เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ชาตินี้ ไม่เสียใจที่เข้าร่วมนิกายเทวะเซียน

บทที่ 4 ชาตินี้ ไม่เสียใจที่เข้าร่วมนิกายเทวะเซียน

บทที่ 4 ชาตินี้ ไม่เสียใจที่เข้าร่วมนิกายเทวะเซียน


บทที่ 4 ชาตินี้ ไม่เสียใจที่เข้าร่วมนิกายเทวะเซียน

ยังไม่ทันที่หลินอวิ๋นอีจะทันได้หวาดผวา เขาและลูกน้องอีกหลายคนก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ระเบิดออกมาจากร่างในชุดขาวราวหิมะ แรงกดดันอันหนักอึ้งดุจขุนเขาและมหาสมุทรนั้น กดทับลงมาจนพวกเขาแทบจะหายใจไม่ออก

"ดะ... เดี๋ยว... ท่าน... ท่านอาวุโส ผู้น้อยไม่ได้ตั้งใจล่วงเกิน ได้โปรดไว้ชีวิตด้วย!" หลินอวิ๋นอีกลัวจับใจ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้เขาแทบจะขาดใจตาย คนที่เคยวางก้ามใหญ่โตอย่างเขา เคยสัมผัสแรงกดดันที่น่ากลัวขนาดนี้เสียที่ไหน

เขาคิดไม่ถึงเลยว่า แต่ก่อนขอแค่เอ่ยชื่อพ่อของเขา ทุกอย่างก็จะราบรื่นไร้อุปสรรค แต่ต่อหน้าคนผู้นี้ ชื่อพ่อของเขาราวกับไร้ความหมาย ไม่มีประโยชน์ใดๆ เลยแม้แต่น้อย

"เฟยอู่ เจ้าเข้ามานี่!" หวังเฟิงปรายตามองหลินอวิ๋นอีอย่างเฉยชา ไม่ได้ใส่ใจ กวักมือเรียกเฟยอู่

"เจ้าหลินอวิ๋นอีผู้นี้ฆ่าล้างตระกูลหลิงของเจ้า ก็มอบให้เจ้าจัดการ ถือเสียว่าเก็บดอกเบี้ยไปก่อน วันหน้า ประมุขผู้นี้จะไปจวนโหวฉางหลินพร้อมกับเจ้า ทวงความยุติธรรมคืนให้เจ้าเอง!"

เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเฟิง ดวงตาคู่สวยของเฟยอู่ก็แดงก่ำ ร่างกายสั่นระริก จ้องมองพวกหลินอวิ๋นอีเขม็ง!

หนี้เลือดล้างตระกูล ลึกซึ้งดั่งทะเลเลือด หากหนี้นี้ไม่ได้รับการชำระ นางก็เสียชาติเกิดที่เป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลหลิง

ส่วนพวกหลินอวิ๋นอี พอได้ยินคำพูดของหวังเฟิง ใบหน้าก็ซีดเผือดดุจกระดาษ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว พวกเขาพยายามโคจรพลังในร่างกายอย่างบ้าคลั่ง หวังจะดิ้นรนให้หลุดพ้นจากแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวนี้ แต่ก็ไร้ผล!

แรงกดดันขุมนี้ กดทับพวกเขาไว้อย่างแน่นหนา ทำให้ร่างกายของพวกเขาราวกับไม่อาจควบคุมได้

"หลินอวิ๋นอี เจ้าฆ่าล้างตระกูลหลิงของข้า เคยคิดถึงวันนี้บ้างไหม?"

"เจ้าวางตัวสูงส่ง คิดว่ามีสถานะท่านโหวน้อยแห่งจวนโหวฉางหลิน แล้วจะปิดแผ่นฟ้าด้วยมือเดียวได้ เคยคิดถึงวันนี้บ้างไหม?"

"เจ้าไล่ล่าข้ามาหลายหมื่นลี้ หยอกล้อข้าราวกับแมวจับหนู ทั้งยังใช้วาจาลวนลาม เคยคิดบ้างไหมว่าจะมีวันนี้?"

