไหนๆ ก็ไม่แน่ว่าจะหนีรอด สู้ลองเสี่ยงดูสักตั้ง!"
เฟยอู่กัดฟัน หยุดเท้าที่กำลังวิ่งหนี โค้งคำนับพวกหวังเฟิง แล้วเอ่ยถาม "คารวะผู้อาวุโส ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสคือ.....?"
ได้ยินคำพูดของเฟยอู่ มุมปากของหวังเฟิงก็ยกขึ้น เขาคิดไม่ถึงว่าสตรีผู้นี้จะตั้งหน้าตั้งตาหนีตายจนไม่เห็นพวกเขา เดิมทีคิดว่าจะช่างมันเถอะ แต่คิดไม่ถึงว่าจะไปกระตุ้นภารกิจระบบเข้า หวังเฟิงถึงได้เอ่ยปากรั้งเฟยอู่ไว้!
"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ เปิดใช้งานภารกิจ รับสตรีผู้นี้เข้าเป็นศิษย์ จะได้รับรางวัลภารกิจ: ฐานที่มั่นนิกายในโลกเร้นลับ!"
หวังเฟิงไพล่มือไว้ด้านหลัง วางมาดปรมาจารย์ กล่าวเรียบๆ "ประมุขผู้นี้คือนายแห่งนิกายเทวะเซียน!"
"นิกายเทวะเซียน?"
เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเฟิง ดวงตาของเฟยอู่ก็ฉายแววสงสัย แม้นางจะไม่กล้าบอกว่ารู้จักนิกายทั่วทั้งทวีปเซียนหลาน แต่ในจักรวรรดิเย่ารื่อนี้ นางย่อมรู้จักดี ทว่านางไม่เคยได้ยินชื่อนิกายเทวะเซียนมาก่อนเลย
"หรือจะเป็นนิกายปลายแถว?"
เฟยอู่คิดในใจ แต่ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นมา ก็ถูกนางปัดทิ้งไป ชายกอดกระบี่ข้างกายหวังเฟิงให้ความรู้สึกน่าตื่นตะลึงเกินไป นางไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าตัวตนระดับนี้ จะเป็นคนของนิกายปลายแถว!
"ไม่ทราบว่าวาจาเมื่อครู่ของท่านประมุข เป็นความจริงหรือไม่?" เฟยอู่จ้องมองหวังเฟิงเขม็ง เอ่ยถาม ถูกหวังเฟิงถ่วงเวลาแบบนี้ เฟยอู่รู้ดีว่านางหนีการไล่ล่าของคนพวกนั้นไม่พ้นแน่ นางทำได้แค่เสี่ยงดวง หวังว่าคนตรงหน้ากลุ่มนี้ จะช่วยนางต้านทานการไล่ล่าของศัตรูเหล่านั้นได้จริง!
"ย่อมเป็นความจริง เข้าร่วมนิกายเทวะเซียนของข้า ประมุขผู้นี้รับรองความปลอดภัยของเจ้า!" หวังเฟิงปรายตามองเฟยอู่ กล่าวเรียบๆ
ด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้ เพียงแวบเดียวก็มองออกว่าระดับพลังของสตรีตรงหน้า อยู่ที่ขอบเขตเชื่อมวิญญาณขั้นสูงสุด เทียบกับคนธรรมดาอย่างหลี่ชิงแล้ว ถือว่าดีกว่ามาก
ต่อให้ไม่มีภารกิจจากระบบ แค่จุดนี้ หวังเฟิงก็จะเอ่ยปากชวนสตรีผู้นี้เข้านิกายอยู่ดี ดูจากอายุของนาง ไม่น่าเกินสิบแปดสิบเก้า แต่กลับบรรลุขอบเขตเชื่อมวิญญาณขั้นสูงสุด นี่คงจะเป็นอัจฉริยะในตำนานกระมัง!
"ตกลง ผู้น้อยเฟยอู่ ยินดีเข้าร่วมนิกายเทวะเซียน ขอท่านประมุขโปรดคุ้มครองความปลอดภัยให้ผู้น้อยด้วย!" เฟยอู่กัดฟัน ประสานมือคารวะหวังเฟิงทันที กล่าวอย่างนอบน้อม
นางไม่รู้หรอกว่าหวังเฟิงจะต้านทานศัตรูเหล่านั้นได้หรือไม่ แต่ตอนนี้นางไม่มีทางเลือกอื่น ทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับพวกหวังเฟิงเท่านั้น
"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ รับเฟยอู่สำเร็จ ทำภารกิจระบบเสร็จสิ้น รางวัลฐานที่มั่นนิกายในโลกเร้นลับ!"
ทันทีที่เฟยอู่ตอบตกลง เสียงเย็นชาของระบบก็ดังขึ้นในหัวของหวังเฟิง