หลิงเฟยอู่ตะโกนก้อง น้ำเสียงที่เคยไพเราะดุจนกขมิ้นเหลืองอ่อน บัดนี้กลับแหบแห้ง ร่างกายแผ่รังสีอำมหิตอันน่าตกตะลึงออกมา!

หากไม่ใช่เพราะหลินอวิ๋นอีตั้งใจจะหยอกล้อและมีความสุขกับการทรมาน นางคงถูกจับตัวไปนานแล้ว จะยื้อมาจนถึงวันนี้ได้อย่างไร

บัดนี้บทบาทสลับกัน เรียกได้ว่ากงเกวียนกำเกวียน กรรมตามทัน!

ฉึก!

หลิงเฟยอู่หยิบกิ่งไม้ขึ้นมาจากพื้น แทงเข้าไปที่หัวใจของหลินอวิ๋นอีอย่างแรง ดึงออก แล้วแทงเข้าไปใหม่ เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด ย้อมเสื้อผ้าของหลินอวิ๋นอีจนแดงฉาน

เวลานี้หลิงเฟยอู่ไม่มีความอ่อนโยนสง่างามของสตรีอีกต่อไป นางกลับดูเหมือนคนบ้าที่เหวี่ยงกิ่งไม้ในมืออย่างบ้าคลั่ง ราวกับต้องการระบายความโกรธแค้นในใจออกมาให้หมด

ภาพนี้ทำเอาหลี่ชิงที่อยู่ด้านหลังหวังเฟิงถึงกับสะดุ้ง เขาคิดไม่ถึงว่าศิษย์น้องที่งดงามราวกับนางฟ้าผู้นี้ จะมีด้านที่บ้าคลั่งขนาดนี้

"ช่างเถอะ ให้นางระบายออกมาบ้าง!" หวังเฟิงมองภาพนี้แล้วถอนหายใจ กลืนคำพูดที่คิดจะห้ามปรามลงคอไป

ผ่านไปครู่หนึ่ง ดวงตาของหลินอวิ๋นอีก็ไร้แวว ล้มตึงลงกับพื้น

เห็นดังนั้น หลิงเฟยอู่ก็ดึงกิ่งไม้ออก ท่ามกลางสายตาหวาดกลัวของลูกน้องหลินอวิ๋นอี นางลงมือสังหารพวกมันไปทีละคน

ยอดฝีมือที่เดิมทีมีพลังมากพอจะข่มขวัญเมืองเล็กๆ ในจักรวรรดิเย่ารื่อได้ ในเวลานี้ กลับถูกสังหารทิ้งอย่างง่ายดายราวกับมดปลวก!

หลังจากสังหารพวกหลินอวิ๋นอีจนหมดสิ้น หลิงเฟยอู่ก็ปรับอารมณ์ให้สงบลง แล้วเดินไปคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าหวังเฟิงและเยี่ยกูเฉิง กล่าวอย่างนอบน้อม "ขอบพระคุณท่านประมุขและท่านอาวุโสเยี่ยที่ช่วยเฟยอู่ล้างหนี้เลือดครั้งนี้ ชาตินี้ไม่เสียใจที่เข้าร่วมนิกายเทวะเซียน เกิดเป็นคนของนิกายเทวะเซียน ตายเป็นผีของนิกายเทวะเซียน!"

เดิมทีหลิงเฟยอู่คิดแค่ว่ารอดตายมาได้ก็โชคดีแล้ว ไม่กล้าหวังว่าจะได้ล้างแค้น แต่คิดไม่ถึงว่าเพิ่งจะเข้าร่วมนิกายเทวะเซียน ท่านประมุขก็ช่วยนางกำจัดตัวการใหญ่ให้ทันที

นางเชื่อว่า ขอแค่นางยังอยู่ในนิกายเทวะเซียน ตั้งใจบำเพ็ญเพียร สักวันหนึ่ง นางจะต้องล้างบางจวนโหวฉางหลิน แก้แค้นให้ตระกูลหลิงได้แน่!

แม้ท่านโหวน้อยอย่างหลินอวิ๋นอีจะเป็นตัวการใหญ่ แต่หากไม่มีความเห็นชอบจากจวนโหวฉางหลิน หลินอวิ๋นอีหรือจะกล้าทำลายล้างตระกูลหลิงที่มีชื่อเสียงพอตัวได้ง่ายๆ?

ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านลุงท่านอาทุกท่าน เฟยอู่โชคดีที่ได้พบท่านประมุขหวังเฟิง ได้เข้าร่วมนิกายเทวะเซียน ขอให้ดวงวิญญาณของพวกท่านช่วยคุ้มครองให้เฟยอู่ฝึกฝนสำเร็จ จะได้ล้างแค้นให้พวกท่าน!

มองเฟยอู่ที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า หวังเฟิงถอนหายใจเบาๆ ยื่นมือไปประคองนางขึ้นมา เด็กสาวผู้นี้ไม่ควรต้องแบกรับความแค้นอันหนักอึ้งขนาดนี้ในวัยเพียงเท่านี้เลย ในเมื่อเขามาเจอเข้าแล้ว จะนิ่งดูดายได้อย่างไร?

"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับศิษย์ในนิกายหลิงเฟยอู่ สังหารยอดฝีมือขอบเขตขุนพลยุทธ์ ได้รับสามร้อยแต้มนิกาย!"

"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับศิษย์ในนิกายหลิงเฟยอู่ สังหารยอดฝีมือขอบเขตขุนพลยุทธ์ ได้รับสามร้อยแต้มนิกาย!"

"ติ๊ง........!"

หลังจากหลิงเฟยอู่สังหารพวกหลินอวิ๋นอี เสียงเย็นชาของระบบก็ดังขึ้นในหัวของหวังเฟิงไม่หยุด แต่หวังเฟิงยังไม่สนใจในตอนนี้ เขามองหลิงเฟยอู่ แล้วกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

"ประมุขผู้นี้ มอบเวทีการบ่มเพาะที่ดีให้เจ้าได้ แต่จะกลายเป็นยอดฝีมือที่แท้จริงได้หรือไม่ ท้ายที่สุดก็ต้องพึ่งพาตัวเจ้าเอง แต่จงจำไว้ ในเมื่อเข้าร่วมนิกายเทวะเซียนของข้าแล้ว เบื้องหลังของเจ้าคือนิกายเทวะเซียน ที่พึ่งของเจ้าคือนิกายเทวะเซียน นิกายเทวะเซียนของข้าไม่เกรงกลัวผู้ใด หากมีความแค้น ต่อให้เป็นคนใหญ่คนโตคับฟ้า ก็ต้องฆ่าให้ตาย!"

เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเฟิง เฟยอู่ไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจกลับมีความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่าน หลังจากตระกูลหลิงถูกล้างผลาญ นิกายเทวะเซียนที่เพิ่งเข้าร่วมได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ท่านประมุขที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม กลับทำให้นางเกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและพึ่งพาได้อย่างลึกซึ้ง!

"เจ้าฝึกวิถีกระบี่ใช่หรือไม่"

ทันใดนั้น เยี่ยกูเฉิงผู้โดดเดี่ยวราวภูเขาน้ำแข็งก็เอ่ยปาก ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปที่เฟยอู่

"เจ้าค่ะ ท่านอาวุโสเยี่ย!" หลิงเฟยอู่ไม่กล้าชักช้า รีบตอบกลับ เทียบกับความอ่อนโยนเข้าถึงง่ายของหวังเฟิงแล้ว ความโดดเดี่ยวของเยี่ยกูเฉิงทำให้นางรู้สึกกลัวอยู่บ้าง แน่นอนว่าส่วนใหญ่นางรู้สึกเคารพมากกว่าหวาดกลัว หากไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือของท่านอาวุโสเยี่ย นางก็คงไม่อาจสังหารพวกหลินอวิ๋นอีได้ง่ายดายปานนี้

"ยินดีกราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่?"

เมื่อสิ้นเสียงของเยี่ยกูเฉิง ไม่เพียงหลิงเฟยอู่ที่ตกตะลึง แม้แต่หวังเฟิงเองก็ยังแอบตกใจ

หลังจากอัญเชิญเยี่ยกูเฉิงออกมา แม้หวังเฟิงจะดีใจ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าเยี่ยกูเฉิงจะช่วยนิกายเทวะเซียนฝึกสอนศิษย์ เพราะความสันโดษของเยี่ยกูเฉิงนั้นขึ้นชื่อลือชา

แต่ตอนนี้ เยี่ยกูเฉิงผู้สันโดษ กลับเป็นฝ่ายขอรับศิษย์เอง?

เห็นเฟยอู่ยังยืนตะลึง หวังเฟิงก็ร้อนใจรีบตะโกน "ยังลังเลอะไรอยู่อีก?"

การจะทำให้คนอย่างเยี่ยกูเฉิงเป็นฝ่ายเอ่ยปากรับศิษย์นั้น ยากยิ่งกว่าทำให้หินออกดอกเสียอีก ยัยหนูนี่ ยังจะยืนบื้ออยู่อีก

"ศิษย์คารวะท่านอาจารย์!"

ได้ยินเสียงตวาดของหวังเฟิง หลิงเฟยอู่ก็ได้สติ รีบคุกเข่าโขกศีรษะ ทำพิธีกราบอาจารย์ทันที กลัวว่าเยี่ยกูเฉิงจะเปลี่ยนใจ

เยี่ยกูเฉิงพยักหน้า สะบัดมือเบาๆ พลังอ่อนโยนสายหนึ่งก็พยุงหลิงเฟยอู่ขึ้นมา

ภาพเหตุการณ์นี้ทำเอาหลี่ชิงที่อยู่ด้านหลังหวังเฟิงอิจฉาตาร้อน ความแข็งแกร่งของเยี่ยกูเฉิง เขาเห็นมากับตาตัวเองแล้ว

ต่อให้เขาไม่รู้ว่าขอบเขตขุนพลยุทธ์ของพวกหลินอวิ๋นอีมีความหมายอย่างไรในโลกผู้ฝึกตน แต่การสยบผู้ฝึกตนเจ็ดคนได้อย่างง่ายดาย ในสายตาคนธรรมดาอย่างหลี่ชิง นั่นก็ถือว่าเป็นตัวตนที่โคตรเทพแล้ว

สตรีผู้นี้ที่เพิ่งจะเข้ามาทีหลังเขา ได้กราบยอดฝีมือระดับนี้เป็นอาจารย์ เขาจะไม่ให้นิจฉาได้ยังไง?

"ตามข้ามา จะรักษาแผลให้!"

จากนั้น เยี่ยกูเฉิงก็ปรายตามองสภาพอันน่าเวทนาของหลิงเฟยอู่ แล้วเอ่ยปาก ไม่รอให้หลิงเฟยอู่ตอบรับ ก็หันหลังเดินตรงไปที่กระท่อมฟางทันที!

เห็นดังนั้น หลิงเฟยอู่หันมองหวังเฟิง เมื่อได้รับสัญญาณอนุญาตจากหวังเฟิงแล้ว จึงค่อยลากสังขารอันบอบช้ำ เดินตามเยี่ยกูเฉิงไป

มองแผ่นหลังของทั้งสองที่เดินจากไป หวังเฟิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ได้รับการชี้แนะจากเทพกระบี่เยี่ยกูเฉิง เขาคาดหวังจริงๆ ว่าหลิงเฟยอู่จะเติบโตไปได้ถึงขั้นไหน!

"ท่านประมุข งั้นข้าไปบ้างนะ?"

เสียงซื่อบื้อเสียงหนึ่งขัดจังหวะความคิดของหวังเฟิง เขาปรายตามองหลี่ชิง โบกมือไล่ "หุ่นอย่างเจ้า ควรลดน้ำหนักได้แล้ว ไปเถอะ ไปเก็บกวาดรอบๆ กระท่อมฟางให้สะอาดหน่อย นี่มันฐานที่มั่นนิกายเทวะเซียนของเราเชียวนะ"

"ขอรับ!"

ได้ยินดังนั้น มุมปากของหลี่ชิงก็กระตุก ตอบอย่างจำยอม จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าพอมีศิษย์น้องหลิงเฟยอู่เข้ามา ตัวเองก็กลายเป็นหมาหัวเน่า ก่อนหน้านี้ตอนท่านประมุขจะชวนเขาเข้าสำนัก พูดจาหว่านล้อมสารพัดสารเพ เห็นเขาเป็นสมบัติล้ำค่า พอตอนนี้ กลับไล่เขาไปกวาดพื้นซะงั้น........

"ระบบ แต้มนิกายมีไว้ทำอะไร?"

หลังจากหลี่ชิงเดินจากไป ดวงตาของหวังเฟิงก็เป็นประกาย เอ่ยถาม เมื่อครู่เขาก็อยากถาม แต่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย ตอนนี้ในที่สุดก็ได้ทำความเข้าใจสักที เขามีลางสังหรณ์ว่า แต้มนิกายนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนานิกายเทวะเซียนของเขา!

"ติ๊ง แต้มนิกายสามารถให้โฮสต์แลกโอกาสสุ่มรางวัลได้ หนึ่งพันแต้มนิกายแลกโอกาสสุ่มรางวัลได้หนึ่งครั้ง นอกจากนี้ แต้มนิกายยังสามารถใช้อัปเกรดระบบได้ หนึ่งหมื่นแต้มนิกาย สามารถอัปเกรดระบบเป็นเลเวลสอง เมื่อระบบอัปเกรดเป็นเลเวลสอง ระดับนิกายก็จะเพิ่มเป็นระดับสองโดยอัตโนมัติ!"

ได้ยินเสียงเย็นชาในหัว หวังเฟิงพยักหน้า แล้วถามต่อ "อัปเกรดเลเวลระบบกับระดับนิกายแล้วจะมีประโยชน์อะไร?"

"ติ๊ง เมื่อเลเวลระบบเพิ่มขึ้น จะทำให้โฮสต์อัญเชิญยอดฝีมือที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงศาสตราวุธและสมบัติวิเศษต่างๆ ได้ นอกจากนี้ เมื่อระดับนิกายเพิ่มขึ้น จะปลดล็อกขีดจำกัดจำนวนศิษย์ที่นิกายรองรับได้ โฮสต์สามารถตรวจสอบหน้าต่างคุณสมบัตินิกายเทวะเซียนได้!"

"ตรวจสอบหน้าต่างคุณสมบัตินิกายเทวะเซียน!" ได้ยินคำพูดของระบบ หวังเฟิงไม่ลังเล สั่งการทันที เขาคิดไม่ถึงว่าจะมีหน้าต่างคุณสมบัตินิกายเทวะเซียนด้วย

"ติ๊ง หน้าต่างคุณสมบัตินิกายเทวะเซียนมีดังนี้:

นิกาย: นิกายเทวะเซียน

ระดับนิกาย: ระดับหนึ่ง

ประมุข (หนึ่งเดียว): หวังเฟิง (ขอบเขตผสานลักษณ์)

ผู้อาวุโส (ขีดจำกัดห้าคน): เยี่ยกูเฉิง (ขอบเขตราชันย์ขั้นสูงสุด)

ศิษย์ (ขีดจำกัดสิบคน): หลี่ชิง (คนธรรมดา), หลิงเฟยอู่ (ขอบเขตเชื่อมวิญญาณขั้นสูงสุด)

ฐานที่มั่นนิกาย: โลกเร้นลับ!"

"ระบบ ถ้าระดับนิกายไม่อัปเกรด จะทะลุขีดจำกัดได้ไหม?" เห็นหน้าต่างคุณสมบัตินิกายเทวะเซียน หวังเฟิงขมวดคิ้วถามทันที

"ไม่ได้ ขอให้โฮสต์พยายามหาแต้มนิกาย เพื่ออัปเกรดเลเวลระบบและระดับนิกาย!"

เสียงเย็นชาในหัว ทำให้ใบหน้าของหวังเฟิงฉายแววจำยอม มีข้อจำกัดแบบนี้ เขาจำเป็นต้องหาแต้มนิกายอย่างต่อเนื่องสินะ!

จบบทที่ บทที่ 4 ชาตินี้ ไม่เสียใจที่เข้าร่วมนิกายเทวะเซียน

คัดลอกลิงก์แล้ว